หมู่บ้านตระกูลหลิน ถือได้ว่าเป็เมืองที่ใหญ่เป็อันดับ 2 ของหมู่เกาะ์ มีประชากรนับหลายพันผู้คน และมีผู้ทรงอิทธิพลแข็งแกร่งที่สุด มีขุมพลังปราณออร่าสีฟ้าอยู่ผู้หนึ่งนั่นก็คือ หัวหน้าหลักของตระกูล 'หลินเฟย'
เขาเป็พ่อของหลินหลิงนั้นเอง โดยมีผู้าุโทั้ง 4 ของตระกูล เป็ผู้จัดแจ้งทำภารกิจทุกสิ่งอย่าง
เมื่อพวกเขาถึงหน้าประตูของเมือง ชางอวิ๋นก็ปล่อยให้หลินหลิงลง ทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปในเมือง เพื่อหาที่พักและข่าวสารบางอย่าง
"อ้าว ! นี่มันหมู่บ้านอาเช่อ มันคือเมืองเกิดของเธอเองหรอหลินหลิง" ชางอวิ๋นแหงนมองไปที่ประตูเมือง สังเกตไปรอบๆ 'นี้มันใหญ่กว่าในความทรงจำของข้าอีกนะ โอโห้ ชั่งน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก'
เมืองอาเช่อในความทรงจำของชางอวิ๋น เป็เมืองเริ่มต้นของอาชีพนักธนู ผู้เล่นเก็บประสบการณ์เพียงเลเวล 5 ก็ต้องย้ายเมืองไปลุยเมืองอื่นต่อ ทำให้เมืองนี้มีผู้คนแวะเวียนมาไม่มากนัก ถ้าไม่นับตอนเริ่มเปิดเซิฟ
ชางอวิ๋นเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างแต่ยังไม่ทั้งหมด
ในโลกออนไลน์นั้นมีบางอย่างที่คล้ายกันกับที่โลกนี้ นี่คือโลกออนไลน์ที่ตัวเขาเองก็ััอยู่ทุกวันเพียงแต่เปลี่ยน NPC ระบบประสบการณ์ พลังปราณ และความเป็ความตายที่ต่างกัน 'แถมยังมีสาวสวยแสนอึ๋มเคียงข้างกายข้าอีกต่างหาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า'
"ท่าน . . . . . . ทำไมถึงยิ้มเล็กยิ้มน้อยแบบมีเลศนัยอย่างนี้ มันทำให้ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเอาซะเลย !! "
ชางอวิ๋นหาใส่ใจไม่ !! รีบเดินเข้ามาจับมือหลินหลิง ประสานกันแแ่แล้วเดินแกว่งแขนเบาๆ ไปหาห้องพัก
"นี้.. นี้... นี้ถ้าไม่ใช่อยู่ในตระกูลของข้า ท่านอาจจะสมหวังก็ได้นะ" หลินหลิงแอบพูดเบาๆ หน้าแดงนิดๆ และหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น
"กร๊อบ" !! เสียงดังสนั่นเหมือนกระดูกจะร้าว เธอบีบมือของชางอวิ๋นอย่างสุดแรง
"โอ๊ยยย ! ข้าแค่ล้อเ้าเล่นแค่นั้นเองไม่เห็นต้องลงมือลงไม้กันขนาดนี้เลย" ชางอวิ๋นโอดครวนแต่ก็แอบดีใจเล็กๆ เพราะได้ยินเสียงเบาๆของหลินหลิง แสดงว่าเขาอาจจะพอมีหวังในเื่แบบนี้บ้าง
"เอานี้ ! เอาเข็มกลัดเต่าเงินไปใส่ไว้ในชุดของเ้า มันคืออุปกรณ์ระดับเงิน เพื่อจำกัดพลังปราณของเ้า ถ้าท่านอยากจะเจอเื่วุ่นวาย ก็คืนข้ามา แต่ถ้าอยากอยู่อย่างสงบก็จงใช้มันซะ มันจะช่วยให้ท่านปกปิดพลังปราณได้เพียง 1 ระดับ เท่านั้นจงจำไว้”
หลินหลิงกังวลถึงภูมิหลังของชางอวิ๋นจึงป้องกันไว้ก่อน
ในเมืองนี้มีผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพ แต่มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพลังลมปราณ กล่าวกันว่า เมื่อใดที่เ้ามีพลังปราณออร่าสีขาว เ้าจะได้เป็ทหารปกป้องเมืองอย่างมีเกียรติและเงินทอง
แต่ถ้าเ้ามีพลังปราณออร่าสีเขียวเ้าอาจจะได้เป็ถึงหัวหน้ากองทัพและมั่งมี
แต่ถ้าเ้าฝึกจนมีพลังปราณออร่าสีฟ้าเ้าอาจจะได้เป็ถึงผู้บัญชาการของกองทัพและมั่งคลั่งเลยทีเดียว
