“อา!” ฮูหยินฟังแล้วอ้าปากค้าง ครู่ต่อมานางก็พยักหน้าหงึกๆ“ข้าจะรีบไปเกลี้ยกล่อมเขาเ้าค่ะ”
“ไปๆเ้ารีบไปเถอะ” ผู้าุโรองโบกมือ ฮูหยินจึงรีบออกไป
เมื่อไปถึงห้องโถง ฮูหยินก็เข้าไปไต่ถามว่า “เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
เฉินจิ้งเสียนเงยหน้ามองฮูหยินแล้วก้มหน้าลงเหมือนได้รับความอัปยศอดสูเขาไม่พูดอะไรสักคำ ฮูหยินร้อนใจจนรีบแตะแขนเขาเอ่ยว่า“เื่นี้...เื่นี้เ้าถูกหลิงเอ๋อร์กลั่นแกล้งเช่นนั้นข้ายกหลิงเอ๋อร์ให้แต่งกับเ้าเป็อย่างไร?”
เฉินจิ้งเสียนฟังแล้วรีบเงยหน้าขึ้นแกล้งเบิกตาโตอย่างเหลือเชื่อ แล้วก็ทำสีหน้าเหมือนกลืนโอสถขมปี๋ลงไปกล่าวเสียงเบาว่า “ข้าน้อยต่ำต้อย ไหนเลยจะกล้าอาจเอื้อมแม่นางเป่ายังมีบุรุษอีกมากที่ดีกว่าข้าน้อย ข้าน้อยไม่กล้าอาจเอื้อมจริงๆ ขอรับ”
เขาก้มหน้าลงทำท่าเหมือนตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าไม่คู่ควรกับดวงดาราบนฟากฟ้าอย่างไรอย่างนั้นฮูหยินร้อนใจจะตายแล้วรีบเอ่ยว่า“หรือเ้ามีคนในดวงใจแล้วจึงได้ปฏิเสธหลิงเอ๋อร์ของข้า?”
เฉินจิ้งเสียนรีบเงยหน้าขึ้นเอ่ยเสียงดังว่า“ไม่ใช่นะขอรับ”
เขาก้มหน้าลงเอ่ยเสียงเบาว่า“ข้าน้อยยังไม่มีใครทั้งนั้นขอรับ ท่านพ่อท่านแม่ยังไม่ได้หมั้นหมายให้ข้าน้อยเพียงแต่แม่นางเป่าสูงส่งถึงเพียงนั้นข้าน้อยเป็เพียงศิษย์ขั้นต้นของสำนักเท่านั้น จะคู่ควรกับแม่นางเป่าได้อย่างไรหากว่าแม่นางเป่าแต่งกับข้าน้อยนั่นเป็เื่ที่ข้าน้อยหลับฝันก็ยังยิ้มจนตื่นเลยขอรับ”
ฮูหยินฟังแล้วรู้สึกยินดีเ้าหนุ่มนี้ไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย หัวจิตหัวใจยังว่างเปล่า อีกทั้งยังถ่อมตัวกลัวว่าตัวเขาจะไม่คู่ควรกับบุตรสาวของนางบุรุษที่ดีเช่นนี้ก็ควรให้แต่งกับหลิงเอ๋อร์เถอะ!
