ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่775 พบเจอจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ

       หลางซือ ที่รับรู้ถึงความตายขึ้นมาอย่างหนัก เขาแค่นเสียงสบถด่าขึ้นมาทันใด เมื่อแรงกดข่มที่บ้าคลั่ง ของขั้นพลัง ราชันสวรรค์ ถูกปลดปล่อยออกมา ร่างของพวกเขาก็ราวกับถูกเหยียบทับ จากความห่างชั้นของขั้นพลัง

 


       ขั้นพลังเทวะ ระดับ ต้น ของหลางซือ เมื่ออยู่ต่อหน้า ชายวัยกลางคน ขั้นราชันสวรรค์ เขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากมดปลวก ราวกับบัดนี้พวกเขา อยู่ภายใต้ฝ่ามือ ของชายวัยกลางคน กำลังจะถูกเขากุมฝ่ามือเอาไว้แน่น

 


“เจ้าไอ้เวรช่างไม่อาย เป็นถึงราชันสวรรค์ แต่คิดลงมือไล่ล่า ฆ่าสังหารชนรุ่นหลัง บัดซบ!! บัดซบ!!”

 


       ชายวัยกลางคนเขาหัวเราะออกมาดังก้อง “หากเจ้าจะโทษ จงโทษที่เจ้า แส่เข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่องเถอะเจ้าหนู” ก่อนที่ฉับพลัน ปราณพลังจะพุ่งปราด อัดกระแทกร่างของพวกเขา จวนกระดูกภายในร่างพวกเขาลั่นไปทั้งตัว ปัง!! ปัง!! แม้แต่ริมฝีปากพวกเขา ยังกระอักเลือดสดออกมาไม่หยุด
 


       องค์หญิง ชิงถงนางที่กัดฟันเอาไว้แน่น นางเอ่ยพูดออกไปหาชายวัยกลางคน ด้วยความยากลำบาก “ปล่อยสหายของข้าไปเสีย เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย!”

 


      ชายวัยกลางคน หัวเราะร่าออกมา พร้อมฝ่ามือที่เตรียมจะยื่นออกมาเบื้องหน้า “ฮ่าๆๆ!! เกรงว่าจะไม่ได้กระมังองค์หญิง ไอ้เวรนี่รู้มากเกินไป ข้าจำเป็นต้องกลบฝังมันไปพร้อมกับท่าน”
 


       หลางซือ ที่ได้ยินเขามีท่าทีสับสน อยู่ในกรอบสายตาที่อิดโรย ครั้นได้ยินเสียง องค์หญิง ชิงถง บอกกล่าวให้ชายหนุ่มโจมตีไปยังบริเวณ ทิศทางของสมบัติล้ำค่า ชายหนุ่มรีบพยักหน้าให้นางอย่างฉับไว ก่อนจะขับเคลื่อนตุ๊กตา ภายในสัมภาระทั้งหมดออกไปโจมตี
 


      ชายวัยกลางคนหรี่ดวงตา จนแหลมคมด้วยอายโทสะ เมื่อเห็นร่างหุ่นเชิดพุ่งปราดมาที่ตัวเขา หลายสิบตัวในเสี้ยวพริบตา “หืม!! เจ้ายังคิดจะดิ้นรนอีกเช่นนั้นหรือ”

 


      ภาพภายในครรลองสายตา องค์หญิง ชิงถง นางรู้สึกประหลาดใจตั้งแต่นางมาถึงที่นี่ ครั้นรับรู้ว่าสายเลือดของนางถูกกระตุ้น ภายในทิศทางนั้น เป็นไปได้ว่า อาจจะมีผู้อาวุโส บรรพบุรุษของนางจำศีล อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ก็เป็นไปได้ ประกายตานางจึงคาดหวังว่า หลางซือที่ช่วยเหลือนางไว้ จะรอดพ้นวิกิตนี้ไปได้ ไม่รู้ผู้ยิ่งใหญ่เขาเป็นใคร แต่มีวิธีนี้เท่านั้น ที่พวกเขาจะสร้างสถานการณ์ ความวุ่นวายให้ราชันสวรรค์ต้องลำบากใจ

 


      ชายวัยกลางคน เขาโบกสะบัดฝ่ามือ ออกมาอย่างรุนแรง ริ้วคลื่นรัศมีที่แผ่ซ่านออกมา กำจัดตุ๊กตาหุ่นเชิดของหลางซือ ออกในเสี้ยวพริบตา มองเห็นเศษตุ๊กตาหุ่นเชิดแตกสลาย กระจัดกระจายปลิวว่อน ก่อนเขาจะแค่นเสียงออกมาดังก้อง “เจ้าโจมตีไปทิศทางไหนกัน!!”

