"ท่านคิรินคะ... ท่านคิริน!" เสียงของ เอเลน่า ดังขึ้นพร้อมกับการเคาะประตูห้องนอน "ข้าเกรงว่าเวลาพักผ่อนของท่านต้องจบลงแล้วค่ะ มีกลุ่มบุคคลปริศนามาขอพบท่านที่หน้าวิหาร... และดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้มาอย่างเป็มิตรเท่าไหร่นัก"
คิรินถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นจากเตียงด้วยสภาพผมยุ่งเหยิง "คนพวกนี้ไม่เคยหลับนอนกันบ้างหรือไงนะ..."
เขาเดินลงมายังห้องโถงกลาง พบว่า โรแลนด์ และ เซราฟิน่า กำลังยืนประจันหน้ากับกลุ่มอัศวินในชุดเกราะสีเหล็กกล้าที่ดูเคร่งขรึมและดุดันกว่าอัศวินเทมพลาของลูมินัส ที่โล่ของพวกเขามีตราสัญลักษณ์ 'สิงโตเหยียบสุริยัน' ซึ่งเป็ตราของ จักรวรรดิไอเซน มหาอำนาจทางทหารที่อยู่ติดกัน
"พวกเ้าคือคนที่ทำลายวิหารสูงสุดและบิดเบือนกระแสมานาของทวีปนี้ใช่ไหม!" ผู้นำกลุ่มอัศวินที่สวมชุดเกราะสีเงินเข้มะโถาม "ข้าคือ แม่ทัพวาร์กัส แห่งกองพลที่ 1 แห่งไอเซน ข้าได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบ 'ต้นตอของความผิดปกติ' ที่ทำให้ป่าไม้ในอาณาจักรของข้าเติบโตอย่างบ้าคลั่งจนทำลายกำแพงเมือง!"
คิรินเดินหาวหวอดๆ เข้าไปกลางวง "ป่ามันโตก็ดีแล้วนี่ครับ แสดงว่าที่ดินบ้านคุณมันอุดมสมบูรณ์ จะบ่นทำไม?"
"เ้าคนสามหาว!" วาร์กัสชักดาบเล่มเขื่องออกมา "การที่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงฉับพลันเช่นนี้ย่อมเป็มนตรามืด! จงส่งตัว 'หัวหน้านักบวชนอกรีต' มาให้เราควบคุมตัวเดี๋ยวนี้!"
คิรินมองดูดาบของวาร์กัสแล้วส่ายหน้า "คุณแม่ทัพครับ... เืในกายคุณมันเดือดพล่านเกินไปแล้วนะ ความโกรธแค้นมันกำลังกัดกินหัวใจจนทำให้ความดันเืคุณพุ่งทะลุขีดจำกัดแล้ว"
"เงียบซะ! รับการลงทัณฑ์จากข้าไป!"
วาร์กัสพุ่งเข้าหาคิรินด้วยความเร็วปานสายฟ้า แต่ก่อนที่ดาบจะถึงตัว คิรินเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ
"มหาเวทฮีลชำระจิต: ม่านหมอกแห่งความสงบ (Breath of Serenity)"[ ผลของ Overflow: รักษา 'ความโกรธ' และ 'ความกระหายเื' ให้กลายเป็ความเมตตาอย่างล้นพ้น ]
วูบบบบบ...
ละอองแสงสีทองนุ่มนวลกระจายออกจากตัวคิรินเข้าปกคลุมกลุ่มอัศวินจากไอเซนทั้งหมด ทันใดนั้น วาร์กัสที่กำลังแยกเขี้ยวคำรามกลับชะงักฝีเท้า ดาบในมือค่อยๆ ลดลง ใบหน้าที่เคยดุดันกลับกลายเป็ดูนิ่งสงบและ... ใจดีอย่างประหลาด
"เอ๋... เมื่อกี้ข้ากำลังจะทำอะไรนะ?" วาร์กัสพึมพำพลางเก็บดาบเข้าฝัก "โอ้... ท่านนักบวชผู้เมตตา ข้าต้องขออภัยจริงๆ ที่เสียงดังใส่ท่าน ความจริงแล้วป่าที่โตขึ้นนั่นมันก็น่าร่มรื่นดีเหมือนกันนะ"
อัศวินที่เหลือต่างพากันนั่งลงและเริ่มชื่นชมดอกไม้ที่ผลิบานในวิหารอย่างมีความสุข
เอเลน่ากุมขมับ "ท่านคิริน... ท่านเปลี่ยนกองพลนักรบคลั่งให้กลายเป็คณะทัวร์ชมสวนไปแล้วนะคะ"
"ดีกว่าสู้กันให้เหนื่อยครับ" คิรินตอบพลางหยิบ 'กุญแจสีทอง' ออกมาดู มันเริ่มสั่นและชี้ทิศทางไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดทางทิศเหนือ "เอาล่ะ ในเมื่อแขกผู้มาเยือนสงบปากสงบคำแล้ว เราไปดู 'หอคอยา' กันเถอะ ผมรู้สึกว่าที่นั่นมีคำตอบว่าทำไมผมถึงถูกส่งมาที่โลกนี้"
การเดินทางมุ่งหน้าสู่ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกเป็ไปอย่างรวดเร็ว ด้วย 'บัฟ' เพิ่มความเร็วของคิรินที่ทำให้โรแลนด์ (ที่แบกสัมภาระทั้งหมด) วิ่งเร็วราวกับพายุ
ที่ยอดเขานั้น ปรากฏหอคอยหินสีขาวนวลที่ดูไร้รอยต่อ มันไม่มีประตูหรือหน้าต่าง มีเพียงแท่นหินเล็กๆ ที่มีรูรูปกุญแจอยู่ตรงกลาง
"ที่นี่คือ หอคอยแห่งสัจธรรม... สถานที่ที่ว่ากันว่าเก็บรักษาสัญญาแห่งปฐมกาลไว้" เซราฟิน่ากล่าวด้วยความเคารพ "ไม่เคยมีใครเข้าไปได้มานานนับหมื่นปีแล้วค่ะ"
คิรินเดินไปที่แท่นหินแล้วเสียบกุญแจสีทองลงไป
แกร๊ก...
