เช้าตรู่ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองลั่วหยาง
เสียงกลองร้องทุกข์หน้าศาลยังไม่ทันได้ดัง แต่บรรยากาศภายในที่ว่าการกลับตึงเครียดถึงขีดสุด ทหารนับร้อยนายพร้อมอาวุธครบมือยืนตั้งแถวเรียงรายอยู่เต็มลานกว้าง นายอำเภอ 'ฉางเวย' (Chang Wei) นั่งอยู่บนบัลลังก์ตัดสินคดีด้วยสีหน้าถมึงทึง ข้างกายคือบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน 'ฉางกงจื่อ' ที่ยังมีรอยฟกช้ำดำเขียวจากการถูกเล่นงานเมื่อวาน
"ท่านพ่อ! ต้องจับมันมาสับเป็หมื่นชิ้นนะขอรับ! มันกล้าดูิ่ตระกูลเรา!" ฉางกงจื่อยุยง "แถมมันยังมีสาวใช้สวยหยาดเยิ้ม... ข้าขอ..."
"หุบปาก!" ฉางเวยตวาดบุตรชาย "เื่ผู้หญิงเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้เราต้องจัดการไอ้โจรแซ่ไป๋นั่นก่อน ข้าได้รับรายงานว่ามันเป็จอมยุทธ์มีฝีมือ แต่ในถิ่นของข้า ต่อให้เก่งมาจากไหนก็หนีไม่พ้นกฎหมาย!"
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองหน้าประตูใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว นายทหารยามวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ใต้เท้า! ใต้เท้าขอรับ! โจร... เอ้ย ผู้ต้องหา... มาถึงแล้วขอรับ!"
"ฮะ? มันมามอบตัวเองรึ?" ฉางเวยเลิกคิ้ว "ดี! เอาโซ่ตรวนไปล่ามมันเข้ามา!"
"เอ่อ... คือว่า... สภาพมันไม่เหมือนคนมามอบตัวเลยขอรับ..." ทหารยามอึกอัก
ทันใดนั้น ประตูใหญ่ของที่ว่าการก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ไม่ใช่นักโทษที่ถูกมัดมือไพล่หลัง แต่เป็ขบวนแห่ที่อลังการราวกับขบวนเสด็จ!
นำหน้าขบวนคือ อาเจาท์ ในชุดใหม่เอี่ยมสีฉูดฉาด เดินยืดอกเชิดหน้าะโเสียงดัง "หลีกทาง! หลีกทาง! นายน้อยสกุลไป๋มาเยือน!"
ตามด้วย... เกี้ยวแปดคนหาม ขนาดมหึมาที่สร้างจากไม้พะยูงดำแกะสลักลวดลายกิเลนปิดทองคำเปลว ผ้าม่านสีแดงสดปักดิ้นเงินพลิ้วไหวตามลม กลิ่นหอมของไม้จันทน์ตลบอบอวลไปทั่วลานศาล
และปิดท้ายด้วย เสี่ยวเหมย สาวใช้คนงามที่เดินถือกาน้ำชาหยกขาวด้วยท่วงท่านางพญา ราวกับนางกำนัลในวังหลวง
ทหารทั้งลานศาลอ้าปากค้าง ลืมไปชั่วขณะว่าต้องทำหน้าที่จับกุม
"นี่มันบ้าอะไรกัน!" นายอำเภอฉางเวยลุกขึ้นยืนชี้หน้า "หยุดเดี๋ยวนี้! ที่นี่ศาลว่าการ ไม่ใช่โรงละคร! ทหาร! ลากตัวมันลงมาจากเกี้ยว!"
"ช้าก่อน..."
เสียงนุ่มนวลดังลอดออกมาจากม่านเกี้ยว ม่านสีแดงถูกเลิกขึ้นด้วยพัดจีบราคาแพง ไป๋อวิ๋นในชุดผ้าไหมสีขาวปักลายเมฆาสีคราม ก้าวลงมาจากเกี้ยวด้วยท่วงท่าสง่างามดุจเทพเซียนลงมาเดินดิน เขาไม่แม้แต่จะชายตามองทหารที่ถือดาบล้อมรอบ
"นายอำเภอฉาง..." ไป๋อวิ๋นยิ้มบางๆ "ข้าเห็นประกาศจับบอกว่าค่าหัวข้ามีแค่ห้าร้อยตำลึงทอง... ข้าเลยเอาทองมาเพิ่มให้ จะได้สมฐานะหน่อย"
เขาดีดนิ้วหนึ่งที อาเจาท์โยนหีบใบเล็กที่แบกมาลงบนพื้นศาล เสียงดัง ตึง! ฝาหีบเปิดออก เผยให้เห็นทองคำแท่งเหลืองอร่ามอัดแน่นเต็มกล่อง
"นี่หนึ่งพันตำลึงทอง" ไป๋อวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ "เป็ค่าเสียเวลาที่ข้าต้องถ่อมาถึงที่นี่"
ฉางเวยตาโตเท่าไข่ห่าน ความโลภแล่นพล่านในใจ แต่ศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ "บังอาจ! คิดจะติดสินบนเ้าพนักงานรึ! เ้าขโมยของหลวง ทำร้ายคน มีความผิดโทษปะา! ทหาร! จับมัน!"
"ติดสินบน?" ไป๋อวิ๋นหัวเราะในลำคอ "ผิดแล้ว... นั่นคือเงินค่าทำขวัญที่ท่านจะต้องจ่ายให้ข้าต่างหาก ที่บังอาจออกหมายจับผู้บริสุทธิ์"
"สามหาว! ตายซะเถอะ!" ฉางกงจื่อทนไม่ไหว คว้าดาบจากทหารข้างๆ วิ่งพุ่งเข้าใส่ไป๋อวิ๋น หมายจะฟันให้ตายคามือ
"นายน้อยระวัง!" เสี่ยวเหมยทำท่าจะขยับตัว
แต่ไป๋อวิ๋นยกมือห้ามไว้ เขายืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว จ้องมองดาบที่ฟันลงมาด้วยสายตาเ็า
ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบจะััตัว... ไป๋อวิ๋นล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วชูวัตถุสิ่งหนึ่งขึ้นมาขวางหน้า
วิ้ง—!
แสงสีทองเจิดจ้าส่องสว่างวาบจากวัตถุชิ้นนั้น กระแทกเข้าตาฉางกงจื่อจนต้องชะงักดาบ
มันคือ ป้ายหยกสีขาวนวล เลี่ยมด้วยทองคำบริสุทธิ์ สลักรูปพยัคฆ์คำรามและอักษรคำว่า "ราชโองการ" (Imperial Decree)
บรรยากาศในศาลเงียบกริบลงทันที
ฉางเวยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ เมื่อเพ่งมองวัตถุนั้นชัดๆ ขาเขาก็เริ่มสั่นพับๆ หน้าซีดเผือดจนไร้สีเื "ปะ... ป้าย... ป้ายพยัคฆ์ทองคำ!?"
ป้ายอาญาสิทธิ์สูงสุดของฮ่องเต้! ผู้ถือป้ายเปรียบเสมือนองค์จักรพรรดิเสด็จมาด้วยพระองค์เอง!
"เห็นป้ายดั่งเห็นฮ่องเต้!" ไป๋อวิ๋นะโก้อง เสียงกังวานด้วยลมปราณสะท้านไปทั่วศาล "นายอำเภอฉาง! ทหารทุกนาย! ยังไม่รีบคุกเข่าอีกรึ!"
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
ทหารนับร้อยนายทิ้งอาวุธในมือลงพื้น คุกเข่าลงพร้อมกันโดยอัตโนมัติด้วยความหวาดกลัว "ทรงพระเจริญหมื่นปี! หมื่นๆ ปี!"
ฉางกงจื่อที่ยังยืนถือดาบค้างอยู่ ทำหน้าเลิ่กลั่ก "ทะ... ท่านพ่อ นี่มันเื่อะไร..."
"ไอ้ลูกโง่! คุกเข่าเดี๋ยวนี้!" ฉางเวยรีบวิ่งลงมาจากบัลลังก์ เตะขาลูกชายจนล้มคว่ำ แล้วตัวเองก็หมอบกราบลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก "ข้าน้อย... ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่! ไม่ทราบว่าใต้เท้าเป็ผู้ตรวจการพิเศษจากเมืองหลวง! สมควรตาย! ข้าน้อยสมควรตาย!"
ไป๋อวิ๋นเก็บป้ายทองคำลง เดินผ่านร่างที่สั่นเทาของสองพ่อลูกขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ตัดสินความแทน เขาสะบัดชายเสื้อคลุม นั่งลงด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่ทรงอำนาจ
"อาเจาท์... ชา"
เสี่ยวเหมยรีบรินชาส่งให้อย่างรู้ต้าน ไป๋อวิ๋นรับมาจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบกดดันทุกคนในศาลจนแทบหายใจไม่ออก
"นายอำเภอฉาง..." ไป๋อวิ๋นวางถ้วยชาลง "เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะปะาใครนะ?"
"ปะ... ปะาข้าน้อยเองขอรับ!" ฉางเวยโขกศีรษะกับพื้นดัง โป๊ก! โป๊ก! "ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ข้าน้อยหลงเชื่อคำยุยงของลูกชายชั่ว เลยล่วงเกินท่านผู้ตรวจการ!"