 


       ทว่าฉับพลัน ชายวัยกลางคนเขาก็ต้องสีหน้าเคร่งขรึม ขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นหลางซือ ยังคงประสานอิน ส่งตุ๊กตาหุ่นเชิดจิ๋ว ออกไประเบิดบริเวณ ที่สมบัติล้ำค่าอยู่ เสียง ตู้ม!! ที่ดังออกมาก้องกัมปนาท ม่านพลังสีทองศักดิ์สิทธิ์พร่างพราว ในลักษณะลูกบอลกลมใหญ่ กลับไม่มีการสะเทือนแม้แต่น้อย

 


      ความเงียบเชียบเป็นอยู่อย่างนั้นหลายลมหายใจ ครั้นไม่รับรู้ถึงสิ่งใดขยับไหว ในเวลาหลายลมหายใจ น้ำเสียงชายวัยกลางคนยืนมือไพล่หลัง ดวงตาโอหัง หัวเราะออกมาก้องฟ้าในทันใด “ฮ่าๆๆ เหมือนว่าเจ้าจะทำให้ข้าตกใจได้ไม่น้อย แต่เกรงว่าจุดจบของพวกเจ้าจะมาถึงแล้ว ..ต้องขอบคุณองค์หญิง ที่พาข้ามาถึงสมบัติล้ำค่า”

 


       หลางซือ องค์หญิง ชิงถง ทั้งสองต่างก็สายตา หม่นแสงความหวังลงไปไม่น้อย ก่อนองค์หญิง ชิงถง ที่นอนราบกับพื้นพร้อมกับชายหนุ่ม จะเอ่ยขอโทษ พี่หลางซือ ที่ต้องให้ชายหนุ่ม มาพบเจอกับเรื่องยากลำบาก ของนางเช่นนี้
 


       หลางซือที่ได้ยินน้ำเสียงของสตรีกล่าวพูด ออกมาด้วยความยากลำบาก พร้อมริมฝีปากนางกระอักเลือดออกมาไม่หยุด เขาอยากจะเอื้อมฝ่ามือไปเช็ดเลือดให้นางเหลือเกิน แต่เกรงว่าคงจะเป็นไปไม่ได้ ก่อนหลางซือ เขาจะคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้าอย่าได้คิดมาก หากเป็นจุดจบของข้ากับเจ้า  ข้าเองก็คงตายตาหลับเช่นกัน”

 


       “เจ้ายังจะมาพูดดีอีก!!” ก่อนที่นางจะอมยิ้มออกมา ไม่ได้เกลียดนิสัยของชายหนุ่มผู้นี้ พร้อมกับเตรียมยอมรับชะตากรรมความตาย ครั้นเห็นฝ่ามือชายวัยกลางคน เตรียมจะยกประสานอิน ด้วยฝ่ามือข้างเดียว

 


       แต่ทว่าทันใด ปราณพลังที่ชายวัยกลางคนขับเคลื่อนขึ้นมา ทำให้พวกองค์หญิง ชิงถง หลางซือ รับรู้ถึงความตายขึ้นมาอย่างหนักหน่วง จู่ๆ ปราณพลังของชายวัยกลางคน มันก็แตกซ่าน ปั่นป่วนขึ้นมาในฉับพลัน “หืม!! เป็นไปได้อย่างไร?” ชายวัยกลางคน เขาถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เมื่อเห็นว่าปราณพลังความตายของเขา จู่ๆ ก็แตกซ่านขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


       ครั้นหันปรายตาชำเลืองมอง ทิศทางสมบัติล้ำค่า เห็นม่านพลังสีทองศักดิ์สิทธิ์ กระเพื่อมไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ปัง!! ปัง!! มาพร้อมริ้วคลื่นที่แผ่กระจาย ทำได้แม้กระทั่ง กดดันร่างชายวัยกลางคน ขั้นราชันสวรรค์ ให้ต้องถอยร่น  ราวกับบัดนี้ เขาเห็นมังกรยักษ์ หลับมายาวนาน กำลังลืมตาตื่นจากการจำศีล มันก็ทำให้ ซูชางเหยียน อดีตศิษย์ผู้อาวุโส สำนักศาลาซากศพ ต้องมีสีหน้าที่ตื่นตระหนกขึ้นมา

 


       ก่อนชายวัยกลางคน จะแค่นเสียงออกมาดังก้อง “เช่นนั้น ฆ่าสังหาร พวกเจ้าก่อนแล้วกัน!!” ฉับพลันร่างที่รอยอยู่บนฟ้า พุ่งปราดเตรียมจะไปสังหาร ทั้งสองในเสี้ยวขณะ จู่ๆ แรงระเบิดจากม่านพลังสีทองพร่างพราว ที่แตกร้าวระเบิดออกมาในเสี้ยวพริบตา ปัง!! ปัง!! งง!! มันก็ทำให้ร่างของ ซูชางเหยียน ต้องปลิวกระเด็นออกไป ในเสี้ยวพริบตา พร้อมกับริมฝีปาก ที่กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ รับรู้ถึงพลังยิ่งใหญ่ที่นั่งขัดสมาธิ ลืมตาตื่นขึ้นมาทันใด ทำให้เขารับรู้ถึงความตายขึ้นมาอย่างหนักหน่วง