เสียงกลไกโบราณดังขึ้น หอคอยหินค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นบันไดที่ทอดขึ้นสู่เบื้องบนที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง แต่สิ่งที่น่าใคือ ทันทีที่ก้าวเข้าไป ภายในหอคอยไม่ได้เต็มไปด้วยสมบัติหรือคัมภีร์ แต่มันเต็มไปด้วย 'ดวงจิตที่แตกสลาย' นับหมื่นดวงที่ลอยวนเวียนอยู่
"นี่มัน... อะไรกัน?" เอเลน่าชักดาบออกมาป้องกันคิริน
"ดวงจิตเหล่านี้... พวกเขาคือเหล่านักบุญและวีรบุรุษในอดีตที่พยายามจะช่วยโลกนี้ แต่กลับถูก 'ระบบของโลก' กลืนกินและกักขังไว้" คิรินมองดูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ "พวกเขาไม่ได้ตาย... แต่พวกเขาแค่ 'เสียหาย' จนไม่สามารถกลับสู่สังสารวัฏได้"
ดวงจิตเ่าั้เริ่มพุ่งเข้าหาพวกเขาด้วยความทุกข์ทรมาน แรงกดดันิญญาทำให้เซราฟิน่าแทบจะล้มพับ
"ท่านคิริน! พวกเขากำลังจะดูดกลืนพวกเรา!" โรแลนด์ะโ
คิรินก้าวออกมาข้างหน้า แสงสีทองจากตัวเขาเริ่มส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนหอคอยทั้งหลังกลายเป็สีทอง
"ไม่ต้องกลัวครับ... ผมมาที่นี่เพื่อ 'ซ่อมแซม' พวกคุณทุกคน"
คิรินยกคทาขึ้นเหนือหัว พลังการรักษาที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยใช้มาเริ่มเอ่อล้นออกมา
"มหาเวทฮีลิญญาขั้นสูงสุด: ปรมาณูคืนชีพ (Spirit Core Restoration)"[ ผลของ Overflow: รักษา 'ความแตกสลายของดวงจิต' และมอบกายเนื้อชั่วคราวให้เหล่าิญญาได้ปลดปล่อยความแค้น ]
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงง!!!
แสงสีทองะเิออกไปทุกทิศทางภายในหอคอย ดวงจิตหมื่นดวงที่เคยหม่นแสงกลับสว่างไสวและค่อยๆ ปรากฏเป็รูปร่างมนุษย์ที่ดูสง่างาม พวกเขาไม่ได้โจมตีคิริน แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าเขาด้วยความซาบซึ้ง
"ขอบคุณ... ผู้เยียวยาแห่งสัจธรรม..." เสียงประสานของดวงจิตหมื่นดวงดังขึ้น "พวกเราถูกกักขังในความเ็ปมานานแสนนาน บัดนี้พวกเราได้รับการ 'รักษา' จนสมบูรณ์แล้ว..."
หอคอยสั่นะเื แสงสว่างพุ่งขึ้นสู่สรวง์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือแสงแห่งการปลดปล่อย
ในวินาทีนั้นเอง ที่ใจกลางหอคอย ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเหมือนเซราฟิน่าอย่างกับแฝด แต่เธอมีรัศมีที่สูงส่งกว่ามาก เธอคือ 'จิติญญาแห่งโลก' (Gaia) ที่ถูกขังไว้ในหอคอยแห่งนี้
เธอมองคิรินแล้วยิ้มออกมา "ในที่สุด... ผู้ที่สามารถ 'ฮีล' แม้กระทั่งความตายและกฎเกณฑ์ที่บิดเบี้ยวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเสียที"
"ผมก็แค่ทำตามหน้าที่ของซัพพอร์ตที่ดีเท่านั้นแหละครับ" คิรินยักไหล่ "เอาล่ะ ในเมื่อช่วยคนข้างในนี้หมดแล้ว... ผมขอถามหน่อยสิ ใครเป็คนเขียนกฎบ้าๆ ที่กักขังพวกคุณไว้ที่นี่กัน?"
คำถามของคิรินทำให้บรรยากาศในหอคอยเงียบกริบลงทันที กายา (Gaia) ชี้มือไปที่ภาพวาดบนผนังชั้นบนสุด ซึ่งปรากฏรูปของชายในชุดเกราะสีดำผู้หนึ่งที่กำลังถือ 'ดาบที่ทำจากดวงดาว'
"เขาคือ 'ผู้สร้างกฎ' (The Law Maker)... และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อทวงคืน 'ระบบ' ที่เ้าทำลายไป"
คิรินเลิกคิ้ว "เ้าของระบบมาเองเลยเหรอ? ดีครับ... ผมจะได้แจ้งปัญหาการใช้งานให้เขาทราบทีเดียวเลย"