ตำหนักเย็น
เฟิ่งเฉี่ยนถือตะเกียบขึ้นมาคีบบะหมี่ส่งเข้าปากตนเองนั่นคือบะหมี่ชามหนึ่งที่นางหยิบมาจากห้องเครื่อง
“เอ๊ะ? บะหมี่นี้รสชาติไม่ธรรมดาจริงๆ!” เมื่อบะหมี่เข้าปาก เฟิ่งเฉี่ยนเคี้ยวบะหมี่เพื่อรับรู้รสชาติและรู้ได้ถึงความไม่สามัญทันที“รสชาติไม่นับว่าล้ำเลิศทว่าเมื่อลงไปถึงกระเพาะแล้วกลับรู้สึกถึงพลังลมปราณบางเบาที่เคลื่อนไหวอยู่ในร่างกายทำให้แขนขาทั้งสี่รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจปลอดโปร่ง มหัศจรรย์ มหัศจรรย์เหลือเกิน!”
นางชื่นชมพร้อมกับกินบะหมี่ไปด้วยใช้เวลาเพียงไม่นานนางก็กินบะหมี่ในชามหมดไปครึ่งถ้วย
จื่อซูเดินเข้ามาพิจารณาชามกระเบื้องใบนั้นครู่หนึ่งสีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “แย่แล้ว! นี่เป็บะหมี่ของฝ่าาเพคะ!”
“มีอะไรแตกต่างเล่า” เฟิ่งเฉี่ยนไม่คิดเช่นนั้น
จื่อซูมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “พระกระยาหารของฝ่าาล้วนปรุงโดยใต้เท้าซุนผู้เป็เทพอาหารขั้นสามมาโดยตลอดทั้งยังคัดเลือกวัตถุดิบที่เพิ่มพละกำลังเพื่อปรุงออกมาเป็พระกระยาหารว่างสำหรับเสวยง่ายๆ! ภายในวังหลวง มีเพียงฝ่าาพระองค์เดียวที่จะเสวยได้เท่านั้นเพคะ!”
“เทพอาหารขั้นสามหรือ” เฟิ่งเฉี่ยนพยายามรวบรวมความทรงจำนางพอจะเข้าใจระบบของหลิงอวิ๋นต้าลู่โดยสังเขป
หลิงอวิ๋นต้าลู่เลื่อมใสและให้ความสำคัญกับวรยุทธ์ บูชาผู้แข็งแกร่ง มีอาชีพเป็เทพการต่อสู้สามารถซัดูเาถมทะเลได้ ความล้ำเลิศของเทพมายากลสามารถทำลายล้างเมืองทั้งเมืองได้ ทว่าหลังจากาครั้งใหญ่เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนเทพมายากลนี้ได้หายสาปสูญไปจากหลิงอวิ๋นต้าลู่และถึงแม้ว่าทั้งสองทักษะนี้จะร้ายกาจอย่างไรก็ไม่อาจต่อกรกับ เทพอาหารได้เพราะเทพอาหารสามารถอัญเชิญเทพเ้าทั้งเก้า!
หนึ่งพันปีก่อน หลิงอวิ๋นต้าลู่เคยปรากฏเทพอาหารระดับเซียนท่านหนึ่งเมื่อแคว้นแข็งแกร่งเช่นหลิงอวิ๋นต้าลู่ที่มีความยิ่งใหญ่มานับพันปีแต่โบราณสามารถอัญเชิญเทพทั้งเก้าลงมาจากสรวง์ได้ทำลายศัตรูและคนต่างเผ่าของหลิงอวิ๋นต้าลู่ ปกปักษ์รักษาหลิงอวิ๋นต้าลู่นับเป็เื่ราวที่เล่าสืบต่อกันมานับพันปี! เทพอาหารจึงกลายเป็สิ่งที่ทุกคนต่างใฝ่ฝันของหลิงอวิ๋นต้าลู่!
การเลือกวัตถุดิบในการทำอาหารของเทพอาหารนั้นคัดเลือกจากสารจำเป็แห่งชีวิตนำมาทำเป็อาหารเลิศรส ผู้ที่กินอาหารเข้าไปไม่เพียงแต่เพิ่มพละกำลังให้กับร่างกายเท่านั้นยังเพิ่มพละกำลังในการสู้รบอีกด้วยเทพอาหารเพิ่มพลังในการบำเพ็ญตนผ่านกรรมวิธีและศิลปะในการปรุงอาหารเมื่อบำเพ็ญตนมาถึงจุดๆ หนึ่งก็จะอัญเชิญเทพทั้งเก้าลงมาจากสรวง์ได้สามารถเรียกฟ้าเรียกฝน ทำลายล้างใต้หล้า!
