Pioneer Era

    ตอนที่ 148 ผู้รุกรานที่ไม่คาดคิด (2)

    ***คนติดเมีย [เอซ]

    "ไม่คิดว่าพวกเราจะเป็นฝ่ายชนะบ้างหรอกหรือยังไงเจ้าหุ่นกระป๋อง? "

    กับหุ่นยนต์ที่มีสมองกลวิเคราะห์ได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ คงมีแค่ต้องให้---

    *บรึ้ม! *

    ---ให้กรีดล่วงหน้าไปแฮกระบบหลักก่อนอย่างเดียวเท่านั้น…

    เออ…

    เมื่อกี้นี้มันเสียงอะไรกัน?



    ผมหันไปมองต้นเสียงของระเบิด

    แท่นประตูมิติ เส้นทางเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้เชื่อมไปสู่ห้องควบคุมของยานโนอาร์ได้ถูกทำลายไปแล้ว

    "นั่นสินะครับ ถ้าพิจารณาจากหนทางชนะที่เหลืออยู่ของพวกคุณ คงเป็นการปล่อยให้พวกคุณสักคนหนีรอดไปได้นั่นละครับ"

    เจ้าหุ่นกระป๋องพูดเช่นนั้น แล้วเริ่มเล็งเป้าโจมตีไปที่แท่นประตูมิติบานอื่นต่อ

    เมล็ดข้าวโพดสีขาวที่โคจรรอบตัวมัน ได้เปลี่ยนรูปเป็นบอลกลมสีขาว แล้วเข้าบดขยี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเราจนสิ้นซาก

    มันคาดคะเนแผนการของพวกเราไปได้ไกลถึงขนาดนี้เลยเรอะ…



    "ถอยก่อน! "

    เจอแบบนี้ก็ถอยลูกเดียวสิเพ่!

    ว่าแล้วผมก็โยนวัตถุทรงไข่ทั้งเก้าใส่เจ้าหุ่นกระป๋อง

    "เดียวก่อนสิเอซ! "

    "ถ้าตายตรงนี้ก็จบ รีบถอยไปตั้งหลักก่อนเถอะกรีด! "

    "แต่… ช่วยไม่ได้… ยอมแพ้แค่นี้ก็ได้! ไพรด์! วันนี้พวกเราจะปล่อยนายไปเอาบุญไว้สักครั้งก็แล้วกัน! "

    บทพูดตัวร้ายเกรดต่ำนั่นไปจำมาจากที่ไหนกันหรือครับคุณกรีด…



    พวกเราวิ่งกลับไปที่ทางเข้าอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีผมวิ่งปิดท้ายคอยระวังหลังให้กับทุกคน

    *เปรี๊ยะ! *

    ได้ยินเสียงวัตถุแตกกระจายไล่ตามหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง

    เพราะเสียงนั้น คงเป็นเสียงทำลายวัตถุทรงไข่ที่ผมพึ่งสั่งให้โจมตีเจ้าหุ่นกระป๋องไปเมื่อกี้นี้นั่นละ

    “อีกนิดเดียว! ”

    อีกเพียงแค่ไม่มีก้าวก็จะถึงประตูที่ใช้เข้ามากันแล้ว---



    เดียวก่อนสิ

    ศัตรูมันอยู่ในระดับที่สามารถวิเคราะห์จนคาดการถึงแผนบุกไปที่ห้องควบคุมได้

    แล้วทำไมมันถึงไม่โจมตีถล่มปิดเส้นทางหนีเพียงหนึ่งของพวกเราไปด้วยกันละ?

    “ทุกคนหยุดก่อน นั่นมันกับดัก! ”

    “กรี๊ดดดด!?! ”

    *ฟ่อ! *



    เพราะได้รับคำเตือนทันเวลา เลยทำให้กลุ่มที่วิ่งนำอยู่หน้าสุด หยุดตัวเองทันเวลาก่อนที่จะติดกับดักของศัตรู

    ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณเจ้าอสรพิษที่ดิวซ์พามาด้วยละนะ

    เจ้างูมันใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของตัวเอง เลื้อยเข้ามาขวางเส้นทางตรงหน้าของกลุ่ม เพื่อเสริมแรงเบรกของทุกคนวิ่งมาอย่างสุดกำลัง

    เกิดเสียงเสียดสีระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นห้องดังไปทั่ว



    ในเวลาเดียวกัน ที่ประตูทางเข้า ก็มีหนามกุหลาบสีขาวจำนวนมาก งอกขึ้นมาจากทั้งทางด้านบนและล่างของช่องประตูที่พังทลาย ก่อนจะขบเข้าหากันอย่างรุนแรงเสมือนหนึ่งเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่ขบเข้าหากัน

