ตอนที่ 1 เื่ราวในอดีต (1)
บางคราซ่งจื่อเฉินรู้สึกว่าตัวเองอาจเป็คนที่โง่เขลาที่สุดในใต้หล้า
ทว่าต่อให้ประสบกับเหตุการณ์ทั้งหมดมาด้วยตัวเอง จนถึงตอนสุดท้ายเขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดคนใต้อาณัติถึงหันมาทำร้ายตน เพราะเหตุใดพระชายาที่ร่วมฝ่าฟันความลำบากกันมาถึงมอบสุราพิษให้เขาด้วยมือตนเอง และเพราะเหตุใดพี่ชายร่วมมารดาที่เขาพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถถึงกลับลำ้าเอาชีวิตเขา
หลายปีมานี้เขาทำงานให้พี่ชายร่วมสายเืผู้นั้นด้วยความจงรักภักดี เื่ที่ไม่อาจเปิดเผย เื่ที่ผิดต่อศีลธรรม เพียงซ่งจื่อเซวียนสั่ง เขาก็จะคิดหาทางทำให้สำเร็จ แค่มีผู้ใต้บังคับบัญชาคนใดไม่ภักดีต่อซ่งจื่อเซวียนก็จะถูกเขาจัดการ ความพยายามทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งให้ซ่งจื่อเซวียน กองทัพที่ช่วยให้ซ่งจื่อเซวียนได้ขึ้นครองราชย์ และยังเป็กองทัพเดียวกับที่จับกุมเขา
เสียงโซ่ตรวนเท้าถูกลากดังบาดหูมาจากภายนอกห้องขัง ซ่งจื่อเฉินพลันยืดกายมองไปที่ทางเดินด้านนอก เห็นเพียงผู้คุมสองคนกำลังลากใครคนหนึ่งเดินมาทางนี้ คนคนนั้นก้มหน้า ร่างกายผอมซูบจนแทบมองเค้าร่างเดิมไม่ออก แทบจะยืนได้เพราะถูกสองคนที่ขนาบข้างลากไว้ ไม่รู้ว่าหมดสติหรือไม่ เมื่อผู้คุมเปิดประตูห้องขังที่เขาอยู่ออกก็โยนคนคนนั้นเข้ามา เขาถูกคนคนนั้นโซซัดโซเซเข้ามากอด มือที่ััเย็นเฉียบไปถึงหัวใจ
“มู่ชิว มู่ชิว...”
ซ่งจื่อเฉินกัดริมฝีปาก สุดท้ายก็อดทนต่อความป่าเถื่อนไร้มารยาทของผู้คุมพวกนั้น ก้มหน้าเรียกคนที่ไม่ขยับเขยื้อนในอ้อมกอดเบาๆ ประคองอีกฝ่ายให้พิงหน้าอกด้วยความระมัดระวัง แล้วปัดผมยาวที่ปรกใบหน้าด้านข้างออกอย่างอ่อนโยน ก่อนจะสังเกตเห็นรอยเืตรงมุมปากในทันที
“ท่านอ๋อง...”
คนในอ้อมแขนเรียกอย่างอ่อนแรง พยายามดันตัวขึ้น ทว่าในสายตาของซ่งจื่อเฉินกลับเป็แค่การดิ้นรนด้วยแรงอันน้อยนิด ในใจของเขาเ็ปเหลือคณา รีบกระชับกอดคนที่ใกล้หมดแรงเต็มที พลางเช็ดคราบเืตรงมุมปากให้ด้วยความระมัดระวัง “อย่าขยับ พื้นเย็น เจ็บหรือไม่ ไม่สบายตรงไหน”
ดูเหมือนมู่ชิวจะไม่มีแรงขยับเขยื้อนอีกต่อไป นอนนิ่งๆ อยู่ในอ้อมกอด เพียงแต่หนาวสั่นไม่หยุด พอได้ยินคำถามของซ่งจื่อเฉินก็พยายามส่งยิ้มออกมา หลับตาพลางส่ายหน้าเล็กน้อย ขอบตาของซ่งจื่อเฉินร้อนผ่าว ลูบแก้มที่ซูบซีดของมู่ชิวอย่างแ่เบาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง “ซ่งจื่อเซวียนเสนอเงื่อนไขอะไรให้เ้าใช่ไหม... เขา้าให้ข้าตาย แต่ก็ไม่สะดวกจะฆ่าข้า หากข้าตาย เขาจะปล่อยเ้า มอบยาถอนพิษให้เ้าใช่หรือไม่...”