"ช่างเถอะ เื่เล็กน้อยข้าไม่ถือสา" ไป๋อวิ๋นโบกมือ "แต่เื่ที่ข้าถือสาคือ... การที่ท่านใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ข่มเหงรังแกชาวบ้าน และที่สำคัญ... ท่านมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของ 'ภูตดอกไม้' ในเมืองนี้ใช่หรือไม่?"
คำถามนี้ทำให้ฉางเวยชะงักกึก เหงื่อกาฬไหลพรากยิ่งกว่าเดิม "ภูต... ภูตดอกไม้? ข้าน้อยไม่ทราบเื่..."
"โกหก!" ไป๋อวิ๋นตวาดเสียงดัง "ป้ายอาญาสิทธิ์นี้ อนุญาตให้ข้าปะาก่อนรายงานทีหลังได้... อาเจาท์! เอาเครื่องปะาหัวสุนัขออกมา!"
"รับทราบ!" อาเจาท์ทำท่าขึงขัง (ถึงแม้จะไม่มีเครื่องปะาจริง แต่แค่ขู่ก็พอแล้ว)
"อย่านะขอรับ! ข้ายอมรับแล้ว!" ฉางเวยร้องลั่น "ข้า... ข้าถูกบังคับ! นางมารนั่น... นางสั่งให้ข้ารวบรวมหญิงสาวที่มีกลิ่นอายพิเศษ ส่งเข้าไปใน 'สวนดอกไม้หลวง' ทุกคืนวันเพ็ญ!"
"นางมาร?" ไป๋อวิ๋นหรี่ตาลง "พระสนมหยาง?"
"ใช่ขอรับ! ิญญาของพระสนมหยางกุ้ยเฟย! นางสิงสถิตอยู่ในสวนหลวง ควบคุมเหล่าบุปผา ข้าเพียงแต่ทำตามคำสั่งนางเพื่อแลกกับการที่นางจะไม่ทำลายเมืองลั่วหยาง!"
"แลกกับเมือง หรือแลกกับความมั่งคั่งของเ้ากันแน่?" ไป๋อวิ๋นมองกองทองคำที่ตนเอามาวางล่อ "ช่างเถอะ... ข้าได้ข้อมูลที่้าแล้ว"
ไป๋อวิ๋นลุกขึ้นยืน เดินลงมาจากบัลลังก์ "นายอำเภอฉาง นับจากนี้เ้าถูกปลดจากตำแหน่ง! ให้รองนายอำเภอรักษาการแทน จนกว่าทางเมืองหลวงจะส่งคนใหม่มา ส่วนเ้ากับลูกชาย... ไปนอนสำนึกผิดในคุกสักสิบปีก็แล้วกัน"
"ทหาร! นำตัวไป!"
ทหารที่เคยเป็ลูกน้อง บัดนี้รีบจับกุมเ้านายเก่าตามคำสั่งผู้ถือป้ายอาญาสิทธิ์ ลากตัวฉางเวยและลูกชายที่ร้องโวยวายออกไป
ไป๋อวิ๋นเดินออกจากศาลว่าการ ท่ามกลางเสียงสรรเสริญของชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์
"นายน้อย... เท่ชะมัดเลย!" อาเจาท์กระซิบ "แล้วทีนี้เอาไงต่อ? บุกสวนดอกไม้หลวงเลยไหม?"
"ยัง..." ไป๋อวิ๋นมองไปทางทิศตะวันตกของเมือง ที่ตั้งของสวนดอกไม้หลวงอันกว้างใหญ่ "สวนนั่นมีค่ายกล 'ร้อยบุปผา' คุ้มกันอยู่ การบุกเข้าไปตรงๆ อาจทำให้เราหลงทางในมิติมายาได้... เราต้องมี 'บัตรผ่าน' "
"บัตรผ่าน?" เสี่ยวเหมยงง
"ใช่..." ไป๋อวิ๋นยิ้มเ้าเล่ห์ "คืนพรุ่งนี้เป็คืนวันเพ็ญ... วันที่นายอำเภอต้องส่ง 'เครื่องบรรณาการ' เข้าไปให้พระสนมหยางไม่ใช่หรือ?"
เขาหันไปมองเสี่ยวเหมย หัวจรดเท้า "เสี่ยวเหมย... เ้าอยากลองเป็ 'นางงาม' ผู้โชคร้าย ที่จะถูกส่งตัวไปถวายตัวในวังปีศาจดูไหม?"
เสี่ยวเหมยเบิกตากว้าง แล้วแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน "เป็เกียรติอย่างยิ่งเ้าค่ะ... ข้าจะแสดงให้สมบทบาท จนปีศาจในสวนนั้นต้องร้องขอชีวิตเลยทีเดียว"
"ดีมาก" ไป๋อวิ๋นพยักหน้า "งั้นเรามาวางแผน 'ส่งแกะเข้าปากเสือ' กันเถอะ... แต่เสือตัวนี้หารู้ไม่ว่า แกะตัวนี้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้เพียบ"