มะปรางนั่งรอสักพักใหญ่คนตัวสูงก็กลับเข้ามาในห้องทำงาน เขานำเอกสารปึกหนึ่งเข้ามาด้วยก่อนจะเรียกเธอให้เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขาพอได้เห็นข้อมูลในเอกสารก็รู้ได้ทันทีว่าคือบัญชีรายรับรายจ่ายของแก๊งมาเฟีย Donovan
“ปรางไม่ได้เรียนบัญชีพี่เกรย์สันจะให้ปรางตรวจเอกสารพวกนี้จริงๆ เหรอคะ”
“เธอน่าจะทำได้ลองดูก่อน ถ้าไม่ถนัด ฉันค่อยหางานอื่นให้ทำ”
มะปรางยังไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนแต่ในเมื่ออีกฝ่ายไว้วางใจในตัวเธอ ก็ควรลงมือทำให้เต็มที่ก่อน ถ้าไม่ถนัดจริงๆค่อยว่ากันภายหลังก็แล้วกัน
คนตัวเล็กจึงนำเอกสารมานั่งบนโซฟาเปิดทีละหน้าตรวจดูอย่างละเอียด ใช้เวลาราวสามชั่วโมงกว่าจะสามารถทำงานเสร็จ
เธอเงยหน้าขึ้นพลางบิดี้เีม้วนตัวไปมาบังเอิญสบสายตาคนตัวสูงที่กำลังนั่งบนโต๊ะทำงานเข้าเขามองมาทางนี้นานเท่าไรไม่รู้ รู้แค่ว่าสายตาคู่นั้นจ้องแน่นิ่งไม่ยอมหลบมะปรางจึงหลบสายตาอีกฝ่ายเสียเอง
“หิวรึยัง”
“นิดหน่อยค่ะ”
“ลงไปกินข้าวกันเถอะ”
มะปรางลุกจากเก้าอี้เดินตามคนตัวสูงออกจากห้องทำงานลงมายังชั้นห้าซึ่งเป็โรงอาหารของแก๊งมาเฟีย ผู้คนค่อนข้างหนาแน่นต่างก็พูดคุยหยอกล้อกันในระหว่างนั่งกินข้าวมะปรางไม่ค่อยคุ้นชินกับพวกผู้ชายสักเท่าไร เดินตัวลีบบางผ่านทุกคู่สายตาที่กำลังจับจ้องมองมาทางเธอ
“เอ้านั่นเด็กเก่าของมึงไม่ใช่รึ กลับมาคืนดีกันแล้วล่ะสิ”
มะปรางชำเลืองมองไปทางคนพูดเขาชื่อลุคค์ซึ่งเป็เพื่อนมาเฟียคนสนิทของเกรย์สันเมื่อก่อนก็เคยเห็นหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ได้สนิทด้วย เธอจึงยกมือไหว้ตามมารยาทอีกฝ่ายเดินเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าจำไม่ผิดเธอชื่อมะปรางใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
มะปรางนั่งลงข้างๆเกรย์สัน ส่วนอีกฝ่ายนั่งฝั่งตรงข้าม พลางมองเธออย่างพินิจพิจารณาสักครู่
“อืม…สวยขึ้นนะ เมื่อก่อนไม่ได้สวยแบบนี้ยังทำให้ไอ้เกรย์สันน้ำตาตกได้เลยครั้งนี้เธอคงไม่หักอกมันอีกใช่ไหม”
ประโยคนั้นทำให้มะปรางมึนงงหนักมากเธอไม่เคยคิดทำร้ายจิตใจเกรย์สันมาก่อน เป็เขาต่างหากที่หักอกเธอทำไมทั้งลุคค์และเกรย์สันจึงพูดไปในทำนองเดียวกันว่าเธอเป็ตัวร้าย
“พี่ลุคค์หมายความว่าไงคะ”
“ก็…”
“หุบปากของมึงไปเลยถ้าไม่กินข้าวก็ออกไป รบกวนพวกกู”
เกรย์สันจ้องหน้าลุคค์อย่างไม่ชอบใจสักเท่าไรทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยต่อ ก่อนจะเรียกลูกน้องเด็กใหม่อีกคนให้มาหา แล้วสั่งอาหารหลายเมนูให้เด็กใหม่นำมาเสิร์ฟมะปรางอยากรู้ว่าทำไมลุคค์จึงพูดแบบนั้น แต่เ้าตัวก็ไม่ได้สนใจพูดเื่เก่าอีกเธอจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจเท่านั้น
“เธอกินได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“อาหารที่ฉันสั่งเผ็ดๆทั้งนั้น เธอไหวแน่นะ”
มะปรางพยักหน้าให้ลุคค์เวลาอยู่กับผู้ชายทำให้เธอกลายเป็คนเงียบๆ เรียบร้อยขึ้นมาทั้งที่ปกติอยู่กับผู้หญิงด้วยกันไม่ได้เป็แบบนั้น
“ไม่ต้องห่วงหรอกยัยนี่กระเพาะเหล็ก กินเผ็ดกว่ามึงอีก”
คนตัวเล็กหันมามองเกรย์สันแทนกะพริบตาปริบๆ เธอไม่ได้มีกระเพาะเหล็กเสียหน่อย ทำไมเขาจึงตั้งฉายาแปลกๆให้ด้วยก็ไม่รู้
“จริงดิกูว่ากูกินเผ็ดแล้วนะ ยังแพ้แฟนมึงอีกเหรอวะ”
อีกฝ่ายทำตาโตตื่นใมะปรางรู้สึกอายยังไงไม่รู้ จึงไม่ได้เอ่ยท้วง นอกจากนั่งนิ่งๆ เท่านั้น
“ไม่ใช่แฟน”
“เอ้าถ้าไม่ใช่แล้วมาด้วยกันได้ไงวะ”
คนฟังใหันมาทางมะปรางเธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง จึงปล่อยให้เกรย์สันเป็คนเล่าให้เพื่อนฟังดีกว่า
“แค่พามาทำงานมึงจะถามมากทำไมวะ ไม่เกี่ยวอะไรกับมึงซะหน่อย”
คนถูกถามเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาั้แ่อยู่กับเกรย์สันมาจนถึงตอนนี้ มะปรางยังไม่เห็นเขายิ้มสักครั้งพลอยทำให้เธอไม่กล้ายิ้มไปด้วยเธอจะทนอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน
“เอ้าคนเคยรู้จักกัน กูก็ต้องอยากรู้บ้างดิวะ ว่าแต่มึงเถอะ ทำหน้าบูดอยู่ได้น้องเขากลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว”
ดูเหมือนเพื่อนจะช่วยดึงสติของเกรย์สันคนตัวสูงจึงลดอารมณ์หงุดหงิดลง ก่อนจะหันมาทางมะปราง
“เธออยากกินอะไรเพิ่มไหม”
“ไม่แล้วค่ะพี่ลุคค์สั่งอาหารเยอะแล้ว แต่ละอย่างปรางก็ชอบกินทั้งนั้น”
“อือ…”
พอถูกเขาใส่ใจเล็กน้อยทำให้ใจเต้นอย่างไรชอบกลมะปรางนั่งกินข้าวกับเกรย์สันและลุคค์จนอิ่มก่อนจะพากันเดินออกจากโรงอาหารเธอถูกคนตัวสูงพามานั่งรอที่ห้องรับแขกของชั้นห้าเขาบอกว่าจะไปคุยธุระกับลุคค์สักครู่ค่อยกลับคอนโด
คนตัวเล็กจึงนั่งรอไปพลางก่อนไม่มีอะไรทำจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปถ่ายที่แอบถ่ายเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา อยากส่งไปอวดเพื่อนว่าอีกฝ่ายยังเก็บภาพคู่เอาไว้อยู่แต่ก็กลัวสองสาวจะบ่นว่าเธอมโนไปเอง
สักพักก็ยังไม่เห็นเกรย์สันกลับมาที่ห้องรับแขกมะปรางรู้สึกปวดปัสสาวะจึงเดินออกมาเข้าห้องน้ำ บ้วนปากให้สะอาดตามประสาความเคยชินพอออกมาจากห้องน้ำเท่านั้น เธอเห็นชายหนุ่มรูปร่างล่ำสันสามสี่คนเดินผ่านมาทางนี้
คนตัวเล็กเดินเลี่ยงเพื่อจะเข้าไปในห้องรับแขกดังเดิมทว่าคนกลุ่มนั้นเดินมาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
“จะรีบไปไหนจ๊ะคนสวย”
“ขอทางหน่อยค่ะ”
มะปรางไม่คุ้นหน้าคนพวกนี้จึงรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกอย่างก็ดึกแล้วแต่ยังไม่เห็นเงาเกรย์สัน ตกลงเขาไปทำอะไรกันแน่ ทำไมช้าจัง
“เฮ้ย! มึงอย่าเต๊าะซี้ซั้ว บางทีเด็กสาวคนนี้อาจเป็แฟนของคนในแก๊งก็ได้เดี๋ยวจะมีเื่”
อีกคนห้ามปรามมะปรางรู้สึกใจชื้นที่ยังมีคนคอยเตือนหนุ่มร่างกำยำตรงหน้า แต่พอเธอจะเดินเลี่ยงเพื่อเข้าห้องรับแขกอีกฝ่ายกลับไม่ยอมทั้งยังคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่น
“ว่าไงจ๊ะเธอบอกสิว่าเป็แฟนใคร พี่จะได้เลิกยุ่ง ไม่งั้นพี่จะจีบเธอนะ สวยขนาดนี้”
“คือ…คือ”
ที่จริงอยากโกหกไปว่าเป็แฟนเกรย์สันแต่กลัวว่าหากอีกฝ่ายรู้จะโกรธเธอจึงทำได้แค่อ้ำอึ้งในลำคอเท่านั้น
“เห็นไหมน้องเขาไม่มีแฟนเว้ย กูจีบได้ว่ะ”
คนร่างกำยำหันไปหัวเราะกับกลุ่มเพื่อนฟังดูน่าขนลุกจังเลย มะปรางอยากให้ใครสักคนเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนไม่มีใครเดินผ่านมานอกจากคนกลุ่มนี้เท่านั้น ทำไมความซวยจึงมาเยือนง่ายดายแบบนี้
ปีนี้เป็ปีชงหรือไง
เจอแต่คนคิดลวนลามจิตใจคนพวกนั้นไม่ปกติสักคน มะปรางควรทำยังไงดี จะสะบัดแขนให้หลุดจากมือใหญ่คงยากเพราะอีกฝ่ายมีแรงมหาศาล หากะโเรียกคนอื่นก็ไม่รู้คนพวกนั้นจะได้ยินไหมคิดทางไหนก็แย่ทั้งนั้น
“เธอชื่ออะไรจ๊ะพี่ชื่อแจ็คนะ”
มะปรางกะพริบตาปริบๆมองคนร่างกำยำ เธอไม่ได้อยากรู้จักเขาสักหน่อย ไม่ต้องแนะนำตัวก็ได้
“ตอบพี่สิคนสวยพี่เป็คนใจร้อนทนรออะไรนานๆ ไม่ได้ ถ้าไม่ตอบเราก็ขึ้นเตียงกันเถอะพี่ทนไม่ไหวละ”
ว่าแล้วก็อุ้มร่างมะปรางขึ้นไปไว้บนบ่ากว้างทันทีโดยไม่รอให้เธอยินยอมเสียก่อน คนตัวเล็กดีดดิ้นด้วยความใสุดขีดหากเกรย์สันไม่รีบกลับมาไม่แคล้วเธอได้คนร่างั์เป็ผัวแน่
“กรี๊ด! ปล่อยฉัน พี่เกรย์สันช่วยด้วย”
“เฮ้ย! ซวยแล้วไง กูบอกว่าอย่ายุ่งกับเธอ มึงก็ไม่เชื่อทีนี้รองหัวหน้าเอาพวกเราตายแน่เลยว่ะ รีบปล่อยเธอลงเดี๋ยวนี้”
คนที่เดินตามหลังมาถึงกับขวัญเสียรีบห้ามปรามเพื่อนด้วยท่าทางกังวล หันซ้ายหันขวามองว่าจะมีใครมาเห็นหรือเปล่า
“เออๆให้ตายซิ ยัยเด็กนี่รู้จักรองหัวหน้าก็ไม่บอกแต่แรก”
คนร่างั์รีบวางมะปรางลงบนพื้นก่อนจะวิ่งหนีหายลับไปกับตาไม่วายส่งเสียงคุยกันให้ได้ยินแว่วๆ
“ตายละกูบอกชื่อให้เธอรู้ด้วย ซวยแน่เลยว่ะ”
มะปรางพาร่างอันสั่นเทาเข้ามานั่งในห้องรับแขกคนในแก๊งมาเฟีย Donovan ป่าเถื่อนเกินไปแล้วนะ กล้ามาทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอหวาดกลัวได้ขนาดนี้ ไม่คิดบ้างรึไงว่าควรถนอมผู้หญิงดั่งดอกไม้น่ะ ไม่ใช่คิดอยากบดขยี้ก็ทำลายจนแหลกละเอียดผู้ชายพวกนี้น่ากลัวจริงๆ
“ปราง”
คนตัวเล็กที่นั่งเงียบๆมาสักพักสะดุ้งโหยงสุดตัว หันขวับไปทางต้นเสียงของคนตัวสูงด้วยใบหน้าซีดเซียวเหมือนผ้าขาวพบว่าคนเรียกคือเกรย์สันนั่นเอง จึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง
“เป็อะไรไม่สบายเหรอ”
เกรย์สันเดินเข้ามาประชิดตัวเอามือแตะตามเนื้อตัวของมะปรางเธอจึงเกาะแขนเขาเอาไว้พยุงกายลุกขึ้นยืนเพราะอยากกลับคอนโดแล้ว
“ปรางไม่เป็ไรค่ะแค่ใ”
“ใอะไรเสียงของฉันเหรอ”
“ใช่ค่ะกลับกันเถอะ ปรางง่วงแล้ว”
มะปรางไม่ได้เล่าเื่ที่โดนลูกน้องของเกรย์สันอุ้มหวังจะจับไปทำเมียให้ฟังตอนนี้เธอเหนื่อย อยากนอนสักตื่นค่อยบอกเขาให้ตักเตือนลูกน้องภายหลัง ไม่อย่างนั้นหากเข้ามาทำงานที่นี่วันอื่นเธออาจโดนคนในแก๊งมาเฟียอุ้มไปขึ้นเตียงอีก