ตอนที่ 16 เจออันหยวนเฟิง (2)
เจ้าของที่ดินเกายังตื่นตระหนกไม่หาย พูดอะไรไม่ออกสักคำ สถานการณ์เช่นนี้ทำเอาเขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ปกติยามอยู่ในหมู่บ้าน มีแต่เขาพามือดีกับพวกคนงานเบ่งบารมีไปทั่ว คราวนี้เขามีกำลังคนไม่พอ อีกฝ่ายมีคนมากกว่า ทั้งยังมีคนของทางการเข้ามาด้วยทำให้ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“พี่หญิงรอง ใบหน้าท่านเจ้าของที่ดินเกาทำไมจึงมีแต่ดินโคลนเต็มไปหมดเล่า” อันหยวนเซิงหัวเราะ เขายังเด็ก ไม่รู้ว่าสถานการณ์เมื่อครู่อันตรายเพียงใด รู้สึกเพียงว่าสนุกมาก
เจ้าของที่ดินเกาจึงค่อยเช็ดถูดินโคลนบนใบหน้าออก “เสี่ยวเย่ว์ วันนี้ลุงเกาต้องขอบใจเจ้าแล้ว หากไม่มีเจ้า ลุงเกาคงจบสิ้นไปแล้ว”
“ท่านลุงเกาเกรงใจแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์ช่วยเจ้าของที่ดินเกาเช็ดหน้า “เมื่อครู่ทาดินโคลนบนหน้าท่านด้วยเหตุสุดวิสัย ทางการมาจับคน ท่านเป็นเจ้าของร้านข้าวสาร ตามหลักแล้วไม่ควรออกมา”
“ใช่แล้ว! ข้าออกมาเช่นนี้ ต่อไปจะบอกกับทางการว่าอย่างไร” เจ้าของที่ดินเการ้อนใจ
“แต่พอพอกโคลนแล้วก็สามารถออกมาได้!” อันเสี่ยวเย่ว์รีบกล่าวว่า “ถึงตอนนั้น คนของทางการมาหาท่าน ท่านก็แค่บอกว่าก่อนที่คนของตระกูลเซวียจะมา ท่านได้ออกมาแล้ว สถานการณ์ตอนนั้นวุ่นวายขนาดนั้น ตอนพวกเราบุกฝ่าออกมา ทหารที่พวกเราพบเจอไม่เห็นหน้าท่านด้วยซ้ำ ส่วนคนของร้านข้าว เกรงว่าก็คงไม่รู้เรื่องราวอะไร ต่อให้มีคนบอกว่าท่านอยู่ด้วย ท่านแค่ยืนกรานว่าท่านออกมาก่อนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้ว เช่นนี้ท่านก็ไม่ได้เข้าร่วมวงทะเลาะวิวาท เรื่องก็ต่างกันแล้ว”
“แต่ว่า พวกคนงานถูกจับตัวไปหมดแล้ว” เจ้าของที่ดินเกายังกังวลใจอยู่นิดหน่อย
“อย่างนั้นก็ใช้เงินสักเล็กน้อย เอาตัวคนออกมา ท่านลองนึกดูสิ พวกเขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องถึงที่ ท่านเป็นเจ้าทุกข์! หากคนของทางการไม่เลวร้ายมาก ก็ปล่อยคนง่ายหน่อย ต่อให้ทางการมือสกปรก จ่ายเงินไปสักก้อน หาเส้นสายวิ่งเต้นอีกหน่อย ข้าคิดว่าท่านเป็นเจ้าของที่ดินขนาดนี้แล้ว ในอำเภอก็มีร้านค้าของท่าน น่าจะพอมีเส้นสายสัมพันธ์อยู่บ้างกระมัง ขอเพียงท่านไม่โดนจับตัวไปด้วย ท่านก็ยังวิ่งเต้นอะไรได้บ้าง” อันเสี่ยวเย่ว์แนะวิธีให้เจ้าของที่ดินเกา “พอกลับไปแล้ว ให้ทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รอให้คนของทางการมาถามหาท่าน”
“ได้ ได้เลย! อย่างนี้น่าจะได้ พอข้ากลับไปแล้ว จะส่งคนไปจัดการ ขอเพียงข้าไม่ถูกจับเข้าคุก ทุกอย่างก็มีทางจัดการได้” เจ้าของที่ดินเกานับว่าตั้งสติได้แล้ว เขารู้สึกว่ายังสามารถยืมเรื่องในคราวนี้ จัดการกับตระกูลเซวียได้อีกด้วย
“คิดไม่ถึงว่าตระกูลเซวียกล้าทำเช่นนี้กับข้า กล้ามาหาเรื่องกันต่อหน้า ข้าก่อกวนการค้าพวกเขาไปรายหนึ่งก็จริง แต่ข้านึกไม่ถึงว่าพวกเขายังกล้าเอาคืน ทั้งยังมาเอาคืนเร็วขนาดนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเลวทรามต่ำช้า แต่ความแค้นของลูกข้า ข้าต้องเอาคืนแน่ หม่านไฉลูกชายคนเดียวของข้าเกือบตายเพราะยาปลอมของพวกเขา ข้าจะไม่ยอมรามือง่ายๆ แน่” เจ้าของที่ดินเกากำหมัด เขาเป็นเสือกระดาษ แต่เพื่อลูกชายแล้วจะเป็นเสือตัวจริง
“ท่านลุงเกา ทุกอย่างขอให้ระวังด้วย!” อันเสี่ยวเย่ว์ได้แต่พูดเช่นนี้ นางดูออกว่าเจ้าของที่ดินเกาตัดสินใจแล้วว่าจะทำเรื่องนี้
รถม้าหยุดกลางทางกะทันหัน เจ้าของที่ดินเกาใจหายวูบ “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงหยุดรถ”
“นายท่าน ซิ่วไฉหยวนเฟิงของตระกูลอันขวางรถไว้ คงคิดจะติดรถไปด้วยขอรับ” เด็กรับใช้ที่ขับรถตอบ
“ฮะ” อันเสี่ยวหลีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “ให้พี่หยวนเฟิงรู้ไม่ได้...”
เจ้าของที่ดินเกาย่อมทราบความคิดของพวกเด็กๆ “รถม้าที่นั่งเต็มแล้ว ไม่ต้องสนใจเขา”
เพียงแต่ เจ้าของที่ดินยังพูดไม่ทันจบ อันหยวนเฟิงที่อวดเบ่งความเป็นซิ่วไฉของตนเองมาตลอดก็ก้าวขึ้นรถมาโดยไม่เกรงใจใคร “ท่านเจ้าของที่ดินเกา ขออภัย ข้ารีบจะกลับหมู่บ้าน จึง...”
อันหยวนเฟิงยังพูดไม่จบ ก็หันไปเห็นพวกอันเสี่ยวเย่ว์ “พวกเจ้าเด็กลิงไม่อยู่บ้านทำงาน แล่นมาถึงในเมืองเชียวหรือ”
พวกอันเสี่ยวหลีพากันตกใจจนตัวสั่น อันเสี่ยวเย่ว์กลับไม่กลัวแม้แต่น้อย นางเชื่อว่าเรื่องที่อันหยวนเฟิงไปเที่ยวหอนางโลมคือจุดอ่อนที่สุดของเขา นางต้องใช้มันอย่างดีสักหน่อยแล้ว