บทที่25
คนของสำนักคุ้มภัย
หลี่หยุนออกจากบ้านบริเวณชานเมืองของตนเองมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย
เดินทางเข้าไปบริเวณด้านหลังเมืองหลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนจำนวนมากของสำนักคุ้มภัยมุ่งตรงไปที่สำนักเทพปฐี
การที่2 สำนักนี้มาเผชิญหน้ากันเื่ไม่ใช่เื่ดีอยู่แล้วเพราะว่าทั้ง2 สำนักต่างมีเื่บาดหมางกันมาั้แ่เมื่อก่อน
เพราะแบบนั้นเมื่อได้ยินเกี่ยวกับเื่ที่ว่ามีกลุ่มคนของสำนักคุ้มภัยเดินทางไปเขาเองก็รีบวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานเขารีบวิ่งอย่างสุดแรงเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นได้รวดเร็วที่สุด
ได้เดินทางมาถึงก็พบเจอศิษย์ของสำนักคุ้มภัยจำนวนมากที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสำนัก
พวกมันจำนวนมากที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักมีประมาณ20-30 คนสวมใส่ชุดสีขาวภายในมือบางคนถือพองบางคนถือดาบ
หลี่หยุนมองเห็นว่าพวกมันยังคงยืนอยู่บริเวณด้านหน้าก็ยังไม่ได้บุกเข้าไปบริเวณด้านใน
หลี่หยุนเห็นเช่นนั้นก็รีบเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วเขาเดินผ่านล่างของพวกมันที่กำลังยืนขวางกั้นอยู่
จากนั้นก็เดินไปที่บริเวณประตูหมายของสำนักที่ถูกปิดเอาไว้ทั้งสองข้างยกขึ้นด่านประตูเปิดเข้าไปด้านใน
สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าศิษย์สำนักคุ้มภัยที่ยืนอยู่เป็อย่างมากตาของพวกมันเลยตอนนี้สับสนและไม่เข้าใจกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า
มันจ้องมองเขาเป็ตาเดียวราวกับว่าพวกมันกำลังจะตั้งคำถามภายในใจว่าเขานั้นเป็ใครกันแน่
หลี่หยุนจากที่ดันประตูสำนักเปิดก็พบเห็นว่าเจียนเจี๋ยเขากำลังยืนถือดาบรออยู่บริเวณด้านหลังประตูราวกับกำลังจะตั้งรับคนพวกนั้น
เมื่อประตูเปิดออกมาเจียนเจี๋ยยืนรออยู่บริเวณด้านหลังประตูเห็นว่าผู้ที่เปิดประตูไม่ใช่คนของสำนักคุ้มภัยแต่เป็หลี่หยุน
เขาเองก็ผ่อนคลายร่างกายของตนเองลงเขายึดร่างกายตรงขึ้นแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ก่อนที่จะใช้ดวงตาไปมองบริเวณด้านหลังของหลี่หยุนแล้วมองเห็นว่ามีคนของสำนักคุ้มภัยจำนวนมากกำลังยืนอยู่
เช่นนั้นก็ยกดาบภายในมือของตนเองขึ้นมาเตรียมพร้อมต่อสู้อีกครั้ง
“ เก็บดาบลง… ” หลี่หยุนพูดขึ้นอย่างรวดเร็วยกมือห้ามคนผู้นั้น
และดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจเมื่อได้ยินคำสั่งก็ทำการเก็บอาวุธภายในมือของตนเองลง
หลี่หยุนโอกาสนั้นในการหันหลังของตัวเองไปหาพวกที่ยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าประตูสำนัก
ในขณะเดียวกันคนพวกนั้นเองก็สับสนด้วยเช่นเดียวกันตาของพวกมันในตอนนี้มองตรงมาที่เขาด้วยคำถาม
“ พวกเ้าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุอันใดกัน? ” หลี่หยุนเป็ผู้ที่ถามก่อนเป็อันดับแรก
ขณะที่เขาเอ่ยถามออกไปพวกมันเองก็ยังแสดงใบหน้าสับสนหนึ่งในตัวแทนของคนพวกนั้นทำการพูดขึ้นมา“ เ้าเป็ผู้ใด? ”
หลี่หยุนเงยใบหน้าของตนเองขึ้นเล็กน้อยคิดแล้วก็กล่าวออกไป“ ถ้าจะให้พูดง่ายๆตัวของข้าก็เป็อาจารย์ของสำนัก ”
ได้ยินเช่นนั้นพวกมันแสดงใบหน้าประหลาดใจและก็หันใบหน้ามองกันและกันไปมา
พวกมันหันใบหน้าของตนเองมองกันและกันไปมาด้วยความสับสนสักพักมันก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างพร้อมเพียง “ ฮ่าๆๆๆ ”