“ในเมื่อเ้าไม่ขัดข้องเช่นนั้นข้าจะรีบจัดงานแต่งงานให้เ้ากับหลิงเอ๋อร์โดยเร็วที่สุดก็แล้วกัน”นางบอกพลางตบไหล่เขา เฉินจิ้งเสียนเงยหน้าขึ้นแกล้งทำปากอ้าตาค้างสีหน้าเหลือเชื่อ เขากะพริบตาปริบๆเหมือนว่าตัวเองได้ยินไม่ชัดหรือต้องฟังผิดไปกระมัง ฮูหยินจึงตบๆ ไหล่เขาแรงๆเอ่ยว่า “ยังไม่เรียกท่านแม่อีก”
“ทะ...ท่านแม่”เฉินจิ้งเสียนเรียกตะกุกตะกักแกล้งทำท่าทางเหมือนส้มหล่นใส่หัวเขาอย่างไรอย่างนั้น ทั้งๆที่ในใจเขากระหยิ่มยิ้มย่องยิ่งนัก หากว่าไม่ยกเป่าหลิงให้แต่งงานกับเขานางยังจะแต่งงานกับผู้ใดได้อีก?บุรุษคนใดหรือจะอยากได้สตรีที่ผ่านมือบุรุษอื่นมาแล้วสตรีที่สูญเสียพรหมจรรย์ไปแล้วล้วนเหมือนอาภรณ์ขาดเหมือนชิ้นเนื้อที่คนเคี้ยวกลืนแล้วคายทิ้งออกมานั่นแหละ
“ดีๆ”ฮูหยินพยักหน้ารู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้วเ้าหนุ่มนี้ตกลงก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์ไปเกินครึ่งแล้วส่วนหลิงเอ๋อร์ของนางหากว่าไม่ยอมแต่งงานก็ต้องบังคับให้แต่งล่ะ!
ยอมก็แต่งไม่ยอมก็ยังต้องแต่งอยู่ดี!
ถึงวันมงคลหากนางยังไม่ยินยอมนางผู้เป็มารดาก็จะจับนางมัดยัดใส่เกี้ยวเ้าสาวเสียเลย!
ใครใช้ให้นางเล่นเลยเถิดจนถึงขั้นเสียพรหมจรรย์เล่า!
เมื่อตกลงกันได้แล้ว เฉินจิ้งเสียนจึงออกจากเรือนผู้าุโรองไปทันทีเขามุ่งหน้ากลับบ้านนำข่าวไปแจ้งให้บิดามารดารับรู้เพื่อที่บิดามารดาจะได้จัดเตรียมสินสอดให้พรักพร้อมรอให้ถึงวันมงคล
กว่าเฉินรุ่ยฟางจะรู้ข่าวมงคลของผู้าุโรองก็ผ่านไปหลายวันแล้วนางมัวแต่ยุ่งกับการหลอมโอสถจนไม่ได้ออกจากเรือนหลายวันทั้งยังลืมไปว่าเฉินจิ้งเสียนไม่ได้มาหานางหลายวันแล้ว หรือเขาอาจจะมาแต่เห็นนางกำลังหลอมโอสถจึงไม่กล้ารบกวนกระมังจนนางได้ข่าวแน่ชัดว่าคนที่จะแต่งงานกับบุตรสาวของผู้าุโรองคือเฉินจิ้งเสียนลูกศิษย์ของนางเองนางก็ใยากจะเชื่อจริงๆ เป็เขาไปได้อย่างไร!?
ก็เขาจะแต่งงานกับข้านี่นา!
ไม่ๆต้องไม่ใช่เขา!
ข้าต้องถามเขาให้รู้เื่!
นางคิดแล้วจึงรีบไปหาเฉินจิ้งเสียนทันทีแต่เมื่อไปถึงเรือนพักของเฉินจิ้งเสียน ตัวเฉินจิ้งเสียนไม่อยู่ที่เรือนสอบถามเพื่อนบ้านของเขาก็ได้ความว่าเขากลับบ้านไปแล้วนางจึงตามไปหาเขาที่บ้านทันที
เฉินจิ้งเสียนพบอาจารย์ตัวเองหลังจากที่เขากำลังเดินทางจากบ้านกลับสำนักโอสถเมื่อเฉินรุ่ยฟางเจอหน้าเฉินจิ้งเสียน นางจึงรีบถามเขาว่า“ไยจึงมีข่าวว่าเ้าจะแต่งงานกับบุตรสาวของผู้าุโรองเล่า?”
“เอ่อ...”เฉินจิ้งเสียนอึกอักไป เขามองไปรอบๆ ตัว เมื่อเห็นว่ามีแค่เขากับนางที่อยู่ตรงนี้รอบด้านเป็ป่ารก บนเส้นทางยังไม่มีผู้ใดสัญจรผ่านมาเขาจึงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา เขารีบก้าวเข้าไปโอบเอวนางประจบเอาใจว่า “อาจารย์ท่านฟังผิดแล้วกระมัง ข้าจะแต่งงานกับนางได้อย่างไร?”
“แล้วไยจึงมีข่าวเช่นนั้นเล่า?”เฉินรุ่ยฟางถามคาดคั้น นางจ้องหน้าเขาเขม็ง เฉินจิ้งเสียนจึงรั้งนางเข้ามากอดแน่น“อาจารย์ขอรับ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ที่ข้ารีบกลับบ้านไปก็เพื่อที่จะบอกท่านพ่อท่านแม่ให้จัดเตรียมเื่แต่งงานของข้ากับท่านอย่างไรล่ะขอรับข้าอยากทำให้ท่านประหลาดใจจึงได้เก็บเป็ความลับไม่ยอมบอกท่านหากท่านไม่เชื่อท่านก็ไปบ้านข้าเถอะ ไปพบท่านพ่อท่านแม่ของข้าท่านพ่อท่านแม่จะได้เห็นลูกสะใภ้ของตัวเองเสียที”
เฉินรุ่ยฟางฟังแล้วถามว่า“เป็เช่นนั้นจริงๆ รึ?”
“จริงซิขอรับถ้าหากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ไปพบท่านพ่อท่านแม่ข้าเดี๋ยวนี้เลยขอรับ”เฉินจิ้งเสียนบอกแล้วผละออกพลางจูงมือนางออกเดิน เฉินรุ่ยฟางจึงเดินตามไปโดยดี
เฉินจิ้งเสียนพาอาจารย์เดินไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงทางแยกด้านหนึ่งเขาก็พานางเดินเลี้ยวไปทางทางแยกสายเล็กนั้น เส้นทางนี้ไม่ได้ไปบ้านของเขาแต่เส้นทางนี้มุ่งหน้าสู่หุบเขาแห่งหนึ่ง
เฉินรุ่ยฟางไม่รู้ว่าบ้านของเฉินจิ้งเสียนอยู่ที่ใดรู้แค่บ้านเขาอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อยู่ในเมืองแห่งหนึ่งเท่านั้นนางมาตามที่อยู่คร่าวๆ ที่ได้รับรู้มาส่วนภูมิประเทศเป็อย่างไรนางไม่รู้โดยละเอียด ในเมื่อเขานำทางนางไปนางก็เดินตามเขาไป ทั้งยังรู้สึกกังวลและตื่นเต้นอยู่ในใจกังวลว่าบิดามารดาของเขาจะชอบนางหรือไม่? ตื่นเต้นที่จะได้เจอบิดามารดาของสามี
เฉินจิ้งเสียนจูงมือนางพาเดินไปตามเส้นทางสายเล็กๆยิ่งเดินลึกเข้าไป เส้นทางก็แคบลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่ทางเดินเล็กๆที่เหมือนรอยทางสัตว์ป่าใช้สัญจร เขาเห็นนางมองไปรอบๆคิ้วนางขมวดคล้ายสงสัยเขาจึงรีบบอกว่า “นี่เป็ทางลัดขอรับหากว่าเดินไปตามทางสายหลักจะอ้อมกว่านี้ เส้นทางนั้นรถม้าผ่านได้แต่เส้นทางนี้รถม้าผ่านไม่ได้ขอรับ”
“อ่อ”เฉินรุ่ยฟางพยักหน้ารับรู้ คิ้วนางคลายออก เฉินจิ้งเสียนจึงลอบถอนหายใจ
จนกระทั่งเดินลึกเข้าไปในป่าเขาที่เงียบสงบ เฉินจิ้งเสียนก็ดึงตัวนางไปกอดรัดบดจูบเฉินรุ่ยฟางตกตะลึงเบิกตาโต แต่ก็ยอมให้เขากอดจูบ
เฉินจิ้งเสียนล้วงเข้าไปในกระโปรงนางผละริมฝีปากออกพลางสั่งว่า “อ้าขาซิ”
“อื้อ”เฉินรุ่ยฟางอ้าขาออก เฉินจิ้งเสียนล้วงเข้าไปในกางเกงตัวในบีบเคล้นกลีบเนื้ออ่อนนุ่ม เฉินรุ่ยฟางครางออกมา “อื้อ...จิ้งเสียน...”
เฉินจิ้งเสียนบีบเคล้นอยู่ครู่หนึ่งจนมือเขาเปียกชื้นเขาจึงดึงมือนางออกมาแล้วจับนางเปลื้องอาภรณ์ออก เฉินรุ่ยฟางขัดขืน“อื้อ...อย่าจิ้งเสียน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
“แถวนี้ไม่มีใครมาหรอกขอรับท่านวางใจได้” เฉินจิ้งเสียนบอกอย่างรับรองสีหน้าหนักแน่นมือก็ดึงรั้งอาภรณ์ออกไปพลางอ้อนว่า “ข้าไม่ได้พบท่านตั้งหลายวัน ข้าหิวเหลือเกิน”
เฉินรุ่ยฟางถูกเขาเร้าอารมณ์จนนางเองก็อยากนางจึงปล่อยให้เขาถอดอาภรณ์ออกไป
เมื่อถอดอาภรณ์ออกจนหมดแล้วเฉินจิ้งเสียนก็อ้อนอีกว่า “อาจารย์ ข้าอยากลองท่าทางใหม่ๆ ดูบ้าง”
“ฮื้อเ้าน่ะ” เฉินรุ่ยฟางเขินอายจนหน้าแดง เฉินจิ้งเสียนจึงยิ่งอ้อนว่า“ให้ข้าลองนะขอรับ”
“อื้ม”เฉินรุ่ยฟางพยักหน้าอนุญาต เฉินจิ้งเสียนจึงเอาเชือกออกมาจากถุงคุนเฉียนเฉินรุ่ยฟางมองเชือกเส้นนั้นอย่างสงสัยใคร่รู้เฉินจิ้งเสียนเอาเชือกเส้นนั้นมัดข้อมืออาจารย์เอาไว้แล้วโยงเชือกขึ้นไปผูกบนกิ่งไม้เฉินรุ่ยฟางจึงถูกผูกโยงยืนเปลือยเปล่าอยู่อย่างนั้น นางมองเขาอย่างฉงนสงสัย“นี่เ้าจะทำอะไรรึ? ไยต้องมัดข้าเช่นนี้ด้วยล่ะ?”
“ลองท่าใหม่อย่างไรล่ะขอรับเชื่อเถอะว่าท่านต้องชอบแน่นอน” เฉินจิ้งเสียนยิ้มแย้มหน้าระรื่นอันที่จริงที่เขามัดนางไว้ก็เป็เพราะว่าเขากลัวนางจะหนีอย่างไรล่ะ มัดไว้ก่อน เมื่อมัดไว้แล้วอย่างไรนางก็หนีเขาไปไม่ได้แล้วหึๆๆๆ...
เขาเอาเชือกออกมาอีกเส้นหนึ่งแล้วมัดไว้ที่ใต้ข้อพับเข่าของนางจากนั้นก็โยงเชือกขึ้นไปมัดไว้กับกิ่งไม้ ทำให้เฉินรุ่ยฟางยืนขาเดียวขาอีกข้างห้อยงอลงมา กลีบเนื้ออ่อนนุ่มอ้าออกเฉินจิ้งเสียนมองดูนางที่ถูกมัดจนอยู่ในท่าทางเย้ายวนก็ยิ้มถูกใจเขาขยับเข้าไปกอดนาง ถอดกางเกงออกไป แล้วจับองคชาติดุนดันเข้าไปในรูอ่อนนุ่มที่ชื้นฉ่ำ
“อื้อ...”เฉินรุ่ยฟางครางออกมา นางเสียว ทั้งยังกังวลว่าใครจะมาเห็นเข้าหากว่ามีใครเห็นท่าทางในตอนนี้ของนาง นางยังจะสู้หน้าผู้คนได้อย่างไรหรือหากเกิดเื่เลวร้ายมากกว่านั้นล่ะ อย่างเช่น คนๆนั้นมาเห็นนางในตอนนี้แล้วคิดฆ่าจิ้งเสียนแล้ว...แล้ว...
นางกังวลมากจริงๆเฉินจิ้งเสียนโยกเอวกระทุ้งกระแทกพลางบอกว่า “อาจารย์ ท่านอย่ากังวลไปเลยแถวนี้ไม่มีใครมาหรอก พวกเรามามีความสุขกันเถอะ”
“ฮื้อ...แต่ว่า...”เฉินรุ่ยฟางแย้ง ปากนางก็ถูกเขาจูบปิดปากเสียแล้วเฉินจิ้งเสียนจูบอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนริมฝีปากออก พลางตั้งอกตั้งใจโยกเอวใส่นางเฉินรุ่ยฟางเสียวจนได้แต่ร้องคราง “อ้า...จิ้งเสียน อื้อ...”
เฉินจิ้งเสียนกระทุ้งกระแทกอยู่พักหนึ่งก็หลั่งธารน้ำ“โอ...”
เขาหอบหายใจอย่างมีความสุขเมื่อคิดว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้เสพสมกับนางองคชาติของเขาจึงแข็งขึงขึ้นมาอีกคราราวกับอยากจะตักตวงความสุขนี้ให้คุ้มค่า เขาจึงโยกเอวใส่นางอีกครั้งเฉินรุ่ยฟางที่ยังไม่สุขสมจึงครวญครางอย่างพอใจ “อื้อ...จิ้งเสียนวันนี้เ้าหิวมากจริง”
“ต้องโทษท่านที่ทำให้ข้าเป็แบบนี้”เฉินจิ้งเสียนเย้าแหย่พลางกระทุ้งกระแทกอย่างไม่ปรานีปราศรัยเฉินรุ่ยฟางเขินอายจนหน้าแดง “อืมๆ เป็ข้าผิดเอง”
“ใช่เป็ท่านผิดเอง ดังนั้นท่านก็ยอมรับการลงโทษจากข้าดีๆ เถอะ”เฉินจิ้งเสียนเอ่ยพลางกระทุ้งกระแทกไม่หยุดไม่พักเขากระทุ้งจนนางหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาาา...”
เฉินรุ่ยฟางสุขสมจนตัวเกร็งเฉินจิ้งเสียนถูกนางบีบรัดแทบขาดจึงไม่อาจทานทนไหวเขาจึงกระทุ้งอีกไม่กี่ทีก็สุขสมตามนางไปติดๆ “โอ...”
เฉินรุ่ยฟางกำลังรู้สึกล่องลอยอยู่บนปุยเมฆพลัน! หูได้ยินเสียงดังฉึก! นางรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แผ่นหลัง!“อึก!”
เมื่อนางเหลือบมองไปข้างหลังก็เห็นมือหนึ่งกำด้ามมีดแทงใส่แผ่นหลังของนางครั้นนางมองตามมือนั้นไป ตามท่อนแขนไปเรื่อยๆก็พบว่ามือนั้นคือมือของเฉินจิ้งเสียน นางมองหน้าเขาอย่างงุนงงไม่เข้าใจ “เ้า?”
“อาจารย์ท่านตายไปเสียเถอะ เมื่อท่านตายแล้วตราเทพของท่านก็แตกสลายของทุกอย่างของท่านก็จะกลายเป็ของข้า อีกอย่างข้าจะแต่งงานกับแม่นางเป่ามีท่านอยู่ย่อมไม่สะดวกจริงๆ ดังนั้นท่านตายไปเถอะ เพื่อข้าจะได้มีความสุข”เฉินจิ้งเสียนบอกอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด เขายิ่งกำด้ามมีดแน่น กดลึกลงไปจนปลายมีดทะลุทรวงอก ฉึก!
“อึก!” เฉินรุ่ยฟางสะอึกทีหนึ่ง นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะฆ่านางได้ลงคอ!
เฉินจิ้งเสียนดึงมีดออกแล้วแทงซ้ำอีกครั้งอย่างเหี้ยมโหดเฉินรุ่ยฟางร้อง “อัก!”
นางเจ็บจนแทบสิ้นสติรู้สึกถึงเือุ่นๆ ไหลออกจากาแ นางดิ้นรนแต่นางถูกเขามัดไว้เหลือเพียงขาข้างเดียวที่ยังเป็อิสระแต่ขาข้างเดียวหรือจะสู้เขาได้ เขาจับขานางไว้แน่นจนนางไม่อาจต่อสู้ได้เลยเป็นางโง่เอง ปล่อยให้เขามัด จนสุดท้ายก็ถูกเขาฆ่าตายอย่างเืเย็น!
นางแค้นเหลือเกิน! นางแค้นจนอยากลากเขาลงไปปรโลกด้วยกัน!
ตัวนางกระตุกเกร็งลมหายใจขาดห้วงไป จิติญญาหลุดออกจากร่าง วิ๊ง!
เฉินจิ้งเสียนเห็นว่านางขาดใจตายแล้วเขาจึงปล่อยมือจากด้ามมีด ทิ้งมีดไว้ค้างคาบนแผ่นหลังนางจากนั้นเขาจึงก้มลงหยิบถุงคุนเฉียนของนางขึ้นมาเมื่อนางตายตราเทพบนถุงคุนเฉียนก็สลายหายไป ทำให้เขาสามารถเปิดถุงดูได้สิ่งของข้างในที่มีตราเทพของนางล้วนตราเทพแตกสลายสิ้นกลายเป็สิ่งของที่ไร้เ้าของทันที เขาเทสิ่งของเ่าั้ออกมาตรวจดู ทรัพย์สินของนางมีมากพอสมควรเขาหัวเราะ“ฮ่าๆๆๆ...”
จิติญญาของเฉินรุ่ยฟางมองดูเฉินจิ้งเสียนอย่างแค้นใจนักสิ่งของอื่นใดของนางก็ไม่สำคัญเท่าตำราโอสถม้วนนั้น!
นางไม่ยินยอมให้ตำราโอสถม้วนนั้นตกอยู่ในมือเ้าศิษย์ชั่วช้านี่เด็ดขาด!
ดังนั้นนางจึงพุ่งเข้าไปในตำราโอสถแล้วใช้พลังจิติญญาที่มีอยู่ทั้งหมดพาตำราโอสถม้วนนั้นลอยพุ่งหนีไปทันที
“อ่ะ!” เฉินจิ้งเสียนใ ตำราโอสถม้วนหนึ่งจู่ๆ ก็ลอยพุ่งหายลับตาไปเขาจะคว้าก็คว้าไม่ทัน ทำเขาโมโหแทบตาย “ฮึ่ม!”
เขามองดูร่างอาจารย์ที่ยืนตายตาเบิกโพลงแล้วตบต่อยร่างนางระบายความโกรธ “หนอย! นางตัวดี! แม้ตายแล้วก็ยังหวงของอีกรึ! นางสารเลว!”
เขาตบต่อยเตะตีศพนางอยู่พักใหญ่จนเขาเหนื่อยหอบแล้วจึงแก้มัดเอาศพนางลงมาจับนางสวมใส่อาภรณ์อย่างลวกๆ จัดแจงเก็บข้าวของๆ นางที่เหลือใส่เข้าไปในถุงคุนเฉียนแล้วเก็บถุงคุนเฉียนเอาไว้จากนั้นก็แบกศพนางขึ้นหลัง วิ่งกลับไปสำนักโอสถด้วยท่าทางเร่งร้อนปากก็ร้องไปตลอดทางว่า “อาจารย์! ท่านจะตายไม่ได้นะ! ท่านห้ามตาย! ท่านจะต้องไม่เป็อะไร ต้องไม่เป็ไร”
เขาพร่ำร้องไปตลอดทางจนคนที่สัญจรผ่านทางไปมาล้วนตกอกใมองดูเขาอย่างตกตะลึง
จนกระทั่งถึงสำนักโอสถ เฉินจิ้งเสียนแบกอาจารย์พุ่งไปหาบรรดาอาจารย์ทั้งหลายพลางร้องะโว่า “อาจารย์! ช่วยอาจารย์ข้าด้วย! ได้โปรดช่วยอาจารย์ข้าด้วย!”
“หือ?”บรรดาอาจารย์มองอย่างใ คนอื่นๆ ในสำนักก็มองอย่างตกอกใเช่นกัน“เกิดอะไรขึ้นรึ!?”
ผู้คนพากันล้อมวงดู“เกิดอะไรขึ้น?”
เฉินจิ้งเสียนวางร่างอาจารย์ลงนอนบนตั่งตัวหนึ่งเขาร้องะโว่า “ช่วยด้วยๆ ช่วยอาจารย์ข้าด้วย!”
อาจารย์คนอื่นๆล้อมเข้าไปดู อาจารย์คนหนึ่งยื่นมือไปจับชีพจรครู่หนึ่งแล้วดึงมือกลับพลางส่ายๆหน้า
คนอื่นๆเข้าใจความหมายนั้นก็อึ้งงันไป อาจารย์เฉินตายแล้ว!ช่วยชีวิตไม่ได้แล้ว!
อาจารย์อีกคนจึงถามว่า“เกิดอะไรขึ้นรึ?”
“ฮือๆๆ...อาจารย์กับข้าถูกปล้นพวกมันจะฆ่าข้า อาจารย์เอาตัวบังข้าไว้ ฮือๆๆ...”เฉินจิ้งเสียนโกหกสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว คนอื่นๆฟังแล้วก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทันที “ใครกันช่างกล้าลงมือกับคนของสำนักเรา!?”
“ฮือๆข้าไม่รู้ พวกมันมีกันหลายคน ข้าสู้พวกมันไม่ได้ ฮือๆ...”เฉินจิ้งเสียนร้องไห้พลางบอกเล่าออกมา “พวกมัน...........”
คนอื่นๆฟังแล้วรู้สึกโกรธแค้นแทน “ฮึ่ม!”
พวกเขารอจนผู้าุโท่านหนึ่งมาถึงผู้าุโท่านนั้นสอบถามเื่ราวสักพักแล้วเดินไปที่ศพอาจารย์เฉินเขาเปิดใช้อาคมขึ้นมาอาคมสีเงินลอยขึ้นมาจากศพแล้วฉายภาพสุดท้ายที่บันทึกไว้ในดวงตาศพออกมาภาพนั้นเป็ใบหน้าของเฉินจิ้งเสียน!
เมื่อทุกคนเห็นภาพนั้นก็ไม่ได้นึกสงสัยในคำพูดของเฉินจิ้งเสียนเลยเขาเล่าว่าอาจารย์เฉินเอาตัวบังเขาไว้ดังนั้นภาพสุดท้ายที่บันทึกอยู่ในดวงตาศพย่อมเป็ภาพของเฉินจิ้งเสียน
ในเมื่อสืบสาวตัวคนร้ายจากภาพสุดท้ายในดวงตาศพไม่ได้ก็เหลือแค่วิธีเดียวคือให้เฉินจิ้งเสียนบอกลักษณะท่าทางของคนร้ายกลุ่มนั้นออกมาเฉินจิ้งเสียนร้องไห้พลางบอกกล่าวลักษณะท่าทางคนร้ายที่เขาโกหกออกมาเขาสะอึกสะอื้นบอกเล่า “พวกมัน............”
คนที่วาดภาพได้ก็ล้วนวาดภาพตามคำบอกเล่าของเขาทุกคนล้วนวาดภาพออกมาได้ใกล้เคียงกัน
ผู้าุโมองดูภาพคนร้ายแล้วจึงให้คนนำไปติดประกาศจับไม่ว่าจะจับเป็! หรือจับตาย! ทางสำนักล้วนมีรางวัลให้อย่างงาม
ข่าวๆนี้แพร่ไปทั่วทั้งแดนเทพในเวลาไม่นาน
เมื่อเหอเทียนเหิงรู้ข่าวการตายของอาจารย์เฉิน เขาก็รู้สึกเศร้าโศกจนบอกไม่ถูกทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลย
จวบจนเวลาผ่านไปนานหลายเดือน คนร้ายก็ยังจับไม่ได้ผู้คนก็ให้ความสนใจกับข่าวการตายของอาจารย์เฉินน้อยลงเรื่อยๆ
จนกระทั่งข่าวคราวของอาจารย์เฉินเลือนหายไปจากผู้คนผู้าุโรองเห็นว่าเวลาผ่านไปนานหลายเดือนแล้วเฉินจิ้งเสียนน่าจะทำใจเื่อาจารย์ได้แล้วกระมังเขาจึงคุยกับเฉินจิ้งเสียนเื่การแต่งงาน
เฉินจิ้งเสียนที่แกล้งโศกเศร้ามานานก็ทำทียินยอมทำตามความประสงค์ของผู้าุโรองแต่งงานกับเป่าหลิง
ผู้คนในสำนักโอสถล้วนไปร่วมแสดงความยินดีด้วยเฉินจิ้งเสียนก็เข้าหอกับเป่าหลิงอย่างมีความสุข
ณสถานที่แห่งหนึ่งในป่า เทพคนหนึ่งเก็บตำราโอสถได้เขาจึงนำไปขายให้ร้านขายตำรา เถ้าแก่ซื้อตำราม้วนนั้นไว้ในราคาถูกยิ่งเพราะตำราม้วนนั้นมีอาคมปกป้องเอาไว้ ไม่มีใครสามารถแก้อาคมเปิดตำราได้สักคนดังนั้นเถ้าแก่จึงติดราคาขายต่อถูกๆ แต่ก็ยังไม่มีใครซื้อตำราม้วนนั้นออกไปตำราม้วนนั้นจึงยังคงอยู่ในร้านขายตำราเรื่อยมา
จิติญญาของเฉินรุ่ยฟางที่อยู่ในม้วนตำราก็ใช้พลังจิติญญาของตัวเองกระตุ้นอาคมไปเรื่อยๆไม่ยอมให้ใครเปิดม้วนตำราได้ นางใช้พลังจิติญญาไปเรื่อยๆจนกระทั่งจิติญญาของนางลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
เื่ราวของเฉินรุ่ยฟางจะเป็อย่างไรต่อไป เชิญอ่านต่อได้ในเื่ สตรีน่าตาย ค่ะเริ่มมีบทของเฉินรุ่ยฟางั้แ่ตอนที่ 107 เป็ต้นไปค่ะ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนนี้ค่ะ
ผิดพลาดประการใดไรท์ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
วันที่เขียนจบ 18 มิถุนายน2568
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet : 098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readfree.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