โรงฝึกมัวร์
"อาเจ้ นั่นเขากำลังฝึกท่าอะไร"
ลูกศิษย์ชายของโรงฝึกมัวร์กำลังสงสัยในท่าทางของลูคัส
"ท่านั่งม้า" วิเวียนตอบกลับ
วันแรกที่ลูคัสยืนแบบนี้เธอเองก็สงสัยเช่นกันแต่เขาก็ให้เหตุผลว่านี่เป็การฝึกสมดุลในร่างเป็พื้นฐานของการฝึก
วรยุทธและตอนนี้ลูคัสกลายมาเป็สมาชิกโรงฝึกนี้ได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว่เช้าเขาจะฝึกท่าแปลกบางอย่างก่อนที่จะออกไปสู้บนหอคอยราชันย์จนถึงค่ำ
"ท่านั่งม้า" เป็หนึ่งในท่าแปลกที่เธอพูดถึง
ที่มุมหนึ่งของโรงฝึกลูคัสกางขาทั้งสองออกด้านข้างย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างเชื่องช้าลำตัวยืดตรงก่อนยกสองแขนขึ้นบริเวณเอวจากนั้นหงายข้อมือแล้วกำหมัด ท่านั่งม้าจะว่าเป็พื้นฐานหรือขั้นสูงก็ได้เพราะเป็ดั่งหัวใจของมวยจีน
จุดสูงสุดของหมัดหยินหยางนั้นเรียกว่ามวยแปดทิศร่างกายจะเชื่อมต่อกับฟ้าดินเมื่อสำเร็จจะสามารถรับรู้ถึงแรงกระเพื่อมของพลังปราณในรัศมีใกล้ตัวได้มีประโยชน์ในด้านป้องกันส่วนขั้นที่สองของเพลงมวยจักรพรรดิคือ
"ผสานดินฟ้าพสุธาเลื่อนลั่น"ซึ่งตอนนี้ตัวเขากำลังทำความเข้าใจในเบื้องต้นอยู่
เด็กชายไม่ใช่คนใจแคบเขาเคยนำเพลงมวยจักรพรรดิให้ทุกคนในครอบครัวมัวร์ดูแล้วซึ่งตอนแรกทักษะนี้ก็ทำให้ทุกคนตื่นเต้นไม่น้อย
"พลังปราณดั้งเดิมให้กำเนิดหยินและหยาง หยินหยางก่อกำเนิดเป็ฟ้าดินและมนุษย์ฟ้า ดิน มนุษย์ เป็บ่อเกิดของทุกสรรพสิ่ง" แต่เมื่อเจอวรรคนี้ในทักษะเข้าให้ตายพวกเขาก็ไม่ฝึกมันเด็ดขาดเขาจึงต้องฝึกฝนเพลงมวยนี้ตามลำพังอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อก้มตรวจสอบแหวนเหล็กอีกครั้ง
- สถานะปิดโหมด "สถานะพร้อมรบ"
- เหมียวจอมโหด นักสู้หอคอยราชันย์ ชั้นที่ 5
- สถิติประลอง 49 ครั้ง ชนะ 49 แพ้ 0
- คะแนน 20200
"ลานประลองที่หนึ่ง เหมียวจอมโหด ปะทะ เทพอาชา เวลา 10.00 น."
