"หลับตา วางความคิดลง"
"ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้า"
"หายใจเข้าให้รู้ หายใจออกให้รู้" เสียงอาจารย์วิชาพระพุทธศาสนาที่นำนักเรียนนั่งสมาธิในคาบเรียนดังขึ้น
จุดเริ่มต้นในการสนใจนั่งสมาธิของณรัชต์ก็คงเริ่มจากสมัยมอปลายนี่ล่ะ เขาชอบการสอนวิชาการในหนังสือสลับสอนการฏิบัติของวิชานี้จริง ๆ
แต่่ชีวิตที่แล้วกว่าเขาจะฝึกจริงจังก็หลังจากจบมหาวิทยาลัย แล้วมีโอกาสได้บวชกับหลวงตาคราวนั้น......
เข้าสู่่ใกล้สอบปลายภาคของเทอมหนึ่ง หลังจากเขามาที่่เวลานี้ได้สามสัปดาห์กว่า
ณรัชต์กำลังเหงื่อตกจากการนั่งอ่านหนังสือทบทวนวิชาเรียนใน่เย็นวันหนึ่ง
ด้วยวิชาที่เรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่เขาได้ส่งคืนอาจารย์ไปหมดแล้วั้แ่เรียนจบ และยิ่งวิชาที่ไม่ได้ใช้เป็พื้นฐานในการทำงานเขายิ่งลืมไปหมด
เต้ก็อ่านหนังสือไปเกาหัวไปในที่นั่งข้าง ๆ ส่วนวิทย์นั่งอ่านการ์ตูนอย่างสบายอารมณ์
เขาเหลือบมองวิทย์แล้วถอนหายใจ
วิทย์ดูเป็คนที่น่าจะเป็คนย้อนเวลามามากกว่าเขาซะอีก
หลายคนคงเคยมีเพื่อนร่วมชั้นแบบวิทย์ซักคน คนที่วันๆ ไม่เห็นมันอ่านหนังสือหรือตั้งใจเรียน แต่พอถึงเวลาสอบเมื่อไหร่คะแนนกลับไม่เคยหลุดสามอันดับแรกเลยในแต่ละวิชา
แต่เพราะคะแนนเก็บกับจิตพิสัยโดนหักแทบเกลี้ยงหมดทุกวิชาเหมือนกัน เมื่อรวมเป็เกรดออกมาจึงทำให้วิทย์ไม่ได้อันดับต้นๆ ของห้อง
แต่มันบอกไม่สนใจเกรดเฉลี่ยอยู่แล้ว เพราะไม่ค่อยมีผลในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ก็จริง รุ่นเขามันวัดกันที่คะแนนสอบล้วน ๆ นี่นา
"นะ นะ นะ นะ"เสียงเต้ที่เรียกณรัชต์พร้อมสะกิดเขายิก ๆ
"หืม" เขาเงยหน้าจากหนังสือ
"ทิศทางสามนาฬิกา"เสียงเต้บอกพิกัด
ณรัชต์ปรับองศาตามพิกัด ก็มองไปเห็น เด็กสาว สูง รวบผมยาวเปิดหน้าผากมน สวยจัดตามแบบลูกครึ่ง
"น้องบีน่า" เสียงเต้บรรยายภาพ
"มอต้นเรียนที่สตรี.... แล้วย้ายมาต่อมอปลายโรงเรียนเรา"เต้หมายถึงโรงเรียนสตรีแห่งเดียวในจังหวัด
"ลูกครึ่ง พ่ออังกฤษ" จังหวัดพวกเขาลูกครึ่งเยอะอยู่แล้ว
"สูงร้อยหกสิบห้า"ข้อมูลยังหลั่งไหล
"มอสี่ ห้องสาม สีชมพู " ท้ายเสียงมีแววเสียดาย ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเสียดายที่อยู่คนละสี ไม่มีโอกาสร่วมกลุ่มกิจกรรมกัน
อันที่จริงไม่ต้องฟังเต้ ข้อมูลพวกนี้เขาก็รู้
่ชีวิตที่แล้วเขาจำได้ว่าน้องบีน่าคนนี้ถือเป็หนึ่งในความภูมิใจของโรงเรียน
ก็นะ ศิษย์เก่าเป็ดาราดังไม่ใช่จะมีบ่อย ๆ ดังนั้นเวลามีงานคืนสู่เหย้าหรืองานศิษย์เก่า ทางโรงเรียนจึงเชิญเธอมาแทบจะทุกครั้ง
จนลับสายตา เต้ก็วางหนังสือ หันมาพยักหน้ากับณรัชต์
"ถึงโรงเรียนเราจะผู้หญิงน้อย แต่อุดมไปด้วยคุณภาพเนอะ"เขาพยักหน้ารับ
ั้แ่ต้นจนจบวิทย์ก็ยังไม่ได้เงยหน้าจากการ์ตูน
"นี่แกยังมีความเป็ผู้ชายอยู่หรือเปล่า"เสียงเต้ประณาม
