บทที่ 55 สนทนา
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตกใจของทุกผู้คนในตอนนี้ ปรากฏร่างของชายชราผมขาวที่กำลังกวาดสายตาไปมองยังทุกผู้คนด้วยสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ในด้านของชายหนุ่มและพวกพ้องที่เห็นการแสดงออกของชายชราก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
“นี่…ชายชราผู้นี้คงไม่ได้เป็นแบบนี้เพราะประโยคที่ซินแสเฒ่าบอกข้าหรอกนะ ถ้าหากเป็นเพราะคำพูดนั้นจริง ข้าจะให้เขารู้ว่าข้าเป็นคนเอ่ยไม่ได้ ก่อนที่เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นจะตามลงมาข้าต้องออกจากที่นี่เสียก่อน”
ชายหนุ่มที่กำลังคิดกับตัวเองอยู่นี่เอง เสียงของหวงหลิงเอ๋อก็ได้ดังขึ้นข้างหลังชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา
“นี่ๆ…เหตุใดคำพูดของเจ้าถึงทำให้ผู้อาวุโสท่านนั้น เดือดดาลถึงเพียงนี้กัน เจ้าคงไม่ได้อยากจะมาก่อปัญหาแก้เบื่อใช่หรือไม่”
หวงหลิงเอ๋อเอ่ยออกมาพร้อมกับดึงไปที่แขนเสื้อของชายหนุ่มเบาๆ
ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่ม หวงเซียนเซียนหรือคงหมิงก็ล้วนแต่มองไปที่หวงหลิงเอ๋อด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
“บัดซบ…เหตุใดนางไม่ดูสถานการณ์บ้าง เจ้าคิดว่าการกระซิบของเจ้ามันจะรอดพ้นการรับรู้ของตัวตนที่เหนือกว่าระดับราชันย์ยุทธ์ได้รึ”
ชายหนุ่มได้แต่บ่นอยู่ภายในใจ หากตนออกจากสถานที่แห่งนี้ไปได้ ตัวเขาจะต้องอบรมสตรีผู้นี้เสียหน่อยแล้ว
“ในตอนนี้ข้าต้องภาวนาให้ผู้อาวุโสท่านนั้นไม่ได้ยินคำพูดของนาง”
ทว่าสิ่งใดที่เราไม่อยากเจอเราก็มักจะเจอมันเสมอ
ในตอนนี้เองชายชรา ที่เมื่อครู่กำลังทอดสายตามองไปยังผู้คนมากมาย ได้หันศีรษะกลับมามองยังจุดที่ชายหนุ่มยืนอยู่อย่างฉับพลัน
“เป็นเจ้างั้นรึ ที่เอ่ยประโยคนั้นออกมา” ชายชราเอ่ยออกมาพร้อมกับปล่อยแรงกดดันไปที่ชายหนุ่ม
ในด้านของชายหนุ่มที่ได้รับแรงกดดันที่ชายชราส่งมายังตน ทำให้พลังปราณในร่างกายของชายหนุ่มปั่นป่วนในทันที
สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มเกิดความไม่พอใจกับการกระทำของชายชราเป็นอย่างมาก
“เจ้าเฒ่า ข้าไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคำที่ข้าเอ่ยออกไปถึงได้ไปยั่วโทสะของเจ้า แต่การที่เจ้าใช้ระดับพลังมากดขี่ลูกค้าเช่นนี้มันสมควรงั้นรึ”
“ในเมื่อเจ้าไร้มารยาทกับข้า ข้าก็จะไม่เกรงใจเจ้าแล้วเช่นกัน”
สิ้นเสียงชายหนุ่มได้นำดาบประจำตระกูลออกมาจากห้วงจิต และพร้อมจะชักมันออกมาฟาดฟันทันทีหากชายชราตรงหน้าทำอะไรมากไปกว่านี้
ในด้านของชายชราที่เห็นดาบในมือชายหนุ่ม แม้จะยังไม่ชักออกมา ตัวของชายชราก็รู้ได้ทันทีว่าดาบเล่มนี้คืออะไร นั่นจึงทำให้อารมณ์ของชายชราค่อยๆ เย็นลง
“เจ้าหนูเจ้าเป็นใครกันแน่ แล้วเจ้าไปเอาคำพูดประโยคนั้นมาจากใครกันและที่สำคัญดาบเล่มนั้นเจ้าได้มันมาได้อย่างไร”
ชายชราเอ่ยออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังชายหนุ่ม และแสดงสีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
ทว่าคิดได้ไม่นานนักชายชราได้ส่ายหัว พร้อมเอ่ยกับชายหนุ่ม
“เอาเถอะถึงอย่างไรเจ้าหนูเช่นเจ้าก็ไม่สามารถทำอันใดข้าได้อยู่แล้ว ข้าชักจะเริ่มสนใจในตัวเจ้าขึ้นมาบ้างแล้วสิ ตามข้ามา”
สิ้นเสียงชายชราได้หันหลังพร้อมกับลอยตัวขึ้นไปยังช่องว่างของตำหนักที่ตนเองพึ่งจะทำลายมาเมื่อครู่
ทางด้านชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้น จึงตามชายชราไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่พอใจการกระทำของชายชรามากแค่ไหน ตัวเขาก็ต้องนึกถึงจุดประสงค์ที่มายังที่แห่งนี้เป็นหลัก
ทางด้านของหญิงสาวทั้งสองและคงหมิงนั้นไม่ได้ตามชายหนุ่มไปแต่อย่างใด จากนิสัยของชายชราเกรงว่าหากพวกตนตามเข้าไปด้วยชายชราผู้นั้นจะต้องหัวเสียอีกเป็นแน่
หลังจากที่ตามชายชรามาทางช่องโหว่ที่ชายชราทำไว้ได้สักพักทั้งคู่ก็ได้มาหยุดอยู่ที่ชั้นเจ็ดของตำหนัก
ปรากฏเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ไม่ต่างไปจากชั้นแรกมากนัก ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันคือห้องโถงนี้แทบจะไม่มีสินค้าใดๆ วางขายเลย
เมื่อสังเกตไปรอบๆ ชายหนุ่มจึงเห็นของไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่ตั้งวางไว้อยู่ในมุมต่างๆ ของห้องโถงนี้
ในตอนนี้เองเสียงของชายชราได้ดังขึ้น “นั่งสิเจ้าหนู ข้ามีคำถามมาถามเจ้าหลายเรื่องเลยล่ะนะ”
ชายหนุ่มหันไปมองยังต้นเสียง จึงเห็นชายชราที่นั่งอยู่กับพื้นรอชายหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว
เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงเดินไปยังด้านหน้าของชายชราพร้อมนั่งลงกับพื้นแบบเดียวกัน
ชายชราที่เห็นการกระทำของชายหนุ่มก็ได้ยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมเอ่ยบทสนทนา
“ข้าคิดว่าเจ้าจะเรื่องมาก กว่านี้เสียอีกเอาล่ะก่อนอื่นเลย คำพูดประโยคนั้นเจ้าไปได้ยินมาจากที่ใด แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาพูดประโยคนั้นกับสมาคมการค้าสวรรค์ของพวกข้า”
เมื่อได้ยินคำถาม ชายหนุ่มจึงคำนับไปที่ชายชราพร้อมเอ่ยตอบ
“อย่างแรกเลยนามของข้าคือ หลินตง ข้านั้นมีอาจารย์อยู่ผู้หนึ่งก่อนที่ท่านจะออกไปจากดินแดนของข้า ท่านได้ทิ้งประโยคนี้ไว้และบอกกับข้าว่าหากข้ามีปัญหาที่แก้ไม่ตกให้มาบอกประโยคนี้แก่ สมาคมการค้าสวรรค์”
เมื่อได้ฟังคำพูดของชายหนุ่ม ชายชราตรงหน้าถึงกับคิ้วกระตุก
“อาจารย์ของเจ้ามีนามว่าอะไรรึ”
ได้ยินคำถามนี้ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวพร้อมเอ่ย
“ตัวข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าเคยคิดจะถามท่านหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง”
ชายชราที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่คิ้วกระตุกมากขึ้นไปอีก
“อาจารย์ของเจ้านะ ชอบพูดถึงเรื่องลิขิตฟ้าอะไรทำนองนั้นใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ของชายชรา ชายหนุ่มจึงเริ่มมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าชายชราตรงหน้าต้องรู้จักซินแสเฒ่าอย่างแน่นอน
“ท่านรู้ได้อย่างอย่างไร”