พิษที่อยู่ในร่างกายมู่ชิวเป็เื่ที่ซ่งจื่อเฉินในยามนี้รู้สึกผิดและเสียใจมากที่สุด ตอนนั้นมู่ชิวถูกส่งให้มาเรียนหนังสือเป็เพื่อน จากนั้นเขาก็ฟังคำของพี่ใหญ่ บังคับให้คนผู้นี้กินยาพิษหงรัญจวน เดิมคิดว่าขอเพียงมอบยาถอนพิษให้ตามเวลาคงมิเกิดอะไรใหญ่โตอันใด ทว่าร่างกายของคนในอ้อมแขนกลับถูกพิษกัดกร่อนทีละนิด เวลาเพียงสิบกว่าปี เด็กหนุ่มที่เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ก็อ่อนแอจนมีสภาพเช่นตอนนี้ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขายังคร้านแม้แต่จะเหลือบมองคนผู้นี้ ถึงขนาดไม่ได้สนใจว่าคนผู้นี้เริ่มกระอักเื อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงจนเป็แบบนี้ั้แ่เมื่อใด ทว่ายามนี้เขากลับหวาดกลัวอย่างบ้าคลั่งต่อความเป็ไปได้ที่จะสูญเสียคนในอ้อมกอดไป
“ท่านอ๋อง อย่า อย่าไปเชื่อ สิ่งที่เขาพูด...เขาไม่มีทาง ไม่มีทางปล่อยพวกเรา...”
บางทีเขาอาจพูดได้ตรงจุดเข้าแล้ว ทันใดนั้นมู่ชิวก็ดึงแขนเสื้อของซ่งจื่อเฉินด้วยความร้อนใจ พยายามฝืนพูดให้จบด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่กลับพูดได้เพียงสองประโยคก็ทนต่อไปไม่ไหว เอี้ยวตัวยกมือปิดปาก ไอโขลกสองทีก็มีหยดเืสีแดงสะดุดตาหยดออกมาจากหว่างนิ้ว
“มู่ชิว!”
ซ่งจื่อเฉินร้องเรียกด้วยความกระวนกระวาย หลังจากมู่ชิวไอเป็เืออกมาครั้งแรกก็หยุดไม่ได้อีกต่อไป ร่างกายก็เริ่มเป็ชักเกร็ง เหงื่อออกท่วมเสื้อผ้าเนื้อบางในชั่วพริบตา ซ่งจื่อเฉินรู้ดีแก่ใจว่าพิษในร่างกายของมู่ชิวกำเริบอีกแล้ว แต่กลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ทำได้เพียงช่วยลูบหลัง พูดเสียงสะอื้น “เ้าใจเย็นๆ ข้าก็แค่...ก็แค่ไม่อยากให้เ้าต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าเช่นนี้ ข้าทำร้ายเ้ามามากพอแล้ว...”
“มู่ชิว...ไม่เสียใจ ท่านอ๋อง...”
มองคราบน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าคนตรงหน้า ทันใดนั้นมู่ชิวก็ยิ้มบางๆ รวบรวมกำลังภายในเฮือกสุดท้ายซึ่งหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดข่มพิษที่กำเริบ พยายามยันตัวลุกขึ้น ยกมือกดศีรษะคนตรงหน้าลงมาลูบอย่างแ่เบาพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เฉินเอ๋อร์ อย่าร้องไห้...”