    ถ้าเบรกไม่ทัน พวกเราคงกลายสภาพเป็นเนื้อบดกันไปแล้ว



    แต่ถึงจะรอดมาได้อย่างฉิวเฉียด ก็ใช่ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

    กลับกันแล้ว มีแต่จะยิ่งแย่ลงมากกว่า

    "ไม่เหลือลูกเล่นกันแล้วใช่ไหมครับ? "

    เจ้าหุ่นกระป๋องพูดจาอย่างดูถูกพวกเรา แล้วบินขึ้นไปอยู่สูงเหนือพื้นที่ระดับราวสี่สิบเมตร

    หนามกุหลาบสีขาวตรงหน้า เริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกบอลหนามขนาดเท่าหัวคน

    เม่นสีขาวที่น่ากลัวเหล่านั้นมีเป็นจำนวนมาก

    และอาจจะมีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยลูกได้…

    "ถ้าอย่างงั้นมาเล่นเกมส์กันสักหน่อยไหมครับ? "

    ไพรด์ว่าเช่นนั้น แล้วเริ่มสั่งการให้พวกมันหมุนควงเป็นพายุอยู่ที่ริมขอบของห้อง ก่อนจะค่อย ๆ บีบวงให้คับแคบลงมาทีละนิด ราวกับต้องการจะทรมานให้พวกเราตายอย่างช้า ๆ



    "สล๊อต คิดว่าบาเรียของเธอพอจะต้านเจ้านี่ไหวไหม? "

    "... พอป้องกันได้ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ"

    แค่ครั้งเดียวอย่างงั้นหรือ…

    ถ้ามันเลือกที่จะโจมตีมาตรง ๆ อะไรคงจะง่ายกว่านี้

    พายุบอลหนามสีขาวตรงหน้า มันแทบจะไร้ช่องว่างให้พวกเราวิ่งหนีออกไป

    เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรจากคุก ที่พร้อมจะบดขยี้พวกเราให้ตายทันทีที่วงล้อมคับแคบจนไม่เหลือที่ยืน



    ให้ตายสิ!

    ยัยแฟต!

    ยัยมดสวะนั่น! ดันหาเรื่องให้มาเสี่ยงอันตรายได้นะ!

    ถ้ากรีดกับน้องสาวสุดรักเป็นอะไรขึ้นมาละก็ ต่อให้ตายไปแล้ว ผมก็จะกลายเป็นผีตามไปหลอกหล่อนให้ดู!



    พายุบอลหนามเริ่มตีวงคับแคบลง จนกระทั้งที่ยืนของพวกเราเหลือเพียงแค่ประมาณหนึ่งช่วงตัวเท่านั้น

    พวกเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนหันหลังชนกันอย่างหนูจนตรอก

    "..."

    ผมเหลือบมองดิวซ์กับกรีดด้วยหางตา

    ที่นี่ไม่ควรจะเป็นที่ตายของพวกเธอ

    "สล๊อต ทุ่มพลังบาเรียทั้งหมดมาที่ผมคนเดียวที"

    ใครจะยอมให้คนสำคัญต้องมาตายที่นี่กันละ?

    ว่าแล้วก็ทิ้งมือทั้งสองลงข้างตัว พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อตั้งสมาธิ



    "ดิวซ์ พี่รู้ดีว่าน้องเกลียดพี่ชายคนนี้ ที่คอยเข้ามายุ่มย่ามชีวิตน้องทุกฝีก้าว"

    ด้วยงานของพ่อแม่ เลยทำให้ท่านไม่ค่อยมีเวลาให้กับพวกเราสองพี่น้อง

    ในฐานะพี่ชาย เลยพยายามอย่างหนักเพื่อมอบความรักที่ขาดหายไปให้กับดิวซ์

    สำหรับผมแล้ว ดิวซ์นะเป็น

    “ไม่ว่าดิวซ์จะโตแค่ไหน พี่ก็ยังมองว่าน้องเป็นเด็กเสมอ เพราะงั้น จงยืนดูอยู่เฉย ๆ ตรงนั้นซะ”

    “พี่… นี่พี่พูดอะไรของพี่… ทำไมถึงพูดจาเหมือนกับว่าพี่กำลังจะ…”

    “พี่รักน้องนะ”

    ดิวซ์นะเป็น… ทั้งน้องสาวและลูกสาวคนสำคัญของผม

    เพื่อน้องที่รักยิ่ง พี่คนนี้ยินดีมอบชีวิตให้เสมอ



    “กรีด”

    ผมหันไปมองสตรีร่างเล็กที่ชอบมาพูดจาหนวกหูใส่ผมเป็นประจำ

    “กรีด เธอนะทั้งขี้โวยวาย ทั้งเอาแต่ใจ แถมยังตัวเล็กไร้ซึ่งเสน่ห์ของเพศหญิง เป็นผู้หญิงที่หาดีไม่ได้เลยสักนิด”

    “จะหาเรื่องกันหรือยังไงยะ! ”

    เธอเริ่มแยกเขี้ยวใส่ผมแล้ว

    พอเห็นใบหน้าที่คุ้นชิน ก็อดที่จะผุดรอยยิ้มขึ้นมาไม่ได้

    ต้องร่าเริงแบบนี้สิ ถึงจะเป็นกรีด

    ใบหน้าอมทุกข์มันไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ

    “แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้น ผมกลับไม่รังเกียจเธอเลยสักนิด เธอนะดูมีชีวิตยิ่งกว่ามนุษย์คนไหน ๆ ที่ผมเคยพบเห็นเลยละ”

    ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ผมรู้ตัวเองดี

    “เธอจะเป็นหุนยนต์หรือตัวอะไรผมก็ไม่สนใจ”

    รู้ตัวว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อเธอนั้นคือความจริง

    กับกรีดแล้ว ผมนะ---

    “ผมรักเธอนะกรีด รักที่สุดในโลกใบนี้เลยละ”

    ---ผมนะ… รักหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า [กรีด]



    ผมวิ่งตรงออกไปใส่พายุบอลหนามโดยไม่สนใจชีวิตของตัวเอง

    ไม่สนใจเสียงร้องของสองสาวที่ดังไล่หลังตามมา

    ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกได้ว่าม่านบาเรียสีแดงที่หุ้มร่างกายมีความเข้มข้นมากขึ้น

    สล๊อตยอมตอบรับคำขอร้องของผม…

    และผม… จะใช้ร่างกายนี้เบิกทางหนีให้กับพวกเธอ

    จงรอดกลับไป

    จงอยู่ต่อไป

    จงใช้ชีวิตต่อไป

    ใช้ชีวิต… ในส่วนของชายผู้โง่เขลาคนนี้ด้วย---



    *บรึ๊มมม! *

    เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง

    เปลวควันพวยพุ่งไปทั่วห้อง

    ฝ้าเพดานอันไร้ที่สิ้นสุดฉับพลันสูญสิ้นซึ่งแสงสว่าง

    แผ่นดินสั่นสะท้านจนมิอาจยืนหยัดมั่นคง

    พายุบอลหนามขาวหยุดเคลื่อนไหว แล้วแตกกระจายเป็นเมล็ดข้าวโพดอีกคร่า

    กะ… เกิดอะไรขึ้น?



    ผมเงยหน้าขึ้นไปมองต้นเหตุของความวิบัติ

    เหนือพื้นขึ้นไปสี่สิบเมตร มีร่างของสตรีสวมชุดเมดสีขาวโบยบินอยู่คนหนึ่ง

    เธอเป็นสตรีเผ่ามนุษย์ สูงราว 160 เซนติเมตร มีใบหน้าอ่อนโยนที่มาพร้อมกับดวงตา และเส้นผมสีฟ้าที่สวยงามดั่งผืนมหาสมุทร

    ปีกโลหะที่กำลังพ่นเปลวอากาศออกมาจากแผ่นหลังของเธอนั้น ทำให้ผมทราบได้ทันที่ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต

    “จาวิส? ใช่จาวิส หุ่นยนต์รับใช้ของลิลลี่หรือเปล่า? ”

    “ถูกต้องค่ะ”

    เธอตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์

    ทำไมเธอคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละ?



    “ฉันคิดว่าคุณคงมีคำถามมากมาย แต่เอาไว้ถามทีหลังจะดีกว่าค่ะ”

    ที่ตรงหน้าของเธอ คือร่างของไพรด์ที่ถูกอัดจนจมลึกเข้าไปในกำแพง

    ส่วนข้างหลังของเธอ คือรอยแยกกำแพงขนาดใหญ่ กับเพดานที่ถูกพังถล่มลงมาจนกลายเป็นทางลาดที่สูงชัน

    “รบกวนคุณเอซช่วยพาคุณกรีดไปแฮกระบบตามแผนเดิมทีค่ะ ส่วนเจ้าผู้ชายลามกคนนี้---”

    จาวิสหยุดทิ้งช่วง พร้อมกับที่เกิดเสียงระเบิดลมลอดออกมาจากปีกข้างหลังดังเสียดแก้วหู

    “---ฉันจะเป็นคนหยุดเอาไว้ให้เองค่ะ! ”

    ว่าแล้วเธอก็พุ่งกระแทกใส่ร่างของไพรด์

    เธอพุ่งชนอย่างรุนแรงจนผนังรอบด้านพังกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

    ร่างของเธอกับไพรด์พุ่งทะลุผนัง แล้วจมหายไปอีกฝั่งจนไม่อาจทราบได้ว่าทั้งคู่หายไปที่ไหนแล้ว



    “... ระ… รีบไปกันเถอะ! ”

    ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่อย่างน้อยเส้นทางสู่เป้าหมายก็ถูกเปิดออก

    ทีนี้ก็เหลือแค่รีบวิ่งไต่ขึ้นไปตามทางลาด แล้วให้กรีดไปแฮกระบบตามแผน---

    สายตาของผมกับกรีดประสานกันพอดีในเวลานั้น

    “ (ผมชอบเธอนะกรีด---) ”

    ชอบนะ--- ชอบนะ--- ชอบนะ--- ….

    " (ผมรักเธอที่สุดในโลกเลยละ)

    รักที่สุดในโลก--- ในโลก--- ในโลก---

    “...”

    ก่อนหน้านั้น ผมขอเอาหน้าไปซุกส้วมตายก่อนสักสิบรอบจะได้ไหมเนี่ย?



    ***ว่าที่ราชินี [แฟต]

    *ปี๊ด*

    [รายงานจากจาวิส]

    [กำลังต่อต้านศัตรูที่ชื่อไพรด์ ส่วนพวกคุณดิวซ์กำลังไปห้องควบคุม]

    [อัตราประสบความสำเร็จ 90%]

    [โอกาสพ่ายแพ้ 10%]

    รายงานของจาวิสถูกส่งมาแล้ว

    เกือบไปแล้วไหมละ…

    โชคดีที่ขอคุณลี่ให้ส่งจาวิสตามพวกคุณดิวซ์ไปด้วย

    ความจริงแผนเดิม ฉันต้องการแค่ให้พวกคุณกรีดไปลอบเข้าฐานศัตรูเท่านั้น

    เพราะมันเป็นงานเสี่ยง เลยไม่อยากให้พวกคุณดิวซ์ไปเสี่ยง



    แต่ที่คาดไม่ถึงคือคุณดิวซ์กับเอซดันขอตามไปด้วย

    แถมมาคิดอีกที ก็ไม่รู้ว่าพวกคุณกรีดจะเชื่อใจได้มากแค่ไหน

    ถ้าเกิดเธอคนนั้นยังมีเยื่อใยต่อโนอาร์ แล้วหักหลังขึ้นมาเดียวจะซวยเอา

    ฉันเลยขอร้องคุณลี่ ยื้มตัวคุณจาวิสมาเพื่อเป็นหลักประกันปลอดภัยให้คุณดิวซ์กับคุณเอซอีกที

    รวมไปถึงเป็นหลักประกันว่าแผนการของฉันจะไม่ผิดพลาดด้วย

    ด้วยเหตุนี้ จาวิสเลยรีบบึ่งออกไปตามเส้นทางที่คุณดิวซ์ใช้ลักลอบเข้ายานโนอาร์



    ความจริงก็อยากจะใช้กองทัพของท่านแม่อยู่หรอก

    แต่เพราะว่าฉันใช้สถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายมอ้างชื่อท่านแม่เพื่อสั่งการ เลยไม่อยากอ้างชื่อมากไปกว่านี้

    การสูญเสียกองทัพโกเลม กับกองทัพที่มีเลือดเนื้อมันต่างกันมากค่ะ

    อย่างน้อยหลังจบเรื่อง เวลาโดนคาดโทษ จะได้ไม่เจ็บตัวมากกันทั้งวงตระกูล

    จะว่าไป… มาคิดดูตอตอนนี้ สิ่งที่ฉันทำถือว่าเป็นการหักหน้าท่านแม่จริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย?



    "..."

    เออ… ช่างมันไปเถอะ

    ตอนนี้มาตั้งสมาธิกับสงครามก่อนดีกว่า

    คุณจาวิสกำลังปะทะกับคุณไพรด์อยู่

    ถ้าจาวิสแพ้ คราวนี้ฉันคงต้องยอมไปก้มหัวท่านแม่ แล้วขอให้เคลื่อนพลทหารอย่างจริงจังแทน

    ดังนั้น กรุณาอย่าทำให้ฉันผิดหวังนะคะคุณจาวิส

    [จาวิส] หุ่นยนต์ที่คุณลี่โม้ว่าแข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ชาติ