ชายชราทำสีหน้าเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่างพร้อมเอ่ย
“ในสมาคมการค้าสวรรค์ตัวตนระดับข้าขึ้นไปไม่มีใครไม่รู้จักหรอกนะ ก็ไอเจ้านั่น…”
“เรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ อย่างไรเสียข้าได้รู้ว่าไอเจ้านั่นกลับสู่ยุทธภพแล้วแถมยังมีศิษย์เพิ่มมาอีกด้วย”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ชายชราจึงมองไปที่ชายหนุ่มพร้อมเอ่ย
“ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์ของเจ้านั่น แถมยังมีดาบเล่มนั้นอยู่ด้วย เจ้าคงจะเป็นทายาทของตระกูลหลินสินะ”
“หากท่านมองได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ ข้าก็คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้วล่ะ อีกอย่างท่านก็รู้จักกับอาจารย์ของข้า ถึงดูเหมือนพวกท่านจะไม่ถูกกัน แต่ก็คงไม่ใช่ศัตรูอย่างแน่นอน”
“ใช่แล้วข้าคือทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลิน”
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ชายชราเบื้องหน้าได้ใช้สายตาสำรวจชายหนุ่มจากหัวจรดเท้า พร้อมเอ่ย
“อ่อนแอมาก…หากเป็นยุคสมัยที่เฟื่องฟูของตระกูลหลิน ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้เป็นได้มากสุดก็แค่ศิษย์แกนหลักปลายแถวเท่านั้น หากเจ้ายังอ่อนแอเช่นนี้ ชะตากรรมของเจ้าก็คงจะหนีไม่พ้นความตายจากศัตรูของตระกูลเจ้า”
ชายหนุ่มที่ได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย
“นี่ข้ามันอ่อนแอขนาดนั้นเชียวรึ แม้แต่ศิษย์เป็นได้มากสุดก็แค่ศิษย์แกนหลักปลายแถวงั้นรึ แต่คิดๆ ดูแล้วผู้อาวุโสท่านนี้ก็พูดไม่ผิด”
“ในอดีตนั้นตอนที่ตระกูลหลินอยู่จุดสูงสุด ต่อให้ขุมอำนาจทั้งสิบร่วมมือกันก็ไม่สามารถเอาชนะตระกูลหลินได้ นั่นหมายถึงอะไร ความแข็งแกร่งโดยรวมของจอมยุทธ์ทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างมากไงล่ะ”
คิดได้เช่นนี้ชายหนุ่มจึงใจเย็นลง พร้อมกับคำนับไปที่ชายชราเบื้องหน้า
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ หากวันนี้ข้าล่วงเกินท่านไป ข้าต้องขออภัยท่านด้วย หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่ถือโทษโกรธข้านะขอรับ”
เมื่อเห็นการกระทำของชายหนุ่มชายชราจึงยกยิ้ม พร้อมเอ่ย
“เรื่องนั้นช่างมันเถิด ข้าเองก็ใจร้อนไปเช่นกัน พอดีว่าอาจารย์ของเจ้าสร้างวีรกรรมไว้กับพวกข้ามากมายเหลือเกิน เมื่อได้ยินประโยคนั้นข้าจึงคิดว่าเจ้านั่นจะแอบปลอมตัวมาก่อเรื่องยังที่แห่งนี้”
“ว่าแต่เจ้า เจ้ามีปัญหาที่แก้ไม่ตกอันใดกันถึงได้มาที่สมาคมการค้าสวรรค์ของพวกข้า”
ชายหนุ่มที่ได้ยินคำถามของชายชราจึงตอบกลับในทันที
“สมาคมของท่านนอกจากสิ่งของที่เป็นสินค้าก็คงจะมีข้อมูลเป็นสินค้าด้วยใช่หรือไม่”
“อย่างแรกเลยข้าต้องการหาคน”
“อย่างที่สองข้าอยากรู้เกี่ยวกับมหาทวีปทั้งห้า”
“อย่างที่สามข้าอยากรู้เกี่ยวกับศัตรูทั้งหมดของตระกูลหลิน และสงครามที่ทำให้ตระกูลหลินอ่อนแอลง”
“และสุดท้ายตัวตนของอาจารย์ของข้า”
จากผู้เขียน: ตอนนี้ขอเบาๆ อีกสักตอนนะครับ ฮ่าๆ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio