“ฉันล่ะเบื่อพี่กรจริงๆ เลย ก็เห็นๆ อยู่ว่ายัยพี่ตานั่นแอบไปมีกิ๊กมีกั๊กนอกใจตัวเอง ก็ยังจะรักอยู่ได้ เป็ฉันนะ จะเลิกั้แ่ที่รู้เลยล่ะ”
ชมพูนิกข์ได้ยินสิ่งที่ญาตาวีพร่ำบ่นให้ฟัง ขณะที่ญาตาวีขับรถมุ่งตรงไปยังคอนโดของเธอ ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที
“อย่างพี่ตาน่ะเหรอจะมีกิ๊ก ฉันก็เห็นพี่ชายเธอกับพี่ตารักกันออกจะปานนั้น”
ชมพูนิกข์พูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะสมัยก่อนคนทั้งสองรักกันสวิตหวานกันอย่างกับอะไรดี จนเธอเห็นแล้วต้องเจ็บช้ำใจทุกทีสิน่า
“มีแน่นอน ฉันเชื่ออย่างนั้น”
ญาตาวีหันมาย้ำยืนยันหนักแน่กับเพื่อน ตามที่ใจและความคิดที่เชื่อว่าเป็อย่างนั้น แล้วค่อยหันกลับไปมองถนนเช่นเดิม
“เธอมีหลักฐานหรือเห็นกับตาหรือกุ้งถึงได้เชื่ออย่างนั้นน่ะ?”
ชมพูนิกข์ ถามเพื่อนอย่างใคร่รู้และรู้สึกใจหายเหมือนกันหากว่าเื่ราวจะเป็ยังที่ญาตาวีว่ามานั้นจริงๆ ถึงเธอจะรักพี่ชายของเพื่อนมากขนาดไหน แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาต้องทุกข์ใจและเ็ป
“ฉันไม่มีหลักฐานและก็ไม่เห็นกับตาหรอก แต่ฉันเชื่อเซ้นท์ของฉัน เพราะก่อนหน้านี้เธอรู้ไหมว่าบริษัทของพี่ชายฉันเกือบจะล้มละลาย ดีว่าพี่ชายฉันพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสฟื้นตัวขึ้นมาได้ และตอนนั้นนั่นแหละที่นางหายเงียบไป ทั้งยังมีข่าวคาวๆ แว่วๆ มาให้ได้ยิน แต่พอรู้ว่าบริษัทของพี่ชายฉันเริ่มดีขึ้นนางก็กลับมานี่แหละ”
ตาญาวีบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนได้ฟัง ก่อนจะหยุดพูดไปเพื่อจอดรถ เมื่อได้มาถึงหน้าตึกคอนโดของชมพูนิกข์แล้ว
ญาตาวีแล้วหันมาจ้องหน้าชมพูนิกข์นิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
“ฉันรู้นะว่าเธอแอบชอบพี่ชายฉันน่ะ”
ก่อนจะพูดขึ้นมาทะลุปล่อง จนทำให้ชมพูนิกข์เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกอกใ
“บ้าเหรอ!! ฉันไม่ได้รับสักหน่อย”
ชมพูนิกข์ปดเพื่อน โดยที่ไม่แสร้งหลบสายตาของญาตาวีที่มองมานั้นด้วย
“อืม! โอเคเธอไม่ได้ชอบพี่ชายฉัน แต่เธอรักพี่ชายฉันต่างหากล่ะ อย่ามาปดฉันเสียให้ยาก เธอน่ะดูง่ายจะตายไปนิกข์”
ญาตาวีพยักหน้าอย่างเข้าใจในคำพูดของเพื่อนและก็ย้ำชัดว่าเธอเข้าใจว่าเพื่อนคิดไปในทางอื่นที่มากว่าคำว่าชอบ นั้นจึงทำให้ชมพูนิกข์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันตาเห็น และไม่อาจหาคำมาแก้ต่างใดๆ ได้อีก
“รักแล้วไง ถึงฉันจะรักฉันก็ไม่คิดจะไปแย่งพี่ชายเธอมาเป็ของฉันหรอกนะ เพราะพี่ชายของเธอเขามีแฟนอยู่แล้ว และก็รักกันมาด้วย”
ชมพูนิกข์ช้อนสายตากลับมามองหน้าเพื่อน อย่างเป็การยืนยันในคำพูดที่พูดบอกออกมา
“แต่ถ้าแฟนของเขาเป็อย่างที่ฉันพูดล่ะ เธอไม่คิดจะสงสารพี่ชายฉันบ้างหรือ หากว่าเธออยากจะแย่งพี่ชายฉัน ฉันสนับสนุนเธอเต็มที่เลยนะ แถมยังจะช่วยด้วยอีกแรง”
ญาตาวีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีทีเล่นทีจริงแต่อย่างใดเลย
“......”
ชมพูนิกข์มองหน้าเพื่อนนิ่งอย่าง้าให้รู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายใน ว่าที่เพื่อนพูดมาพูดจริงหรือพูดเล่นกันแน่
“อย่ามองฉันอย่างนั้นเลย ที่ฉันพูดมานี่ฉันพูดจากใจจริงไม่ได้ล้อเล่น”
ญาตาวีบอกกล่าวให้ชมพูนิกข์เกิดความกระจ่างใจมากขึ้น ถึงสิ่งที่เธอกำลังคิดและพูดบอกออกมานั้น
“ไม่เอาล่ะ!! เขาสองคนรักชอบพอกัน หากเขาจะต้องเลิกกันก็อย่าได้เป็เพราะฉันเข้าไปแทรกเลย เพราะแทนที่พี่ชายของเธอจะชอบฉัน อาจจะกลับกลายเป็เกลียดขี้หน้าฉันเลยก็ได้ เอาล่ะ!! เราเลิกพูดเื่นี้กันเถอะ ฉันต้องขึ้นห้องแล้ว พรุ่งนี้ฉันต้องทำงาน แล้วค่อยเจอกันใหม่นะ ไปล่ะนะขับรถกลับดีๆ ละ”
ชมพูนิกข์ตัดบทลงซะดื้อๆ ไม่อยากให้เพื่อนคิดทำอะไรแผลงๆ อย่างที่พูดมา ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวออกจากรถไปยืนโบกมือให้ญาตาวี
“เฮ่อออ!!....”
ญาตาวีถอนหายใจออกมาแรงๆ ก็รู้นั่นแหละว่าเพื่อนไม่ทำตามที่เธอพูดมาหรอก เธอรู้จักนิสัยเพื่อนคนนี้ดี แต่ก็อยากจะพูดและใจอยากจะให้เพื่อนของเธอทำด้วย แต่ถึงเพื่อนจะไม่ทำก็ไม่เป็ไร ก็คงปล่อยให้เป็อยู่อย่างนี้ และคิดว่าหากเป็เื่จริงตามเซ้นท์ของเธอ อีกหน่อยเื่ทุกอย่างมันก็คงจะกระจ่างขึ้นมาด้วยตัวของมันเอง
ชมพูนิกข์ยืนมองญาตาวีขับเคลื่อนรถยนต์ออกไปจากหน้าตึกคอนโดแล้ว เธอจึงหันหลังเดินเข้าไปภายในตัวตึก เพื่อขึ้นไปยังห้องพักของตัวเอง ระหว่างที่ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพัก ภายในใจก็เฝ้าครุ่นคิดไปถึงคำพูดของญาตาวีวนไปเวียนมาอยู่อย่างนั้น
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