ห้องโถงตระกูลไป๋
“คารวะท่านแม่”เสวี่ยเหม่ยเหนียงย่อกายทำความเคารพนางซืออย่างมีจริต
“ฮึ”นางสื่อมองสาวงามตรงหน้าแล้วได้แต่แค่นเสียงออกมาอย่างโกรธเคือง
“ท่านแม่มีอะไรเร่งด่วนหรือขอรับเหตุใดจึงเรียกทุกคนมากันพร้อมหน้าเช่นนี้”ไป๋หยางเจี๋ยถามมารดาของตนด้วยความสงสัย
“จะมีอะไรถ้าไม่ใช่ฮูหยินรองของเ้าสร้างเื่อีกแล้วก็อย่างว่าคนที่มาจากที่ต่ำๆมักจะมีจิตใจที่ต่ำทรามแม้แต่เด็กที่มีอายุไม่กี่หนาวก็ไม่ละเว้น”นางซือเอ่ยพร้อมกับตวัดสายตาไปมองเสี่ยวซานที่ยืนอยู่ด้านหลังของเสวี่ยเหม่ยเหนียงอย่างโกรธเคือง
“ท่านแม่”ไป๋หยางเจี๋ยเรียกมารดาของตนเสียงเคร่งเพื่อให้มารดาของตนหยุดด่าว่าฮูหยินรองของตน
“เ้าขึ้นเสียงใส่เเม่หรือ”นางซือหันไปตวาดถามบุตรชายของตน
“ท่านแม่ใจเย็นๆเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับแตะที่หลังมือของนางซือเบาๆ
“เ้ายังจะใจเย็นอยู่อีกหรือลูกของเ้าเืตกยางออกถึงเพียงนั้น”นางซือหันไปถามกุ้ยเจินด้วยสีหน้ายากจะเชื่อ
“ใครเป็อะไรหรือขอรับ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หึเ้าเป็พ่อประสาอะไรลูกเจ็บทั้งคนแต่คนเป็พ่ออย่างเ้าไม่เคยรู้อะไรเลยหยางเจี๋ยถึงเ้าไม่ตั้งใจให้เด็กทั้งสองคนเกิดมาแต่ถึงอย่างไรเด็กทั้งสองคนก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของเ้านะ”นางซือต่อว่าบุตรชายของตนอย่างเหลืออดเพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมาบุตรชายของตนไม่เคยแลตาดูบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกเลย
“ท่านแม่อยากให้เด็กทั้งสองคนนั้นเกิดมาท่านก็ดูแลเองสิขอรับ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยตอบมารดาของตนอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ฟุบ!พวงดอกไม้ในมือของเฟิ่งหยางตกพื้น เรียกสายตาของคนทั้งสี่มาที่นางและพี่ชายของนางั้แ่เกิดมานางรู้อยู่แล้วว่านางและพี่ชายไม่มีวันมีตัวตนในสายตาของบิดาอย่างไป๋หยางเหวินเพราะนางรู้ดีว่านางพี่ชายและท่านแม่ของนางเป็เพียงตัวร้ายในนิยายหอมกลิ่นรักเท่านั้นถึงแม้ตอนจบพวกนางทั้งสามจะต้องตายแต่ไป๋หยางเจี๋ยก็ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองพวกนางเลยงานศพก็มีแต่ย่าของนางเป็ธุระจัดการให้ช่างเป็อะไรที่ทำใจได้ยากจริงๆ ที่นางและพี่ชายต้องมาฟังคำพูดที่ทำร้ายจิตใจถึงเพียงนี้หยางเฟิ่งปาดน้ำตาออกจากแก้มใสของตนแล้วก้มเก็บพวงดอกไม้จากพื้นแล้วเดินเข้าไปหามารดาของตน
“หยางเหวินหยางเฟิ่ง” กุ้ยเจินเรียกบุตรทั้งสองของตนด้วยความเป็ห่วง
“หากท่านพ่อไม่รักเฟิ่งกับพี่ชายก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะเพราะเฟิ่งเออร์มีท่านแม่ ท่านย่า ท่านตา ท่านยายก็พอแล้วเ้าค่ะ” เสียงใสเอ่ยปลอบมารดาของตน
“ใช่ขอรับพวกเราไม่เคย้าท่านพ่อ ท่านแม่กับท่านย่าอย่าได้ไปเรียกร้องเลยขอรับ”หยางเหวินเอ่ยสนับสนุนน้องสาวของตนโดยไม่หันไปมองหน้าของชายที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้ให้กำเนิด
“ใช่เ้าค่ะต่อไปท่านแม่และท่านย่าคือผู้ให้กำเนิดเฟิ่งเออร์กับพี่ชายคนอื่นไม่นับ”หยางเฟิ่งหันไปมองหน้าหยางเจี๋ยอย่างเอาเื่ดีต่อไปต่างคนต่างอยู่ข้าจะไม่ช่วยเหลืออะไรท่านถึงแม้ข้าจะรู้ว่าสุดท้ายท่านจะตายในสนามรบก็ตามหยางเฟิ่งคิดในใจอย่างโกรธเคือง
“ไม่เอาเฟิ่งเออร์อย่าพูดเช่นนั้น”นางซือเอ่ยปรามหลานสาวของตนเบาๆ หยางเฟิ่งที่โดนดุทำเพียงสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอนแต่สายตาของนางก็บังเอิญไปเห็นรอยยิ้มสาแก่ใจของเสวี่ยเหม่ยเหนียงเข้าพอดีหยางเฟิ่งะโลงจากเก้าอี้เดินตรงเข้าไปหาเสี่ยวซานด้วยสายตาเอาเื่
“ท่านย่านางคือคนที่วิ่งไล่จับข้ากับพี่ชายเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งชี้นิ้วไปที่เสี่ยวซาน
“เหลวไหลเสี่ยวซานอยู่ช่วยข้าเลี้ยงเหม่ยจูอยู่ในเรือนทั้งวันจะไปวิ่งไล่จับหยางเฟิ่งได้เช่นไร” เสวี่ยเหม่ยเหนียงแก้ตัวให้คนสนิทของตน
“ท่านนะสิเหลวไหลเมื่อเย็นท่านอุ้มเหม่ยจูออกมานอกเรือนพอเห็นข้ากับพี่ใหญ่จึงสั่งคนหญิงรับใช้คนนั้นมาวิ่งไล่จับ”หยางเฟิ่งเอ่ยเสียงดัง พร้อมกับสบตาของฮูหยินรองอย่างเอาเื่
“ท่านพี่ไม่จริงนะเ้าคะหยางเฟิ่งนางต้องเข้าใจอะไรข้าผิดเป็แน่”เสวี่ยเหม่ยเหนียงแสร้งบีบน้ำตาเรียกความสงสารจากสามีของตน
“เรียกข้าว่าคุณหนูใหญ่”หยางเฟิ่งหันไปเอ่ยเสียงเย็นกับเสวี่ยเหม่ยเหนียงที่กำลังแสร้งร้องไห้เรียกร้องคำยุติธรรมอยู่
“หยางเฟิ่งเ้าขอโทษแม่รองของเ้าเดี๋ยวนี้”หยางเจี๋ยที่ได้ยินหยางเฟิ่งเอ่ยกับเมียรักจึงตบพนักวางแขนเสียงดังแล้วเอ่ยสั่งให้หยางเฟิ่งขอโทษเมียรักของตน
“ไม่เ้าค่ะข้าไม่ผิด” หยางเฟิ่งตอบหยางเจี๋ยเสียงดัง
“หยางเฟิ่ง”หยางเจี๋ยตวาดเด็กน้อยตรงหน้าอย่างมีโทสะ