ในวันต่อมาจางชิวอิ๋งดูเหมือนอาการจะแย่ลงกว่าเดิมนางไม่เพียงเจ็บระบมาแ แต่ยังมีไข้ขึ้นสูงอีกด้วยซ่งจินหนิงตามหมอมาตรวจอีกครั้ง
ซึ่งหลังจากหมอตรวจเสร็จก็บอกว่าเป็ธรรมดาของคนที่ได้รับาแเช่นนี้ขอเพียงกินยา หมั่นทำความสะอาดและทาแผลอย่างเคร่งครัดทุกอย่างจะดีขึ้น
จางลี่อิงดูแลจนมารดาหลับไปก็ออกมานั่งขบริมฝีปากครุ่นคิดบางอย่างอยู่ด้านนอกจนซ่งจินหนิงมาเห็นเข้าก็ย่นคิ้วเข้าหากัน จากนั้นก็ยื่นนิ้วไปดีดปากนางเบา ๆเป็การเตือน
"เดี๋ยวปากก็เป็แผล"
“ไม่เลวร้ายถึงนั้นหรอกเ้าค่ะ”
"ไม่เลวร้าย แค่ตอนนี้แดงก่ำไปแล้วเหตุใดต้องกัดปากตนเอง คิดไม่ตกเื่อันใด"
“ไม่เชิงคิดไม่ตก เพียงแค่รู้สึกค้างคาใจพวกคนตระกูลจินยังไม่ได้รับผลอะไรเลย"
“คนตระกูลจินรู้ว่าหยวนผิงเป็อย่างไรแต่กลับขายมารดาเ้าให้ ก็ไม่ต่างอันใดกับยินดีที่จะส่งมารดาเ้ามาทิ้งชีวิตเราสามารถมอบความคิดเขาฐานสมรู้ร่วมคิดกับเราได้”
"ฟังดูเป็ความผิดรุนแรงไม่น้อย"
“เ้าไม่สบายใจที่จะทำกับพวกเขาอย่างนั้นงั้นหรือ” ซ่งจินหนิงรู้สึกผิดที่แนะวิธีรุนแรงให้นางขึ้นมา
จางลี่อิงเม้มริมฝีปากตัวเองนางไม่มีเยื่อใยไปกับคนพวกนั้นพอให้ยอมรับในสิ่งที่ซ่งจินหนิงถามแต่ในขณะเดียวกันนางก็ไม่ยอมพูดปฏิเสธให้ถูกมองว่าเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นจนทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจที่จะคบค้าสมาคมด้วย
“ทำเช่นนั้นก็ต้องมีการสอบสวนท่านจะถูกเปิดเผยตัวตน ท่านแม่ก็จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาด้วยมีหรือที่คนพวกนั้นจะไม่ยกเอาความกตัญญูมาบีบคั้นแม่จ้า เฮ้อออ...ถ้ามีวิธีทำให้พวกเขากลัว จนหนีหน้าข้ากับแม่ไปเอง ไม่มาเจอหน้ากันตลอดชีวิตก็คงจะดี”ความจริงจางลี่อิงมีวิธี แต่ถ้าพูดออกไปตรง ๆ จะทำลายภาพลักษณ์อันดีงามที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจนถูกมองว่าเป็คนรอบจัดเ้าแผนการั้แ่เด็กเอาได้ นางจึงพูดชี้นำอย่างอ้อม ๆแทน
“อืมมม.... กลัวจนหนีไปงั้นหรือ ก็ไม่น่ายากมาลองทำเช่นนี้ดูกันเถิด...” ซ่งจินหนิงอธิบายแผนการที่เพิ่งจะคิดได้ให้ฟัง
จางลี่อิงลอบยิ้มอย่างพึงพอใจเพราะมันช่างใกล้เคียงกับที่นางคิดได้เสียจริง
หลังจากพูดคุยกันจน จางลี่อิง ซ่งจินหนิง กับผู้ติดตามก็เดินทางกลับไปที่หมู่บ้านทันทีเกรงว่าชักช้าคนตระกูลจินก็จะล่วงรู้รายละเอียดการตัดสินโทษของหยวนผิง และทำให้พวกนางหลอกยากขึ้น
