ราชามารตะวันตกยืนอยู่ตรงหน้าจี๋เล่อน้อยไอพลังต่อสู้แผ่ซ่านออกมาจากร่างพุ่งเข้าปกคลุมร่างของจี๋เล่อน้อยเอาไว้
แม้สัมผัสได้ถึงไอพลังแข็งแกร่งของราชามารตะวันตกจี๋เล่อน้อยยังคงสีหน้าไร้อารมณ์ ม่านพลังที่แข็งแกร่งพอๆ กันปรากฏขึ้นบนร่างปะทะกับพลังของราชามารตะวันตก ทำให้พลังต่อต้านกันไปมา ต่างคนต่างเอาชนะกันไม่ได้เลย
“ให้ข้าจัดการเองเถอะ”
ขณะนั้นเสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ด้านหลังราชามารตะวันตกกล่าวขึ้นทำให้ราชามารตะวันตกที่เตรียมโจมตีออกไปหยุดนิ่งลงทันที
แล้วเขาจึงหันมองเสิ่นเสวียน
“เจ้าหนุ่มนี่แข็งแกร่งมาก!”
เขาต้องการบอกเสิ่นเสวียนว่าจี๋เล่อน้อยแข็งแกร่งมาก เจ้าจะสู้กับเขาได้จริงๆ หรือ
ราชามารตะวันตกไม่ได้สงสัยในพลังของเสิ่นเสวียนแต่คิดถึงความแตกต่างของพลังทั้งสองฝ่าย แม้เสิ่นเสวียนจะไม่ได้อ่อนแอแต่ราชามารตะวันตกไม่ได้เห็นเสิ่นเสวียนมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับเดียวกับตนเองหรือแม้จะอยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็ยังด้อยกว่ามาก
ยิ่งไปกว่านั้นจี๋เล่อน้อยยังซ่อนตัวอยู่ในสุสานมากว่าครึ่งปีพลังยุทธ์จะต้องก้าวหน้าขึ้นมากแน่ๆ
ไม่ง่ายเลยที่จะสู้กันได้
“ไม่เป็นไร”
เสิ่นเสวียนกล่าวเสียงเรียบเขาให้ราชามารตะวันตกถอยไปและตนเองเดินหน้าขึ้นมาแทน
จี๋เล่อน้อยชอบท้าทายเขาแล้วเขาจะไม่ใช้ประโยชน์จากอีกฝ่ายได้อย่างไร
ตั้งแต่เข้ามายังเขตกู่ซวีเขาได้วางหมากลงไปแล้ว
เขายังไม่เคยลืมว่าเข้ามาทำอะไรในหุบเขาสุขาวดีนั่นคือการสังหารเหลยป้าเทียน
เป็นเพราะหลายเรื่องก่อนหน้านี้ทำให้พลาดโอกาสอันดีไปตอนนี้เขาเลื่อนไปถึงขั้นหยวนก่อกำเนิดได้สำเร็จแล้วและยังมีราชามารสองคนอยู่ข้างกาย ถึงเวลาเก็บกวาดแล้ว
เหลยป้าเทียนสังหารได้ง่ายดายแต่คิดเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยรวมไปถึงคนชุดดำที่เจอกันในสุสานก่อนหน้านี้ด้วย
แม้ตนเองจะสามารถทำลายร่างของอีกฝ่ายไปได้แต่ฝ่ายนั้นยังไม่ตาย หรือกระทั่งอาจไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก เมื่อครู่ตอนที่เขาออกมาเขาสัมผัสได้ถึงไอพลังของคนชุดดำซ่อนตัวอยู่ในมิติภายนอก
เขาเลื่อนถึงขั้นหยวนก่อกำเนิดเพราะดูดซับพลังของอีกฝ่ายมาดังนั้นจึงมีสัมผัสที่ไวต่อไอพลังของอีกฝ่ายอย่างละเอียดอ่อน
อีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ที่นี่รอคอยโอกาสที่จะปลิดชีวิตเขา
จี๋เล่อน้อยมีพลังไม่เลวเป็นเป้าหมายที่เขาต้องการเอาชนะ
“เจ้าเชื่อมั่นในตนเองมาก”
จี๋เล่อน้อยมองเสิ่นเสวียนดวงตาคมกริบราวกับกระบี่คู่นั้นคล้ายจะมองทะลุร่างของเสิ่นเสวียนเข้าไปถึงจิตใจได้
“เจ้าเองก็เหมือนกัน”
เสิ่นเสวียนกล่าวกับอีกฝ่าย
“คนที่ต่อสู้กันอยู่ในถ้ำมีเจ้าด้วยใช่ไหมล่ะ”
“อืมมีข้าด้วย”
“แล้วหลังจากนั้นไปไหนต่อ”
เสิ่นเสวียนมองซ้ายมองขวาแล้วเดินหน้าไปอีกสองก้าวจนอยู่ตรงหน้าจี๋เล่อน้อย เขาไม่ได้ป้องกัน แต่ค่อยๆเข้าใกล้หูของอีกฝ่ายพลางกล่าวบางอย่างเบาๆ
เสียงนั้นเบามากจนเหมือนกับไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
เสิ่นเสวียนไม่ได้กล่าวอะไรจริงๆแต่ใช้วิธีการส่งกระแสจิตเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของอีกฝ่ายแทน