เสียงะโดังมาแต่ไกล “คุณหนูหลินหลิงของข้า !! เห็นว่าท่านพ่อของเ้ากำลังเป็ห่วงและตามหาอยู่มิใช่รึ นี่เ้าแอบหนีไปกับไอ้เด็กเหลือขอข้างๆอย่างนั้นหรอกหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ฟางเจิ้งเด็กชายอายุ 15 หน้าตาเด่นไม่เป็สองรองใครในหมู่บ้าน เขาตามจีบตามแซะหลินหลิงจนเธอรำคาญเป็อย่างมาก ถ้าไม่มี หลินเฟย พ่อของเธอที่เป็จ้างวังของเมืองนี้ มันคงทำเื่มิดีมิร้ายกับหลินหลิงไปนานแล้ว
“พวกเรามีระยะเวลาอีกเพียงแค่ 3 เดือน เราจะก้าวข้ามวัยเด็กออกไปผจญภัยค้นหาและเพิ่มพลังปราณ เ้ายังมีเวลาออกไปวิ่งเล่นข้างนอกเมืองอีกเรอะ !! คุณหนูของข้า ”
ฟางเจิ้งกล่าว "อีกไม่นานจะมีการทดสอบระดับและถ้าได้การยอมรับ ใครที่ผ่านการทดสอบ ผู้นั้นจะได้รับอุปกรณ์ ของพิเศษอีกมากมายเพื่อไปต่อกรกับอสูรร้าย และไขปริศนาในสถานที่ลึกลับต่างๆ นอกหมู่เกาะ์"
“เ้าเป็ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม ครั้งที่แล้วเ้าสลบไป 3 วันยังไม่เข็ดอีกรึ”
“หึ..หึ.. อย่าคิดว่าข้าในวันนี้จะเหมือนข้าเมื่อวันก่อน ถึงพ่อของเ้าจะเป็หัวหน้าตระกูล แต่อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเ้านะ”
“เ้าคิดว่า.......” เมื่อหลินหลิงกำลังจะต่อปากต่อคำ ชางอวิ๋นก็ยื่นแขนออกมาขวาง
“ข้าว่าเ้ากลับไปดูนมมารดาของเ้าซะเถอะ หน้านั้นยังมียางอายเหลืออยู่บ้างไหม ต่อปากต่อคำมาหาเื่ผู้หญิงก่อน ไอ้เด็กไข่เต่า”
ฟางเจิ้งรวบรวมลมปราณไว้ที่ตาเพื่อดูพลังปราณของ ชางอวิ๋น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้ขยะ อย่ามาสะเออะมาร่วมวงสนทนากับข้า เ้าจงไปเป็ขอทานหรือไม่ก็มาคอยเป็เก้าอี้ให้ข้านั่งไหม ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงามเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เมื่อฟางเจิ้งะเิอารมณ์หัวเราะออกมา ชาวบ้านบริเวณนั้นต่างก็เริ่มออกมามุงดูกัน
‘ฟางเจิ้งอีกแล้ว นายน้อยตระกูลฟางอันแสนน่ารังเกียจ’
‘กรี้ด . . . . นายน้อยฟางของข้า จัดการมันเลย’
มีผู้คนมากมาย ทั้งหลงใหลและด่าทอ ในนิสัยที่อวดเก่งและเบ่งใหญ่ มิใช่แม้แต่นายน้อย ผู้าุโ หรือหัวหน้าตระกูล ก็เป็แบบนี้ทั้งนั้น
“ถ้าบิดาเ้า ว่าเ้าเป็ขยะก็ตามนั้น ข้าเห็นด้วย !!” ชางอวิ๋นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
เมื่อชางอวิ๋นยังพูดไม่สิ้นเสียง ลูกพลังปราณสีขาว ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงมาก
“หลบเร็ว !! นั้นปราณพยัคฆ์ขาว ท่าไม้ตายอสูรสูงสุดระดับ 1 ของตระกูลฟาง แม้แต่เหล็กกล้าก็ยังย่อยยับนะ”
หลินหลิงะโบอกชางอวิ๋นให้ระวัง และเธอก็แอบใ พลังปราณรูปร่างของพยัคฆ์เป็อสูรสูงสุดในระดับที่ 1 'เ้านั้นทำสำเร็จแล้วหรอเนี้ย'
ชาวบ้านหรือแม้แต่ผู้ฝึกตนก็ก้าวถอยออกห่างระยะ 50 หลาเพราะกลัวจะเข้าระยะทำลาย
เมื่อพลังพยัคฆ์ขาวออกมาจากมือฟางเจิ้ง มันก็เร่งความเร็วราวกับมีชีวิตพุ่งเข้าหาชางอวิ๋น
"เปรี้ยง" !! ลูกพลังปราณพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า โดยที่ร่างของชางอวิ๋นได้หายตัวไป ทิ้งไว้แต่หลุมกว้างรัศมี 3 เมตร ตรงที่เขาเคยยืนอยู่
เมื่อผู้คนที่มามุงดูไม่เห็นร่างชางอวิ๋นแล้ว จึงหันกลับไปมองที่ฟางเจิ้งอยู่
‘นั้น !! เ้าเด็กนั่นอยู่ประชิดตัวนายน้อยฟางแล้ว
“หึ..หึ.. เ้าเล่นกับใครไม่เล่น งั้นจงกลับไปหาบิดาของเ้าซะ”
“เทพ...มัง...กร...ฟ้าาาาา !!”