เมื่อมาถึงใกล้หมู่บ้านสามพี่น้องตระกูลหม่าผู้ติดตามของหนานอ๋องก็มองหน้ากันจากนั้นคนกลางกับน้องเล็กก็บังคั่นม้าแยกออกไปจากขบวน เหลือแค่พี่ใหญ่เท่านั้นที่ยังคงขี่ม้าตีคู่กับรถม้าต่อไปจนถึงบ้านที่ท่านหญิงน้อยอยู่อาศัย
“ท่านห้ามลงไปเด็ดขาด” เมื่อรถมาจอดสนิท จางลี่อิงพูดกำชับอีกรอบ
“ข้าเข้าใจ เ้าทำให้เต็มที่เถิด”ซ่งจินหนิงพยักหน้ารับ เขาอยากจะช่วยนางชำระความด้วยตัวเองแต่คนพวกนั้นรู้จักคนแซ่กัวนั่น เขาไม่สามารถแอบอ้างเป็บิดาของนางได้จึงต้องอยู่รอในรถม้าเท่านั้น
“ไม่ต้องห่วง ข้าฝึกซ้อมในใจมาแล้วไม่พลาดแน่นอน” จางลี่อิงยิ้มแป้นให้อีกฝ่าย จากนั้นก็ลงจากรถมา
"นั่นรถม้าใคร.. โอ๊ะ! เ้าเองหรือนั่งรถม้าผู้ใดมา หรือว่าเ้าตกลงปลงใจไปอยู่กับแม่เ้าที่บ้านตระกูลหยวนแล้วไม่ได้ไม่ได้ ข้าต้องขอค่าตัวส่วนของเ้าเพิ่ม" จินเหยาตาเป็ประกายตื่นเต้นยินดี วาดฝันไปไกลว่าจะได้ค่าตัวจาลี่อิงอีกคน
หม่าคงได้ยินเช่นนั้นก็โกรธแทนท่านหญิงน้อยจนขึ้นเดินเข้าไปตบหน้าของจินเหยา
เพี๊ยะ!
“โอ๊ย! เ้าตบหน้าข้าทำไม!”
“ก็เพราะความคิดเ้ามันชั่วช้าสามานย์กระทั่งหลานตัวเล็ก ๆ ก็คิดจะขายกัน ข้าถึงได้ตบสั่งสอนเ้า"
“เ้าเป็ใคร มีสิทธิ์อะไรมาตบตีลูกข้า”ถังเหลียนะโออกมาหมายจะทุบตีเอาคืนให้บุตรสาวแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายชักดาบเงาวับออกมา
“เขาคือคนของพ่อข้า"
“พ่อเ้างั้นหรือ” จินสุ่ยหน้าซีดเผือดไม่คาดคิดว่าจะมีวันที่บุตรเขยกลับมา ที่ร้ายไปกว่านั้นคือดันกลับมาตอนไหนไม่กลับดันกลับมาเอาตอนที่เขาขายภรรยาเ้าตัวทิ้งไปแล้วนี่สิ
“ใช่... ตอนนี้ท่านพ่อเป็ขุนนางใหญ่แล้วก็เลยมารับข้าไปอยู่ด้วย อ่อ.... จะว่าไป ดูจากท่าทางของพวกเ้าแล้วพวกเ้าคงยังไม่รู้สินะว่าหยวนผิงกำลังจะถูกปะาบ่ายนี้แล้ว”
“ว่าอย่างไรนะ! ท่านเศรษฐีถูกปะาด้วยข้อหาใด”จินเหยาถามขึ้นอย่างใ
“เขาฆ่าและทารุณพวกผู้หญิงที่ซื้อตัวไป"
“ละ...ละ... แล้วแม่เ้าเล่านางยังอยู่ดีหรือไม่” จินสุ่ยเอ่ยถามขึ้น จางลี่อิงจึงต้องเขาด้วยแววตาอาฆาตแค้นเคือง
“เ้ายังจะมีหน้ามาถามอีกหรือท่านแม่ต้องมีชะตาเลวร้ายก็เพราะเ้าและลูกเมียของเ้าท่านพ่อบอกกับข้าว่าพวกเ้ารู้เช่นเห็นชาติหยวนผิงอยู่แล้วว่าเป็คนเช่นไรยังขายนางให้มัน ก็เท่ากับส่งนางไปตาย พวกเ้าก็ต้องผิดในฐานสมรู้ร่วมคิดด้วยระวังเงาหัวของพวกเ้าเถิด มันจะต้องหายตามถึงเขาไป!"
