ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (1)
สามวันต่อมา นอกจากการร่วมกิจกรรมสองงาน และงานสัมมนาเชิงอภิปรายแบบคณะเื่การค้าและการลงทุนในต่างประเทศ กู้ชิงก็ไม่เหลือกำหนดการการทำงานอื่นอีก
เพิ่งเริ่มทำงานใน่เช้าวันศุกร์ได้ไม่นาน แม่ค้าป๋ายประจำร้านผลไม้บริเวณชั้นหนึ่งซึ่งเช่าอาศัยอะพาร์ตเมนต์ภายในซอยเสี่ยวโหลวก็โทรหา โดยบอกว่าหลานชายของเขาปีนร่มกันแดดติดกำแพงประตูร้านจนเกือบจะร่วงลงมา ตอนนี้เธอกันตัวหลานชายของเขาไว้ในร้านจะได้ไม่ทำอะไรแผลงๆ อีก
หลานชายงั้นเหรอ เขามีหลานชายที่ไหนล่ะ
พอนึกถึงกุญแจดอกนั้นก็นึกออกว่าเป็ใคร เขาจึงตอบว่าจะกลับไปหาเดี๋ยวนี้
จากนั้นก็ต่อสายภายในแจ้งเลขาว่า ถ้ามีใครมาเยือนหรือมาติดต่องาน ก็เลื่อนนัดเป็วันจันทร์ ต่อมาก็เดินออกจากห้องทำงาน แล้วขับรถกลับไปยังซอยเสี่ยวโหลว
ระหว่างทางเขาก็ใช้นิ้วมือสางผมสั้นลงมา ก่อนจะสวมแว่นตาที่ใช้สำหรับอำพราง
ผ่านไปสิบนาที รถก็ขับเข้ามาถึงซอยเสี่ยวโหลว เขาจอดรถเข้าไปในซองจอดรถที่อยู่ท้ายซอยเสี่ยวโหลว จากนั้นก็เดินเลาะซอกตึกระหว่างอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ มาถึงกลางซอย แล้วเดินเข้าประตูใหญ่ของร้านผลไม้รสครอบครัว ภายในร้าน เสี่ยวเจวี๋ยกำลังถือแตงโมแช่แข็งหั่นแว่นชิ้นหนึ่งพลางแทะกินไป โดยที่แม่ค้าป๋ายกำลังจัดกระเช้าผลไม้ เมื่อเขาเดินเข้าร้าน เสี่ยวเจวี๋ยก็ะโคำหนึ่งว่า “สวัสดีครับคุณอา” ก่อนจะลุกขึ้นมาอ้อน
“คุณกู้กลับมาแล้วเหรอ ฉันเพิ่งจะหั่นแตงโมไปลูกหนึ่ง คุณลองชิมหน่อยสิ” แม่ค้าป๋ายผละมือจากงานที่ทำ จากนั้นก็หยิบแตงโมแว่นหนึ่งที่หั่นไว้พร้อมกินก่อนจะยื่นให้
“ขอบคุณครับเจ๊ใหญ่ป๋าย” กู้ชิงยิ้มพลางรับไว้ แล้วนั่งลงกับเก้าอี้ของร้าน เขากัดแตงโมเย็นฉ่ำที่มีรสชาติถูกปากไปคำหนึ่ง ก่อนจะถามว่า “การค้าที่ร้านเป็ยังไงบ้างครับ”
“ก็เรื่อยๆ วันนี้มีลูกค้าสั่งจองกระเช้าผลไม้มา ฉันกำลังจัดให้เขานี่แหละ” แม่ค้าป๋ายยิ้มเอ่ย ก่อนจะใช้ริบบิ้นผูกกับด้ามจับกระเช้า “แล้วก็นะ เดี๋ยวนี้หน้าร้อนก็ร้อนเอาร้อนเอา แตงโมละขายคล่องเป็เทน้ำเทท่า”
“แตงโมร้านคุณน้าอร่อยสุดๆ เลย” เสี่ยวเจวี๋ยที่กำลังแทะกินแตงโมเอ่ยอย่างซื่อตรงเป็พิเศษ
“ถ้าชอบละก็ ไปเอาจากตู้เย็นมาอีกชิ้นสิ” แม่ค้าป๋ายเอ่ยอย่างเบิกบาน
“ขอบคุณครับคุณน้า” เสี่ยวเจวี๋ยเผยรอยยิ้มสดใสราวกับแสงตะวัน แล้วเดินไปหยิบจากตู้เย็นมาอีกแว่นหนึ่ง
กู้ชิงไม่ได้ห้าม หากแต่พูดคุยกับแม่ค้าป๋ายไปเรื่อย เมื่อเสี่ยวเจวี๋ยกินแตงโมหั่นแว่นในมือจนหมด ก็บอกให้เขาถือถุงไว้ แล้วไปเลือกผลไม้ที่ตัวเองชอบ ก่อนจะอุ้มแตงโมลูกใหญ่ไว้อีกหนึ่งลูก
หลังจากคิดเงินกับแม่ค้าป๋ายเรียบร้อย เขาก็หิ้วถุง ส่วนเด็กชายก็กอดแตงโม แล้วกลับไปถึงบ้านที่ชั้นสอง
