“อันนี้เป็เอกสารชุดที่2...แล้วเอกสารภาษาอังกฤษฉบับนี้คืออะไรอ่ะ...สัญญาส่งมอบทองคำ 27,340 บาท ในอีก 1สัปดาห์ข้างหน้า คืออะไรหว่า? งง...ทองคำหนักแค่บาทเดียวทำไมต้องทำสัญญาอ่ะ...งงมากกก!!!” พลอยอ่านเอกสารด้วยท่าทีงุนงงจนทำให้ส้มต้องหันมามองเอกสารด้วยกัน
“คุณพ่อซื้อทองคำหนัก1 บาทจริงๆ ด้วย ทำไมต้องมีสัญญาส่งมอบ?? พี่เจนอันนี้คืออะไรอ่ะคะ?” ส้มหันไปถามเจนอีกครั้ง
“ไม่รู้!!!พี่ไม่รู้อะไรสักอย่าง...ก็เนียเพิ่งรู้พร้อมกันแหละเดี๋ยวโทรถามคุณอาวินัยแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวกูเปิดสปีกเกอร์โฟน พวกมึงฟังพร้อมกัน...”
“ฮัลโหลคุณอาวินัยคะ มีเอกสารอยู่ฉบับหนึ่งบอกว่า จะส่งมอบทองคำหนัก 1 บาทในอีก 1สัปดาห์ข้างหน้า คืออะไรเหรอคะ? คุณอาวินัยหนูไม่เข้าใจว่าทำไมซื้อทองคำหนักแค่บาทเดียว ถึงต้องมีสัญญาส่งมอบด้วยคะมีอะไรหรือเปล่าคะ แปลกมากค่ะ?”
“คุณเจนเข้าใจผิดแล้วครับสัญญาฉบับนั้นไม่ใช่ซื้อทองหนัก 1 บาท แต่เป็การซื้อทองหนัก 27,340 บาทครับ”
ยังไม่ทันจบคำพูดของวินัยเท่าใดนักทั้ง 3 สาวใกับคำตอบที่เพิ่งได้ยินอย่างมาก “อะไรนะคะ?!!??คุณพ่อซื้อทองหนัก 27,340 บาทเหรอคะคุณอา!!!??!!?...หนูฟังไม่ผิดใช่ไหมคะ?”เจนต้องทวนคำตอบด้วยความใแบบไม่คาดคิด
“ใช่ครับคุณเจน...นายท่านสั่งซื้อกับบริษัทแห่งหนึ่งครับการสั่งซื้อทองจำนวนมากๆ ต้องมีการนัดหมายส่งมอบครับ”
“ค่ะๆๆขอบคุณมากนะคะ...หนูไม่รบกวนคุณอาแล้วค่ะ”
“แม่จ้าวววว!!!เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเห็น...ซื้อทองทีเป็หมื่นบาท ส้มคิดสิเท่าไร?”
“ราคาเบาๆค่ะพี่พลอย...เกือบๆ 752 ล้านบาทค่ะ”
พลอยกับส้มทำได้เพียงแค่ใช้มือป้องปากด้วยความตื่นเต้น“โห!!! ทองหนัก27,340 บาท....โอโห้!!!! ไอ้เจน!!! มึงจะรวยเวอร์อะไรขนาดนี้”
“เอ่อๆๆช่างมันเหอะ กูก็ไม่รู้ว่าจะเอาทองไปทำอะไรตั้งเยอะแยะขนาดนี้...กูว่าดูซองที่ 3ดีกว่า คุณอาวินัยบอกว่าเป็เอกสารรับโอนหุ้นของบริษัทซีคอร์ปจากพ่อ”
“กูเข้าใจความรู้สึกมึงดี...กูกับไอ้ส้มแค่อยากให้มึงมีรอยยิ้มบ้างรอยยิ้มมึงหายไปนานแล้ว อยากให้มึงหาความสุขที่พอจะหาได้บ้าง...” พลอยกับส้มเดินเข้าไปโอบกอดเจนพร้อมๆกันด้วยรอยยิ้ม “เอกสารบอกว่าคุณพ่อถือหุ้นซีคอร์ป 41.29% โอนหุ้นทั้งหมดเป็ชื่อมึงแล้ว มึงต้องเซ็นกำกับเอกสารทั้ง 3 หน้ารับโอนหุ้นด้วย”
“เอ่อๆเดี๋ยวกูเซ็น...เห็นบอกว่ามีพวกอสังหาริมทรัพย์ มีบางส่วนที่โอนได้แล้วบางส่วนต้องรอขั้นตอนตามกฎหมายก่อน”
“ก็มีพวกคอนโด,บ้าน, ที่ดินหลายแปลงมาก แล้วก็มีรีสอร์ตและคฤหาสน์ที่อยู่ในสหรัฐ, ยุโรป, บราซิล,อ่อ...อันนี้อยู่ในญี่ปุ่นกับเกาหลี...เฮ้ย เดี่ยวนะ!! มึงมีเกาะส่วนตัวด้วย?!!?...อยู่ในยุโรป,สหรัฐและไทยก็มี...เครื่องบินส่วนตัว...กี่ลำวะเนีย!...อ่อ13 ลำ...อันนี้เรือยอร์ช...โห...มี 20 ลำ...อันนี้เยอะมาก...รถ 480 คัน...ส่วนอันนี้รายการเครื่องประดับน่าจะเป็ของแม่มึง”
“กูไม่รู้...กูก็รู้พร้อมมึงเนียแหละ!!!”
“มึงมีรีสอร์ตส่วนตัวที่ประจวบฯด้วยนะ อยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมที่เราเคยไปพักอ่ะ...นี่มึงรวยจนไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรบ้างเหรอวะ!!!!...มึงนี่น่าหมั่นไส้เหลือเกิน!!!!!!”คำพูดแซวของพลอยทำให้เจนต้องหัวเราะออกมาดังลั่นโดยไม่รู้ตัว
“แต่สิ่งที่ทำให้กูดีใจมากที่สุดคือ เสียงหัวเราะของมึงเมื่อกี้เนียแหละ กูไม่ได้ยินมานานมากละ...จริงๆแล้วทรัพย์สินพวกนี้กูไม่สนใจหรอก แล้วกูก็รู้ว่า มึงก็ไม่สนใจเหมือนกัน”พลอยเอ่ยปาก
เจนได้แต่อมยิ้มตอบรับ“กูก็รู้แหละ กูแค่อยากให้มึงทั้ง 2 คนอยู่ข้างๆกูก็พอแล้ว...ตอนนี้ วันนี้ถ้าไม่มีพวกมึงทั้ง 2 คนอยู่เป็เพื่อนกูตรงนี้กูนึกไม่ออกเหมือนกันว่า ชีวิตกูจะเป็ยังงัยต่อไป กูดีใจที่มีมึงทั้ง 2คนอยู่ในชีวิตกู”
“วันก่อนกูต้องแก้ผ้าต่อหน้าไอ้ส้ม!!!...เมื่อวานก็...กับมึง!แล้ววันนี้พวกมึงมาครบ 2 คน โดยที่กูกำลังจะเป็เมนส์อีกต่างหากพวกมึงไม่คิดว่ากูจะอายบ้างเลยเหรอ? หรือว่าชีวิตกูตอนนี้ไม่มีอะไรต้องอายไปมากกว่านี้อีกแล้วใช่ไหม?!!!”
“มึงอายตอนนี้ไม่ทันแล้วล่ะหรือมึงจะปล่อยให้เน่าบนเตียง กูเพื่อนมึงส่วนไอ้ส้มก็น้องมึง มึงจะอายทำไม...ไปๆๆ เดี๋ยวกูกับไอ้ส้มช่วยมึงเอง!”
พลอยกับส้มพยุงเจนไปที่ห้องน้ำจัดแจงช่วยกันทำความสะอาดและอาบน้ำให้กับเจน พลอยหยิบผ้าเช็ดตัวช่วยเช็คผม,ใบหน้าและหัวไหล่ ในขณะที่ส้มนั่งยองๆ หันหลังอยู่ กำลังใช้ขันตักน้ำค่อยๆราดคราบเืบางส่วนที่เลอะบริเวณพื้นห้องน้ำอย่างระมัดระวัง
การแสดงออกของส้มช่างเป็ภาพที่ทำให้เจนกับพลอยเกิดความประทับใจและปลาบปลื้มเป็อย่างมากจนทำให้เจนต้องแหงนหน้าขึ้นไปยิ้มกับพลอยเธอเอาหน้าซุกบริเวณหน้าท้องของพลอยพร้อมกับรอยยิ้มที่มีน้ำตาแห่งความสุขใจ
ส้มค่อยๆใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดให้เจน ไม่มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด “พี่เจน...หนูเช็ดจนสะอาดหมดแล้วค่ะใส่ผ้าอนามัยได้แล้วนะคะ”
วันเวลาผ่านไปในแต่ละวัน มีคนแวะมาเยี่ยมเจนไม่ว่าจะเป็ไพโรจน์, วินัย, ป้ามุก, ลุงหมู, คณะอาจารย์และเพื่อนๆ ในคณะ, รุ่นพี่รุ่นน้องต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาไม่เว้นแต่ละวัน อาการของเจนเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ หมอเข้ามาตรวจอาการที่แขนและขาจนกระทั่งอาการดีขึ้นตามลำดับสามารถเปลี่ยนมาใช้เฝือกพลาสติกอ่อนได้แล้ว
“หมอคิดว่าคุณเจนเริ่มขยับมือได้บ้าง อาการดีขึ้นรวดเร็วมากครับ ห้ามยกของหนักเด็ดขาดส่วนที่ขาก็เริ่มรับน้ำหนักได้บ้างแล้วแต่อย่าเร่งฝีเท้าห้ามวิ่งหรือะโเด็ดขาด ห้ามทิ้งน้ำหนักเต็มที่เด็ดขาดครับ”
“แล้วหนูจะออกโรงพยาบาลได้เมื่อไรคะ?”
“หมอเช็กฟิล์มเอ็กซ์เรย์เมื่อเช้าตอนนี้อาการกระดูกร้าวไม่มี อาการของคุณเจนหายเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะครับ...หมออยากให้คุณเจนกับคุณพลอยพยายามสังเกตดูว่าถ้ามีการบวมเกิดขึ้นมาที่ข้อมือหรือข้อเท้า รีบแจ้งหมอทันทีนะครับพรุ่งนี้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้เลยครับ”
“เย้ๆๆๆๆๆๆได้กลับบ้านแล้ววววววววว...ยาฮู้ๆๆๆๆๆๆๆ...หนูนอนดูเพดานมาหลายวันแล้วน่าเบื่อมากค่ะ” หลังจากที่เจนได้ฟังอาการของตัวเองทำให้สีหน้าดีขึ้นเป็อย่างมากมีท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด “หายสักที นอนโรงพยาบาลมา 9 วันเต็มๆ อย่างเบื่ออ่ะ”
“ดีแล้วล่ะแกต่อไปแกก็ระวังหน่อยก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมากอีก สัญญานะ?”
“อืมๆ...ว่าแต่ส้มหายไปไหนเนีย ไม่ได้เห็นหลายวันแล้วนะ ส้มติดเรียนเหรอ จริงๆวันนี้ปกติต้องเป็ส้มมาไม่ใช่เหรอ?”
พลอยไม่ได้ตอบคำถามเจนแต่มีท่าทีอึดอัดผิดปกติจนทำให้เจนสังเกตเห็น “เอ่อ..คือ...”
“มีอะไรเหรอแกท่าทางแบบนี้ไม่ใช่ติดเรียนแน่ๆ เกิดอะไรขึ้นกับส้ม...เกิดอะไรขึ้น!บอกมาเดี๋ยวนี้!! ห้ามโกหก”เจนเอ่ยปากถามย้ำอย่างหนักแน่น “ไอ้ส้มมันมีปัญหาอะไรอ่ะ?”
“ส้มมันมีปัญหานิดหน่อยนะมัน...มัน...มันก็เลย…มันก็เลยมาไม่ได้”
“ปัญหาอะไร?...ทำไมส้มไม่เห็นมาเล่าอะไรให้กูฟังบ้าง?”เจนรีบถามย้ำอีกครั้ง
“หลายวันก่อนลุงหมูมาเล่าบางอย่างให้กูฟัง ลุงหมูไปส่งมันที่บ้านแล้วทีนี้ตอนไปส่งเห็นแม่ส้มยืนทะเลาะเสียงดังกับใครก็ไม่รู้ 2 คนลุงหมูบอกว่าส้มรีบวิ่งลงจากรถเข้าไปคุยทันที เหมือนทะเลาะกันเสียงดังมากเถียงกันดังลั่นนานด้วยแหละ ดังจนลุงหมูได้ยินเื่คร่าวๆ พอจับใจความได้นิดหน่อย”
“เกิดเื่อะไรขึ้น?แกเล่าเร็วๆ หน่อยสิ!!!!!!”
“2 คนนั้นมาทวงค่าเช่าบ้านกับค่าแผงขายของในตลาดลุงหมูบอกว่าแม่ส้มค้างค่าเช่าแผงอยู่ 2-3 เดือน แล้ว 2คนนั้นเป็ลูกน้องเจ๊ที่เป็เ้าของบ้านกับตลาดขายของ…พอวันรุ่งขึ้นลุงหมูไปรับส้มที่บ้านแอบเห็นส้มนั่งร้องไห้ด้วย”
“แล้วยังงัยต่อ?”
“ลุงหมูก็เลยเอ่ยปากถามแล้วก็บอกส้มไปว่า เอาเงินของลุงหมูก่อนก็ได้ ลุงก็พอมีเงินเก็บบ้าง”
“ค้างค่าเช่าบ้าน,ค่าของกับค่าแผงเท่าไร?”
“4-5 หมื่นกว่าบาทได้มั๊ง”
“แล้วตอนนี้ส้มเอาเงินลุงหมูไปจ่ายแล้วใช่ไหม?”
“เปล่าไม่ได้เอา”
“อ้าว!!!ทำไมล่ะ”
“ส้มบอกลุงหมูว่าไม่เป็ไรเดี๋ยวจะไปหาเงินจ่ายเอง ลุงหมูบอกว่าส้มได้งานเสิร์ฟอาหารในร้านอาหารแถวบ้านนั่นแหละ ไปทำพาร์ทไทม์เนียมันไปดรอปวิชา่บ่ายหมดเลย”
“อ้าว!!!ทำไมมันทำแบบนี้เนีย แล้วดรอปไปกี่วิชา?มีปัญหาอะไรทำไมไม่มาพูดกับกู เงินแค่ 4-5 หมื่นเอง”
“3วิชามั๊ง...ไอ้ส้มเห็นว่ามึงก็มีปัญหาอยู่แล้ว มันก็เลยไม่พูดอ่าแหละเห็นมึงป่วยแบบนี้มันก็ไม่กล้าเล่าหรอก...”
“ส้มมันคิดอะไรของมันเนียแล้วไม่คิดจะเล่าอะไรให้กูฟังบ้างเลยเหรอ?มาเอาตังกับกูก็ได้ เงินแค่ 4-5 หมื่นเอง แล้วนี่มันดรอปไปตั้ง 3 วิชา”
“ลุงหมูบอกว่าวันก่อนเห็นส้มถอดนาฬิกาให้ 2 คนนั้นไปด้วยนะสงสัยจ่ายเป็ค่ามัดจำอะไรไว้ก่อนแน่ๆ”
“โอ๊ยๆๆไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมส้มถึงไม่บอกกู...เงินแค่นี้!!!”
“แกก็อย่าไปว่ามันเลยแกก็ต้องเข้าใจส้มเหมือนกัน”
“เข้าใจอะไรวะ?”
พลอยไม่ได้ตอบโต้อะไรแต่สีหน้าและท่าทางของพลอย ทำให้เจนเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น “เพราะว่ากูรวยกูมีเงินใช่ไหม?ถึงได้เป็แบบนี้...ไอ้ส้มมันถึงไม่อยากบอกกู ใช่ไหม?”
“ขนาดกูเป็เพื่อนมึงั้แ่อนุบาลกูยังโดนต่อว่าเลย กูมาเกาะมึงแดกบ้าง คบมึงเพราะมึงรวยบ้างสารพัดจะด่าอ่ะ...กูไม่ซีเรียสอะไรหรอก กูเฉยๆ แต่ไอ้ส้มมันก็โดนเด็กในคณะบางคนที่รู้ก็หมั่นไส้ทั้งนินทาทั้งด่าอ่าแหละ”
“ไปใส่ใจอะไรกับคำพูดพวกนี้วะกูจะคบใครก็เื่ของกูป่ะวะ? กูไม่เคยไปอวดเบ่งใครกูก็มีพวกมึงอยู่แค่ 2 คน”
“ไอ้ส้มมันก็ไม่อยากรบกวนมึงแหละมึงก็ไม่ต้องไปโกรธมัน มันก็คงนอยๆที่โดนเพื่อนในคณะมาแซะเื่ที่รู้จักกับมึงงัย...แต่ตอนนี้มึงต้องไปช่วยมันก่อน เื่นินทาช่างมันเหอะ!”
“ร้านอาหารอยู่ไหนพรุ่งนี้กูจะไปหามัน...แล้วมันทำงานกี่โมง?”
“เห็นลุงหมูบอกว่าอยู่ปากซอยบ้านมันมั๊ง…เป็ร้านหมูกระทะ ทำ่ 5 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม”
“เอ่อๆๆพรุ่งนี้มึงมารับกูที่บ้านหน่อย กูขับรถไม่ได้ กูจะไปด่ามันถึงที่ร้านเลย”
“ยังไม่ทันไรเลยนะมึงมึงใจเย็นๆ นิดหนึ่ง มึงต้องเข้าใจสถานะมันด้วย มันทำแบบนี้ถูกแล้วถ้ากูเป็ไอ้ส้ม กูก็ทำเหมือนกัน มันก็คงไม่อยากรบกวนมึง”
คำพูดเตือนสติของพลอยทำให้อารมณ์เจนเย็นลง“กูขอโทษ...กูแค่โกรธมัน มีอะไรก็บอกกันได้ไม่ใช่มาเก็บเงียบอะไรแบบนี้ คบกันแล้วไม่บอกกัน แล้วจะคบกันไปทำไม?...มันก็รู้อยู่ว่า ตอนนี้กูไม่เหลือใครแล้ว กูก็มีมันกับมึงแค่ 2คน......มึงจะให้กูรู้สึกยังงัย ถามหน่อย?”
คำตอบของเจนทำให้พลอยต้องชะงักเหมือนกัน“โอเคๆๆ งั้นพรุ่งนี้เรา 2 คนไปหามันที่ร้าน”