มันทั้งหมดส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพียงกันด้วยเสียงดังลั่นหัวเราะของพวกมันหลายสิบคนดังไปทั่วทั้งถนน
ผู้คนจำนวนหนึ่งที่เดินอยู่บริเวณนี้ต่างพากันหันมามองเป็ตาเดียวหลี่หยุนในขณะที่มองเห็นพวกมันกำลังหัวเราะใบหน้าของเขาเริ่มบึ้งตึงและจริงจังมากขึ้น
ขณะเดียวกันดวงตาทั้งสองข้างก็เก็บความเ็าเอาไว้เขายืนมองพวกมันที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานด้านหน้าของตนเองอยู่เช่นนั้น
จนในเวลาต่อมาเสียงหัวเราะของพวกมันก็ค่อยๆเงียบลงพวกมันได้ทำการสรุปเสียงหัวเราะของตนเองลงในครั้งเดียว
แล้วก็ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสุดเขาเคยเห็นมันมาแล้วมันเป็ตัวแทนของสำนักคุ้มภัยชายร่างกายสูงใหญ่ก้าวเท้ามาด้านหน้า
ภายในมือของมันถือพองไม้สีดำเอาไว้ดวงตาของมันในตอนนี้มองตรงมาที่หลี่หยุนแล้วพูดออกมาด้วยถ้อยคำที่ดูถูกว่า “สำนักเทพปฐีที่ยิ่งใหญ่ภายในอดีตตอนนี้ล่มสลายแล้วอย่างนั้นหรือ!!!ไม่คิดว่าจะตกต่ำถึงขนาดเอาบุรุษหนุ่มที่มีระดับลมตันเพียงแค่นี้มาเป็อาจารย์ ”
มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังดวงตามองตรงมาที่หลี่หยุนด้วยแววตาที่ดูถูก
หลี่หยุนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยใบหน้าของเขาอย่างดีแม้ว่าจะแสดงรอยยิ้มแต่มันก็เ็าเป็อย่างมาก
หลี่หยุนเองกำลังยืนอยู่เขาเองก็คงจะไม่รู้สึกตัวเช่นเดียวกันว่าตนเองกำลังแสดงรอยยิ้มที่สยดสยองออกมา
“ ข้าถามว่าพวกเ้ามาทำอันใดที่สถานที่แห่งนี้? ”
ย้ำถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้นในขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ด้านหน้าที่กำลังกล่าวอย่างดูถูกมันก็ได้มองตรงมาที่เขา
“ เดินทางมาวันนี้เป็เพราะว่าจะเอาสิ่งนี้มาให้เป็สัญญา ”ตัวของมันพูดขึ้นพร้อมกับนำแผ่นกระดาษแผ่นนึงออกมาจากเสื้อยืดมาให้กับเขา
หลี่หยุนไม่ได้รับแผ่นกระดาษแผ่นนั้นมาเขาใช้ดวงตาของตนมองรายละเอียดของแผ่นกระดาษที่ยังคงอยู่บนมือของมัน
เมื่อได้ลองอ่านมันอย่างละเอียดแล้วจึงส่งเสียงหัวเราะภายในลำคอออกมา“ หึ!!! หึ!!! หึ!!! ”
ในขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ด้านหน้าที่ได้ยินเสียงหัวเราะภายในลำคอร่างกายของมันหยุดนิ่ง
ชายผู้นั้นเห็นผู้ที่มีวรยุทธต่ำกว่าตนเองด้านหน้าส่งเสียงหัวเราะหน้าของมันก็เริ่มจริงจังคิ้วทั้งสองข้างหมดเข้าหากัน
“ เ้าหัวเราะทำไม!!! ” มันแค่นเสียงออกมาอย่างจริงจัง
“ ข้าเพียงแค่ขำเท่านั้นเหตุใดถึงเอาใบสัญญาพวกนี้มาให้สำนักเทพปฐีภายในนั้นเขียนว่าข้าตัวของพวกข้านำทรัพยากรใดเข้ามาภายในเมืองต้องส่งให้กับสำนักคุ้มภัยห้าส่วน”
“ เพราะแบบนั้นจะไม่ให้ข้าหัวเราะได้อย่างไรสัญญานี้ช่างไร้สาระพวกเ้ากลับไปซะ” หลี่หยุนพูดขึ้นมาพร้อมกับสะบัดมือไล่พวกมันไป
เมื่อเขาแสดงท่าทางเช่นนั้นก็ราวกับว่าเพิ่มความโกรธภายในใจให้กับพวกที่อยู่ด้านหน้ามันเริ่มแสดงใบหน้าที่จริงจังมากขึ้น
ยิ่งเป็คนที่อยู่ด้านหน้าสุดเมื่อโดนไล่เช่นนั้นตอนนี้ใบหน้าของมันแดงก่ำฟันภายในปากกัดกระทบกันแน่นบ่งบอกถึงความรู้สึกได้อย่างชัดเจน
ก็เห็นพูดที่อยู่ด้านหน้ายืนโกรธจนควันออกหูแต่ว่าก็ยังคงไม่ยอมขยับ
หลี่หยุนเขาเลยถือโอกาสนี้ทำให้พวกมันมันขยับโดยการยื่นมือออกไปแล้วก็ฉีกแผ่นกระดาษที่อยู่ภายในมือของมัน“ ขาดไปแล้วทีนี้พวกเ้าก็ไม่มีธุระแล้วกลับไปซะ ”
เขาฉีกกระดาษแผ่นนั้นขาดภายในมือของมันยิ่งเพิ่มความโกรธให้มันมากขึ้นไปอีก