เสี่ยวเจวี๋ยสวมรองเท้าแตะไซซ์ผู้ใหญ่ย่ำเดินดัง ‘แปะๆๆ’ แล้ววางแตงโมลูกใหญ่ลงบนโต๊ะ เมื่อพบว่าที่โต๊ะมีกุญแจดอกหนึ่งวางไว้อยู่ เขาก็ยื่นมือคว้าแล้วกำฝ่ามือแน่น
“เราได้กุญแจแล้ว ก็กลับไปสิ” กู้ชิงถอดแว่นตา แล้วหยิบผลไม้ในถุงเข้าไปแช่ในตู้เย็น
“กลับไปไม่ได้ครับ” เสี่ยวเจวี๋ยปฏิเสธ เขาเดินเข้าไปยังเบื้องหน้าของเขา แล้วขอร้องว่า “คุณอาช่วยผมเถอะนะ”
“ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอก” กู้ชิงปฏิเสธอย่างแล้งน้ำใจ แค่ตระกูลเซวียตระกูลเดียวก็รู้ซึ้งแล้วว่ารับมือด้วยลำบาก ขืนมีตระกูลหยวนเข้ามาอีกหนึ่ง คงก่อให้เกิดตัวแปรที่ยากจะควบคุมต่ออาชีพนายกเทศมนตรีของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะมองแผ่นหลังของเขาไปเงียบๆ เสี่ยวเจวี๋ยก็เอ่ยด้วยความปวดใจ “ผมก็แค่อยากกลับบ้านสักครั้ง”
หว่างคิ้วของชายหนุ่มผุดแววสลดใจ
นิ้วมือของกู้ชิงที่กำลังเก็บส้มใบสุดท้ายพลันชะงักไปที เขาปิดประตูตู้เย็น แล้วหันหลังมาบอกว่า “เธอไปขออารองของเธอก็ได้นี่”
“ไม่ได้หรอก” เสี่ยวเจวี๋ยส่ายหน้า “เขาไม่อยากให้ผมกลับไป”
“แต่ฉันช่วยเธอไม่ได้จริงๆ” กู้ชิงเอ่ยด้วยความเสียใจด้วยเหลือเกิน ถ้าเสี่ยวเจวี๋ยเป็เด็กน้อยธรรมดาทั่วไป เขาคงช่วยเหลืออยู่หรอก แต่เขาเป็เด็กน้อยตระกูลหยวน เขาละจนปัญญาจริงๆ
เสี่ยวเจวี๋ยหันหน้าไปทางระเบียง ยู่หน้าผากไม่พูดไม่จา กู้ชิงยื่นมือออกไป คิดจะลูบศีรษะของเขา แต่กลับชะงักกลางอากาศ แล้วหดมือกลับไป
ภายในบ้านเงียบงันอยู่พักหนึ่ง กระทั่งกระเพาะของเด็กน้อยส่งเสียง ‘โครกคราก’ จากนั้นถึงเอ่ยปากราวกับเสียงยุงว่า “ผมหิวแล้วครับ”
หลังจากดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือไปที ก็รื้อตู้เย็นอยู่สักพัก ภายในตู้เย็นมีแต่ปลาแช่แข็งที่เหลือค้างจากสัปดาห์ก่อน ทำเป็อาหารเที่ยงสักที่หนึ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ กู้ชิงถึงสั่งอาหารเดลิเวอรีไปเลย โดยหวังว่าเมื่อเด็กน้อยคนนี้อิ่มท้องแล้ว จะกลับไปได้สักที
มื้อเที่ยงเป็อาหารที่สั่งจากร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในซอยเสี่ยวโหลว อาหารสองชุดถูกส่งถึงที่อย่างรวดเร็ว เมื่อเทกับข้าวใส่จานชาม ก็ยกไปไว้ที่โต๊ะ ทั้งสองจึงได้กินมื้อเที่ยงร่วมกัน
หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จ เสี่ยวเจวี๋ยก็ยังไม่กลับ แต่ดันเปิดทีวีแล้วปีนขึ้นโซฟามาดูข่าว
กู้ชิงไม่ได้ไล่เขาไป ปล่อยให้เขาอยู่ไป เขาเชื่อว่าอีกเดี๋ยวเดียวเสี่ยวเจวี๋ยก็จะเลิกเพ้อแล้วคิดจะกลับบ้านไปเอง
“คุณอา คุณอาออกทีวีด้วย” ขณะเด็กชายกำลังดูข่าวก็ะโเสียงดัง
“เธอมองพลาดแล้ว นั่นไม่ใช่ฉันสักหน่อย” กู้ชิงส่งเสียงตอบจากห้องครัว เขากวาดเศษอาหารเดลิเวอรีลงถังขยะ แล้ววางถ้วยตะเกียบเข้าไปในเครื่องล้างจาน
“งั้นเหรอ...” เสี่ยวเจวี๋ยข้องใจ ทั้งๆ ที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบทำไมถึงไม่ยอมรับนะ