หลินเสวี่ยจู๋รู้ดีว่าหากหยวนซิวอยู่ในเงื้อมมือของเหยี่ยนอ๋องย่อมไม่มีทางถูกปฏิบัติอย่างดีเป็นแน่นางต้องรีบสู้รีบจบแล้วช่วยเขาออกมา
ดังนั้นหลังจากสลัดสายตาของเหยี่ยนอ๋องได้แล้วหลินเสวี่ยจู๋จึงเอ่ยถามองครักษ์ผู้นั้น “แปลงผักในจวนอยู่ตรงไหนหรือ?”
องครักษ์ชะงักไปแล้วมองหลินเสวี่ยจู๋ด้วยสายตาเคลือบแคลง
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋หันซ้ายหันขวาราวกับไม่เคยเห็นโลกกว้าง ก็พลันคลายความสงสัยแล้วยิ้มดูแคลน
“ฮูหยินหิวหรือยัง?” เมื่อนึกถึงชีวิตอันแสนลำบากบนเส้นทางเนรเทศเขาก็พอเข้าใจได้
แต่เขายังไม่ทันได้ยินคำตอบก็กลับถูกตีเข้าที่ท้ายทอย
หลินเสวี่ยจู๋เห็นเขาแน่นิ่งไปก็กลอกตาแล้วปรบมือเบาๆ“พูดจาไร้สาระ มารดาเดินหาเองก็ได้”
นางตรงไปยังลานด้านหลังเดินไปสักพักก็พบกับประตู
เมื่อผลักประตูเข้าไปสิ่งที่เห็นก็ทำให้นางตกตะลึง ‘โอ้สวรรค์ผลไม้และพืชผักบนภูเขาลูกนี้จะงอกงามเกินไปแล้ว’
หลินเสวี่ยจู๋รีบวิ่งไปเก็บเกี่ยวผลผลิตทันที
แม้ว่านางจะไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอีกทั้งขอบเขตการเก็บสิ่งของเข้ามาในมิติก็กว้างขึ้น ทว่านางกลับใช้เวลาไปถึงสองเค่อกว่าจะวิ่งทั่วยอดเขาลูกนี้
นอกจากนี้นางยังค้นพบเรื่องน่าตกใจ นั่นคือ ที่นี่มีไร่ชาด้วย
ช่างหรูหราเสียจริงๆเหยี่ยนอ๋องช่างรู้จักผลิตเองขายเองอย่างถึงที่สุด
สุดท้ายเมื่อเห็นยอดเขาที่โล่งเตียนหลินเสวี่ยจู๋จึงวกกลับมายังเส้นทางเดิม
นางเก็บเกี่ยวผลผลิตไปตลอดทางจากลานด้านหลังไปจนถึงลานด้านหน้าขอเพียงเก็บเข้ามิติได้ก็ไม่ปล่อยให้หลุดรอดสายตา
ไม่นานลานด้านหลังก็โล่งเตียน
หลินเสวี่ยจู๋อ้อมทางโค้งใหญ่เก็บเกี่ยวทุกอย่างที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในลานด้านหน้า
ดังนั้นทั่วทั้งจวนจึงเปลี่ยนจากความเขียวชอุ่มเป็นซากปรักหักพัง
ในที่สุดหลินเสวี่ยจู๋ก็หารถม้าของตนเองพบนางขนย้ายสิ่งของจำนวนหนึ่งจากมิติออกมาไว้ในรถม้า
โอกาสทองเช่นนี้หากนางพลาดไปคงโง่เขลาเต็มที
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จหลินเสวี่ยจู๋ก็มองไปยังลานด้านหน้า พบว่ามีเรือนเพียงหลังเดียวที่มีกำแพงล้อมรอบ นางจึงหยิบพับไฟออกมาจากมิติ
นางเดินวนรอบลานเล็กๆครึ่งรอบ ก่อนจะนำสุรานารีแดงชั้นดีที่ปล้นมาจากห้องเก็บสุราเมื่อครู่ออกมาจากมิติหลายไห
รินสุราเล็กน้อยจุดไฟนิดหน่อยก็เสร็จสิ้น!
“ไฟไหม้ ไฟไหม้แล้ว!”
หลินเสวี่ยจู๋ตะโกนพลางวิ่งไปหลบที่ทางเดินด้านข้าง
ไม่นานเหยี่ยนอ๋องก็พุ่งออกมาภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์นับสิบคน
“รีบดับไฟเร็ว!”
เมื่อเห็นเปลวไฟลุกลามไปถึงกำแพงเขาก็วิ่งหนีโดยไม่ลังเล เมื่อไปถึงริมทะเลสาบที่ขุดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ที่ลานด้านหลังเขาก็หอบหายใจพลางจ้องมองเปลวไฟอย่างเคร่งเครียด
ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ เห็นชัดว่าไฟไหม้เพียงบางส่วน ทว่าเหตุใดทั้งลานถึงได้ดูโล่งเตียนอย่างน่าประหลาด?
ขณะที่เขาคิดว่าตนเองมองผิดและกำลังขยี้ตาอย่างสุดชีวิตอยู่นั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็แบกหยวนซิววิ่งออกมาจากลานเล็กๆ
หยวนซิวสำลักควันจนหน้าดำ
เขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะไม่ตายในเงื้อมมือของเหยี่ยนอ๋องแต่เกือบจะตายเพราะหลินเสวี่ยจู๋
สตรีผู้นี้รู้อยู่แก่ใจว่าเขาอยู่ในเรือนยังจะวางเพลิงอีก!
นางบ้าระห่ำหรือสะเพร่ากันแน่?
หลินเสวี่ยจู๋ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบแบกหยวนซิวตรงไปที่รถม้า
ทันทีที่ยัดคนเข้าไปด้านในก็ได้ยินเสียงตะโกนขององครักษ์ดังไล่หลัง“คนหนีไปแล้ว รีบตามไปเร็ว!”
“ตามมารดาเจ้าสิ!” หลินเสวี่ยจู๋กระชากม่านรถม้าปิดแล้วสะบัดแส้อย่างแรง ม้าจึงพุ่งทะยานออกไป
หลินเสวี่ยจู๋หัวเราะคิกคัก
เอามาให้ข้าเสีย!
ดาบขององครักษ์ถูกนางเก็บเข้ามิติภายในชั่วพริบตา
นางฉวยโอกาสที่องครักษ์ยังคงตกตะลึงมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับพวกเขา ฝูงสุนัขกินคนนั่นเอง
ด้วยความหวังดีจึงปล่อยพวกมันไว้ในกำแพง
ไชโย! ในที่สุดนางก็กำจัดสิ่งกวนใจเหล่านี้ได้เสียทีมิฉะนั้นหากเลี้ยงไว้ในมิติตลอดเวลา นางย่อมไม่มีอะไรให้พวกมันกิน
ฝูงสุนัขกินคนหิวโหยมาทั้งคืนเมื่อได้เห็นมนุษย์ที่ไร้ทางสู้ ดวงตาของพวกมันพลันแดงก่ำ พวกมันส่งเสียงเห่าหอน แล้ววิ่งเข้าไปล้อมองครักษ์นับสิบคนทันที
เสียงเห่าของสุนัขปะปนกับเสียงกรีดร้องของมนุษย์ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
หยวนซิวได้ยินเสียงจึงเปิดม่านรถม้าออกแล้วมองไปทางด้านหลังเห็นเพียงร่างหนึ่งกำลังวิ่งโซซัดโซเซอยู่บนภูเขาที่โล่งเตียน ดูจากเสื้อผ้าแล้วดูเหมือนเสด็จพี่ของเขา
หึเรื่องความร้ายกาจต้องยกให้หลินเสวี่ยจู๋จริงๆ
มุมปากของหยวนซิวยกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะปล่อยม่านรถม้าลง
เมื่อรถม้าแล่นออกไปไกลแล้วหลินเสวี่ยจู๋ก็ดึงบังเหียนให้ม้าหยุดลงนางหาวหวอดแล้วปีนเข้าไปในรถม้า
“เจ้าเป็นคนทำหรือ?” หยวนซิวชี้ไปยังสิ่งของที่กองพะเนินจนเกือบถึงหลังคารถม้า
หลินเสวี่ยจู๋พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเอนกายลงแล้วหลับตา
“สามี ท่านช่วยเฝ้ายามหน่อย ข้าขอหลับสักงีบ” กล่าวจบ จิตสำนึกของนางก็เข้าไปในมิติทันที
ว้าวข้าวของเยอะแยะเลย
เมื่อครู่นางเก็บอย่างรีบร้อนไม่ได้ดูอย่างละเอียด ตอนนี้เมื่อค่อยๆ ตรวจสอบ ความสุขก็พลันเอ่อล้น
หลินเสวี่ยจู๋นั่งลงใต้ต้นอิงเถาเก็บผลมากำมือใหญ่ แล้วเอาเข้าปากอย่างไม่เกรงใจ
อืม…
รสชาติเปรี้ยวอมหวานเทียบกับสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่นางเคยกินในชาติก่อนไม่ได้ แต่ข้อดีคือสดใหม่ และมีกลิ่นหอมเข้มข้น
ขอเพียงใช้น้ำพุจิตวิญญาณรดน้ำไปเรื่อยๆสักวันมันต้องอร่อยขึ้นแน่
หลินเสวี่ยจู๋จัดระเบียบมิติอย่างพิถีพิถัน
คราวนี้ในมิติของนางไม่ได้มีเพียงสวนผลไม้แปลงผัก บ่อน้ำ ป่าไผ่ ลำธาร และภูเขาเท่านั้น ยังมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่เพิ่มมาอีกด้วย
หากมองจากมุมสูงก็จะพบว่าวิวทิวทัศน์ช่างงดงามราวกับแดนเซียนในโลกมนุษย์
หลินเสวี่ยจู๋รู้สึกสบายใจยิ่งนักนางสร้างเรือนไม้ไผ่เพิ่มอีกหลายหลัง และประดับประดาด้วยรั้วไม้ไผ่ หลังจากพึงพอใจแล้วสตินางก็ดับวูบผล็อยหลับไปทันที
หลับไปตื่นหนึ่งก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว
หลินเสวี่ยจู๋ลืมตาขึ้นเห็นหยวนซิวหลับตาราวกับกำลังพักผ่อนเช่นกัน จึงลุกขึ้นมาเงียบๆ
“ตื่นแล้วหรือ?” เสียงของหยวนซิวดังขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน
“อืม” หลินเสวี่ยจู๋หยิบแส้ม้าขึ้นมา ก่อนจะขอคำแนะนำ “สามี พวกเรากลับกันเลยหรือไม่?”
“กลับเถิด ออกมานานแล้ว คนในครอบครัวคงเป็นห่วง” หยวนซิวตอบอย่างเฉยเมย
หลินเสวี่ยจู๋ใจสั่นเล็กน้อยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคำว่า ‘คนในครอบครัว’ ที่เขาเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ฟังแล้วกลับรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มน้อยๆก่อนมุดออกจากรถม้า แต่กลับต้องตกตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า
สุนัขกินคนเหล่านั้นเฝ้าอยู่รอบๆรถม้า บางตัวนั่ง บางตัวยืน บางตัวปรือตานอนหมอบอยู่บนพื้น
หลินเสวี่ยจู๋ตบหน้าผากนางประมาทเกินไป ลืมไปว่าพวกมันตามกลิ่นมาได้ แต่พวกมันตามมาทำไม? ทั้งยังไม่ได้โจมตีรถม้าทั้งยังไม่ได้เห่าหอนเสียงดัง ทว่ากลับเฝ้าอยู่เงียบๆ เช่นนี้?
หลินเสวี่ยจู๋ทำสีหน้างุนงงก่อนจะมุดกลับเข้าไปในรถม้าอีกครา
“สามี...” นางเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“สุนัขเหล่านั้นคงจะรู้สึกดีกับเจ้า” หยวนซิวพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นเจ้าก็พาพวกมันไปด้วยสิ”
“พูดเล่นอันใดกันเจ้าคะ? พวกมันเติบโตมาด้วยการกินเนื้อมนุษย์นะ!”หลินเสวี่ยจู๋นึกถึงฉากคาวเลือดที่พวกมันกัดกินชิ้นส่วนของมนุษย์ก็รู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา
คงเป็นเพราะมิติของนางมีพลังวิญญาณทำให้พวกมันไม่อยากจากไป แต่นางไม่ต้องการเลี้ยงสัตว์ดุร้ายเช่นนี้ไว้ในมิติ
หลินเสวี่ยจู๋ครุ่นคิดแล้วหยิบขาหมูชิ้นใหญ่ที่อยู่ในรถม้าออกมาก่อนจะเปิดประตูหลังของรถม้าแล้วเหวี่ยงออกไปอย่างแรง
เมื่อเห็นฝูงสุนัขวิ่งไปแย่งขาหมูกินหลินเสวี่ยจู๋ก็รีบสะบัดแส้ลงบนหลังม้าอย่างแรง
.............................