หลังจากได้ยินคำของเสิ่นเสวียนจี๋เล่อน้อยหรี่ตามองอีกฝ่ายทันที คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เสอฮวาฮวาจากสำนักนาคาสี่เซี่ยงจากสำนักจตุรเทพ และผู้แข็งแกร่งขั้นราชันอีกสองคนต่างมองเสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยด้วยความสงสัย
จี๋เล่อน้อยถูกขนานนามว่าเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆในหุบเขาสุขาวดี
แต่เสิ่นเสวียนคนนั้นล่ะเรียกได้ว่าอย่างไร
เขามีสิทธิ์สนทนากับจี๋เล่อน้อยด้วยหรือ
เสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยสบตากันเล็กน้อยทันใดนั้นจี๋เล่อน้อยก็เคลื่อนไหว
ร่างเล็กของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงพลังต่อสู้น่ากลัวพลุ่งออกมาโจมตีใส่เสิ่นเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆบนร่างของเสิ่นเสวียนมีไอพลังน่ากลัวปะทุออกมาเช่นเดียวกันเข้ารับแรงปะทะจากพลังต่อสู้ของอีกฝ่ายจากนั้นจี๋เล่อน้อยจึงกำหมัดแน่นและโจมตีใส่เสิ่นเสวียน
พลังของจี๋เล่อน้อยเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีก่อนมาไม่น้อยอยู่ในระดับที่สามารถสู้กับราชามารตะวันตกได้แล้วพลังหมัดนั้นแม้แต่ราชามารตะวันตกยังต้องขมวดคิ้วเพราะถึงระดับเดียวกับเขาแล้ว
ทว่าเมื่อกลับไปมองเสิ่นเสวียนเขามิอาจรับพลังโจมตีนี้ได้เลย
ขณะที่ทุกคนคิดว่าเสิ่นเสวียนต้องบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอนกลับเห็นว่าร่างของเขาบิดตัวเหมือนน้ำหลบหลีกพลังโจมตีของจี๋เล่อน้อยไปได้อย่างง่ายดายทว่าพลังที่ระเบิดออกมายังคงทำให้ร่างกายถอยหลังไป ส่วนจี๋เล่อน้อยไม่ได้ลดละเขาไล่ตามไปและโจมตีใส่เสิ่นเสวียนต่อ
ตั้งแต่ที่ทั้งสองสบตาตอนนั้นพวกเขาคาดหวังการต่อสู้นี้มาตลอด
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
จี๋เล่อน้อยรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากส่วนเสิ่นเสวียนก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
คนอื่นๆที่ดูอยู่รู้สึกกระตือรือร้นที่จะลอง
เดิมทีหุบเขาสุขาวดีขึ้นชื่อว่าวุ่นวายมากอยู่แล้วหากมีคนต่อสู้กัน ความคาดหวังในจิตใจของผู้คนต่างตื่นตัว
หลังจากที่เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนออกมาจากทางเข้าออกสุสานทางเข้าออกนั้นก็ค่อยๆ จมลงไปใต้น้ำ ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสุสานที่เปิดออกทุกๆ สามสิบปีจบสิ้นลงแล้วอย่างเป็นทางการ
ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างเพ่งความสนใจไปยังผู้ที่ได้เข้าไปในสุสานคนจากตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆ ไม่กล้าเคลื่อนไหว ส่วนคนจากอำนาจเล็กๆบางส่วนตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย
ในจำนวนนั้นคนสิบกว่าคนจากสำนักซานฉีรู้สึกได้ว่าสถานการณ์ผิดปกติไปจึงปกป้องศิษย์อัจฉริยะของสำนักตนเตรียมตัวออกไปจากที่นี่ ทว่ากลับโดนยอดฝีมือหลายคนเข้าล้อมโจมตี
นอกจากเสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยแล้วการต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ตอนนี้ความโกลาหลกระจายออกไปเป็นวงกว้าง
ผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอคนตัวใหญ่ทำร้ายคนตัวเล็ก แสดงให้เห็นถึงโลกที่เคารพผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ส่วนผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงในที่นั้นกลับไม่มีใครเคลื่อนไหวเลย
เหลยป้าเทียนยืนอยู่ในอาณาเขตของราชามารทิศเหนือ
ราชามารทิศเหนือและราชามารตะวันตกต่างเงยหน้ามองการต่อสู้ของเสิ่นเสวียนและจี๋เล่อน้อยไม่ได้ขยับไปไหนเช่นกัน
สี่เซี่ยงจากสำนักจตุรเทพและเสอฮวาฮวาจากสำนักนาคาในตอนนี้ต่างเบนสายตาไปมองราชามารตะวันตก
ขณะนั้นเองเทียนเซี่ยงจากสำนักจตุรเทพก็พาอีกสามเซี่ยงเดินเข้าไปหาไอพลังบนร่างรุนแรงอย่างที่สุด ขณะที่เดินไปแผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับภูเขาแม่น้ำกำลังเคลื่อนที่
ราชามารตะวันตกที่กำลังมองบนท้องฟ้าค่อยๆหันไปมองสี่เซี่ยงที่เดินเข้ามา
“ทำไมคันมากนักหรือ”
ราชามารตะวันตกไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางมีชื่อเสียงโหดเหี้ยมเช่นนี้ในหุบเขาสุขาวดี
“พวกข้าต้องการท้าสู้เจ้า”
เทียนเซี่ยงเชิดหน้าไอพลังรุนแรงพวยพุ่งออกจากร่างโจมตีใส่ราชามารตะวันตกทันที
หลังจากสัมผัสได้ถึงการคุกคามของสี่เซี่ยงราชามารตะวันตกเพียงแค่ส่งเสียง ‘ฮึ’ อย่างเย็นชาจากนั้นไอพลังจากร่างของเขาพลันพลุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทำลายพลังของสี่เซี่ยงในพริบตา
“เจ้าอยากท้าสู้ข้าถามข้าหรือยังว่ายินยอมหรือไม่”
“ข้าไม่ได้ถามความเห็นเจ้าข้าต้องการแล้วข้าต้องได้ พวกเราลุย!”
เทียนเซี่ยงไม่ได้รู้สึกเหลือเชื่อที่พลังของตนเองถูกทำลายไปแต่สั่งให้อีกสามเซี่ยงเข้าล้อมราชามารตะวันตกเอาไว้
“ลูกชายออกห่างจากตรงนี้หน่อย เดี๋ยวเปื้อนเลือด”
ขณะนั้นเองราชามารทิศเหนือดึงคุณชายน้อยซูให้ถอยไปข้างๆ กลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย
“ขอบอกก่อนพวกเจ้าสู้กันไปอย่ามายุ่งเกี่ยวกับข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำลายพวกเจ้าเสีย”
ราชามารทิศเหนือตะโกนใส่ทั้งสี่เซี่ยง
“วางใจเถอะพวกข้าไม่ทำร้ายท่านแน่นอน”
เทียนเซี่ยงยิ้มชั่วร้ายราชามารทิศเหนือไม่ลงมือ เขายิ่งเชื่อมั่นว่าจะเอาชนะราชามารตะวันตกได้
การท้าสู้ครั้งนี้ไม่มีเหตุผลอื่นมีเพียงเพราะราชามารตะวันตกคอยสั่งสอนพวกเขาอยู่เสมอสำนักจตุรเทพถูกโจมตีในหุบเขาสุขาวดีไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครึ่งหนึ่งนั้นล้วนมาจากราชามารตะวันตกพวกเขาจะไม่เคียดแค้นได้อย่างไร
“รวมพลังแห่งจตุรเทพ”
ทั้งสี่คนตะโกนออกมาพร้อมกันจากนั้นก็กระทืบเท้าลงไปที่พื้น มิติแรงโน้มถ่วงพลันปรากฏขึ้นปกคลุมร่างของพวกเขาเอาไว้พร้อมทั้งขังราชามารตะวันตกไว้ในนั้นด้วย
ทันทีที่มิติแรงโน้มถ่วงปรากฏขึ้นราชามารตะวันตกรู้สึกเหมือนร่างกายหนักขึ้นมากกว่าสิบเท่าการเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัดใช้แรงโน้มถ่วงควบคุมพลังเอาไว้เช่นนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
“น่าสนใจดีนี่แต่ยังทำร้ายข้าไม่ได้หรอก”
จากนั้นราชามารตะวันตกดีดตัวเองให้พุ่งทะยานขึ้นไปด้านบนขอเพียงออกไปจากมิติแรงโน้มถ่วงนี้ได้ อีกฝ่ายจะสูญเสียข้อได้เปรียบไปทันที
“ตอนนี้น่าจะทำได้แล้วหรือเปล่า”
ขณะนั้นบนท้องฟ้ามีงูเขียวตัวใหญ่ตัวหนึ่งขดตัวอยู่กลางอากาศ