หากเขาชนะการประลองในครั้งนี้ก็จะมีชัยชนะครบห้าสิบครั้งได้ผลึกปราณเป็รางวัลและมีสิทธิ์ขึ้นไปสู่หอคอยชั้นที่6
ณหอคอยราชันย์
บนฝั่งอัฒจันทร์คนดู
"ท่านพี่ว่าครั้งนี้เ้าแมวเหมียวจะชนะมั้ย"เด็กสาวชุดม่วงถามชายด้านข้าง
"ชนะ" เด็กหนุ่มตอบ
"เดี๋ยวทำไมท่านพี่ดูมั่นใจในตัวเขานักล่ะตอนแรกยังติว่าเพลงมวยที่เขาใช้ดูอ่อนแออยู่เลย"
"เ้ามันไม่รู้อะไร" คนที่ถูกเรียกว่าท่านหันมาตอบ
วันนี้หอคอยชั้นที่ห้ามีผู้ชมเนืองแน่นเป็พิเศษพวกเขา้าจะมาเป็สักขีพยานกำเนิดฉายาไร้พ่าย
นักสู้ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นต่อไปล้วนต้องเจอคนที่เก่งที่สุดในระดับชั้นนั้นๆซึ่งถูกเรียกกันว่า"าา"
เทพอาชาที่กำลังจะเป็คู่ต่อสู้ของลูคัสในวันนี้ล้วนผ่านการต่อสู้มานับร้อยครั้งแต่ตัวเขาก็ยังไม่ยอมขึ้นไปยังชั้นที่หกเสียทีเทพอาชาจึงกลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นห้าครองอันดับาาเรื่อยมา
เหมียวจอมโหดไม่ใช่คนแรกที่มีสถิติการชนะสวยงามแต่เพลงหมัดประจำตัวที่ดูอ่อนแอจนเป็เอกลักษณ์ทำให้ผู้ชมสนใจในตัวเขาเป็พิเศษ
"เหมียวจอมโหด เหมียวจอมโหด" จากเสียงเชียร์เห็นได้ชัดว่าเขามีฐานแฟนคลับอยู่เนืองแน่น
ขณะนี้ใกล้เวลาการต่อสู้เข้าไปทุกทีเทพอาชามาถึงเวทีประลองสักพักแล้วแล้วแต่ยังไม่เห็นเงาของลูคัส
"นั่นไงเขามาแล้ว" หนึ่งในคนดูเอ่ยขึ้น
หลังจากผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่องมาสิบห้าวันระดับการบ่มเพาะของเด็กชายก็อยู่ที่ระดับกำเนิดปราณขั้นเก้าเช่นเดิมบวกกับความก้าวหน้าในการหลอมกายแปดในสิบส่วนของระดับหกชั้นฟ้าแล้ว
ขณะนี้นักสู้ทั้งสองต่างยืนประจันหน้ากัน
"ข้าจะให้เ้าโจมตีก่อนสามครั้ง"นักสู้ท่าทางดุดันกล่าวขึ้นอย่างองอาจ เทพอาชานั่นเอง
"ได้เหรอ" เด็กชายเลิกคิ้ว
"คำไหนคำนั้นไม่มีคู่ต่อสู้คนไหนในชั้นนี้ล้มข้าได้"
เวลานับถอยหลังเริ่มขึ้น
"เก้า แปด เจ็ด ... สาม สอง หนึ่ง"
ลูคัสค่อยๆก้าวออกไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้าจนยืนห่างจากเทพอาชาอยู่หนึ่ง่แขน ดั่งภาพช้าเขาเริ่มกางขาออกเพื่อทำท่านั่งม้ามือขวาถูกยกขึ้นเพื่อเตรียมจะออกหมัดตรงอย่าเรียกว่าออกหมัดเลยเพราะฉากที่เห็นมันคือการยื่นแขนออกไปอย่างเบามือเสียมากกว่าแม้แต่เทพอาชาเองยังสนใจในท่าทางของเด็กชายเป็อย่างมาก
"เหมียวจอมโหดรีบเอาจริงได้แล้วความอดทนข้ามีจำกั..."
ก่อนจบประโยคร่างเทพอาชาปลิวออกจากเวทีประลองไปด้วยความเร็วดุจดาวหางพุ่งชนเข้ากับขอบอัฒจันทร์หินจนแตกร้าว
ท่าทางของเหมียวจอมโหดเมื่อครู่ล้วนตกอยู่ในทุกสายตาของเหล่าผู้ชมอย่างชัดเจนก่อนที่หมัดจะถึงตัวของเทพอาชานั้นนิ้วชี้มีแสงสีทองเปล่งประกายของเด็กชายยื่นออกจากหมัดที่กำหลวมๆนั่นจากนั้นเทพอาชาก็ลอยออกมาจากเวทีเสียแล้ว
"นั่นทักษะวิชาอะไร" คนดูรีบถามคนข้างตัวกันเป็พัลวัน
"ดิชั้นเห็นเขายื่นนิ้วออกไป"
"ใช่ข้าเห็นแสงสีทอง"
มีวิเวียนคนเดียวที่ไม่แปลกใจกับท่านั้นเพราะเธอเห็นเขาทำมันมาจนชินตา"หนึ่งในกระบวนท่าของหมัดหยินหยางดรรชนีทองคำ"
เมื่อเช้านี้ลูคัสก็ทำมันเช่นกันเขายื่นหมัดออกมาแล้วชี้นิ้วจี้ใส่หุ่นไม้อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอหลงคิดมาตลอดว่าเด็กชายกำลังเล่นอะไรอยู่สักอย่าง แต่เมื่อได้เห็นอานุภาพ"ดรรชนีทองคำ" กับตาแล้ววิเวียนก็ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่
"จบการประลอง เหมียวจอมโหด ชนะ เทพอาชา"
เสียงประกาศดังขึ้นทำให้ทุกคนโห่ร้องอีกครั้ง
ลูคัสก้าวออกจากเทวีประลองไปแล้วั้แ่ต่อสู้มาเขามักจะออมมือไว้เสมอเพื่อฝึกฝนประสบการณ์แต่ครั้งนี้เป็กรณีพิเศษโดยส่วนตัวไม่ชอบเทพอาชาเอาเสียเลย นอกจากความมั่นใจผิดๆที่คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานเทพอาชายังคอยทำตัวเป็พวกขัดขวางความเจริญคนอื่นอีกด้วย ตนจึงต้องสั่งสอนให้เขาไปนอนพักรักษาตัวนานหลายเดือนหน่อย
บริเวณเคาน์เตอร์หน้าห้องโถง
"นี่คือรางวัลของคุณนักสู้เหมียวจอมโหดตัดสินใจจะก้าวขึ้นไปชั้นที่หกหรือไม่"พนักงานสาวแว่นที่ลงทะเบียนให้เขาในตอนแรกนั่นเอง
"ขึ้นชั้นหกครับ"
"ในฐานะที่คุณเป็ผู้ชนะชั้นที่ห้าทางหอคอยราชันย์จะมีค่าตัวให้กับทุกเดือนคุณจะให้ทางเราส่งไปทางที่อยู่ไหนดีคะ"
"สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหมู่บ้านมิลล์"
"ให้ลงชื่อว่าใครส่งไปดีคะคุณนักสู้"
ลูคัสทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบออกมา
"เหมียวจอมโหด"
"หากลงทะเบียนขึ้นสู่ชั้นต่อไปแล้วจะไม่สามารถลงมาต่อสู้ในชั้นนี้ได้อีกขอให้คุณโชคดี"
หลังจากรับผลึกปราณมาแล้วเขาก็ลองหยิบมาดูด้วยความสงสัย"ก็ไม่ต่างจากก้อนหินที่บรรจุปราณเอาไว้"
เขาได้ผลึกปราณระดับต่ำมาสองชิ้นพอจะเติมตันเถียนของเขาได้หนึ่งในสิบส่วน
เมื่อออกมาด้านหน้าหอคอย
"สุดยอดไปเลยตัวเงินตัวทองของพี่" วิเวียนะโหอมแก้มเขาทันที
"มันเป็ความหมายด้านดีใช่ไหมพี่สาว"
"แน่นอนสิรู้มั้ยตอนนี้พี่สาวน่ะเป็เศรษฐีแล้ว..."
"พี่มีเงินสองแสนเหรียญทอง" เธอกระซิบเหมือนกลัวว่าคนอื่นจะรู้
ประโยคนี้ทำเอาลูคัสอดส่ายศีรษะไม่ได้หากวิเวียนรู้เข้าว่าในตัวเขามีเงินนับสิบล้านเธอจะรู้สึกอย่างไร
"มาๆวันนี้พี่เลี้ยงเอง"
วิเวียนพาลูคัสมาถึงร้านอาหารที่ดังที่สุดในเมืองนี้"ภัตตาคารซีเจียง" ที่นี่ตกแต่งสไตล์จีนโบราณมีโคมแดงประดับประดาอยู่ทั่วร้านเมื่อมองจากด้านนอกจะเห็นว่าภัตตาคารแห่งนี้มีเพียงสามชั้นเท่านั้น
"พี่ก็ไม่เคยมาสักครั้งแต่วันนี้พี่จะพาเธอเข้าไปนะ"วิเวียนรวบรวมความกล้าก่อนเดินเข้าไป
"ขออภัย คุณหนูท่านนี้มีบัตรเชิญหรือเปล่า"พนักงานหน้าประตูสอบถามอย่างมีมารยาท
"ที่นี่ต้องใช้บัตรเชิญด้วยเหรอ..." วิเวียนเริ่มวิตกกังวล
"ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารธรรมดาขอรับคุณหนู ต้องมีบัตรเชิญหรือสถานะพิเศษเท่านั้นจึงสามารถเข้าไปได้"พนักงานหน้าประตูอธิบายอย่างใจเย็นแน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนแรกที่หลงมาแบบนี้
ฉากเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของสาวชุดม่วงกับพี่ชายของเธอ
"เราไปช่วยพาเ้าแมวเหมียวเข้าภัตตาคารซีเจียงดีมั้ย" เธอสอบถามพี่ชาย
ก่อนที่สองพี่น้องจะก้าวออกไป
"อ้าวนี่น้องสาววิเวียนนี่นา นี่พี่ไงเราเจอกันที่โรงประมูลแบริ่ง"
เมื่อวิเวียนหันมาก็พบเข้ากับชายร่างผอมแววตาเ้าเล่ห์"ใบหน้าขาวของวิเวียนซีดลงทันตาเธอรู้สึกกลัวผู้ชายคนนี้
"ดูเหมือนน้องสาววิเวียนกำลังมีปัญหากับพวกสุนัขเฝ้าประตูมามาให้พี่ชายพาเข้าไปเองดีไหมล่ะ" เขาคือ "ดงวุค"
เป็ลูกชายของหัวหน้าหอการค้าดักชิน
ในขณะที่มือของชายคนนั้นจะโอบไปที่ไหล่ของวิเวียน
"ใจเย็นๆสิครับพี่สาววิเวียนมากับผมน่ะ"ลูคัสออกไปขวางทำให้มือที่จะโอบไหล่ของเธอนั้นต้องหยุดชะงักไป
ดงวุคส่งสายตามองลูคัสั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะพูดออกมา
“ฮ่าฮ่าเ้าหนูหากพี่ชายเดาไม่ผิดคงไม่ใช่คนแถวนี้ล่ะสิท่าถึงได้ไม่รู้เื่ภัตตาคารซีเจียง”
“ไม่รู้เื่อะไรเหรอครับ”ลูคัสถามด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องพูดถึงชาวนาชาวไร่แม้แต่คนรวยมีเงินถ้าไม่มีสถานะพิเศษพอก็เข้าไปไม่ได้” ดงวุคตบอกตัวเองเมื่อถึงคำว่า“สถานะพิเศษ”
เมื่อเห็นว่าลูคัสนิ่งเงียบเขาก็ได้ใจ
“จิ๊ไม่อยากจะอวดหรอกนะว่าพี่ชายเนี่ยขึ้นไปได้ถึงชั้นสองหมายความว่าไงรู้มั้ยก็หมายความว่าพี่ชายเนี่ยพิเศษมากยังไงล่ะ”
ดงวุคะโเสียงดังลั่นทำให้ผู้ดูแลแม้แต่ประชาชนรอบข้างก็เริ่มให้ความสนใจ
“น้องชายลูคัสพี่ขอโทษจริงๆเราไปร้านอื่นกันเถอะ”วิเวียนดึงแขนเสื้อของเด็กชายด้วยสายตารู้สึกผิด
ลูคัสหันมาพยักหน้าให้กับเด็กสาวเป็เชิงว่าเขาจะจัดการเื่นี้เอง
“อ้อ ความจริงผมเองก็มีสถานะพิเศษนิดหน่อยน่าจะพอเข้าได้อยู่”เด็กชายตอบดงวุคที่กำลังยืนกอดอกอย่างผู้มีชัย
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เอาเลยลองเข้าไปให้พี่ชายคนนี้ดูหน่อยซี่” ดงวุครอเวลาที่เด็กชายถูกไล่ตะเพิดออกมาเขาจะกล่าวเยาะเย้ยให้สะใจที่บังอาจมาเกาะแกะสาวสวยที่เข้าตาของตน
วิเวียนยิ่งหน้าเสียเข้าไปใหญ่เธอคิดว่าลูคัสจะแสดงตัวว่าเป็นักสู้ชั้น5 ของหอคอยเพื่อเข้าไปในนั้น
เท่าที่เธอรู้พ่อเธอเองก็ไม่เคยเข้ามาที่นี่มาก่อนแสดงว่าสถานะพิเศษที่ว่าจะต้องเป็ผู้สืบทอดตระกูลใหญ่
หรือไม่ก็ระดับลูกหลานของราชวงศ์จึงสามารถเข้าได้
จากนั้นลูคัสหันไปกระซิบบางอย่างกับผู้ดูแล
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที
"เชิญคุณผู้ชายและคุณหนูที่ชั้นสามเลยครับ"พนักงานชายกล่าวอย่างนอบน้อมทิ้งให้ดงวุคยืนเหงาอยู่ด้านหน้า
หลังจากคนทั้งหมดเข้าไปด้านในสักระยะแล้ว
"ไม่น่าเชื่อว่าเ้าแมวเหมียวจะมีเส้นสายกับเขาด้วย" เด็กสาวชุดม่วงที่เฝ้าดูเหตุการณ์กล่าวอย่างสนใจ
"พวกเราเองก็เข้าไปกันเถอะ" พี่ชายของเธอเอ่ยขึ้นก่อนก้าวเข้าไปด้านใน
.