ตุ๊บ!
เสียงเหมือนอะไรหล่นที่นอกประตูดังขึ้น
เหล่าซินหน้าซีด ดวงตาลุกเป็ไฟหันหน้าไปยังทิศทางของเสียง เขาตวาดเสียงดัง
“ใคร!”
เงียบอยู่ราวห้ามิเอ๋อ เหล่าซินตะคอกถามอีกครั้ง
“ข้าถามว่าใคร ออกมา!”
“ข้า ข้าเองเ้าค่ะท่านปู่” ค่อยๆ มีเสียงตอบสั่นๆแล้วร่างร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา
“ลี่ถัง นี่เ้าแอบฟังพวกข้าคุยกันหรือ”สายตาเข้มดุของเหล่าซินจ้องไปยังร่างเล็กบอบบางของซินลี่ถัง
“ข้า ข้า” ข้าอยู่ครึ่งค่อนวันซินลี่ถังก็ไม่มีคำกล่าวแก้ตัวใดออกมา
“ทำไมเ้ามาแอบฟัง พูด!” เหล่าซินตะคอก
ซินลี่ถังน้ำตาซึม นางยังไม่เคยถูกเหล่าซินดุมาก่อนปกติเหล่าซินจะค่อนข้างใจเย็น หากจะดุก็มีเพียงซินฮุ่ยชิวและซินกังเท่านั้นที่โดนซึ่งก็นานๆครั้ง ดูท่าว่าครั้งนี้เขาจะโกรธมาก
“ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าแค่จะมาคุยเล่นกับพี่สาวหยางเฟิ่ง ไม่คิดว่าพวกท่านจะกำลังคุยธุระกันแต่..แต่ข้าไม่ได้ยิน ไม่เห็นอะไรเลยนะเ้าคะ” ซินลี่ถังรีบอธิบาย
“อ้อ หึหึ” ซินหยางเฟิ่งหัวเราะประชดเบาๆ
จริงๆ นางรู้อยู่แล้วว่ามีคนแอบฟังอยู่ข้างประตูและคนผู้นั้นยังแอบดูที่รูผนังผุๆด้วย แต่นางแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่เพราะจุดประสงค์ของนางคือ้าให้คนในครอบครัวนี้รู้ว่าอาหารหรือสิ่งแปลกๆที่นางจะนำออกมาจากชิปมิติมีที่มาอย่างไร แต่การแอบฟังก็ไม่ดี จำเป็ต้องตำหนิ
“ไม่เห็น ไม่ได้ยิน แล้วทำไมต้องใจนล้มด้วย”ซินหยางเฟิ่งถามต่อ สายตาจ้องเขม็งไปยังซินลี่ถัง
“ข้า ข้า” แม้ว่าซินลี่ถังจะเริ่มโตเป็สาวแล้วแต่ก็เป็เพียงเด็กสาวอายุสิบสี่ปี เจอคำถามที่กดดันเช่นนี้จึงไม่รู้จะรับมือเช่นไร ในที่สุดนางก็ร้องไห้ออกมา
“อะไร! เกิดอะไรขึ้น” ซินฮุ่ยชิวและสะใภ้จางที่กำลังอุ้มซินกุ้ย รีบเดินมายังบ้านของเหล่าซินหลังจากได้ยินเสียงตวาดดังของเขา
“ถามลูกสาวเ้าสิ” เหล่าซินกล่าว
แม่เฒ่ามู่ นางซินฟางและซินกังหยุดมือในสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่แล้วเดินเข้ามาสมทบ
“มีอะไรหรือลี่ถัง เกิดอะไรขึ้น”ซินฮุ่ยชิวขมวดคิ้วหน้าเครียด จำได้ว่าท่านพ่อของเขายังไม่เคยดุลี่ถังจริงๆ จังๆเลย
“ข้า ข้า ฮือๆๆ” ซินลี่ถังเอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมอธิบาย
เหล่าซินปากงองุ้มลง สายตากรุ่นโกรธไม่พูดไม่จาซินหยางเฟิ่งจึงทำหน้าที่อธิบายเื่ราวสั้นๆ “พวกข้านั่งคุยธุระกันแล้วลี่ถังก็แอบฟังพวกเราคุยกัน พอถูกจับได้ก็เลยร้องไห้เ้าค่ะ”
สะใภ้จางขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ คิดในใจ‘ก็แค่แอบฟังเท่านั้นไม่ใช่หรือ ต้องดุว่านางรุนแรงแน่เลยทำไมจะต้องดุรุนแรงจนถึงกับทำนางร้องไห้ด้วย’
“ธุระสำคัญมากหรือเ้าคะ” สะใภ้จางถามเหล่าซินพยายามเก็บกลั้นความไม่พอใจ
“ประเด็นไม่ใช่ธุระสำคัญหรือไม่ประเด็นคือการแอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน” ซินหยางเฟิ่งอธิบายอย่างใจเย็น
ทุกคนหันไปมองซินลี่ถัง ซินลี่ถังเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้พยายามกลั้นสะอื้น
“ข้า..ข้าไม่ได้ตั้งใจข้าแค่จะมาชวนพี่สาวหยางเฟิ่งไปคุยเล่น ฮึก ฮึก ข้า ข้าขอโทษเ้าค่ะ”ซินลี่ถังแก้ตัวเสียงเบา และยังสะอื้นอยู่
“เอาละ เอาละ นางรู้ผิดแล้วท่านพ่อก็อภัยให้นางเถิดขอรับ” ซินฮุ่ยชิวไกล่เกลี่ย
เหล่าซินขมวดคิ้วกำลังคิดว่าหากเื่ที่พวกเขาคุยกันหลุดไปถึงหูคนนอกจะทำอย่างไรซินลี่ถังจะเก็บความลับนี้ได้หรือไม่ เชื่อถือนางได้หรือไม่
เห็นเหล่าซินยังคงหน้าเครียดอยู่ ซินฮุ่ยชิวจึงสงสัย“ธุระที่ว่าเื่สำคัญมากใช่ไหมขอรับท่านพ่อ”
เหล่าซินพยักหน้า “ใช่ สำคัญมาก”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของบิดา ซินฮุ่ยชิวจึงถาม“เื่อะไรพอจะบอกได้หรือไม่ขอรับ”
เหล่าซินหันไปมองซินหยางเฟิ่งเป็เชิงถามซินหยางเฟิ่งพยักหน้า เห็นเช่นนั้นยิ่งทำให้คนอื่นๆ ที่เพิ่งมานึกสงสัยเข้าไปอีก
“เื่นี้สำคัญมาก และควรเก็บเป็ความลับเ้าพาเสี่ยวกุ้ยกลับไปก่อน”เหล่าซินบอกกับทุกคนแล้วหันไปบอกสะใภ้จางที่ตอนนี้กำลังอุ้มซินกุ้ยอยู่
สะใภ้จางไม่พอใจ คิดว่าพ่อสามีไม่อยากให้นางรู้
“เราไม่ได้อยากปิดบังเ้าเดี๋ยวให้ฮุ่ยชิวไปเล่าให้เ้าฟังทีหลังก็ได้ แต่เื่นี้สำคัญเสี่ยวกุ้ยยังเด็กไม่อาจปกปิดความลับได้” เหล่าซินรู้ความคิดของสะใภ้จางจากสีหน้าจึงอธิบาย
สะใภ้จางสีหน้าดีขึ้นจึงพยักหน้ารับแล้วพาลูกชายคนเล็กออกไป
หลังจากสะใภ้จางไปแล้ว เหล่าซินก็ให้ทุกคนเข้าไปในบ้านปิดประตูแล้วเล่าเื่ถุงเฉียนคุณให้ทุกคนฟัง หลังจากฟังจบทุกคนก็ทำหน้าประหลาดใจมองกล่องพลาสติกใสขนาดความจุสามร้อยกงเฉิง ภายในอัดแน่นไปด้วยข้าวสารเมล็ดขาวอวบ
“นี่คือข้าวที่เ้านำออกมาจากถุงใบนี้หรือ”ซินฮุ่ยชิวถามซินหยางเฟิ่ง สายตามองถุงผ้าในมือและกล่องบรรจุข้าวสารสลับกันเขารู้สึกอัศจรรย์ใจมาก เพราะถุงใบเล็กแค่หนึ่งฝ่ามือ แต่ข้าวสารกล่องนี้ใหญ่มากหากนำไปวางในครัว คงกินพื้นที่ถึงหนึ่งในห้าของห้องได้เลยกระมัง
ซินหยางเฟิ่งพยักหน้ารับ
“ข้าวสารเยอะขนาดนี้หากใช้ประหยัดๆหน่อยคงกินได้หลายเดือน” ซินฮุ่ยชิวพึมพำ
“ไม่ต้องประหยัดนักก็ได้เ้าค่ะ ข้ายังมีอีกสี่กล่อง”ซินหยางเฟิ่งกล่าวสบายๆ
“สี่กล่อง!” ซินฮุ่ยชิว ซินกังและนางซินฟางอุทานพร้อมกัน ในใจนึกภาพข้าวสารจำนวนเท่านี้ที่วางอยู่เต็มห้อง
“กล่องนี้แปลกตานัก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยมันทำมาจากสิ่งใดหรือ” ซินฮุ่ยชิวถาม ยกมือขึ้นเคาะกล่อง คนอื่นๆ ก็สงสัยเช่นกัน
“เอสิ่งนี้ข้าซื้อมาจากชาวโพ้นทะเลตาสีฟ้านานมากจนแทบจะลืมชื่อเรียกไปแล้วเรียกว่าอะไรนะ” ซินหยางเฟิ่งแสร้งทำเป็ลืม ยกมือขึ้นลูบคาง เงยหน้าครุ่นคิดช่างลืมได้สมจริงยิ่งนัก
“อ้อ นึกออกแล้ว พลาสติก วัสดุนี้เรียกว่าพลาสติกเ้าค่ะทนทาน กันน้ำได้”
ซินฮุ่ยชิวและซินกังลูบคลำกล่อง ซินหยางเฟิ่งเปิดฝาให้ดูนางซินฟางและแม่เฒ่ามู่ช้อนข้าวสารขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้างเห็นข้าวสีขาวเมล็ดอวบอ้วนไหลรอดจากร่องนิ้ว นางซินฟางพูดทั้งน้ำตาด้วยความยินดี
“ข้าวสารจริงๆด้วย หอมมาก เมล็ดสวยมากต่อไปพวกเราไม่ต้องอดอยากกันแล้ว”
ซินกังก็ช้อนข้าวสารขึ้นมาดูด้วยมือข้างหนึ่งเช่นกันเมล็ดข้าวขาวมากเขาไม่เคยเห็นข้าวขาวสวยขนาดนี้มาก่อนแม้แต่ข้าวคุณภาพดีที่ตลาดในเมืองทุกคนรู้สึกว่าความสุขเข้ามากะทันหัน ความคิดจมอยู่กับข้าวสารตรงหน้า
เมื่อเห็นทุกคนชื่นชมกับข้าวสารจนพอใจแล้วซินหยางเฟิ่งจึงปิดฝากล่อง
“นอกจากข้าวสารแล้ว ข้ายังมีอย่างอื่นอีกเล็กน้อย”กล่าวจบก็โบกมือเหนือถุงผ้า ทันใดนั้น เส้นหมี่แห้ง แป้ง เกลือ น้ำตาลทรายขาวและเครื่องปรุงรสอื่นๆ ซึ่งทุกอย่างบรรจุอยู่ในหีบห่อและภาชนะจากศตวรรษที่ 22
ของเหล่านี้ข้าซื้อมาจากชาวโพ้นทะเลบ้างจากแคว้นของเราบ้างน่ะเ้าค่ะ ชาวโพ้นทะเลมีของแปลกๆเยอะมากข้าจึงชอบซื้อเก็บสะสมไว้ ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้ในเวลานี้
ทุกสายตาจับจ้องไปยังสิ่งของที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นบนพื้นห้องจากอากาศ ริมฝีปากของทุกคนเผยอออกด้วยความลืมตัว
หลังจากชื่นชมสิ่งของบนพื้นแล้วเหล่าซินกำชับทุกคนไม่ให้แพร่งพรายความลับเื่ถุงเฉียนคุนให้คนนอกรู้
“ถ้าโชคยังพอมีคนขโมยถุงอาจจะแค่แย่งเอาถุงเฉียนคุนไปโดยไม่ทำร้ายเราแต่ก็จะน่าเสียดายเพราะข้าวของในนั้นก็มีไม่ใช่น้อย หากถูกคนแย่งชิงเอาไปแล้วต่อไปเราก็คงกลับไปอดอยาก ได้กินอิ่มบ้าง อดบ้างเหมือนเดิม หากโชคร้ายหน่อยคนร้ายก็อาจจะทำร้ายพวกเรา อาจจะแค่าเ็ หรืออาจจะถึงตายเลยก็ได้เพื่อปิดปากไม่ให้พวกเราปากโป้งไปบอกใครว่าพวกมันมาขโมยของเราพวกท่านคงไม่อยากให้เป็เช่นนั้นใช่หรือไม่” ซินหยางเฟิ่งกล่าวสำทับพูดให้ฟังดูน่ากลัวเข้าไว้ แล้วหันไปมองซินกังและซินลี่ถังโดยเฉพาะ
“ข้าเข้าใจแล้ว” ซินกังพยักหน้าสายตาแน่วแน่
“ข้า ข้าก็เข้าใจ”ซินลี่ถังมองหน้าซินหยางเฟิ่งแล้วหลุบตาลง เกิดความรู้สึกวูบไหวแปลกๆจนไม่กล้าสบตานาน
“เอาละ ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว” เหล่าซินกล่าว
จากนั้นก็หาภาชนะมาใส่ข้าวสารจำนวนหนึ่งที่เหลือก็เก็บเข้ามิติเพราะมันมากเกินไปซินกังและซินฮุ่ยชิวช่วยกันนำของเ่าั้ไปเก็บไว้ในครัวแล้วแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง
ซินหยางเฟิ่งถอนหายใจที่แผนนี้ผ่านไปได้ด้วยดีตัดปัญหาเื่ปากท้องได้ระยะหนึ่งและยังไม่ทำให้คนอื่นแปลกใจหากนางจะนำสิ่งของใดๆ ออกมาจากชิปมิติ