 


       แม้แต่ด้านของ องค์หญิง ชิงถงเองก็ตาม นางยังรีบบอกกล่าว หลางซือในทันใด “เจ้ารีบหนีไปเสีย ข้าจะถ่วงเวลาให้เจ้าเอง!!” นางไม่มั่นใจว่าผู้ที่ครอบครองพลัง ที่ยิ่งใหญ่นี้ เขาจะเป็นคนเยี่ยงไร แต่จากปราณพลังที่เขา ระเบิดออกมาเหี้ยมโหดไม่น้อย บ่งบอกถึงความอันตราย อย่างเห็นได้ชัด นางจึงไม่มั่นใจว่า จะพูดคุยกับชายผู้นี้ ที่มีสายเลือดคลับคล้ายคลับคลานางได้หรือไม่

 


       ชายวัยกลางคนที่สบตากับอี้เฉิน ตัวเขาก็ราวกับตกไปอยู่ในภวังค์ แขนขาสั่นเทิ้ม รับรู้ถึงความตายอย่างหนักหน่วง จวนจะครองสติไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ครั้นได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาประสานฝ่ามือ เอ่ยพูดขึ้นมา ด้วยความยากลำบากในทันใด “ท่านผู้อาวุโส โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!!”

 


       เสียงฟึบ!! ฝีเท้าอี้เฉินที่ดังออกมาก้อง พร้อมสายตานุ่มลึก ราวกับแม่น้ำธาราที่ยากเกินหยั่งถึงของอี้เฉิน ทำให้ ซูชางเหยียน เขาเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่อาจลืมเลือนใบหน้าอี้เฉินลงไปได้ ความทรงจำที่อี้เฉิน ทำลายสำนักศาลาซากศพ ยังคงฝังรากลึกภายในใจของเขา อายความแค้นความตาย ถูกปลดปล่อยออกมาทันที “เจ้า!! เจ้า!! จงตายเสีย”

 


       ฉับพลันที่เสียงแค่น ฆ่า!! ถูกคำรามดังออกมากู่ก้อง แม้แต่ท้องฟ้าคลื่นลม ยังเกิดการปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง เมื่อมือซากศพความตาย ที่ก่อร่างขึ้นมาเตรียมจะบดขยี้ เข้ากระแทกร่างของอี้เฉิน

 


       ด้านอี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ มีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก ครั้นเขาลืมตาตื่นขึ้นมา ก็ถูกคนคิดฆ่าสังหารเสียแล้ว “ไอ้หมอนี้มันเป็นใครกัน?” ทว่าดูจากวิชาเกรงว่า จะเป็นศัตรูเก่า ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ครั้นรับรู้ถึงเต๋า ความตายอย่างหนัก ที่แพร่กระจัดกระจายออกมาทั่ว

 


      ฉับพลันที่น้ำเสียงองค์หญิง ชิงถง กับ หลางซือ เอ่ยเตือนผู้อาวุโสที่ยืนนิ่ง ไม่มีท่าทีขยับไหวร่างกาย พวกเขาต่างก็ตะโกนออกมาดังก้อง ด้วยความร้อนรน “ผู้อาวุโสโปรดระวัง!!”

 


       อี้เฉินโบกสะบัดฝ่ามือ ออกมาเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ปัง!! ราวกับเป็นเรื่องไม่ใส่ใจของเขา ทว่ามันกลับส่งผลไปทั่วอาณา เมื่อคลื่นลมสีดำที่บ้าคลั่ง ถูกอี้เฉินกระตุ้น สูบกลืน เข้าไปภายในร่างในเสี้ยวพริบตา ก่อนจะขยายแรงบีบอัด ลมระเบิดสีดำทมิฬออกมาในชั่วขณะ พร้อมคลื่นลม ราวกับเป็นคมกระบี่นับไม่ถ้วน ปรากฏออกมาพร่างพราวฉาบผืนฟ้า ก่อนจะทำให้ร่างราชาอมตะผู้หนึ่ง สลายหายไป ไม่มีแม้แต่เสียงร้องโหยหวน ภายในหนึ่งฝ่ามือของอี้เฉิน

 


      ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมาก จนหลายๆ คน ไม่อยากเชื่อสายตาตนเองว่า เมื่อครู่พวกเขา จะเห็นลมพายุสีดำทมิฬ กินพื้นที่ออกไปกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จู่ๆ จะหายวับ ออกไปในเสี้ยวพริบตา ก่อนจะกลับมาในสภาพดั้งเดิม พร้อมด้วยภาพสวรรค์ร่ำไห้ เศร้าโศกเสียใจ กับการตายตก ของราชันสวรรค์ผู้หนึ่ง มันก็ทำให้หัวใจหมู่ชนสั่นสะท้านไม่น้อย


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน