เช้าวันที่อากาศสดใส วายุกำลังนั่งรอพิมพ์อาบน้ำอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน วายุนั่งมองนาฬิกาข้อมืออยู่เป็นระยะ จนกระทั่งรถกะบะสีขาววิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน ซึ่งวายุไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนของพ่อ เเต่ทว่าเมื่อกระเป๋าเสื้อผ้าถูกเข็นเข้ามาพร้อมกับวาทีที่พยุงตัวเหมยอิงเข้ามาในบ้าน วายุก็ตกตลึงที่พวกเขากลับมาก่อนกำหนด วายุรีบวิ่งไปเบรคสองคนนั้นไว้ ก่อนที่พวกเขาจะก้าวขึ้นบันไดไปเจอกับพิมพ์ที่เเต่งตัวอยู่บนห้อง
"อ้าว!!กลับมาแล้วหรอที คุณว่าที่พี่สะใภ้ ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะ?"
"พอดีว่าคุณพ่ออิงดีขึ้นแล้วน่ะค่ะ.."
"งั้นหรอครับ..อ่อพอดีขึ้นก็รีบกลับมาสวีทกันเลยงั้นหรอครับ ดีจัง"
"อะไรของนายเนี่ยวายุ ทำไมทำท่าทางแปลกๆ หลบไปสิพี่กับพี่อิงจะขึ้นข้างบน พี่มาเหนื่อยๆอยากพักผ่อนแล้ว"
"อยากพัก อ่อได้สิ!เดี๋ยวผมถือกระเป๋าขึ้นไปส่งละกันนะ ป่ะๆๆ ขึ้นมาสิเดินเร็วๆหน่อยที พี่สะใภ้ฉันเธออยากนั่งพักแล้วน่ะ"
"นายเป็นอะไรรึป่าว ดูท่าทางรีบร้อนนะ?"
"นั่นสิคะ คุณวายุเป็นอะไรรึป่าวคะ แล้วนี้คุณหญิงแม่ไปไหนละคะ พี่อิงจะเอาของไปฝากคุณหญิงแม่น่ะค่ะ"
"แล้วค่อยให้ก็ได้ครับ อ๋อ..ผมกำลังจะไปเจอคุณแม่พอดีเลย ฝากของไปให้ก็ได้ครับคุณพี่สะใภ้ ป่ะๆรีบเดินกันหน่อย.อ่อ.อย่าส่งเสียงดังล่ะคุณพ่อท่านหลับอยู่"
"อ้าว..วันนี้คุณพ่ออยู่บ้านหรอ ทำไมพี่ขึ้นมาไม่เห็นรถล่ะ?"
"อ่อ..สงสัยคุณพ่อให้คนขับรถเอาไปล้างอ่ะ อย่าถามมากเลยรีบๆเดินเถอะ..เดี๋ยวยัยนั่นก็ออกมาเห็นก่อนพอดี"
"ยัยนั่นงั้นหรอ?..ใครกันหรอคะคุณวายุ"
"อ่อเปล่าครับ ผมหมายถึง..รถคันใหญ่นั่นเอาออกไปล้างตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ ไม่มีอะไร...แฮะๆๆๆ" วายุรีบดึงเเขนวาทีกับเหมยอิงให้รีบเดินเข้าห้องไป ทันทีวายุเดินมาส่งพวกเขาถึงหน้าห้องแล้ว..เขาก็รู้สึกโล่งใจที่พิมพ์ยังไม่รู้ว่า วาทีกับเหมยอิงกลับมาแล้ว ในขณะที่วายุกำลังยืนปาดเหงื่ออยู่หน้าห้องของวาทีนั้น พิมพ์พิมลที่เเต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาพอดี..แว๊บแรกที่เห็นเธอคิดว่าเป็นวาที..แต่พอลองเพ่งสายตามองดูดีๆแล้วนั่นคือวายุ..เธอส่ายหัวไปมาเพื่อเรียกสติก่อนจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าวายุด้วยความสงสัย
"นายมาทำอะไรที่นี่?"
"เห้ย!!อ้า!!อุ่บ!!" วายุร้องตกใจเสียงหลงดังลั่นบ้าน จนพิมพ์ต้องรีบเอามือมาปิดปากเขาไว้ เพื่อไม่ให้คนในบ้านเเตกตื่น เธอรีบดึงตัวของวายุลากเข้าไปในห้องของเธอ เพราะกลัวว่าถ้าคุณหญิงได้ยิน เธอจะขึ้นมาต่อว่าอีกยกใหญ่ ทันทีที่พิมพ์ประตูห้องของเธอเข้า เหมยอิงกับวาทีก็เลยเปิดประตูห้องของเขาออกมา เพื่อเช็คดูว่าเกิดอะไรขึ้น
"เสียงเมื่อกี้นี้ ไม่ใช่เสียงของคุณวายุหรอ เกิดอะไรขึ้นกับคุณวายุหรือเปล่าคะพี่ที?"
"นั่นสิ..เเต่ชั่งเถอะวายุมันก็ชอบทำอะไรแผลงๆแปลกๆแบบนี้อยู่แล้ว..ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก..เราเข้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ" วาทีปิดประตูห้องโดยไม่ใส่ใจเสียงที่ได้ยิน ในขณะที่วายุโดนพิมพ์ลากเข้ามาในห้องของเธอในท่าทางที่ยังเอามือปิดปากเขาไว้แน่น
"นี่นายจะแหกปากร้องโวยวายทำไม เดี๋ยวแม่ของนายก็ออกมาด่าฉันหรอก"
"อื้อ..อื้อ..อื้อ...อื้อ.อื้ออื้ออออออ"
"ฮ้ะ?..ที่ไหนพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย?"
"อื้อ..อื้อ..อื้อ...อื้อ.อื้ออื้ออออออ"
"พูดอะไร ฉันฟังไม่ออก" วายุถูกพิมพ์เอามือปิดปากไว้ ทำให้เขาพูดจาไม่เป็นศัพท์ เขารีบชี้ไปที่มือของเธอเพื่อให้พิมพ์เข้าใจว่า ที่เขาพูดไม่ได้เพราะเธอเอามือปิดปากเขาไว้อยู่ พิมพ์นึกได้พอดี เธอรีบกล่าวขอโทษ แล้วเอามือออกจากปากของวายุทันที
"ขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจ นายเป็นอะไรอยู่ดีๆก็ร้องแหกปากโวยวายขึ้นมา.."
"ฟู่ว!! เกือบหายใจไม่ออกตายซะแล้ว..ก็ฉันตกใจล่ะสิ จู่ๆเธอก็โผล่มาจากข้างหลังเงียบๆเเบบนั้น เป็นใครจะไม่ตกใจล่ะ โถ่ว!!เกือบกรี๊ดแตกละไหมล่ะ!!"
"แค่ตกใจต้องร้องเสียงดังลั่นบ้านขนาดนั้นเลยหรอ?"
"ก็..ก็ฉัน..ฉันเป็นคนขี้ตกใจนี่นา ว่าแต่เธอน่ะไปทำอะไรที่นั่น"
"ฉันเนี่ยนะ!!..ฉันต้องถามนายมากกว่าว่านายไปทำอะไรที่หน้าห้องพี่ที นี่อย่าบอกนะว่านายแอบเข้าไปขโมยของพี่ทีใช่ไหมเนี้ย?!!"
"จะบ้าหรือไง นี่มันบ้านของฉันและนั่นก็พี่ชายฉัน ฉันจะไปขโมยของมาทำไม"
"ก็แล้วไป ว่าเเต่นายไปยืนตรงนั้นได้ยังไง"
"ก็นี่มันบ้านของฉันนะ ฉันจะยืนตรงไหนก็ได้ไม่ใช่หรอ อย่าถามอะไรมากน่ะ แต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นก็รีบไปกันเถอะ ป่ะ"
"เห้!!ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย เดี๋ยวๆฉันยังไม่ได้เอากระเป๋าเลย นี่นายเดินช้าหน่อยได้ไหม เห้!!ฟังป่ะเนี้ย!!"
"ไม่ต้องเอาแล้ว รีบไปเลยดีกว่า เอาไปก็ไม่ได้ใช้หรอกน่ะ เร็วดิฉันรีบ โอ้ย!!ไม่รอเเล้วเว้ย!!"
"เดี๋ยว ว๊าย!!นี่นายจะทำอะไร มาอุ้มฉันทำไม ฉันเดินเองได้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ก็เธอเดินช้า ฉันขี้เกียจรอ อุ้มไปนี่แหละเร็วที่สุดแล้ว นี่อย่าดิ้นนะ ถ้าเธอดิ้นฉันจะโยนลงบันไดให้คอหักเลย"
"นายไม่กล้าหรอก!!"
"จะลองดูไหมล่ะ นี่ปล่อยมือละนะ"
"อ้ะอ้ะๆๆ!!อย่าทำแบบนี้ ฉันกลัวนะ! เอออุ้มก็อุ้ม!!ไงล่ะ รีบนักไม่ใช่หรอ อุ้มฉันลงบันไดไปเลยสิ กล้าป่าว!!"
"เธอรู้ไหมว่า ฉันชอบที่สุดก็คนท้าทายนี่แหละ มา!!"
"เห้ยเอาจริงหรอ ว๊าย!ระวัง!!นี่ห้ามทำฉันหล่นนะนาย ว้าย!! กรี๊ด!!ฉันจะไปถึงรถไหมเนี่ย เบาเบ๊า!!" วายุอุ้มพิมพ์วิ่งลงบันไดสวนกับคุณหญิงเดือนเพ็ญเข้าพอดี เธอปากค้างให้กับการกระทำของลูกชายสุดโปรดของเธอ จากที่เคยเห็นว่าวายุไม่ชอบขี้หน้าพิมพ์เอามากๆ แต่เมื่อเขาได้สารภาพว่าเขารักเธอไปแล้ว ความใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งคู่ก็เริ่มทำให้คนในบ้านรู้สึกแปลกใจจนขนหัวลุก ไม่ต่างอะไรกับคุณหญิงเดือนเพ็ญที่ยืนอ้าปากค้างบนบันไดบ้าน
"นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม เมื่อกี้วายุอุ้ม..อุ้มยัยเด็กนั่นผ่านหน้าฉันไปโดยที่ไม่สนใจฉันหรอเนี่ย เป็นไปไม่ได้..มันต้องเป็นภาพหลอนแน่ๆ ไม่มีทาง วายุเนี้ยนะจะมองไม่เห็นหัวฉัน ลบๆๆๆฉันคงละเมอไป พักนี้ฉันคงกินกาแฟบ่อยเกินไป จึงทำให้เกิดภาพหลอนเเน่ๆ เฮ้อ!!จะบ้าตาย.." คุณหญิงเดินกุมขมับขึ้นบันไดไป ในขณะที่วายุเองก็อุ้มพิมพ์มาขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธออย่างด่วน เขาวิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับและรีบสตาร์ทรถขับออกไปทันที พิมพ์รู้สึกงงมากที่เห็นว่าวายุรีบเร่งขนาดนี้เพียงเพราะมีนัดไปเลือกของชำร่วยในงานแต่ง อีกอย่างทางร้านก็นัด 10 โมง..พวกเขายังไม่ได้ไปสายด้วยซ้ำ แต่ทำไมวายุถึงต้องรีบร้อนแปลกๆ..พิมพ์มองหน้าวายุไปตลอดทาง ส่วนวายุเองก็ปาดเหงื่อจากการวิ่งมาราธอนเมื่อครู่และพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..แต่ภายในใจแล้วเขารู้สึกโล่งและหอบในเวลาเดียวกัน ที่เขาโล่งใจก็เป็นเพราะว่าพิมพ์ยังไม่รู้ว่าวาทีกลับมาแล้ว ซึ่งที่เขาหอบก็เป็นเพราะเขาต้องรีบแบกพิมพ์ออกมาจากบ้านหลังนั้น เพื่อไม่ให้คลาดกันกับวาทีนั่นเอง..ความลับนี้จะทำให้พิมพ์รู้หรือไม่ติดตามต่อได้ใน EP หน้านะคะ