ชายผู้นั้นไม่สามารถสยบอารมณ์ความโกรธของตนเองได้มันยกไม้พลองภายในมือของตนเองขึ้นพร้อมกับะโส่งเสียง “ ตายซะ!!! ”
มันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วอาวุธภายในมือของมันง้างออกพร้อมกับโจมตีเขา
หลี่หยุนยืนอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งมองตรงไปที่คนผู้นั้นที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาใช้ดวงตาของตนเองประเมินพลังของมันพร้อมกับกล่าวภายในใจของตนเอง “ระดับต้นปราณขั้นหก อยู่เหนือกว่าเราถึงสามขั้นแต่ว่านั้นก็ไม่ใช่ปัญหา ”
หลี่หยุนไม่ได้แสดงท่าทางเกรงกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยขณะที่ชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าพุ่งทะยานเข้ามาหาตนเอง
ร่างกายของเขาขยับเขยื้อนอย่างเป็จังหวะเท้า1 ข้างยื่นออกไปด้านหน้าร่างกายของเขาปักหลักมั่นคงดุจดั่งต้นไม้ใหญ่
ลมหายใจถูกสุดเข้าไปภายในปอดลมปราณจำนวนมหาศาลขับเคลื่อนออกมาจากแก่นิญญา
หลี่หยุนง้างหมัดของตัวเองไปบริเวณด้านหลังรวมลมปราณมหาศาล ในขนาดนั้นเองชั่วพริบตาที่คนผู้นั้นพุ่งเข้ามาจนถึงในระยะออกหมัด
เจียนเจี๋ยที่อยู่ด้านหลังยืนมองอย่างตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างของมันเบิกกว้างร่างกายจะขยับเขยื้อนเข้าไปช่วย
แต่ว่าอยู่ๆเท้าทั้งสองข้างของมันก็ไม่สามารถขยับได้บุรุษหนุ่มผู้นี้สามารถััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ปล่อยออกมาจากร่างของหลี่หยุน
หลี่หยุนกำลังยืนอยู่ออร่าลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากทักษะปรากฏเป็ออร่าสีม่วงเข้ม
“ หมัดกระแทก!!! ” หลี่หยุนทำการปล่อยหมัดออกไป
หมัดของเขาที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณอันแข็งแกร่งทะยานเข้าไปหาร่างกายของคนผู้นั้น“ ปั้ง!!! ”
เสียงมันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับว่าเป็เสียงของฟ้าผ่าลมปราณมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาจากหมัดทะลวงอาวุธของคนผู้นั้นที่ถืออยู่ภายในมือหักจนเป็2 ท่อน ไม่เพียงเท่านั้นบัดนั้นยังทะลวงเข้าทางร่างกายของมันอีก
หลี่หยุนใช้หมัดเพียงแค่หมัดเดียวในเสี้ยววินาทีในการะเิพลังทะลวงเข้าไปที่กลางร่างกายของคนผู้นั้น
ร่างของศิษย์ของสำนักคุ้มภัยโดนโจมตีเข้าไปครั้งเดียวเท่านั้นมันถึงกับหระอักโลหิตออกมาเป็จำนวนมากร่างกายกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตรนอนแน่นิ่งลงไปกับพื้น
ผู้นั้นนอนนิ่งลงไปกับพื้นหมดสติในทันทีหลังจากที่โดนการโจมตีหลี่หยุนที่ปล่อยการโจมตีออกไปร่างกายของเขาค่อยๆลุกยืนขึ้นมาอยู่ในท่ายืนตรง
มุมปากปรากฏรอยยิ้มพร้อมกับมองกำปั้นของตนเองพร้อมกับพูดภายในใจ“ เยี่ยมทักษะนี่… ”
การที่ความรุนแรงของการโจมตีรุนแรงขนาดนั้นเป็เพราะว่าได้พลังจากทักษะเข้ามาช่วยส่งเสริม
ในขณะที่เขากำลังยินดีกับทักษะหมายที่ตนเองสร้างขึ้นมาได้ผู้ที่อยู่บริเวณรอบๆกำลังจ้องมองอย่างตกตะลึง
รวมไปถึงเจียนเจี๋ยกำลังยืนอยู่บริเวณด้านหลังเขาจ้องมองแผ่นหลังของหลี่หยุนก็ถามภายในใจของตนเองด้วยความตกตะลึง“ ทำได้อย่างไรกัน!! ”
“ ผู้ที่มีขอบเขตลมปราณต่ำกว่าถึง 3 ขั้นเหตุใดถึงเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีลมปราณแข็งแกร่งกว่าตนเองถึง3 ขั้นได้ในการโจมตีครั้งเดียว ”
ตอนนี้เขากำลังใกับสิ่งที่มันปรากฏขึ้นด้านหน้าของตนเองภายในหัวของมันเต็มไปด้วยคำถามว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเป็สัตว์ประหลาดตนใดกันแน่
…