จินสุ่ยเห็นจางลี่อิงพูดด้วยดวงตาแดงกำลังแค้นก็หลงเชื่อทุกคำพูดของนาง แขนขาของเขาอ่อนแรง ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
“ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็เช่นนั้น”
“เ้ารู้ดีอยู่แก่ใจหญิงที่หยวนผิงซื้อตัวไปเป็อยู่ ล้วนแล้วแต่ตายเร็วอายุสั้นกันทั้งนั้นแต่เ้าก็ยังขายนางไปอย่างไม่ใยดีมาคร่ำครวญว่าเสียใจตอนนี้จะมีประโยชน์อันใด"
“อิงอิง ยังไงข้าก็เป็ตาของเ้าช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อเ้าให้ละเว้นข้าด้วยเถอะนะ”
"เ้าไม่เพียงไม่เมตตาเราสองแม่ลูกแต่ยังรังแก่เราจนอับจนหนทางด้วย ยังมีหน้ามาขอความเห็นใจอีกหรือ จินสุ่ย...ข้าบอกเ้าตรงนี้เลย นอกจากข้าไม่เกลี้ยกล่อมข้าจะยุยงส่งเสริมให้ท่านพ่อเอาผิดพวกเ้าสถานหนักอีกด้วย!”
พอจางลี่อิงพูดอาฆาตทำเอาถังเหลียนชี้นิ้วมามือไม้สั่น
“เ้าเด็กอกตัญญู!”
“เ้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่าผู้ใดกันแน่ที่อกตัญญูอาศัยบ้านเขาอยู่ พึ่งพาที่ดินของเขาทำกิน ยังไม่สำนึกบุญคุณ”
“เ้าพูดอะไร ยังมีความเชื่อผิด ๆว่าที่นี่เป็ทรัพย์สมบัติของยายเ้าอยู่อีกหรือ” จินเหยาถามเชิงเย้ยหยัน
“ท่านพ่อตรวจสอบสิทธิ์แล้วทั้งหมดนี้ยังเป็ของแม่ข้า ท่านพ่อยังบอกด้วยว่าการโกงก็ถือเป็ความผิดอีกข้อหาอย่างไรพวกเ้าก็ไม่รอด ข้าว่าวันนี้พวกเ้าหุงหาอาหารกินให้อิ่มจะดีกว่าอีกเดี๋ยวเ้าเมืองส่งคนมารับพวกเ้าไปลงโทษแล้วจะไม่ได้กิน"
“ไม่จริง ข้าไม่ได้ทำผิด!ข้าไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น เ้าเมืองลงโทษเข้าไม่ได้” จินเหยากรีดร้องไม่ยอมรับความผิด
“ร้องโวยวายไปเถิดอย่างไรเ้าก็หนีความจริงไม่ได้ ขนาดหยวนฮูหยินยังโกรธแค้นพวกเ้าเลยถ้าไม่ใช่เพราะพวกเ้ารวมหัวกันหลอกชายหญิงที่มีสามีเป็ตัวเป็ตนแล้วให้สามีนางความชั่วของสามีนางจะถูกเปิดโปง จนถูกปะาเช่นนี้ได้อย่างไร อ่อ.... วางใจเถิดมาตรองดูแล้ว ข้าว่าพวกเ้าอาจจะไม่ต้องไปรับโทษกับเ้าเมืองเพราะหยวนฮูหยินน่าจะส่งคนมาฆ่าพวกเ้าก่อน ถูกหรือไม่องครักษ์หม่า” จางลี่อิงหันมาถาม หม่าคงก็รีบพยักหน้ารับ
“ไม่ผิด เมื่อคืนข้าไปดื่มเหล้า ได้ยินพวกอันธพาลพูดคุยกันว่าหยวนฮูหยินจ่ายสำหรับการนี้ไม่น้อยเลย”
ถังเหลียนกับจินเหยาถึงกับกอดกันด้วยความกลัว จางลี่อิงมองคนพวกนี้แล้วแววตาก็ฉายแววเขาสมใจจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องนอนของนางกับแม่เก็บข้าวของที่จำเป็
“ข้าจะไปแล้ว ขอให้พวกเ้ารักษาตัวให้รอดปลอดภัยหวังว่าจะหนีความผิด หนีหยวนฮูหยินพ้น” ซุนจางลี่อิงพูดทิ้งท้ายก่อนจะขึ้นรถม้าจากมา
แม้จะนัดแนะมาแล้วแต่พอนางทำได้เกินคาด ซ่งจินหนิงกลับอดรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาไม่ได้
“เหตุใดมองข้าเช่นนี้ ข้าทำผิดไปงั้นหรือ”
"ไม่คนที่รังแกเ้าต่างหากที่ผิด"
ใช่แล้ว...คนพวกนั้นต่างหากที่ผิด บีบคั้นให้เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ทั้งความไร้เดียงสาลุกขึ้นมาปกป้องมารดาและตนเอง
ซ่งจินหนิงเข้าใจจางลี่อิงมากเท่าไรก็ยังสงสารและเมตตาเอ็นดูมากขึ้นเท่านั้น
คำพูดและแววตาของอีกฝ่ายทำให้ดวงตาของจางลี่อิงร้อนผ่าว น้ำตาเกือบจะร่วงลงมาเพราะความอบอุ่นใจ
แต่นางกลับพยายามปรับอารมณ์ให้สงบนิ่งและคลี่ยิ้มกลบเกลื่อน
“ท่านพูดดี ข้าให้ท่านห้าคะแนน"
“แล้วเติมคือเท่าไหร่"
“หนึ่งร้อย”พอรู้ว่าคะแนนที่ได้มาช่างห่างไกลกับคะแนนเต็ม ซ่งจินหนิงก็ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ
"เ้าโหดร้ายกับข้าเกินไปหรือเปล่า"
“เต็มร้อยก็จริง แต่ของข้ายี่สิบของท่านแม่แปดสิบ ข้าให้ส่วนของข้ามากมายถึงเพียงนี้ ท่านยังไม่พอใจอีกหรือ”พอรู้ว่าจางลีอิงให้มาถึงหนึ่งในสี่ ซ่งจินหนิงก็รู้สึกว่านางน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว
“เ้าใจดีสมกับเป็ลูกพ่อ” ไม่พูดเปล่าเขาเอื้อมมือไปบีบแก้มของนางด้วย
“หนานอ๋องฟันศัตรูขาดสองท่อนด้วยดาบเดียวข้าควรยินดีหรือไม่ ที่ท่านชมว่าข้าใจดีสมกับเป็ลูกท่าน” จางลี่อิงปัดมือหนาออกแล้วบ่นอุบ
ซ่งจินหนิงยิ้มกว้างไปตลอดทางเพราะจากที่นางพูดมานางไม่ได้ต่อต้านที่เขาแสดงความเป็บิดาของนางออกมาจะไม่ให้เขารู้สึกปลื้มใจได้อย่างไร
หลังจากที่พ่อลูกปลอมๆ กลับมาถึงจวนเ้าเมือง พี่น้องตระกูลหม่าอีกสองคนก็สวมบทบาทเป็คนของฮูหยินหยวน บุกเข้าไปทำร้าย และจะฆ่าทิ้ง ซึ่งความจริงแล้วก็แค่ “จะ” เท่านั้นพวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขั้นนั้นจริง ๆพวกเขาแสร้งทำเป็ได้ยินเสียงคนผ่านมาเลยวางมือและรีบหนีไป
แต่ถึงจะรอดมาได้พ่อแม่ลูกก็ไม่ได้รู้สึกกลัวน้อยลง เพราะเชื่อว่าหยวนฮูหยินต้องส่งคนมาอีกแน่ ๆจึงรีบเก็บข้าวของและหนีออกจากหมู่บ้านไปตอนกลางดึก
หลายวันต่อมาอาการของจางชิวอิ๋งดีขึ้นมาก นอกจากจะไม่มีไข้แล้วยังลุกขึ้นจากเตียงเดินเหินได้อีกด้วย จางลี่อิงเลยตัดสินใจเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช่ความจริงทั้งหมดอันใดที่พูดไปแล้วอาจจะทำให้มารดาไม่สบายใจ นางก็ข้าม ๆ มันไป
“เป็เพราะท่านอ๋องเมตตาแท้ ๆแม่ถึงได้หลุดพ้นจากชะตากรรมเลวร้าย ได้กลับมากอดลูกเช่นนี้อีกครั้ง” จางชิวอิ๋งรู้สึกสำนึกในบุญคุณครั้งนี้มากน้ำเสียงที่พูดถึงหนานอ๋องจึงเต็มไปด้วยความเคารพยกย่อง
“ข้าเต็มใจช่วย เ้าอย่าได้เกรงใจ” คนที่ถูกพูดถึงเดินมาได้ยินเข้าพอดีจึงแสดงความใจกว้าง และถือวิสาสะนั่งที่ศาลาริมสระบัวกับสองแม่ลูกด้วย
“ไม่ว่าอย่างไร ก็ถือเป็บุญคุณเพคะถ้าท่านอ๋องมีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้ รับสั่งมาได้เลยเพคะ หม่อมฉันยินดีทำ"
“อืมมม เช่นนั้นเริ่มจากคำพูดของเ้าก่อนเลยก็แล้วกันอย่าพูดเป็ทางการนักเลย พูดธรรมดากับข้าเถิด”คำสั่งของอีกฝ่ายทำให้จางชิวอิ๋งเอียงคอฉงน
“จะดีหรือเพคะ”
“ดีสิ... เมืองซ่งไม่ใช่เมืองหลวงข้าไม่เคร่งครัด และไม่ชอบสร้างความลำบากให้ผู้คนทุกคนที่นั่นจึงพูดกับข้าด้วยถ้อยคำธรรมดา ไม่มีคำาาศัพท์อะไรทั้งนั้น”ซ่งจินหนิงพูดน้ำเสียงอ่อนโยน
จางลี่อิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าคางจ้องมองการเกี้ยวพานท่านแม่ของอีกฝ่ายก่อนจะกลอกตาไปมา ต้องหน้าบากผู้นี้สองมาตรฐานยิ่งกับท่านแม่พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่กับนางมีแต่ชอบแหย่ให้โมโห
“หากท่านอ๋องว่าดี หม่อมจะ... เอ่อ...ข้าพูดธรรมดากับท่านก็ได้เ้าค่ะ”
"ดียิ่ง"
"ท่านแม่ เรายังพูดคุยกันไม่จบเลยไหน ๆ พวกท่านตาก็หนีไปแล้ว จะทำอย่างไรกันบ้านและที่ดินนั้นดี" จางลี่อิงตามแทรกขึ้นมา
“ดูท่าเราสองคนก็อยู่ที่นี่ต่อไปยากเช่นกันไม่รู้ว่าหยวนฮูหยินจะมาแก้แค้นเมื่อไหร่ แม่ว่าขายทุกอย่างทิ้งและไปอยู่ที่อื่นกันดีกว่า" จางชิวอิ๋งก็หมดใจกับบิดาไปแล้วเมื่อรู้ว่าเขาประสบเคราะห์ นางไม่ได้มีใจอยากช่วยเหลือจะมีก็แต่คิดว่าหมดเวรหมดกรรมกันไป ไม่ต้องหวนกลับมาเจอกันอีก
“ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะฝากให้เ้าเมืองเป็ธุระให้"หนานอ๋องออกหน้าช่วยเหลืออีกครา
"จะไม่รบกวนท่านอ๋องเกินไปหรือเ้าคะ”
“รบการบกวนอันใดกันจัดการธุระให้เ้าเสร็จเร็วเท่าใด พวกเราก็ออกเดินทางได้เร็วเท่านั้นมิใช่หรือ”
“พวกเราหรือเพคะ” จางชิวอิ๋งขมวดคิ้วเอะใจสงสัย
“อืม อิงอิงยังไม่ได้บอกหรือว่าเ้าต้องไปช่วยข้าเปลี่ยนพื้นที่เมืองซ่งให้กลายเป็เหลือ"
จางลี่อิงได้ยินก็สะดุ้งโหยงความจริงแล้วคนที่เปลี่ยนดินให้กลายเป็เกลือใต้คือกัวหลิงหรง และที่นางรู้วิธีก็เพราะตอนที่กัวหลิงหรงทำ นางก็อยู่ร่วมเป็สักขีพยานด้วย
“เอ่อ.... เื่นั้น” จางลี่อิงกำลังจะอ้าปากพูดแก้ต่างแต่มารดาของนางกลับถามบางอย่างที่น่าประหลาดใจขึ้นมาเสียก่อน
“ดินพวกนั้นคือดินที่มีคราบเกลือขึ้นใช่หรือไม่”
“ใช่ ๆบรรพบุรุษของข้าคิดว่าข้างล่างจะมีน้ำเกลือ แต่ขุดเท่าไหร่ก็ไม่เจอน้ำเคยพยายามเอาดินพวกนั้นมาแช่น้ำจากนั้นกรองเอาน้ำเกลือมาต้มแล้วแต่มันก็ได้มาแต่กากเกลือติดก้นหม้อเท่านั้น อย่าว่าแต่นำไปขายทำกับข้าวมื้อเดียวก็ยังไม่พอ” ซ่งจินหนิงถอนหายใจออกมา
เมืองซ่งของเขาไม่เพียงเป็หัวเมืองชายแดนที่ต้องรับศึกอยู่บ่อยครั้งแต่ยังเป็เมืองที่กันดารอีกด้วย แม้จะมีแม่น้ำสายใหญ่ใหลผ่านแต่ก็ทำการเพาะปลูกได้ไม่ดีนัก พื้นที่ส่วนใหญ่มีทรายผสมประชาชนจึงมีปัญหาเื่ปากท้องเรื่อยมา
จนกระทั่งเมื่อสิบกว่าปีก่อนเขาได้ยินมาว่ามีคนเปลี่ยนดินให้เป็เกลือได้ เขาจึงมีความหวังว่าจะแก้ปัญหานี้ได้จึงตามร่องรอยคนผู้หนึ่งมาที่เมืองลิ่วแห่งนี้
แต่เนื่องจากเพิ่งเสร็จศึกเขาจึงมีาแน้อยใหญ่ที่ตัวมากมายการเดินทางติดต่อกันหลายวันจึงทำให้เขามีไข้ขึ้นสูงซ้ำร้ายไปกว่านั้นฝนดันตกหนักลงมาโดยที่เขายังหาโรงเตี้ยมพักไม่ได้
สุดท้ายจึงเข้าไปหลบฝนที่ชายคาร้านขายผ้าหากแต่ที่นั่นมีหญิงสาวผู้หนึ่งหลบฝนอยู่ก่อนแล้ว
ในตอนแรกเขาก็นึกหวั่นว่าาแที่หน้าจะทำให้นางใกลัว แต่กลับไม่เป็เช่นนั้นนางไม่เพียงไม่กลัว แต่ยังแบ่งหมั่นโถวร้อน ๆ มาให้หนึ่งลูกอีกด้วย
'ข้าเห็นท่านหนาวสั่นกินอะไรร้อน ๆ สักหน่อยเถิด จะได้รู้สึกดีขึ้น'
นางพูดด้วยรอยยิ้มและรอยยิ้มนั่นก็ตราตรึงอยู่ในใจของเขา
แม้จะตามร่องรอยคนผู้นั้นออกจากเมืองนี้ไปก็ยังลืมไม่ลง จนเมื่อเห็นว่าไม่มีทางตามคนผู้นั้นเจอเขาก็วกกลับมาที่เื่นี้อีกครั้ง หวังว่าจะเกี้ยวพาจางชิวอิ๋งไปเป็ภรรยาแต่กลับกลายเป็ว่าเขากลับมาช้าไป นางตกลงปลงใจแต่งงานกับชายคนอื่นเสียแล้ว
ความรู้สึกในตอนนั้นนอกจากเสียใจแล้วยังยากที่จะยอมรับได้ เขารั้งรอดูอยู่หลายเดือนหากเห็นว่านางไม่มีความสุขจะบุกชิงตัวมาเสีย แต่มันไม่เกิดขึ้นสามีของนางดูรักนางดี นางเองก็ดูเหมือนมีความสุขอยู่ไม่น้อย เขาจึงยอมรับความจริงและจากมาเงียบๆ
“ก็ไม่แปลกดินแต่ละจุดใช่ว่าเค็มพอให้ต้มเป็เกลือได้” จางชิวอิ๋งพูดโพล่งขึ้นมาทำให้ซ่งจินหนิงหยุดรำลึกความหลัง และมองนางตาเป็ประกาย
“นี่หมายความว่าเ้ารู้จริง ๆ”
“ก็ไม่เชิงข้าเคยอ่านจากตำราที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้ แต่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะจำทุกรายละเอียดได้หรือไม่"
“เช่นนั้นตำราพวกนั้นเล่า..."
