เรื่องวุ่นวายครั้งนี้ของตระกูลสวี ซูอินก็มีส่วนร่วมด้วย
หลังเสร็จพิธีจบการศึกษา เธอยังไม่ได้ขอให้สองสามีตระกูลซูมารับแต่เลือกที่จะอยู่ในเมืองต่อ
เหตุผลง่ายมาก ซื้อลอตเตอรี่ฟุตบอล
ครั้งก่อนที่ไปดูบ้าน ซูอินได้รู้จักกับหลิวชิ่งกั๋วทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยอย่างไรต่อมาเมื่อสอบถามจากหลินเฉวียนก็รู้สึกวางใจมากขึ้น
เมื่อจะซื้อลอตเตอรี่ฟุตบอลอีกครั้ง เธอไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอีกต่อไปแต่เดินเข้าไปที่บ่อนเล่นไพ่นกกระจอกพร้อมกับหลินเฉวียน
เมื่อรู้สาเหตุการมาในวันนี้สิ่งที่หลงเหลือในแววตาคู่นั้นไม่มีอะไรนอกจากไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เป็นเธอจริงๆ หรือ”
ซูอินกับผมหางม้าให้ความรู้สึกสดใสยิ่งนัก ใบหน้าเผยรอยยิ้ม “เป็นฉันเองค่ะ คุณอาหลิวครั้งนี้คงต้องให้คุณช่วยซื้อให้อีกสักครั้งนะคะ”
ประสบการณ์ที่โชกโชนทำให้จิตใจของหลิวชิ่งกั๋วมั่นคงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีปัญหา จะซื้อเท่าไรล่ะ”
“ทีมเกาหลีใต้เหมือนเดิม ทั้งหมดนี้เลยค่ะ เจ็ดพันห้าร้อยหยวน”
จิตใจที่สงบของเขาเกิดความปั่นป่วนอีกครั้ง
“ว่าไงนะ”
ซูอินยังคงยิ้มหวาน “ซื้อทีมเกาหลีใต้ ฉันทุ่มสุดตัวเลยค่ะเงินครั้งก่อนที่ได้มารวมกับเงินต้น”
ในที่สุดหลิวชิ่งกั๋วก็เข้าใจความหมายและนั่นทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเดิม
“อีกฝ่ายคือทีมสเปนนะ เธอบ้าไปแล้วหรือ”
แม้ว่าทีมเกาหลีใต้จะเป็นม้ามืดเอาชนะทีมโปรตุเกสและทีมอิตาลีได้จนเข้ารอบชิงชนะเลิศอย่างราบรื่น แต่ครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามคือทีมสเปน
ลาลิกาเป็นทีมฟุตบอลอาชีพชั้นนำของโลก ใครก็ตามที่รู้จักกีฬาฟุตบอลแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก
ฝ่ายหนึ่งคือทีมฟุตบอลอันดับต้นๆ ของโลกส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นทีมระดับกลางค่อนไปทางล่างที่ไม่ติดหนึ่งในห้าสิบทีมอันดับต้นๆด้วยซ้ำ ความสามารถที่ต่างกันมาก คนจึงมองว่าทีมสเปนดีกว่าทำให้อัตราต่อรองของทีมเกาหลีใต้ยังคงสูงเหมือนเดิม
แต่ซูอินรู้ว่าทีมเกาหลีใต้จะชนะ
แน่นอนว่าเธอเข้าใจสาเหตุที่อีกฝ่ายตกใจแต่ในวันนี้เธอไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกไปง่ายๆ “ความรู้สึกมันบอกค่ะหนูจะลงเดิมพันทีมเกาหลีใต้ พวกคุณจะลงด้วยไหมคะ”
หลิวชิ่งกั๋วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก “แค่ความรู้สึกมันบอกฉันไม่เชื่อเธอหรอก ความรู้สึกอะไรล่ะ 80% นั่นยังคงวิ่งไล่ตามดวงดาวอย่างไร้จุดหมายไม่รู้ว่าเด็กอย่างพวกเธอเป็นอะไร เด็กบางคนย้อมผมสีทองกระโดดโลดเต้นบนเวทีบ้าบอไปวันๆ ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรดี”
โมโหก็โมโห แต่หลังจากที่ซูอินร้องขออย่างหนักแน่นหลิวชิ่งกั๋วก็เลือกที่จะเดิมพันร่วมกับเธอ
เมื่อนำตั๋วสำหรับลงเดิมพันออกมา จึงเดินลัดเลาะไปยังชุมชนเล็กๆก่อนที่ซูอินจะไปได้ยินคำพูดของเหล่าหญิงชราที่นั่งกระซิบกระซาบกันอยู่ใต้ต้นไม้
“ได้ยินว่าเป็นลูกนอกสมรสน่ะ”
“หลายวันก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งนำรูปครอบครัวมาสอบถามในชุมชน ภาพแม่สามีในรูปคือแม่สามีของซุนลี่เหมยตอนนั้นฉันคิดว่าเธอคือพี่สะใภ้ซะอีก”
“ซุนลี่เหมย” ชื่อสามพยางค์นี้ดึงความสนใจจากซูอินเธอเดินเข้าไปสอบถามหญิงชราเหล่านั้น
ใบหน้าของซูอินใครเห็นเป็นต้องรัก แถมยังปากหวานพอเรียกด้วยความสนิทสนมว่า “คุณย่าคะ” ก็ให้รู้เรื่องต่างๆ อย่างรวดเร็ว
เป็นอย่างนี้นี่เอง!
ในวันจบการศึกษาเธอเห็นรองเท้าอดิดาสคู่ใหม่ของซุนเจี้ยนเธอก็เคยสงสัยแล้ว
ทว่าไม่มีหลักฐาน รวมถึงเรื่องบางอย่างที่ดูน่าเหลือเชื่อเกินไปทำให้เธอไม่ด่วนสรุป
แต่เมื่อตอนนี้ได้ฟังจากหญิงชราเหล่านี้ซูอินก็มั่นใจในสิ่งที่เคยคาดเดา
“มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ หรือคะ”
ทั้งที่ความจริงเธอพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว และยิ่งได้รับคำยืนยันในวันนี้ซูอินก็ยังตกใจอยู่ดี
แม่เฒ่าสวีคงคาดหวังไว้มากจริงๆ กับหลานชาย
ขณะเดียวกันในใจลึกๆเธอรู้สึกว่าคุณป้าหยางและสวีเหวินเหวินไม่ควรเจอเรื่องแบบนี้คุณป้าหยางเป็นคนดีมากขนาดนั้น ดูจากรูปลักษณ์ ตอนยังสาวเธอต้องสวยมากแน่ๆ ที่สำคัญคือเก่งด้านการแพทย์จิตใจดี ได้รับการยกย่องในโรงพยาบาล
ต่อให้เป็นไปตามที่แม่เฒ่าสวีพูดว่าสวีลี่ฉวินต้องพิการเพราะช่วยคุณป้าหยางแต่หลายปีมานี้เธอทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว อดทนต่อความยากลำบากและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อดทนต่อสองแม่ลูกตระกูลสวีที่ทำให้เรื่องต่างๆ มันยากไปหมดทำให้ถึงขนาดนี้ยังไม่พออีกหรือ
รวมไปถึงสวีเหวินเหวินช่วงเวลาหนึ่งที่ได้คบกันทำให้เธอรู้จักอีกฝ่ายดีถึงแม้สวีเหวินเหวินจะไม่ใช่เด็กเรียนดี แต่ไม่ว่าด้านไหนก็ดีกว่าซุนเจี้ยนที่น่ารังเกียจและชั่วร้ายในทุกๆด้าน
เหตุผลเป็นเพราะเขามีแตงกวา[1]งอกออกมาตรงหว่างขาเท่านั้นหรือ
ซูอินไม่พอใจที่สองแม่ลูกไม่ได้รับความยุติธรรม
เมื่อเป็นคนรู้จักกัน เธอก็อยากพูดอะไรสักหน่อยเพื่อทำลายชื่อเสียงคนเหล่านั้นแต่เมื่อคิดดูเธอควรสร้างชื่อเสียงที่ดีให้คุณป้าหยางจะดีกว่า
สังคมยุคนี้ยังไม่เปิดกว้างเหมือนกับคนรุ่นหลังโดยเฉพาะคุณป้าหยางที่มาจากชนบท การหย่าร้างจึงเป็นเรื่องใหญ่มากเธอยังไม่รู้แผนการของคุณป้าหยาง หากเปิดเผยเรื่องส่วนตัวออกไป คงส่งผลกระทบแน่ๆ
ซูอินจึงคิดจะปิดปากเงียบ แต่ในใจกลับรู้สึกอัดอั้น
เธอกลั้นไว้ได้ไม่ถึงครึ่งนาที ก็ได้ยินเรื่องซุบซิบนินทาขึ้นอีก
“ได้ยินมาว่าเหตุผลที่เธอมาที่นี่ก็เพราะลูกสะใภ้โวยวายเพื่อขอหย่าทำให้แม่สามีกลัวน่ะสิ"
คุณป้าหยางจะหย่าจริงๆ หรือ
คนอ่อนโยน เข้มแข็งและอดทนต่อสองแม่ลูกตระกูลสวีมาตลอดอย่างคุณป้าหยางจะหย่าจริงๆ หรือ
สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าเดิมคือเรื่องที่ได้รับรู้หลังจากนั้น
“เธอพูดมาแบบนี้ทำให้ฉันนึกบางอย่างออก ลูกสะใภ้ฉันทำงานที่ศาลเมื่อหลายวันก่อนหล่อนพูดถึงเรื่องหนึ่งดูเหมือนว่าลูกสะใภ้ตัวจริงจะยื่นฟ้องศาลไปแล้ว และหมายศาลก็น่าจะถูกส่งมาแล้วด้วย”
หญิงชราเอ่ยราวกับเห็นเองกับตา ทำให้ซูอินเชื่อทันที
เมื่อได้สติจากเรื่องที่น่าตกใจ เธอก็เข้าใจความคิดของคุณป้าหยางเปรียบดั่งสปริง ยิ่งมีแรงกดมากเท่าไร เมื่อดีดออกไปก็แรงมากขึ้นเท่านั้น
คุณป้าหยางโวยวายจนเรื่องไปถึงศาลแล้วเห็นได้ชัดว่าเธอตั้งใจจะหย่าจริงๆ
เมื่อได้รู้ในส่วนนี้ซูอินจึงไม่มีความประหม่าที่จะเข้าไปยุ่งเรื่องของครอบครัวคนอื่นอีกต่อไป
“คุณย่าคะ หนูคิดว่าลูกสะใภ้ตัวจริงที่พวกคุณพูดถึง หนูน่าจะรู้จัก”
“อะไรนะ"
กลุ่มหญิงชราให้ความสนใจมาที่เธอ นัยน์ตาขุ่นมัวฉายแววซุบซิบนินทา
“หนูกับลูกสาวของเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันค่ะ พวกเราค่อนข้างสนิทกันเคยไปที่บ้านของพวกเขาด้วย พูดตามตรงเพื่อนคนนั้นน่าสงสารมากและแน่นอนว่าคนที่น่าสงสารมากกว่าก็คือแม่ของเธอ…”
ที่เอ่ยไปเช่นนี้ก็เพื่อเปิดประเด็นจากนั้นซูอินก็ไม่ได้เอ่ยถึงสวีเหวินเหวินอีก และเล่าเรื่องต่างๆที่เธอรู้เกี่ยวกับคุณป้าหยาง เรื่องทั้งหมดที่เธอได้เห็นในบ้านตระกูลสวี
ทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม จิตใจเมตตาทำงานอย่างสุขุมรอบคอบและระมัดระวัง หยางอวี้หลานผู้มีความอดทนอดกลั้นรับผิดชอบทั้งครอบครัวโดยไม่บ่น
ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร้ความปรานี ไม่ทำงานทำการ ปิตาธิปไตยแม่สามีและสามีที่นำเงินเดือนของลูกสะใภ้มาให้ภรรยาน้อยกับลูกชายนอกสมรส
เมื่อความจริงเปิดเผย ไม่จำเป็นต้องใส่ไฟเข้าไปก็พอจะทำให้ผู้ได้ยินต้องถอนหายใจ
“หัวใจคนเราล้วนมีความรู้สึก ทำไมถึงมีคนแบบนี้อยู่นะ”
“หมอหยางคนนั้นที่เธอพูดถึง ดูเหมือนว่าฉันจะรู้จักเหมือนกันก่อนหน้านี้ครอบครัวของฉันมีคนเข้าโรงพยาบาลเหมือนว่าจะเป็นคุณหมอคนนี้ที่รับผิดชอบผ่าตัดให้ หล่อนตั้งใจดูแลมากๆตอนเที่ยงคืนคนป่วยไข้ขึ้นสูง แค่โทรศัพท์ไปแจ้งก็รีบมาตัวจริงดีกว่าที่แม่สาวน้อยคนนี้เล่าให้ฟังอีกนะ"
เมื่อได้ฟังเรื่องนี้จากหญิงชราภาพลักษณ์ของหยางอวี้หลานก็ยิ่งสูงส่งขึ้นอีกในทางกลับกันสองแม่ลูกตระกูลสวีและคนของตระกูลซุนกลับยิ่งดูแย่มากกว่าเดิม
หญิงชราเหล่านี้ล้วนเป็นคนวัยเกษียณ มีตำแหน่งในองค์กรใหญ่ๆนอกจากทำอาหารและดูแลหลานเมื่อมีเวลาว่างก็มักจะพากันมานั่งนินทาเรื่องชาวบ้านกับเพื่อนบ้านในเมื่อวันนี้ได้รู้ข่าวที่น่าตื่นเต้นแบบนี้ มีหรือพวกหล่อนจะอดใจไหว
เมื่อมี “ท่อลำเลียงน้ำ”อย่างพวกหล่อนเป็นตัวกระจายข่าวไม่ถึงสองวันเรื่องเหล่านั้นก็แพร่ออกไปทั่วชุมชน และขยายไปยังชุมชนรอบข้าง
เมื่อได้รู้ว่านี่คือการต่อสู้กันเพื่อเงินหลายหมื่นหยวนสายตาของเพื่อนบ้านที่อยู่รอบข้างที่มองพวกเขาก็เปลี่ยนไป
--------------------------------------------------------------------
[1] แตงกวาหมายถึง อวัยวะเพศชาย ประโยคนี้ต้องการสื่อว่าเพียงเพราะเป็นผู้ชายก็ดีกว่าผู้หญิงในทุกด้านเลยหรือตามแบบฉบับปิตาธิปไตยของครอบครัวคนจีนที่ให้ความสำคัญกับบุตรชายมากกว่าบุตรสาว