Chapter 01
สายตาของคนอวดดี
เบื้องหน้าของผมคือเหล่าพนักงานใหม่กว่าสามสิบชีวิตที่จะเข้ามาเป็กำลังสำคัญให้กับบริษัท ประกายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยพลังงานอันล้นหลามจนทำให้เทรนเนอร์กิตติมศักดิ์อย่างผมรู้สึกฮึกเหิมตามไปด้วย
ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องสอน แต่ทุกครั้งผมก็ทุ่มเทสุดกำลัง และรู้สึกสดใหม่เสมอ
โดยเฉพาะแววตากรุ้มกริ่มของใครบางคนที่กำลังจ้องมองผมอย่างตั้งใจ
ดูจะตั้งใจเกินว่าพนักงานใหม่คนอื่น ๆ
ตอนผมมองสบสายตากลับไป เขาอมยิ้มบาง ๆ ให้ผมด้วย
ท่าทางเหมือนคนอวดดีอย่างนั้น คงจะไม่รู้ว่าผมเป็ใครสินะ
“สำหรับ ‘กาย’ ที่เริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ โชคดีที่ได้เปิดโอกาสตัวเองให้ ‘การขาย’ เข้ามาปรับภพภูมิชีวิต จากคนที่ไม่เคยมีก็ร่ำรวยขึ้นมาได้ จากชีวิตที่ลำบากแร้นแค้นก็มั่งมีขึ้นมา... ฉะนั้นแล้วเมื่อกายทำได้ ทุกคน... ก็ต้องทำได้ครับ”
สิ้นประโยคเด็ดของผมเสียงปรบมือก็ดังเกรียวกราว พวกเขาต่างมองผมด้วยความชื่นชม ผมััได้ว่าพลังบวกที่ผมส่งไปให้พวกเขาบัดนี้ได้ซึมซาบเข้าสู่สายเืจนผมได้กลายเป็‘ไอดอล’ สำหรับพวกเขาไปแล้ว
พอเก็บของเสร็จผมก็ไม่เห็นผู้ชายคนนั้นแล้ว
ไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไรเลยแฮะ ถ้าไม่ต้องโคจรมาทำงานด้วยกันก็คงจะดี
“ฟังกี่ครั้งพี่ก็อดขนลุกไม่ได้ทุกครั้งเลยค่ะคุณกาย”
ไม่เว้นแม้แต่‘คุณอ้อย’ หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ต้องมาคอยต้อนรับและคอยส่งผมกลับบ้านหลังการปฐมนิเทศน์พนักงานใหม่เสร็จสิ้น
เธอต้องดูแลผมดีอยู่แล้ว เพราะผมคือบุคคลที่บริษัทให้การยอมรับ ไม่สิ ให้เกียรติและยกย่องต่างหาก
“วันนี้ฟีดแบ็กดีมากค่ะ” คุณอ้อยว่าต่อ “พวกเด็ก ๆ บอกว่าการเทรนด์สนุกและประทับใจคุณกายมาก ฝันว่าจะต้องเก่งและทั้งสวยทั้งรวยอย่างคุณกายทั้งนั้นเลยค่ะ”
“กายไม่ชอบให้ใช้คำว่า‘สวย’ ครับพี่อ้อย” ผมตอบยิ้ม ๆแต่น้ำเสียงแอบดุตอนจรดปากกาเซ็นเอกสารที่ทีมฝ่ายบุคคลเตรียมไว้ให้ที่โต๊ะ
“เอ่อ ค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวยแบบคุณกาย...” ผู้หญิงวัยสี่สิบปลาย ๆ ทำผมเหยียดตรงสีดำขลับตรงหน้ายิ้มเจื่อน ๆ
“วันนี้ไม่ได้มีแค่รุกกี้สินะครับ” ผมถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง
“ใช่ค่ะ มีเมเนเจอร์ใหม่จากสาขาชลบุรีมาร่วมเทรนด์ด้วย”
ผมเงยหน้าขึ้นมองคุณอ้อย แล้วทบทวนท่าทีอวดดีของคนที่พูดถึงอีกครั้ง “ถึงว่า... เข้ามาเป็ผู้จัดการนี่เอง ถึงได้ทำหน้าทำตาประหลาดตลอดเวลาที่สอน”
“จริงเหรอคะคุณกาย?” คุณอ้อยร้องด้วยท่าทีใ “อุตส่าห์บรีฟเื่มารยาทเบื้องต้นเอาไว้แล้วแท้ ๆ เชียว” เธอพึมพำ “เดี๋ยวพี่จะกำชับทีมนี้เื่มารยาทที่ต้องแสดงต่อหน้าคุณกายอีกทีแล้วกันนะคะ”
“ฝากด้วยนะครับคุณอ้อย กายไม่อยากต้องมาหงุดหงิดกับเื่ไร้สาระ”
“รับทราบค่ะคุณกาย” หัวหน้าฝ่ายบุคคลตอบรับคำสั่งพร้อมก้มหัวงุดก่อนจะวิ่งไปกดปุ่มเรียกลิฟต์
“ส่วนเอกสารที่เหลือฝากทีมเทรนเนอร์ตรวจแล้วให้คะแนน พร้อมรายงานกายอีกทีในวันพรุ่งนี้ไม่เกินสิบโมงนะครับ กายจะได้รายงานการทำงานให้เ้านายต่อ”
“ค่ะคุณกาย พี่จะประสานงานไม่ให้คุณกายต้องเสียเวลาเลยค่ะ
ติ๊ง
ลิฟต์มาพอดี คุณอ้อยรีบกุลีกุจอเคลียร์ทางและช่วยกดประตูให้เปิดค้างไว้ ขณะเดียวกันกับที่ข้อความโทรศัพท์ผมก็เข้า
ข้อความจาก~ท่านประธาน~
‘อย่าเพิ่งกลับนะ ขึ้นมาประชุมกันก่อน’
ผมจึงต้องเลื่อนนิ้วไปกดหมายเลขชั้นใหม่
“อ้าว ยังไม่กลับเหรอคะ?”
ผมไม่ได้ตอบแต่ยืนทำหน้าเหนื่อยๆ แทน
และทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเ้านายก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นใครบางคนนั่งอยู่ในนั้นด้วย
“มาพอดี คุณอ้อยก็เข้ามาด้วยกันเลยนะ” ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของบริษัทร้องทักพร้อมผายมือไปยังเก้าอี้ว่างเบื้องหน้า
ผมยกมือไหว้ทักทายท่านประธานซึ่งเป็หญิงวัยกลางคนรูปร่างสันทัดในชุดเดรสดิออร์สีขาว ผิวพรรณของเธอเปล่งปลั่งมีออร่า ใบหน้าอวบเต็มเต่งตึงพร้อมด้วยเครื่องหน้าสวยดูภูมิฐานและดุดันในเวลาเดียวกันแม้จะแต่งแต้มเมคอัพบนใบหน้าไม่มาก[1] ก่อนผมจะเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งโดยมีคุณอ้อยนั่งตามข้างๆ ด้วยใบหน้าเจื่อน ๆ
“ไม่บอกก่อนว่าจะขึ้นมาหานาย พี่จะได้ส่งคุณกายแค่หน้าลิฟต์” เธอกระซิบกระซาบเอ็ดผม
“เป็ไงบ้างปฐมนิเทศน์พนักงานใหม่ เห็นว่าผ่านไปด้วยดี เด็ก ๆเข้าใจเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วเลยใช่มั้ย?”
“ใช่ค่ะนาย... ระดับคุณกายแล้วทำอะไรก็ต้องดีที่สุดค่ะ” คุณอ้อยโพล่งตอบ
“ไม่ใช่แค่ดีที่สุดค่ะคุณอ้อย แต่คุณกายของฉันยอดเยี่ยมที่สุด”
ผมยิ้มบางๆ ตอบกลับไปเพราะชินชากับคำเยินยอจนแทบไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
ใครๆ ก็บอกว่าผมเป็ลูกรักของเ้านาย เป็เส้นเืใหญ่ขององค์กร เสียงของผมมักจะทรงพลังกว่าใคร สามารถกำหนดทิศทางของบริษัทได้ทีเดียว
ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าเกินจริง เพราะตลอดระยะเวลาแปดปีที่ผ่านมาผลงานของผมเป็ที่ประจักษ์ ใคร ๆต่างก็อัศจรรย์ใจกับยอดขายที่ผมสร้างและแผนการบริหารงานอันไร้ที่ติ
“ว่าแต่... สองคนนี้รู้จักกันแล้วใช่มั้ย?” หางตาเฉี่ยวมองผมกับอีกคนสลับกัน
เมื่อผมหันไปมองตามก็พบว่ามีคนคุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นด้วย
“อ้าว... ‘อัญญา’ เองเหรอ?” ผมร้องทัก เธอคนนั้นยกมือไหว้ผม
“สวัสดีค่ะพี่กาย”
“วันนี้ก็มาเทรนด์ด้วยเหรอ? ทำไมพี่ไม่เห็น” ผมถาม
“เปล่าหรอกค่ะ มารอ...” แล้วชำเลืองไปยังคนที่นั่งข้าง ๆ
เ้าของสายตาอวดดีช้อนมามองผม
นี่ล่ะ สายตาที่ผมเกลียด ถึงรูปร่างหน้าตาเขาจะดูดี แต่ท่าทางและกริยากลับไร้มารยาท
“ไม่ใช่อัญญาหรอก แต่เป็ ‘คุณมอส’ ต่างหากที่มาเทรนด์กับเธอวันนี้” เ้านายช่วยอธิบายแทนเมื่อเห็นว่าอัญญาเงียบไป “คุณมอสเขาเป็สามีอัญญาน่ะ”
ถึงผมจะอึ้งๆ ไปนิดหน่อยที่ได้รู้เื่นี้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แค่รู้สึกว่าอัญญายังเด็กและดูไร้เดียงสาเกินกว่าจะแต่งงานแล้ว
“คุณมอสน่ะเขาเป็คนมีความสามารถ เคยเป็ท็อปเซลล์บริษัทขายตรงชื่อดังระดับเพชรยอดมงกุฎ”
ก็อยากจะรู้ว่าจะไปได้สักกี่น้ำ
“ได้เขามาช่วยกันกับอัญญาก็น่าจะทำให้สาขาชลบุรีกลับมาผงาดเป็เบอร์หนึ่งในภาคตะวันออกได้ และที่สำคัญ... หากได้เธอมาช่วยเป็บัดดี้...”
“ครับ?”
“ที่เรียกมาก็เพราะอยากให้เธอช่วยประกบคู่กับสาขาชลบุรี ดูแลเพิ่มอีกหนึ่งสาขาอย่างใกล้ชิด”
“แต่ว่า...”
แค่ตอนนี้ที่ดูแลอยู่สิบสาขาผมก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว
“เอาน่า... ฉันเชื่อมือเธอ ช่วยดันอีกหนึ่งสาขาให้เขาบริหารงานอยู่ได้ด้วยตัวเอง เก่งให้เหมือนกับพี่กาย... ฉันจะได้หมดห่วง”
แต่คนที่กำลังน่าเป็ห่วงคือตัวผมเองนี่สิ ยิ่งหันไปเจอหน้าเขาผมก็ไม่อยากจะร่วมงานด้วยแล้ว
คิดว่าจะไม่ต้องโคจรมาเจอกันอีกแล้วแท้ๆ
[1] สามารถติดตามเื่ราวความร้ายกาจของตัวละครนี้ได้ในนิยายวายเื่เต็มที่เลยที่รัก! ผมอยู่ข้างคุณ by Etienne