The Lost Swordsman

    บทที่ 19 พลั้งมือ

    “หยุด!!”
    หมับบ หมับบ!!
    เพียงชั่วลมหายใจก่อนที่สถานการณ์จะถลำลึกไปมากกว่านี้ ซานป๋อเร่งรีบเคลื่อนตัวก้าวเข้าไปห้ามโดยพลัน มันยื่นมือคว้าจับท่อนแขนทั้งสองเอาไว้และพยายามจะแยกออก เหมาเว่ยและอีกฝ่ายต่างยังคงอยู่ในท่วงท่าเดิมพร้อมเข้าห้ำหั่นโดยไม่มีผู้ใดยอมผ่อนปรนแม้แต่น้อย
    “เซี่ยจื่อเยว่ เจ้าก็เป็นถึงศิษย์พี่ ช่วยใจกว้างอย่าถือจะได้ไหม? ทั้งเจ้าก็เป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน ศิษย์สำนักเดียวกันไม่ควรจะต้องมาสู้กันเอง”
    แม้ว่าต่อมา กำปั้นและฝ่ามือทั้งสองฝ่ายจะค่อยๆแยกออกจากกันด้วยน้ำมือซานป๋อ แต่ท่าทีที่แสดงถึงโทสะบนใบหน้าก็มิได้ถดถอยลดน้อยลงแม้แต่น้อย ทั้งคู่ยังคงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ และเมื่อซานป๋อคลายแรงปล่อยแขนให้สองฝ่ายเป็นอิสระ น้ำเสียงอันแข็งกร้าวจากเด็กหนุ่มหรือก็คือเซี่ยจื่อเยว่ก็เปล่งออกมาด้วยความไม่พอใจ
    “ซานป๋อ เจ้าอย่ามายุ่งเรื่องของข้า ถอยไป!! ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”เซี่ยจื่อเยว่กล่าวจบ มันก็กระแทกฝ่ามือซัดตรงออกไปในทันที
    ฟืบบ!
    ‘มันไม่ยอมเลิกราง่ายๆสินะ ดี ข้าก็ไม่ยอมเช่นกัน!!’เหมาเว่ยยังคงระวังตัวอยู่ตลอด และรอโอกาสเบี่ยงตัวไปด้านซ้ายเพื่อหลบเลี่ยงจนเป็นผลสำเร็จ
    วืดดดด!!
    ปั่กกกกกก!!
    “อ๊ากกก!”ใบหน้าเซี่ยจื่อเยว่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
    ยามเมื่อจังหวะที่ร่างเซี่ยจื่อเยว่กำลังจะถลำเลยผ่านเหมาเว่ยไปจากการโจมตีพลาด มันกลับถูกของแข็งสะบัดใส่ตำแหน่งกกหูเข้าอย่างจัง ซึ่งการกระแทกศอกขวาใส่ศัตรูของเหมาเว่ยในครั้งนี้นั้น ก็นับเป็นท่วงท่าที่แปลกพิสดารและมิได้ดูทรงพลังล้ำลึกอันใด หากแต่ที่โลกของเขากลับถูกมองว่าเป็นออกอาวุธที่อันตราย อาจทำให้คู่ต่อสู้ถึงแก่ชีวิตหากถูกจุดสำคัญก็เป็นได้
    ฟุบบ ฟืบบบบ!
    ราชสีห์คำราม!
    กรรร!!
    เมื่อการต่อสู้ยังมิได้ยุติลง เหมาเว่ยก็รีบจู่โจมระลอกใหม่โดยการพลิกร่างหันเข้าหาเซี่ยจื่อเยว่ที่กำลังเสียการทรงตัว พลางกระแทกหมัดซัดออกไปตรงๆด้วยวิชาเพียงหนึ่งเดียวที่เขามี แต่นั่นก็นับว่าเพียงพอสำหรับผู้ที่ไร้ซึ่งการป้องกัน และยังคงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการถูกอัดกระแทกศีรษะอย่างแรงในตอนแรก
    ปึงงงง!
    “อั๊กกก!!”
    ตุบบ ตุบ ตุบบบ!!
    เพียงแค่สองกระบวนท่านั้น ก็ส่งผลให้ร่างเซี่ยจื่อเยว่ไถลไปไกลก่อนที่จะทรุดลงกับพื้น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทั้งพลังยุทธและวิชาที่เซี่ยจื่อเยว่ครอบครองก็นับได้ว่าเหนือกว่าเหมาเว่ยเป็นไหนๆ เพียงแต่การต่อสู้ก็หาได้ตัดสินที่สองสิ่งนั้นเพียงอย่างเดียวไม่ มีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่ต้องนำมาคิดคำนวณชี้วัดผลในการต่อสู้ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยนั่นก็คือประสบการณ์ต่อสู้จริงและการตัดสินใจที่เหมาเว่ยมีเหนือกว่าจากการฝึกการเป็นทหารในโลกเดิม
    “เจ้าชนะแล้วศิษย์น้องเหมา เจ้าเป็นฝ่ายชนะ ขนาดเซี่ยจื่อเยว่เป็นถึงผู้ฝึกตนที่มีพลังยุทธระดับหลอมรวมขั้นสาม ก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้แก่เจ้า”ซานป๋อเผยอาการตกใจอ้าปากกว้าง และรีบกล่าวแสดงความยินดีหลังจากนั้น
    ‘ระดับหลอมรวมก็ถูกการโจมตีธรรมดาทำร้ายได้อยู่สินะ แต่ดีที่ข้าเปลี่ยนใจไม่ใช้ปืน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปเสียแล้ว’เหมาเว่ยยืนฉีกยิ้มพลางเพ่งดูเซี่ยจื่อเยว่ที่ปรากฏเลือดตรงบริเวณบาดแผลตำแหน่งกกหู
    ’ต่อให้มีพลังยุทธเหนือล้ำกว่า แต่หากโจมตีไม่ถูกศัตรูก็นับว่าไร้ความหมาย ดีที่ข้าเคยฝึกต่อสู้ด้วยมือเปล่าตอนที่เป็นทหารมาอย่างหนัก ประสาทสัมผัสของข้าก็อาจจะพูดได้เหนือกว่ามันดีมาก มิหนำซ้ำที่ข้าเอาชนะมันได้โดยง่ายเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเจ้านี่ยังมิใช่ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง เป็นเพียงแค่เด็กอมมือที่บ่มพลังยุทธมาก่อนข้าก็เท่านั้น’เหมาเว่ยก้าวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อดูผลงานของตน
    “แย่แล้ว!! ต้องแย่แน่ๆ เซี่ยจื่อเยว่ไม่หายใจ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ ไม่นะ”ซานป๋อเปล่งเสียงพลางพยายามจับชีพจรและตรวจดูลมหาย ท้ายที่สุดมันก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าศิษย์ร่วมสำนักในยามนี้ได้ตายจากโลกไปเสียแล้ว
    “หืม ตายแล้ว?”เหมาเว่ยรีบเข้าไปดูอาการและพยายามจะช่วยชีวิตคู่ต่อสู้โดยใช้ทุกวิถีทาง
    “ศิษย์น้อง เจ้าลงมือหนักเกินไป ดูที่ตรงนี้สิ กระโหลกยุบเข้าไปอย่างเห็นได้ชัด นี่อาจจะเป็นบาดแผลที่ทำให้มันตายก็เป็นได้ แย่แน่ ต้องรีบไปบอกอาจารย์ให้หาทางช่วยเหลือ รีบไปเร็ว!”ซานป๋อเร่งลุกขึ้นและดึงแขนเหมาเว่ยให้รีบตามออกไป
    ‘ข้าแต่ตีศอกครั้งเดียว ถึงกลับกลายเป็นเรื่องเข้าจนได้’
    .
    .
    .
    “ท่านอาจารย์ เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่ข้าได้เล่าออกไป เซี่ยจื่อเยว่ตายด้วยน้ำมือศิษย์น้องก็จริงอยู่ แต่มันเป็นฝ่ายหาเรื่องศิษย์น้องเหมาก่อน ข้ายืนยันได้”
    เมื่อกลับไปถึงเรือนไม้ที่อยู่ของอาวุโสว่าน ซานป๋อจึงรีบเร่งเล่าความจริงทุกอย่างออกไปโดยมิได้ปิดบัง เพียงแต่สีหน้าของอาวุโสว่านในยามนี้เริ่มเผยถึงความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงจะเป็นแค่เรื่องศิษย์ในสำนักพลั้งมือฆ่ากันตาย ยังมีเรื่องแซ่เซี่ยของผู้ตายไปที่นับว่าไม่ธรรมดาอีกด้วย
    “ทำไมเจ้าไม่รู้จักห้าม ซานป๋อ ปล่อยให้ทั้งคู่ต่อสู้กันในสำนักโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างไร?”
    “ข้า..”
    “ศิษย์พี่ห้ามแล้ว แต่ข้าไม่ฟัง หากท่านจะโทษก็โทษข้าคนเดียวเถอะผู้อาวุโส”เหมาเว่ยรีบพูดแทรกขึ้น
    ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบ!!
    ทว่า ระหว่างนั้นก็มีร่างสามร่างปรากฏตัวโดยผู้มาเยือนเป็นชายแก่ผมขาวโพลนทั้งหมด ทั้งแต่ละคนยังสวมชุดที่มีลวดลายไม่ต่างไปจากอาวุโสว่านแม้แต่น้อย
    และเมื่อผู้มาเยือนทั้งสามมีตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสในสำนักมาถึง การพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ดำเนินต่อไปอย่างตรึงเครียด ศิษย์ในสำนักผู้หนึ่งที่บังเอิญเห็นเหตุการณ์ได้มาชี้ตัวผู้ลงมือสังหารเซี่ยจื่อเยว่ด้วยตัวเอง ทั้งผู้ที่มีฐานะสูงส่งในสำนักก็ยังยืนยันที่จะนำตัวเหมาเว่ยไปกักขังไว้อีกด้วย
    “เราจะส่งตัวเหมาเว่ยให้กับตระกูลเซี่ยไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้นเขาต้องถูกฆ่าเป็นแน่ อย่างไรเสียเหมาเว่ยก็เป็นศิษย์ของที่นี่ถึงจะเป็นศิษย์นอกก็ตามที”อาวุโสว่านรีบออกหน้าช่วยเหลือ’ไม่ได้ สิ่งที่เจ้าหนุ่มครอบครองอยู่ล้ำค่าเกินกว่าจะส่งเขาไปตาย’
    “ท่านว่าน ท่านก็น่าจะรู้ดี แม้เซี่ยจื่อเยว่จะเป็นเพียงสวะ เป็นเด็กเหลือขอในตระกูลของมัน แต่อย่างไร เลือดในกายและแซ่ที่ใช้ก็ยังเป็นของตระกูลเซี่ย ท่านคิดว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยง่ายงั้นเรอะ!..หากเราไม่ส่งตัวผู้กระทำไปให้พวกมัน”อาวุโสร่างท้วม หนึ่งในสามที่มามีสีหน้าเคร่งขรึมหันไปมองเหมาเว่ยตลอด
    ‘ดันพลั้งมือฆ่าศิษย์ร่วมสำนักไปซะได้ ข้าก็เพิ่งจะมาถึงสำนักและยังมิได้ฝึกวิชาบ่มเพาะพลังแม้แต่น้อย แต่กลับต้องถูกจับตัวส่งไปให้ตระกูลเซี่ยระบายความแค้น นี่ข้าควรทำอย่างไรต่อไปดี!!’เหมาเว่ยเริ่มคิดไม่ตก หนักใจกับการสั่งหารคนด้วยท่าธรรมดาเพียงท่าเดียว
    “ท่านว่าน ข้าเห็นด้วยกับท่านฉิน เราไม่มีเหตุผลจะต้องปกป้องคนผิดที่เป็นเพียงแค่ศิษย์นอก เพราะเดิมทีมันก็ทำผิดกฎห้ามสังหารศิษย์สำนักเดียวกันอยู่แล้ว บางทีเราควรจะเห็นแก่ส่วนรวมถึงจะถูก ท่านก็น่าจะทราบดีว่าพรรคตระกูลเซี่ยแข็งแกร่งเพียงใด จะตีสุนัขให้ดูเจ้าของ ตระกูลเซี่ยย่อมใช้ข้ออ้างนี้โจมตีพวกเราอย่างแน่นอน”อาวุโสร่างเล็กอีกคนหนึ่งกล่าวเสริมเห็นด้วยกับการจับเหมาเว่ยส่งให้ตระกูลเซี่ย
    “เรื่องนี้ข้าย่อมทราบดี พรรคตระกูลเซี่ยมีอิทธิพลเป็นอย่างมากจากการปรุงยา แม้ตระกูลเซี่ยที่ตั้งอยู่ในเมืองดารากระจ่างจะเป็นเพียงแค่ตระกูลรอง แต่ก็แข็งแกร่งไม่น้อยเลย ด้วยเม็ดยาที่ถูกปรุงขึ้นมามากมายย่อมส่งผลให้คนในพรรคตระกูลเซี่ยมีวรยุทธก้าวหน้าไปมากในรอบหลายสิบปี แต่ข้าว่าต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ ทุกท่านโปรดให้เวลาข้าคิดสักวันสองวันจะได้รึไม่?”
    “ท่านว่าน ท่านอย่าดื้อรั้นไปหน่อยเลย เราไม่ควรเสี่ยงให้มันมีข้ออ้างได้ ท่านก็รู้ว่าพรรคตระกูลเซี่ยต้องการสิ่งใด นักปรุงยาอย่างพวกมันก็หวังเพียงเพลิงพยัคฆ์ม่วงตั้งแต่แรก มิเช่นนั้นจะส่งขยะในตระกูลอย่างเซี่ยจื่อเยว่มาด้วยเหตุผลอันใดกัน ท่านลองตรองดูให้ดี”
    สุดท้ายแล้วก็ไม่มีผู้ใดเข้าข้างเหมาเว่ยเว้นแต่เพียงอาวุโสว่านและซานป๋อที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ต่อมาเหมาเว่ยจึงถูกนำตัวขึ้นไปกักไว้บนหอจองจำที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากยอดเขาพยัคฆ์ม่วงเท่าใดนัก เป็นหอสูงสามชั้นเพียงหนึ่งเดียวที่สร้างขึ้นจากหินและมีช่องแสงประตูหน้าต่างทำขึ้นจากเหล็กกล้า แตกต่างไปจากเรือนหรือหออื่นๆที่ปลูกขึ้นด้วยไม้และมีหลังคามุงกระเบื้องอย่างชัดเจน
    .
    .
    .
    หอจองจำ
    “เฮ่ออ ทำไมข้าถึงซวยอย่างนี้ ถูกหาเรื่องก่อนแท้ๆ แค่ตอบโต้กลับไปใครจะไปคิดว่ามันจะตาย เฮ่ออออ!”เหมาเว่ยนั่งพิงผนังหินในห้องทรงกลมพลางถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา
    แก๊กก แอ๊ดดดด!!
    ‘ใครมา?’เหมาเว่ยมองไปที่บันไดทางเดินขึ้นและมีประตูเหล็กปิดกั้นอยู่”ผู้อาวุโสว่าน”
    “ข้าเอง เป็นอย่างไรบ้างเหมาเว่ย ที่นี่คงไม่สบายเช่นในเรือนพักสินะ”
    “เรือนพัก? ข้ายังไม่เคยได้เข้าไปด้วยซ้ำ กลับมาถูกจับขังซะก่อน เฮ่ออ”
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ก็จริงของเจ้า แต่อย่ามัวถอนหายใจอยู่เลย ไว้ข้าจะรีบคิดหาทางช่วยเจ้าออกไปโดยเร็ว”อาวุโสว่านเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มผู้ซึ่งสังหารศิษย์พี่
    “ขอบคุณผู้อาวุโส ข้ารู้ว่าท่านหวังดีต่อข้ามากแค่ไหน แต่ถ้าทำเช่นนั้นท่านจะพลอยเดือดร้อนไปด้วยนะ”
    “เอาน่า ข้าบอกว่าช่วยก็ต้องช่วย ว่าแต่เจ้ามีสิ่งที่อยากจะได้หรือไม่ เช่นอาหารหรือของกินที่ชอบ ข้าพอจะนำเข้ามาให้เจ้าได้นะ”ใบหน้าอาวุโสว่านยังคงเปี่ยมไปด้วยความเมตตา แววตาที่กำลังจับจ้องราวกับว่ามีความสัมพันธ์เฉกเช่นปู่มองหลานของตนกันเลยทีเดียว’ข้าไม่มีทางยอมให้เขาตายเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องช่วยออกไปให้ได้ สำนักพยัคฆ์อัสนีต้องหวังพึ่งเหมาเว่ยเพื่อให้กลับไปรุ่งเรืองอีกครั้ง’
    ‘ถูกขังอยู่ที่นี่น่าเบื่อแย่ แต่จริงๆแล้วข้าก็สามารถหนีออกไปได้ทุกเมื่อเพราะข้ายังมีของดีติดมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ทว่า หาอะไรทำฆ่าเวลาหน่อยก็นับว่าไม่เลว เช่นนั้นก็...’เหมาเว่ยราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะเอ่ยปากว่า”ท่านผู้อาวุโสว่าน ข้าต้องการคัมถีร์วิชาต่างๆในสำนักจะได้หรือไม่ เอามาให้ข้าเยอะๆเลย ยิ่งเป็นวิชาระดับสูงๆก็ยิ่งดี อย่างน้อยข้าก็อยากจะฝึกวิชาของสำนักก่อนที่จะถูกส่งตัวไป ไหนๆข้าก็เป็นศิษย์ที่นี่แล้ว หากไม่มีวิชาสำนักติดตัวไม่เท่ากับว่าข้าขาดทุนหรอกหรือ?”
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ได้แน่นอน แต่วิชาระดับสูงๆคงจะให้ศิษย์ใหม่ฝึกไม่ได้ แต่อย่างไรข้าจะพยายามเลือกแต่วิชาที่ดีมาให้เจ้าก็แล้วกัน เท่านี้ใช่ไหม งั้นข้าไปล่ะ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมา”อาวุโสว่านฉีกยิ้มมุมปากพลางหันหลังกลับ’ไม่ต้องห่วง ข้าจะลอบนำวิชาระดับสูงเท่าที่หาได้มาให้เจ้าเอง เพราะมันเป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ข้าพอจะช่วยเจ้าได้ในยามนี้’