***คนติดเมีย [เอซ]
"ไม่คิดว่าพวกเราจะเป็นฝ่ายชนะบ้างหรอกหรือยังไงเจ้าหุ่นกระป๋อง? "
กับหุ่นยนต์ที่มีสมองกลวิเคราะห์ได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ คงมีแค่ต้องให้---
*บรึ้ม! *
---ให้กรีดล่วงหน้าไปแฮกระบบหลักก่อนอย่างเดียวเท่านั้น…
เออ…
เมื่อกี้นี้มันเสียงอะไรกัน?
ผมหันไปมองต้นเสียงของระเบิด
แท่นประตูมิติ เส้นทางเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้เชื่อมไปสู่ห้องควบคุมของยานโนอาร์ได้ถูกทำลายไปแล้ว
"นั่นสินะครับ ถ้าพิจารณาจากหนทางชนะที่เหลืออยู่ของพวกคุณ คงเป็นการปล่อยให้พวกคุณสักคนหนีรอดไปได้นั่นละครับ"
เจ้าหุ่นกระป๋องพูดเช่นนั้น แล้วเริ่มเล็งเป้าโจมตีไปที่แท่นประตูมิติบานอื่นต่อ
เมล็ดข้าวโพดสีขาวที่โคจรรอบตัวมัน ได้เปลี่ยนรูปเป็นบอลกลมสีขาว แล้วเข้าบดขยี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเราจนสิ้นซาก
มันคาดคะเนแผนการของพวกเราไปได้ไกลถึงขนาดนี้เลยเรอะ…
"ถอยก่อน! "
เจอแบบนี้ก็ถอยลูกเดียวสิเพ่!
ว่าแล้วผมก็โยนวัตถุทรงไข่ทั้งเก้าใส่เจ้าหุ่นกระป๋อง
"เดียวก่อนสิเอซ! "
"ถ้าตายตรงนี้ก็จบ รีบถอยไปตั้งหลักก่อนเถอะกรีด! "
"แต่… ช่วยไม่ได้… ยอมแพ้แค่นี้ก็ได้! ไพรด์! วันนี้พวกเราจะปล่อยนายไปเอาบุญไว้สักครั้งก็แล้วกัน! "
บทพูดตัวร้ายเกรดต่ำนั่นไปจำมาจากที่ไหนกันหรือครับคุณกรีด…
พวกเราวิ่งกลับไปที่ทางเข้าอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีผมวิ่งปิดท้ายคอยระวังหลังให้กับทุกคน
*เปรี๊ยะ! *
ได้ยินเสียงวัตถุแตกกระจายไล่ตามหลัง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง
เพราะเสียงนั้น คงเป็นเสียงทำลายวัตถุทรงไข่ที่ผมพึ่งสั่งให้โจมตีเจ้าหุ่นกระป๋องไปเมื่อกี้นี้นั่นละ
“อีกนิดเดียว! ”
อีกเพียงแค่ไม่มีก้าวก็จะถึงประตูที่ใช้เข้ามากันแล้ว---
เดียวก่อนสิ
ศัตรูมันอยู่ในระดับที่สามารถวิเคราะห์จนคาดการถึงแผนบุกไปที่ห้องควบคุมได้
แล้วทำไมมันถึงไม่โจมตีถล่มปิดเส้นทางหนีเพียงหนึ่งของพวกเราไปด้วยกันละ?
“ทุกคนหยุดก่อน นั่นมันกับดัก! ”
“กรี๊ดดดด!?! ”
*ฟ่อ! *
เพราะได้รับคำเตือนทันเวลา เลยทำให้กลุ่มที่วิ่งนำอยู่หน้าสุด หยุดตัวเองทันเวลาก่อนที่จะติดกับดักของศัตรู
ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณเจ้าอสรพิษที่ดิวซ์พามาด้วยละนะ
เจ้างูมันใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของตัวเอง เลื้อยเข้ามาขวางเส้นทางตรงหน้าของกลุ่ม เพื่อเสริมแรงเบรกของทุกคนวิ่งมาอย่างสุดกำลัง
เกิดเสียงเสียดสีระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นห้องดังไปทั่ว
ในเวลาเดียวกัน ที่ประตูทางเข้า ก็มีหนามกุหลาบสีขาวจำนวนมาก งอกขึ้นมาจากทั้งทางด้านบนและล่างของช่องประตูที่พังทลาย ก่อนจะขบเข้าหากันอย่างรุนแรงเสมือนหนึ่งเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่ขบเข้าหากัน
ถ้าเบรกไม่ทัน พวกเราคงกลายสภาพเป็นเนื้อบดกันไปแล้ว
แต่ถึงจะรอดมาได้อย่างฉิวเฉียด ก็ใช่ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
กลับกันแล้ว มีแต่จะยิ่งแย่ลงมากกว่า
"ไม่เหลือลูกเล่นกันแล้วใช่ไหมครับ? "
เจ้าหุ่นกระป๋องพูดจาอย่างดูถูกพวกเรา แล้วบินขึ้นไปอยู่สูงเหนือพื้นที่ระดับราวสี่สิบเมตร
หนามกุหลาบสีขาวตรงหน้า เริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นลูกบอลหนามขนาดเท่าหัวคน
เม่นสีขาวที่น่ากลัวเหล่านั้นมีเป็นจำนวนมาก
และอาจจะมีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยลูกได้…
"ถ้าอย่างงั้นมาเล่นเกมส์กันสักหน่อยไหมครับ? "
ไพรด์ว่าเช่นนั้น แล้วเริ่มสั่งการให้พวกมันหมุนควงเป็นพายุอยู่ที่ริมขอบของห้อง ก่อนจะค่อย ๆ บีบวงให้คับแคบลงมาทีละนิด ราวกับต้องการจะทรมานให้พวกเราตายอย่างช้า ๆ
"สล๊อต คิดว่าบาเรียของเธอพอจะต้านเจ้านี่ไหวไหม? "
"... พอป้องกันได้ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ"
แค่ครั้งเดียวอย่างงั้นหรือ…
ถ้ามันเลือกที่จะโจมตีมาตรง ๆ อะไรคงจะง่ายกว่านี้
พายุบอลหนามสีขาวตรงหน้า มันแทบจะไร้ช่องว่างให้พวกเราวิ่งหนีออกไป
เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรจากคุก ที่พร้อมจะบดขยี้พวกเราให้ตายทันทีที่วงล้อมคับแคบจนไม่เหลือที่ยืน
ให้ตายสิ!
ยัยแฟต!
ยัยมดสวะนั่น! ดันหาเรื่องให้มาเสี่ยงอันตรายได้นะ!
ถ้ากรีดกับน้องสาวสุดรักเป็นอะไรขึ้นมาละก็ ต่อให้ตายไปแล้ว ผมก็จะกลายเป็นผีตามไปหลอกหล่อนให้ดู!
พายุบอลหนามเริ่มตีวงคับแคบลง จนกระทั้งที่ยืนของพวกเราเหลือเพียงแค่ประมาณหนึ่งช่วงตัวเท่านั้น
พวกเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนหันหลังชนกันอย่างหนูจนตรอก
"..."
ผมเหลือบมองดิวซ์กับกรีดด้วยหางตา
ที่นี่ไม่ควรจะเป็นที่ตายของพวกเธอ
"สล๊อต ทุ่มพลังบาเรียทั้งหมดมาที่ผมคนเดียวที"
ใครจะยอมให้คนสำคัญต้องมาตายที่นี่กันละ?
ว่าแล้วก็ทิ้งมือทั้งสองลงข้างตัว พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดเพื่อตั้งสมาธิ
"ดิวซ์ พี่รู้ดีว่าน้องเกลียดพี่ชายคนนี้ ที่คอยเข้ามายุ่มย่ามชีวิตน้องทุกฝีก้าว"
ด้วยงานของพ่อแม่ เลยทำให้ท่านไม่ค่อยมีเวลาให้กับพวกเราสองพี่น้อง
ในฐานะพี่ชาย เลยพยายามอย่างหนักเพื่อมอบความรักที่ขาดหายไปให้กับดิวซ์
สำหรับผมแล้ว ดิวซ์นะเป็น
“ไม่ว่าดิวซ์จะโตแค่ไหน พี่ก็ยังมองว่าน้องเป็นเด็กเสมอ เพราะงั้น จงยืนดูอยู่เฉย ๆ ตรงนั้นซะ”
“พี่… นี่พี่พูดอะไรของพี่… ทำไมถึงพูดจาเหมือนกับว่าพี่กำลังจะ…”
“พี่รักน้องนะ”
ดิวซ์นะเป็น… ทั้งน้องสาวและลูกสาวคนสำคัญของผม
เพื่อน้องที่รักยิ่ง พี่คนนี้ยินดีมอบชีวิตให้เสมอ
“กรีด”
ผมหันไปมองสตรีร่างเล็กที่ชอบมาพูดจาหนวกหูใส่ผมเป็นประจำ
“กรีด เธอนะทั้งขี้โวยวาย ทั้งเอาแต่ใจ แถมยังตัวเล็กไร้ซึ่งเสน่ห์ของเพศหญิง เป็นผู้หญิงที่หาดีไม่ได้เลยสักนิด”
“จะหาเรื่องกันหรือยังไงยะ! ”
เธอเริ่มแยกเขี้ยวใส่ผมแล้ว
พอเห็นใบหน้าที่คุ้นชิน ก็อดที่จะผุดรอยยิ้มขึ้นมาไม่ได้
ต้องร่าเริงแบบนี้สิ ถึงจะเป็นกรีด
ใบหน้าอมทุกข์มันไม่เหมาะกับเธอหรอกนะ
“แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้น ผมกลับไม่รังเกียจเธอเลยสักนิด เธอนะดูมีชีวิตยิ่งกว่ามนุษย์คนไหน ๆ ที่ผมเคยพบเห็นเลยละ”
ถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ผมรู้ตัวเองดี
“เธอจะเป็นหุนยนต์หรือตัวอะไรผมก็ไม่สนใจ”
รู้ตัวว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อเธอนั้นคือความจริง
กับกรีดแล้ว ผมนะ---
“ผมรักเธอนะกรีด รักที่สุดในโลกใบนี้เลยละ”
---ผมนะ… รักหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า [กรีด]
ผมวิ่งตรงออกไปใส่พายุบอลหนามโดยไม่สนใจชีวิตของตัวเอง
ไม่สนใจเสียงร้องของสองสาวที่ดังไล่หลังตามมา
ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกได้ว่าม่านบาเรียสีแดงที่หุ้มร่างกายมีความเข้มข้นมากขึ้น
สล๊อตยอมตอบรับคำขอร้องของผม…
และผม… จะใช้ร่างกายนี้เบิกทางหนีให้กับพวกเธอ
จงรอดกลับไป
จงอยู่ต่อไป
จงใช้ชีวิตต่อไป
ใช้ชีวิต… ในส่วนของชายผู้โง่เขลาคนนี้ด้วย---
*บรึ๊มมม! *
เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง
เปลวควันพวยพุ่งไปทั่วห้อง
ฝ้าเพดานอันไร้ที่สิ้นสุดฉับพลันสูญสิ้นซึ่งแสงสว่าง
แผ่นดินสั่นสะท้านจนมิอาจยืนหยัดมั่นคง
พายุบอลหนามขาวหยุดเคลื่อนไหว แล้วแตกกระจายเป็นเมล็ดข้าวโพดอีกคร่า
กะ… เกิดอะไรขึ้น?
ผมเงยหน้าขึ้นไปมองต้นเหตุของความวิบัติ
เหนือพื้นขึ้นไปสี่สิบเมตร มีร่างของสตรีสวมชุดเมดสีขาวโบยบินอยู่คนหนึ่ง
เธอเป็นสตรีเผ่ามนุษย์ สูงราว 160 เซนติเมตร มีใบหน้าอ่อนโยนที่มาพร้อมกับดวงตา และเส้นผมสีฟ้าที่สวยงามดั่งผืนมหาสมุทร
ปีกโลหะที่กำลังพ่นเปลวอากาศออกมาจากแผ่นหลังของเธอนั้น ทำให้ผมทราบได้ทันที่ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
“จาวิส? ใช่จาวิส หุ่นยนต์รับใช้ของลิลลี่หรือเปล่า? ”
“ถูกต้องค่ะ”
เธอตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์
ทำไมเธอคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ละ?
“ฉันคิดว่าคุณคงมีคำถามมากมาย แต่เอาไว้ถามทีหลังจะดีกว่าค่ะ”
ที่ตรงหน้าของเธอ คือร่างของไพรด์ที่ถูกอัดจนจมลึกเข้าไปในกำแพง
ส่วนข้างหลังของเธอ คือรอยแยกกำแพงขนาดใหญ่ กับเพดานที่ถูกพังถล่มลงมาจนกลายเป็นทางลาดที่สูงชัน
“รบกวนคุณเอซช่วยพาคุณกรีดไปแฮกระบบตามแผนเดิมทีค่ะ ส่วนเจ้าผู้ชายลามกคนนี้---”
จาวิสหยุดทิ้งช่วง พร้อมกับที่เกิดเสียงระเบิดลมลอดออกมาจากปีกข้างหลังดังเสียดแก้วหู
“---ฉันจะเป็นคนหยุดเอาไว้ให้เองค่ะ! ”
ว่าแล้วเธอก็พุ่งกระแทกใส่ร่างของไพรด์
เธอพุ่งชนอย่างรุนแรงจนผนังรอบด้านพังกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ร่างของเธอกับไพรด์พุ่งทะลุผนัง แล้วจมหายไปอีกฝั่งจนไม่อาจทราบได้ว่าทั้งคู่หายไปที่ไหนแล้ว
“... ระ… รีบไปกันเถอะ! ”
ถึงจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่อย่างน้อยเส้นทางสู่เป้าหมายก็ถูกเปิดออก
ทีนี้ก็เหลือแค่รีบวิ่งไต่ขึ้นไปตามทางลาด แล้วให้กรีดไปแฮกระบบตามแผน---
สายตาของผมกับกรีดประสานกันพอดีในเวลานั้น
“ (ผมชอบเธอนะกรีด---) ”
ชอบนะ--- ชอบนะ--- ชอบนะ--- ….
" (ผมรักเธอที่สุดในโลกเลยละ)
รักที่สุดในโลก--- ในโลก--- ในโลก---
“...”
ก่อนหน้านั้น ผมขอเอาหน้าไปซุกส้วมตายก่อนสักสิบรอบจะได้ไหมเนี่ย?
***ว่าที่ราชินี [แฟต]
*ปี๊ด*
[รายงานจากจาวิส]
[กำลังต่อต้านศัตรูที่ชื่อไพรด์ ส่วนพวกคุณดิวซ์กำลังไปห้องควบคุม]
[อัตราประสบความสำเร็จ 90%]
[โอกาสพ่ายแพ้ 10%]
รายงานของจาวิสถูกส่งมาแล้ว
เกือบไปแล้วไหมละ…
โชคดีที่ขอคุณลี่ให้ส่งจาวิสตามพวกคุณดิวซ์ไปด้วย
ความจริงแผนเดิม ฉันต้องการแค่ให้พวกคุณกรีดไปลอบเข้าฐานศัตรูเท่านั้น
เพราะมันเป็นงานเสี่ยง เลยไม่อยากให้พวกคุณดิวซ์ไปเสี่ยง
แต่ที่คาดไม่ถึงคือคุณดิวซ์กับเอซดันขอตามไปด้วย
แถมมาคิดอีกที ก็ไม่รู้ว่าพวกคุณกรีดจะเชื่อใจได้มากแค่ไหน
ถ้าเกิดเธอคนนั้นยังมีเยื่อใยต่อโนอาร์ แล้วหักหลังขึ้นมาเดียวจะซวยเอา
ฉันเลยขอร้องคุณลี่ ยื้มตัวคุณจาวิสมาเพื่อเป็นหลักประกันปลอดภัยให้คุณดิวซ์กับคุณเอซอีกที
รวมไปถึงเป็นหลักประกันว่าแผนการของฉันจะไม่ผิดพลาดด้วย
ด้วยเหตุนี้ จาวิสเลยรีบบึ่งออกไปตามเส้นทางที่คุณดิวซ์ใช้ลักลอบเข้ายานโนอาร์
ความจริงก็อยากจะใช้กองทัพของท่านแม่อยู่หรอก
แต่เพราะว่าฉันใช้สถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายมอ้างชื่อท่านแม่เพื่อสั่งการ เลยไม่อยากอ้างชื่อมากไปกว่านี้
การสูญเสียกองทัพโกเลม กับกองทัพที่มีเลือดเนื้อมันต่างกันมากค่ะ
อย่างน้อยหลังจบเรื่อง เวลาโดนคาดโทษ จะได้ไม่เจ็บตัวมากกันทั้งวงตระกูล
จะว่าไป… มาคิดดูตอตอนนี้ สิ่งที่ฉันทำถือว่าเป็นการหักหน้าท่านแม่จริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย?
"..."
เออ… ช่างมันไปเถอะ
ตอนนี้มาตั้งสมาธิกับสงครามก่อนดีกว่า
คุณจาวิสกำลังปะทะกับคุณไพรด์อยู่
ถ้าจาวิสแพ้ คราวนี้ฉันคงต้องยอมไปก้มหัวท่านแม่ แล้วขอให้เคลื่อนพลทหารอย่างจริงจังแทน
ดังนั้น กรุณาอย่าทำให้ฉันผิดหวังนะคะคุณจาวิส
[จาวิส] หุ่นยนต์ที่คุณลี่โม้ว่าแข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ชาติ