ทว่าทั้งหมดนี้ช่างห่างไกลกับเฟิ่งเฉี่ยนเกินไปั้แ่เล็กนางถูกตัดสินว่าเป็คนไม่มีพร์ในด้านนี้ ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสเป็เทพอาหารนางจึงยินยอมแต่งงานออกเรือนกับบุรุษแต่โดยดีให้กำเนิดบุตรชายบุตรสาวเป็ครอบครัวของนางชั่วชีวิต
ทว่าเฟิ่งเฉี่ยนในตอนนี้ไม่เหมือนกัน นางตระหนักถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งไม่มีความแข็งแกร่งก็คงได้แต่ปล่อยให้ผู้อื่นกดขี่ข่มเหง หากมีความสามารถและความแข็งแกร่งจะยืนอยู่เหนือผู้อื่นได้และจะมีอิสระเสรี!
นางลอบจดจำอาชีพทั้งสามนี้ในใจเงียบๆ หากมีโอกาส นางจะต้องเรียนรู้ให้ได้!
จื่อซูที่ยืนอยู่ด้านข้างร้อนใจจนยืนไม่ติด “เช่นนี้จะทำอย่างไรเพคะ หากฝ่าาทรงล่วงรู้ว่าท่านเสวยบะหมี่ของพระองค์ฝ่าาจะต้องกล่าวโทษท่านแน่นอนเพคะ!”
“กลัวอันใด หรือเขาจะสังหารข้า”
ในฐานะฮองเฮา ตอนนี้ต้องเข้ามาพำนักอยู่ในตำหนักเย็นยังมีที่แย่กว่านี้อีกหรือ
ห้องทรงพระอักษร
เซวียนหยวนเช่อกำลังนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มด้วยท่าทีเหนื่อยล้าอยู่บ้างเขากำลังพักสายตา เบื้องหน้าเขามีฎีกาที่ยังไม่ได้อนุมัติวางอยู่หลายเล่มผิวของเขาเนียนราวกับเนื้อกระเบื้องอย่างดี ลื่นราวกับหิมะ ริมฝีปากบางเฉียบดวงตาเรียวยาว ช่างเป็รูปโฉมของบุรุษมากรักหลายใจโดยแท้ แต่เพราะหางตาของเขาชี้ขึ้นข้างบนเล็กน้อยนั่นจึงเป็ลักษณะของคนรักเดียวใจเดียว คนเช่นนี้มีลักษณะโดดเด่นคือ ไม่รักก็คือไม่รักหากรักแล้วก็จะรักโดยไม่เปลี่ยนแปลงจนชีพวาย...
ลั่วหยิ่งผ่อนฝีเท้าให้เบาขึ้นอีก ลังเลใจว่าจะเรียกหรือไม่เรียกดีเซวียนหยวนเช่อ พลันเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ลืมตา “เื่อันใด”
ลั่วหยิ่งยอบกายลงรายงานว่า “ฝ่าา ฮองเฮาเหนียงเหนียงออกจากตำหนักเย็นโดยพลการไปสร้างความวุ่นวายในห้องเครื่อง ตบหน้าหลี่หมัวมัว ทั้งยังล่วงเกินไทเฮาได้ยินพวกบ่าวพูดกันว่าไทเฮาทรงกริ้วจนเกือบหมดสติกลับถึงวังได้เชิญหมอหลวงมาตรวจอาการแล้วพ่ะย่ะค่ะ...”
เซวียนหยวนเช่อลืมตาขึ้นช้าๆ ในแววตาปรากฏให้เห็นความรำคาญใจ“ต่อไปเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ไม่ต้องมารายงานเจิ้นอีก...ยังมีเื่อื่นอีกหรือไม่”
ลั่วหยิ่งชะงักงัน เขาอดปาดเหงื่อไม่ได้“วันนี้ทางด้านองค์หญิงหลานซินมียอดฝีมือปรากฏตัวไม่หยุดเกรงว่าจะมีการเคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ”
“จับตาดูนางเอาไว้! เก็บนางเอาไว้ก่อนนางยังมีประโยชน์อีกมาก!” น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบถึงกระดูก
“พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วหยิ่งยังรีรอ มีท่าทีจะพูดแต่ก็ไม่พูด
คิ้วเรียวนั้นพาดเฉียงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเซวียนหยวนเช่อกล่าวเสียงหนัก“อย่างไรเล่า ยังมีเื่อันใดอีก”
ลั่วหยิ่งตอบ “ทางห้องเครื่องกราบทูลขึ้นมาว่าบะหมี่ที่เทพอาหารซุนปรุงถวายพระองค์ ถูกคนขโมยไปแล้วพ่ะย่ะค่ะพวกเขาสงสัยว่าจะเป็ฮองเฮา...”
ดวงตาเ็าของเซวียนหยวนเช่อหรี่ลงเล็กน้อย และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าสุดขั้ว“ส่งคนไปเฝ้าตำหนักเย็น ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออก! ยังมีอีกหักเบี้ยหวัดคนในห้องเครื่องเป็เวลาสามเดือน หากยังทำงานผิดพลาดอีก ให้ลงโทษโบย!”
“พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วหยิ่งรับบัญชาแล้วถอยออกไป