ตอนที่ห้า ผมคิดว่าเื่ผลประโยชน์ในการเขียนน่าจะเข้ามาเกี่ยวข้องเสียแล้ว ระหว่างตัวคนเขียนกับคนอ่าน ทุกอย่างคือเื่ของผลประโยชน์ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เื่ทางวรรรกรรมเื่ของโลกวรรณกรรมที่คิดกันว่าสวยงาม ั้แ่แรกเหยียบย่างมาในโลกวรรณกรรมผมก็คิดว่าโลกวรรณกรรมที่แหละ คือ โลกแห่งความสงบสุขและเต็มไปด้วยสันติภาพ(แน่นอนว่า ผมอยู่ในโลกของหนังสือมานานก่อนจะมาพบความเป็จริง ใครก็เหมือนกับผมนั่นแหละ ที่ใช้การอ่านหนังสืออย่างมากมาย เปล่า ไม่ได้ใช้สักหน่อยสำหรับการอ่านหนังสือ เพียงแต่อ่านหนังสือมากไปหน่อย เื่ราวในหนังสือจึงฝังหัวของผมของคุณ?.....คุณที่มีความคิดในการอ่านการเขียนนั่นแหละ จึงมองว่าโลกทั้งใบนั้นเป็ไปอย่างที่เขียนไว้ในหนังสือ...ผมควรปิดวงเล็บเสียดีกว่า)...ความเป็จริง เมื่อเราเจริญเติบโตขึ้นมาตามกาลเวลา เวลาได้สั่งสอนเราเอาไว้ว่า โลกของเราไม่ได้เป็อย่างในตัวอักษรที่เราอ่านในหนังสือ เลวระยำอย่างที่สุด หนังสือที่ผมที่คุณพากันอ่านนั้นเป็แค่เื่เพ้อฝันไม่มีทางเป็จริง เป็เื่ที่ใครหลายคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นักเขียนหรือเป็ตัวแทนของโลกวรรณกรรมปั้นแต่งเอาไว้ เป็อย่างไรล่ะทีนี้ เมื่อผมกับคุณมาพบกับโลกแห่งความเป็จริงที่เ็ปอย่างที่สุด ซึ่งไม่มีนักเขียนหน้าไหนคนใดเขียนเอาไว้เลยแม้แต่ตัวอักษรตัวเดียว สมน้ำหน้าคุณสมน้ำหน้าผมที่เฝ้าหลงในตัวหนังสืออย่างไม่เคยเห็นเดือนเห็นตะวันเอาเสียเลย ผมคุณหรือใครก็ตามล้วนแต่โง่เสียเหลือเกินที่อ่านหนังสือแล้วคิดว่าเป็จริงอย่างนั้น...แม้กระนั้นหรืออย่างนี้ก็ตาม บางทีผมก็ไม่้าเขียนเอาเงินเอาผลตอบแทนหรอก เพราะเป็การเหนื่อยเปล่า และไม่มีความเห็นว่ามันจะร่ำรวยด้วยการเขียนสักนิดเดียว ผมจึงเบื่อที่จะเขียนเพื่อให้ได้เงินอย่างที่ตัวเองเคยกระทำั้แ่คราวเห็นแรก ผมอาจเขียนเพราะความ้าอยากจะเขียนเท่านี้ก็ได้ และเมื่อคิดจะหาผลตอบแทนจากการเขียน ก็ให้นึกเบื่อหน่ายเสียเต็มกลืนที่จะเขียนเอาเงินเอาทอง ซึ่งไม่มีทางเป็ไปได้เอาเสียเลย...นี่แหละ โลกความเป็จริงกับโลกของวรรณกรรม มันสับสนปนเปกันอย่างขนาดหนักและมั่วพร้อมกับการสับสนในเวลาต่อมา แค่นี้เอง..ผมเขียนบ่นมาประมาณสี่ตอน ตอนละพันกว่าคำ และคาดว่าตัวคนอ่านคงจะเบื่อหน่ายเช่นเดียวกับที่ผมเบื่อหน่ายในการเขียนของตัวเอง หากแต่การเขียนอย่างนี้เป็การเขียนฟรีสไตส์อย่าง(ฟรีไร้ทติ้ง) ผมไม่คิดว่าจะมีนักเขียนคนไหนที่สามารถเขียนในทำนองของการบ่นได้ยาวนานขนาดนี้อย่างผม ผมจึงนึกนิยมในการเขียนทำนองบ่นอย่างนี้เป็เอกลักษณ์ของตัวเอง เป็งานเขียนแขนงหนึ่ง(ซึ่งแต่ก่อนงานเขียนอย่างนี้ มันเคยโด่งดังมาอยู่เหมือนกันใน่หนึ่ง) คุณไม่เชื่อหรือว่าการเขียนบ่นอย่างนี้ เป็งานเขียนเื่สั้นในลักษณะหนึ่ง อย่างน้อยๆ ผมคิดว่าคุณหรือนักเขียนส่วนมากไม่สามารถเขียนทำนองบ่นอย่างผมได้หรอกนะ ไม่เชื่อคุณที่เป็นักเขียนลองเขียนดุสิ ทำนองบ่นขนาดยาวอย่างผม เพราะอะไรล่ะหรือ? ก็เพราะพวกท่านไม่คิดว่าการเขียนอย่างนี้เป็การเขียนอย่างหนึ่งน่ะสิ? การเขียนอย่างนี้เป็การเขียนของพวกไม่มีความรู้เื่การเขียนเื่สั้นหรือนวนิยายแต่อย่างใด เื่สัั้นหรือศิลปะแห่งการขีดเขียนต่างเต็มไปด้วย แก่นเื่ พล็อตเื่ การดำเนินเื่ ตัวละคร หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่การเขียนบ่นทำนองเดียวกับผม แต่หลายคนเขียนเหมือนกันหมดเลย ไม่มีใครเขียนเหมือนผมหรือเขียนได้อย่างผมสักคนในคราวเดียว มาสิ พ่อนักเขียนทั้งหลายลองเขียนทำนองบ่นอย่างผมนี่ดูที ว่าจะเขียนได้ยาวอย่างรวดเดียวอย่างผมหรือเปล่า? แล้วคุณจะยกย่องว่าผมนี่เป็จอมเขียนในทำนองแห่งเื่สั้นของการบ่นได้เป็อย่างดีเลยทีเดียว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่โดยเด็ดขาด.