ณรัชต์หลุดขำเมื่อนึกถึงอนาคตของทั้งคู่
คนโสดจนสามสิบกว่าประณามคนมีลูกสองคนเื่ความเป็ผู้ชาย
ในตอนค่ำที่ห้องพัก ณรัชต์เปิดทีวีดูข่าวไปเรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเอะใจกับข่าว หรือเื่อะไรบ้าง
เพราะยังคิดไม่ออกว่าตอนที่ตลาดหุ้นซบเซา่นี้ มีหุ้นจากธุรกิจอะไรได้ประโยชน์กันนะ
ที่จริงเขาก็พอคิดออกอยู่หนึ่งอย่าง
นั่นคือ กลุ่มบริษัทส่งออกอาหาร
ในตลาดซบเซาหลังต้มยำกุ้ง ที่เงินบาทขึ้นทะลุห้าสิบบาทต่อดอลลาร์
ขายกุ้ง ขายปลา ขายหมู ฝรั่งจ่ายหนึ่งร้อยดอลลาร์ แปลงเป็เงินไทยได้เงินมา สองพันห้าร้อยบาท
พอเงินบาทลอยตัว ขายไปเท่าเดิม ฝรั่งก็จ่ายเท่าเดิม แต่แปลงเป็เงินไทย กลายเป็ได้เงินห้าพันบาท
จะไม่ให้กำไรพุ่งทะยานได้ยังไงล่ะ จริงไหม?
แต่...... ใน่ชีวิตที่แล้วของณรัชต์ที่อยู่ในตลาดหุ้น เขามีกฎข้อนึงที่ให้ไว้กับตัวเอง
ไม่ซื้อหุ้น บริษัทที่ค้าขายชีวิตสัตว์
แม้จะเป็ตอนนี้เขาก็ยังยึดถือกฎนี้อยู่.....
---------------------------------------
หุ้นคืออะไร สมมุติว่าคุณมีร้านก๋วยเตี๋ยวขายได้ดีมาก กำไรปีละ 10 บาท คุณอยากจะขยายสาขาสอง แต่ไม่มีเงินและไม่อยากไปกู้ยืมเพราะเสียดายค่าดอกเบี้ย
คุณจึงนำหุ้นร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณ 30 เปอร์เซ็นต์มาขายในตลาด
คนในตลาดเห็นว่าร้านก๋วยเตี๋ยวกำไรดีปีละ 10 บาท ถ้าซื้อด้วยราคา 100 บาท ขายสิบปีก็คืนทุน
จึงตีราคาร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณราคา 100 บาท
เมื่อคุณนำหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์มาขาย คุณจึงได้รับเงิน 30 บาทไปขยายสาขาสอง
แล้วคนที่ซื้อหุ้นได้อะไร มีสองอย่าง
หนึ่ง เมื่อร้านก๋วยเตี๋ยวมีกำไรสิบบาท หากนำกำไรมาแบ่งกันตามสัดส่วนทั้งหมด คนที่ซื้อหุ้น สามสิบเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้เงิน สามบาท (ปกติจะไม่แบ่งหมดเพราะจะเก็บกำไรส่วนหนึ่งไว้ลงทุนเพิ่ม)
สอง เมื่อร้านก๋วยเตี๋ยวมีสองสาขาแล้ว กำไรก็จะเพิ่มเป็ปีละ ยี่สิบบาท จากกำไรของสองสาขารวมกัน ถ้ามีคนอยากซื้อหุ้นก๋วยเตี๋ยวสามสิบเปอร์เซ็นต์ต่อจากคนในตลาดตอนนี้อาจต้องจ่ายถึง 60 บาท
------------------------
ณรัชต์ กำลังอ่านคอลัมน์เศรษฐกิจเอเชียในหนังสือพิมพ์ธุรกิจอย่างติดพัน
'ผลกระทบจากต้มยำกุ้งพาเอาเศรษฐกิจทั้งเอเชียซึมยาวตามกันไปหมด จะภูมิใจดีไหมเนี่ย ชาติเรามีอิมแพคต่อโลกเยอะขนาดนี้' เขานึก
จู่ๆ ก็มีมือมากระตุกหนังสือพิมพ์ไปจากมือณรัชต์ พร้อมเสียงทักทาย
"ว่าไงเด็กปืน มาโรงเรียนเช้านะเรา คืนนี้มีแมตช์เจอกัน ไหวไหมคืนนี้"คนกระตุกหนังสือพิมพ์ไป พลิกหน้าหนังสือพิมพ์ในมือไปมา แล้วเงยหน้ามองเขาทำหน้างง ๆ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอหนังสือพิมพ์ธุรกิจแทนที่จะเป็หนังสือพิมพ์ฟุตบอล
"ดูกันยาว ๆ เดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์ " ณรัชต์ตอบ ต้น เพื่อนร่วมห้องแฟนทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้กำลังฮึกเหิมจากการเป็แชมป์ฤดูกาลก่อน
เขาจำไม่ได้หรอกว่าการแข่งขันคืนนี้จะเป็ยังไง แต่ก็จำได้ว่า่เวลานี้มีเพียงทีมของพวกเขาสองทีมเท่านั้นที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กัน
"แต่ยากหน่อยนะผีกับปืนปีนี้ ทีมเราได้จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายมาแล้ว"เสียงสอดแทรกจากแฟนบอลลิเวอร์พูลที่เพิ่งสะพายกระเป๋าเดินเข้าห้องมาพร้อมหนังสือพิมพ์ฟุตบอลในมือ
เขากระตุกหนังสือพิมพ์คืนจากมือของต้น พร้อมกล่าวเตือน
"เพลา ๆ กันบ้างนะ ดูกีฬาให้เป็กีฬา "เขาอดกล่าวเตือนถึงกิจกรรมฮิตของนักดูฟุตบอล นั่นคือการพนันบอลซึ่งแพร่หลายมากใน่เวลานี้
"มันคือการลงทุน เว้ย"ต้นเถียง
"มันไม่ใช่การลงทุน ความเสี่ยงสูง และมีโอกาสในการสูญเสียเงินต้นไปทั้งหมดแบบนั้น"
"การลงทุนมีความเสี่ยง" ต้นเถียงข้าง ๆ คู ๆ ขณะเปลี่ยนเป้าหมายเดินไปยืมหนังสือพิมพ์กับเพื่อนที่เพิ่งเข้าห้องมา
ณรัชต์ได้แต่กรอกตา ถอนหายใจ ก่อนก้มลงอ่านคอลัมน์เดิมต่อ
'จีนนี่แกร่งจริง เริ่มฟื้นตัวก่อนเพื่อนเลย' แม้ตอนนี้จะเศรษฐกิจจะยังไม่เท่ากลุ่มประเทศ G 7 ทั้งหลาย แต่ใน่ชีวิตที่แล้วของเขา จีนก็ขึ้นมาเป็เบอร์สองของเวทีเศษฐกิจโลกแล้ว
'มีธุรกิจอะไรในบ้านเราพอจะได้ประโยชน์กับจีนตอนนี้บ้างนะ'
ไม่มีคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ตให้ค้นข้อมูลนี่ยุ่งยากจริง ๆ ตอนเย็นค่อยชวนเต้กับวิทย์ไปร้านเน็ทแล้วกัน
หลังเลิกเรียน ที่ร้านอินเทอร์เน็ท
ณรัชต์ กำลังค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ตซึ่งมีน้อยมาก เห็นเพียงว่าจีนขยายตัวจากการลงทุนในอุตสาหกรรมหนักในประเทศเอง ไม่ได้มาจากส่วนค้าขายกับต่างประเทศ จึงไม่น่ามีหุ้นนำเข้าส่งออกที่ได้ประโยชน์
แต่ยุคนี้หาข้อมูลยากจริง ๆ
่ชีวิตที่แล้วของเขา เว็บไซต์บริษัทต่าง ๆ ล้วนมีข้อมูลครบครัน จะดาวน์โหลดมาอ่านก็สะดวก
แต่ยุคนี้จะโหลดรูปน้องเบเบ้ไม่กี่รูปยังช้าเลย เฮ้ออออ
แล้วข้อมูลอื่น ๆ จะมีให้โหลดอ่านได้ที่ไหน
"เชี่ยวิทย์ ห้ามบุกเร็วสิวะ เอาเซิร์กลิ่งแกกลับไปเลย ขอสร้างทหารก่อน"เสียงเต้โวยวายอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ จากการเล่นเกมาวางแผนแล้วโดนวิทย์โจมตีอย่างรวดเร็ว
"เออ "เสียงวิทย์ที่เล่นเกมด้วยกันกับเต้ตอบรับ
สามนาทีผ่านไป
"เชี่ยวิทย์เอาลูเคอร์กลับไปก่อน ยังไม่สร้างเครื่องสแกนเลย" เสียงเต้ยังประท้วงวิทย์ที่เอายูนิตที่มุดดินได้มาโจมตี
เขาค้นข้อมูลเท่าที่พอหาได้ไปเรื่อย ๆ
"ยอม ๆ เอาโอเวอร์โหลดขนไฮดรามาเยอะขนาดนี้ ไม่ไหว ยอมก็ได้วะ "เสียงเต้ประกาศยอมแพ้เพราะวิทย์ขนเอาทหารจำนวนมากมาโจมตีถึงกลางฐาน
หืม........ ขน
จริงสิ ก็มีนี่นาหุ้นที่พอเกี่ยวข้องกับจีน