“เอ่อ... ไม่มีแล้ว ถงเหยา เอ่อภรรยาใหม่ของพ่อข้า เผาทิ้งไปหมดแล้ว” จางชิวอิ๋งพูดแล้วก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาตำราพวกนั้นเป็มรดกตกทอดของตระกูลจาง แต่เป็เพราะนางมาอ่านบ่อย ๆถังเหลียนที่ไม่รู้ตัวอักษรจึงรู้สึกรู้เหมือนถูกดูแคลน จึงเผาตำราพวกนั้นทิ้งไป
"น่าเสียดายจัง"ซ่งจินหนิงพึมพำออกมาอย่างเสียดาย
“ก็ไม่เห็นจะเป็อันใดเลย ต่อให้ไม่มีตำราท่านแม่ก็ยังจดจำวิธีได้อยู่ ถึงแม้ว่าอาจจะจำทุกรายละเอียดไม่ได้ แต่หากเพียรลองผิดลองถูกก็ย่อมต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน” จางลี่อิงมีวิธีของกัวหลิงหรงอยู่ในหัวฉะนั้นนางสามารถช่วยชี้บอกใบ้ได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
"นั่นสิ ไหน ๆเ้าก็ยังไม่รู้ถึงข้อตกลงของข้ากับอิงอิง เพื่อไม่ให้เ้าเข้าใจว่าข้าบีบบังคับเ้า ข้าจะขอร้องเ้าตรง ๆเ้ามีความรู้ที่เป็ประโยชน์กับเมืองซ่งเป็อย่างมากฉะนั้นเ้าช่วยไปกับข้าได้หรือไม่ ข้ารับรองว่าจะจ้างงานเ้าอย่างเป็ธรรมและดูแลเ้ากับลูกอย่างดีที่สุด” ซ่งจินหนิงเอ่ยขอร้องอย่างจริงใจ จางชิวอิ๋งจึงคลี่ยิ้มและตอบรับอย่างเต็มใจเช่นกัน
“เราสองคนแม่ลูกติดค้างท่านอ๋องมากมายนักเพียงท่านพูดว่าข้ามีประโยชน์ ข้าจะไม่ยินดีติดตามท่านได้อย่างไร"
“ดียิ่ง! อ่าไม่ได้การข้าต้องรีบไปบอกให้เ้าเมืองช่วยขายบ้านขายที่ดินให้เ้าแล้ว”ซ่งจินหนิงผุดลุกขึ้น และเดินจากไปอย่างเร็วรี่
“ท่านอ๋องดูเป็คนเอาการเอางานยิ่ง" จางชิวอิ๋งพยักหน้าชื่นชม
จางลี่อิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าคางอีกครั้งนางจ้องมองแผ่นหลังของหนานอ๋อง จากนั้นก็หันกลับมามองใบหน้างดงามของคนตรงหน้า
ดีใจเช่นนั้นไม่รู้ว่าเป็เพราะจะได้เกลือหรือเป็เพราะได้มารดาของนางติดตามกลับเมืองกันแน่
แต่ผ่านไปครู่หนึ่งจางลี่อิงก็ถูกสงสัยขึ้นมามารดาของนางรู้วิธีเปลี่ยนดินให้เป็เกลือจากตำราที่บรรพบุรุษตั้งเอาไว้ ให้แล้วกัวหลิงหรงเล่า ได้ความรู้นั้นมาจากที่ใด...