หยกงามเคียงบัลลังก์

    บทที่ 31 เป็นฝีมือฮุ่ยเฟย

    บทที่ 31 เป็นฝีมือฮุ่ยเฟย


    “ปล่อยข้านะ! เจ้าคนชั้นต่ำ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”

    โจวเป่าหลินถูกขันทีหลายคนควบคุมตัวมาที่วังจิ่งซิ่ว ข้างหลังยังมีเหล่าสนมที่ตามมาดูเรื่องครึกครื้นอีกกลุ่มใหญ่

    ฮองเฮาได้ยินว่ากุ้ยเฟยสลบไสลไม่ได้สติก็นึกยินดี คิดไม่ถึงว่าหมากที่ถูกสละทิ้งแล้วอย่างโจวเป่าหลินยังจะสามารถนำมาใช้งานได้อีก ได้ยินว่าอีกฝ่ายถูกคุมตัวไปที่วังจิ่งซิ่วก็ตามมาทันที

    โจวเป่าหลินถูกคุมตัวไปจนถึงตำหนักหลักของวังจิ่งซิ่ว ครั้นเห็นฮ่องเต้ก็ร้องไห้ออกมา “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้ถูกคนชั้นต่ำพวกนี้หยามเกียรติเช่นนี้ ฝ่าบาทต้องคืนความเป็นธรรมให้หม่อมฉันนะเพคะ”

    ฮ่องเต้ทรงมองนางอย่างรังเกียจ ฮองเฮาเสี้ยวหมิ่นมีกิริยาสุภาพสง่างามเสมอมา ไฉนเลยจะเคยเสียกิริยาเช่นนี้ เขาจึงเริ่มถามตัวเองว่าโปรดปรานโจวเป่าหลินมาเนิ่นนานเพียงนี้ได้อย่างไร

    กู้อวี้มองดูจากข้าง ๆ พอจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงทรงเดียดฉันท์โจวเป่าหลินขึ้นมากะทันหัน ด้านหนึ่งเขาถวิลหาฮองเฮาเสี้ยวหมิ่น ต้องการหาตัวแทนมาปลอบโยนความคะนึงหาของตนเอง อีกด้านก็รู้สึกว่าตัวแทนผู้นี้นิสัยไม่ดี ทำให้ภาพลักษณ์ของแสงจันทร์กลางใจต้องเสื่อมเสีย ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันเช่นนี้ส่งผลให้หลังความรู้สึกแปลกใหม่ผ่านพ้นไปแล้วก็สามารถโยนตัวแทนทิ้งไปทันทีโดยไม่นึกเสียดาย

    ฝ่าบาทตรัสว่า “เรียกตัวนางกำนัลจากเรือนบุปผามาที่นี่”

    นางกำนัลจากเรือนบุปผาถูกลงทัณฑ์ไปแล้วรอบหนึ่งที่กรมราชทัณฑ์ ทั่วร่างจึงมีสภาพสะบักสะบอม นางโขกศีรษะกล่าวว่า “ข้าหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ รับเงินของโจวเป่าหลินถึงได้กระทำเรื่องเช่นนี้ลงไป ฝ่าบาทได้โปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ”

    “นังสถุน เจ้ากล้าใส่ร้ายข้าเชียวรึ!” โจวเป่าหลินคุกเข่าอยู่บนพื้น ถลาเข้าไปจะตบตีนางกำนัลผู้นั้น

    “เหลวไหล!” ไม่รอให้ฮ่องเต้พิโรธ ฮองเฮาก็ชิงออกปากห้ามปรามการยื้อยุดระหว่างพวกนาง “ต่อหน้าฝ่าบาท เจ้ายังกล้าทำตัวสามหาวอีก” 

    “ฮองเฮา” โจวเป่าหลินเงยหน้าเห็นฮองเฮาก็กล่าวขึ้นมาอย่างร้อนใจ “ฮองเฮาทรงพระปรีชา หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ”

    ฮองเฮาปริปากถาม “เจ้าบอกว่าโจวเป่าหลินสั่งความเจ้า มีหลักฐานหรือไม่”

    นางกำนัลตอบเสียงสะอื้น “ก่อนหน้านี้หรงฉิงนางกำนัลคนสนิทข้างกายโจวเป่าหลินนำตั๋วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาให้ข้า เย็บไว้ในหมอนของข้าเองเพคะ”

    วาจานี้ที่กรมราชทัณฑ์นางเคยกล่าวไปรอบหนึ่งแล้ว จึงมีขันทีจากกรมราชทัณฑ์นำหมอนของนางออกมาฉีกออกต่อหน้าต่อตาทุกคน ซึ่งในนั้นมีตั่วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึงอยู่จริง ๆ

    “บนตั๋วแลกเงินใบนี้ไม่ได้เขียนชื่อข้าไว้เสียหน่อย ผู้ใดจะไปรู้ว่าเจ้ารับสินบนจากใครเพื่อมาใส่ร้ายข้าหรือไม่” โจวเป่าหลินปฏิเสธเสียงแข็ง

    “ทำไมนางไม่ใส่ร้ายคนอื่นแต่กลับใส่ร้ายท่าน ท่านจะพิสูจน์อย่างไรว่านี่ไม่ใช่เงินของท่าน” กู้อวี้ตอบกลับทันที

    โจวเป่าหลินจึงค่อยสังเกตเห็นกู้อวี้ เห็นว่าอีกฝ่ายมีส่วนละม้ายคล้ายกุ้ยเฟยอยู่บ้าง จึงเดาฐานะของกู้ซื่อจื่อออก ครั้นนึกถึงว่าคนผู้นี้มีส่วนทำให้ตนเองสูญเสียความโปรดปรานก็กล่าวขึ้นอย่างโกรธกริ้ว “เจ้าเถียงข้าง ๆ คู ๆ”

    กู้อวี้ประสานมือหันไปทางฮ่องเต้ “ฝ่าบาท เวลานี้ความเป็นความตายของพี่สาวกระหม่อมยังไม่แน่ชัด แม้จะมีข้อกังขาเพียงเล็กน้อยก็ไม่กล้าปล่อยให้ผ่านไป กระหม่อมขอร้องฝ่าบาทให้นำตัวหรงฉิงนางกำนัลข้างกายโจวเป่าหลินไปรับการสอบสวนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

    ฝ่าบาทมีสีพระพักตร์เคร่งขรึม ตรัสว่า “ฝูไห่ ลากหรงฉิงออกไปลงทัณฑ์ทรมานในลานข้างนอก ข้าจะรออยู่ตรงนี้ อยากรู้นักว่าในวังหลังยังมีเรื่องโสมมที่ข้าไม่รู้อีกสักเท่าไหร่”

    เสียงร้องโหยหวนของหรงฉิงดังเข้ามาในห้อง กู้อวี้สังเกตว่าโจวเป่าหลินกับฮองเฮาปราศจากสีหน้าหวั่นวิตกแต่อย่างใด ทราบว่าพวกนางคงมีแผนการรับมือเป็นแน่ แต่ทว่า…

    กู้ซื่อจื่อเงยหน้า สบตากับนางสนมที่แต่งกายหรูหราปักปิ่นหลิวหลีบนศีรษะยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน อีกฝ่ายผงกศีรษะให้เบา ๆ

    “หม่อมฉันสารภาพแล้วเพคะ!” ข้างนอกมีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมา

    ขันทีลากหรงฉิงเข้ามาด้วยท่าทางเหมือนลากสุนัขที่ตายแล้วตัวหนึ่ง นางทูลเสียงสั่นระริก “หม่อมฉันสารภาพแล้วเพคะ เป็นฮุ่ยเฟย! นางใช้คนในครอบครัวของหม่อมฉันมาข่มขู่ หม่อมฉันถูกบังคับเพคะ”

    ฮุ่ยเฟยก็คือสนมที่ปักปิ่นหลิวหลีผู้นั้นเอง นางเดินออกมาท่ามกลางผู้คน ยืดหลังตรงกล่าวว่า

    “น่าขันนัก  ในวังมีใครไม่รู้บ้างว่าข้ากับกุ้ยเฟยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำไมข้าต้องทำร้ายกุ้ยเฟยด้วย”

    “เพราะองค์ชายหก ปีนั้นฮุ่ยเฟยอยากรับเลี้ยงองค์ชายหกมาก แต่กลับถูกกุ้ยเฟยตัดหน้า นางจึงแค้นฝังใจมาโดยตลอด” หรงฉิงหมอบอยู่บนพื้น ขาดูเหมือนจะถูกตีจนพิการไปแล้ว สภาพน่าอเนจอนาถสุดประมาณ

    “ถ้าข้าอยากทำร้ายกุ้ยเฟย ส่งคนข้างกายข้าไปทำเองโดยตรงก็ได้แล้ว ทำไมต้องลำบากลำบนไปขอร้องเจ้าด้วย” ฮุ่ยเฟยกล่าวอย่างหนักแน่น

    “นั่นเป็นเพราะท่านไม่ต้องการให้มือตัวเองแปดเปื้อน จึงคิดจะใส่ร้ายเป่าหลิน” หรงฉิงเอ่ยด้วยลมหายใจรวยริน

    “นั่นยิ่งไม่ถูกต้องเข้าไปใหญ่ ในเมื่อข้าใช้คนในครอบครัวเจ้ามาข่มขู่เจ้า บังคับให้เจ้าให้ร้ายโจวเป่าหลิน เหตุใดเจ้าจึงไม่กัดเป่าหลินไม่ปล่อย แต่กลับซัดทอดมาถึงข้าเสียได้ ทำไมรึ ตอนนี้ไม่กลัวว่าข้าจะสังหารคนในครอบครัวเจ้าแล้ว?” ฮุ่ยเฟยถามต่อไป

    “เป่าหลินดีต่อข้ามาก ข้าทนเห็นเป่าหลินถูกใส่ร้ายไม่ได้จึงสารภาพความจริง ตอนนี้คนในครอบครัวของข้าเป็นตายไม่แน่ชัด ฝ่าบาทโปรดเห็นแก่ที่หม่อมฉันพูดความจริง ช่วยเหลือคนในครอบครัวหม่อมฉันด้วยนะเพคะ” แม้หรงฉิงจะหมอบราบอยู่บนพื้น แต่ก็ยังหันไปทางฮ่องเต้แล้วโขกศีรษะแรง ๆ

    หรงฉิงเข้าใจว่าตนเองตอบได้แนบเนียนแล้ว แต่ความจริงกลับเป็นฮุ่ยเฟยที่โยนคำถามมาล่อให้นางตอบทีละข้อ


    โจวเป่าหลินที่อยู่ข้าง ๆ แสร้งทำเหมือนได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ ตัดพ้อว่า “ฮุ่ยเฟย ข้าอยู่ในวังเดียวกันกับท่าน แสดงคารวะเช้าต่อท่านทุกวัน เหตุใดท่านจึงคิดร้ายต่อข้าเช่นนี้”

    ฮองเฮาเห็นพวกนางนายข้าคนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า ด่าทอในใจว่า ‘พวกโง่’


    ฮุ่ยเฟยแค่นหัวเราะ ก่อนจะคุกเข่าลง “ฝ่าบาททรงพระปรีชา วาจาของหรงฉิงเต็มไปด้วยช่องโหว่ ฝ่าบาทก็ทรงทราบว่าหม่อมฉันเป็นคนหยาบกระด้างคนหนึ่ง ไม่มีความคิดจะรับเลี้ยงเด็ก ตอนนั้นฝ่าบาทยังทรงถามหม่อมฉันเป็นการส่วนพระองค์ว่าต้องการเลี้ยงดูองค์ชายหกหรือไม่ หม่อมฉันก็ปฏิเสธไปโดยไม่แม้แต่จะคิด”

    โจวเป่าหลินตะลึงไปชั่วขณะ นางเข้าวังช้า ไม่รู้ว่ามีเรื่องเช่นนี้ด้วย เพียงเห็นว่าฮุ่ยเฟยดูแลองค์ชายหกอย่างดี จึงคาดเดาว่านางคงมีใจอยากแย่งชิง ผู้ใดจะไปคาดว่านางกลับปฏิเสธไม่รับสิทธิ์เลี้ยงดูองค์ชายหก

    “นางพูดปาว ๆ ว่าหม่อมฉันใช้คนในครอบครัวมาบีบบังคับนาง นางอยู่ในวัง คนที่บ้านนางอยู่นอกวัง จะล่วงรู้สถานการณ์ในตอนนี้ของคนในครอบครัวได้อย่างไร ไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะจัดคนไว้ข้างนอกเผื่อกรณีแผนการล้มเหลว สังหารคนในครอบครัวนางปิดปากบ้างหรือ”

    “อีกอย่าง หม่อมฉันถามอะไรนางไปมากมาย นางถูกตีจนมีสภาพนี้แล้วยังสามารถตอบได้อย่างไหลลื่น ไม่รู้ว่าฝึกฝนในใจมากี่ครั้งแล้ว ฝ่าบาทโปรดคืนความบริสุทธิ์ให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”

    หรงฉิงคิดไม่ถึงว่าฮุ่ยเฟยจะกล่าววาจาเช่นนี้ เห็นโจวเป่าหลินส่งสายตามาให้นางก็รีบกล่าวว่า “หม่อมฉันไม่กล้าโกหก ฮุ่ยเฟยมอบยาพิษให้หม่อมฉันโดยมีกำหนดเวลาแน่นอน ที่วังของนางจะต้องมีเหลืออยู่เป็นแน่ ถ้าค้นดูจะต้องเจอแน่นอนเพคะ”

    “กู้ซื่อจื่อ เจ้าคิดว่าอย่างไร” ฝ่าบาทพลันตรัสขึ้น

    กู้อวี้ทราบดีว่าการค้นตำหนัก หากกล่าวให้ไม่น่าฟังสักหน่อยก็คือการตบหน้าฮุ่ยเฟยดี ๆ นี่เอง ฮุ่ยเฟยมาจากตระกูลชั้นสูง ย่อมไม่อาจทำเช่นเดียวกับโจวเป่าหลินที่บอกให้ลากก็ลากตัวมาได้ทันที


    ฝ่าบาททรงต้องการค้นตำหนัก แต่กลับไม่ต้องการล่วงเกินตระกูลเบื้องหลังฮุ่ยเฟย จึงใช้นางเป็นสะพานสู่เป้าหมาย

    คิดถึงตรงนี้ กู้กวี้ก็กล่าวว่า “กระหม่อมยืนยันประโยคเดิม แม้จะมีความสงสัยเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าปล่อยผ่านไป แต่เรื่องนี้คงต้องลำบากฮุ่ยเฟยแล้ว”

    “ถ้าตรวจค้นแล้วพบว่าฮุ่ยเฟยเป็นผู้บริสุทธิ์ กระหม่อมยินดีแบกหนามขอขมา แต่ถ้าฮุ่ยเฟยทำร้ายพี่สาวจริง ๆ กระหม่อมก็เชื่อว่าฝ่าบาทจะทรงมอบคำอธิบายให้แก่พวกกระหม่อมสองพี่น้อง”

    ฮุ่ยเฟยกล่าวว่า “มือสะอาดไม่จำเป็นต้องล้าง หม่อมฉันเต็มใจให้ค้นตำหนัก แต่มีเรื่องหนึ่งที่หวังว่าฝ่าบาทจะทรงพระราชทานอนุญาต ขอให้องครักษ์เสินอิงเว่ยของฝ่าบาทเป็นผู้ค้นตำหนัก มีเพียงคนของฝ่าบาทตรวจค้นหม่อมฉันจึงสามารถวางใจ จะได้ไม่มีนางกำนัลหรือขันทีคนไหนมาสาดน้ำครำใส่หม่อมฉันอีก”

    “แล้วก็ กู้ซื่อจื่อไม่จำเป็นต้องแบกหนามขอขมาหรอก ข้ากับกุ้ยเฟยสนิทสนมกันมาแต่ไหนแต่ไร ย่อมต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ทำลายมิตรภาพระหว่างข้ากับกุ้ยเฟยได้”


    คล้ายกับเรื่องหยกงามเคียงบัลลังก์ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258