3
-บ้านใหม่-
ประตูรถถูกเปิดออก คนอื่นๆต่างพากันทยอยกันลงไป ทว่าเกวนยังยังนั่งอยู่ที่เดิม ทำให้คนข้างๆต้องมองด้วยความสงสัย ส่วนผมผงกหัวมองมนุษย์ที่นิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง สุดท้ายถึงได้ปริปากออกมา
“แปลงเป็มนุษย์ซะ”
ผมเงยหน้ามองคนสั่ง ไม่มีแววล้อเล่นอยู่ในตาคู่นั้นเลย
เป็มนุษย์ตอนนี้เนี่ยนะ?
“เฮ้ยเกวน...ปกติเขาไม่ให้สัตว์มันแปลงเป็ร่างคนตลอดเวลานะ” คนที่นั่งเงียบๆมาตลอดพูดขึ้น
ใช่ๆ ผมเห็นด้วยกับคำพูดนั้น
เอาจริงๆผมแทบไม่แปลงร่างเลยยกเว้นต้องซื้อของ ขนของ กับบนเตียง แต่ไม่เคยทำแบบไม่มีเหตุผลประกอบอย่างนี้
“แล้วยังไง?”
“เอ่อ...งั้นตามใจนาย” คนพูดหันมามองหน้าผมแล้วเอื้อมมือมาดึงแก้มสองข้างให้ยืดออก “ทำใจหน่อยนะหมาน้อย หมอนี่มันเอาแต่ใจน่ะ”
ก็เอาแต่ใจจริงๆ...
แต่อย่าบอกนะว่าชื่อใหม่ของผมคือหมาน้อยน่ะ ถ้าจริงนี่จะค้านเสียงแข็งเลยนะ
ก่อนผมจะมาที่นี่ก็ได้ข้อมูลมาบ้างนิดหน่อย คงเพราะกันไม่ให้ผมทำตัวเสียมารยาทกับคนที่เกี่ยวข้องกับเ้านาย จะได้ไม่มีปัญหาว่าสถานกักกันเลี้ยงสัตว์ไม่ดี
ผมกลับคืนร่างมนุษย์อีกครั้ง ก่อนจามออกมาเมื่อรู้สึกว่าอากาศมันหนาวมากกว่าปกติ
ร่างกายมนุษย์นี่มันอ่อนแอ
“ว้าว หล่อนะเนี่ย”
เลขาฯของเกวน ชื่อโยชิ ท่าทางขี้เล่นนั้นทำผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย ผิดกับเ้านายคนใหม่ของผมลิบลับ
“ใส่ซะ” เกวนถอดสูทราคาแพงของตัวเองมาคลุมตัวให้ ก่อนพาตัวเองลงจากรถไปคนแรก ตามด้วยโยชิ
ผมมองเสื้อนอกที่สวมใส่ รู้สึกอบอุ่น ทั้งที่อากาศภายนอกหนาวออกขนาดนี้แท้ๆ
อ่า ถ้าอยู่กับพวกเขาคงไม่มีปัญหาอะไร
ก้าวแรกที่ลงมาคือได้เจอกับสายตาแปลกประหลาดนับสิบ
บ้าน...อันที่จริงคือคฤหาสถ์หลังโต สาวใช้ในชุดเมดยืนระนาบสองข้างทาง มีจำนวนไม่แพ้กับพวกคนในชุดสูทเลย แถมทุกคนดูจะเลิ่กลั่กแปลกๆที่เห็นหน้าผม ได้ยินแว่วๆว่า พวกเขารู้ว่าซื้อสัตว์เลี้ยงมา แต่ไม่คิดว่าจะเป็สัตว์ดัดแปลง
“พาเ้านี่ไปพักผ่อน ดูแลให้ดี”
เกวนหันไปสั่งกับหัวหน้าพ่อบ้าน ก่อนที่คนๆนั้นจะพาผมให้เดินตาม ทุลักทุเลนิดหน่อยเพราะผมแทบไม่ได้เดินในร่างนี้เลย แถมแอบสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้มถ้าเกวนไม่ได้ฉุดแขนเอาไว้
ให้ตาย แค่ก้าวแรกผมก็จะล้มแล้ว
จะทำอะไรก็ได้ อย่าก่อความวุ่นวาย..คือคำสั่งทิ้งท้ายของเกวนล่ะ
แต่อะ การสั่งให้ไปอาบน้ำกับสั่งให้แปลงร่างเป็มนุษย์ คือคำสั่งได้ด้วยเหรอครับ
จากนั้นผมจึงถูกดันตัวเข้ามาในห้องสำหรับคนใช้ล่ะ..คิดว่านะ เพราะมันเป็ตัวบ้านหลังใหญ่ที่แยกออกมาจากคฤหาสถ์อีกที ความหรูหราอาจจะน้อยกว่าแต่ก็มีแต่ของราคาแพง มันทำให้ผมตัวเกร็งว่าจะไปทำอะไรเปื้อนเข้าให้จริงๆ
ในห้องมีคนอยู่ด้วยเหมือนกับเตรียมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
“ว้าว เธอเป็สัตว์ดัดแปลงจริงๆเหรอเนี่ย” ว่าพลางลูบคลำตามตัวผมไปมาขณะวัดตัวเพื่อจัดหาเสื้อผ้าให้
เอ่อ...ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกคุกคาม
แม่บ้านที่นี่ดูจะตื่นเต้นกับตัวผมมาก หลังจากจับผมวัดตัวเสร็จก็ออกไป บอกว่าจะซื้อเสื้อผ้ามาให้ ตอนนี้เอาเสื้อนี่ไปใส่ก่อน...ซึ่งมันหลวมโพรก ใส่แค่เชิ้ตตัวเดียวก็ปิดต้นขาได้หมดแล้ว
เสื้อผ้าจำเป็ด้วยเหรอครับ..ตอนแรกผมคิดแบบนี้นะ แต่ก็สำนึกได้ว่า มันเื่ปกติสินะ... ได้ยินว่ามนุษย์จะมีข้อหาอนาจารด้วย
ผมกลิ้งตัวนอนบนพื้นพรมด้วยความเคยชิน มองมือตัวเอง ขยับไปมาด้วยความสงสัยว่าจะหยิบจับยังไง เพราะแทบจะลืมหมดแล้ว
ร่างนี้ไม่ได้เห็นมานาน พอส่องกระจกในห้องน้ำแล้วผมก็พบว่าตัวเองไม่ได้ต่างไปจากเมื่อสามปีที่แล้วเลย เป็ผู้ชายผอมบาง ผิวขาวจัด หน้าตาก็...เขาบอกว่าผมหล่อ ก็คงเป็แบบนั้นล่ะมั้ง ผมไม่รู้ว่ามนุษย์เขาวัดหน้าตากันยังไงนี่นา แต่พอไว้ผมยาวแบบนี้แล้วผมนึกถึงผู้หญิงมากกว่า แต่ผมเป็ผู้ชายแท้นะครับ
หลังจากสำรวจตัวเองจนพอใจแล้วผมก็จัดการอาบน้ำให้ตัวเอง ลำบากนิดหน่อยเพราะไม่ได้ใช้มือหยิบขวดแชมพูด้วยตัวเองมานานมาก แถมผมที่ยาวลากพื้นแม้จะยืนเต็มความสูงก็พันแข้งพันขาดีเกินไป
ผมไม่เคยมีปัญหากับของใช้พวกไดซ์เป่าผม เพราะเคยสังเกตคนเขาใช้กันมาบ้าง ในห้องนี้ดูเหมือนเ้านายของผมจะรู้ดีว่าควรมีอะไรไว้ในห้อง หรือจริงๆมันก็คือของที่ต้องมีในห้องนี้กันนะ
กว่าจะเป่าผมให้แห้งก็กินเวลาไปสามชั่วโมง เป็ครั้งแรกที่ผมได้มานอนอยู่บนเตียงเดี่ยว มันนุ่มนิ่มมากเลย นิ่มกว่าเบาะนอนในสถานกักกันอีก ปกติผมได้แต่นอนในกรง มากสุดคือได้นอนบนเตียงคิงไซต์ล่ะ ถึงเตียงนั้นจะกว้าง แต่แบบนี้ก็ไม่เลวเท่าไหร่
ผมซุกไซ้กับหมอน ฟัดจนกว่าจะพอใจ กอดรัดไว้แน่น ยอมรับเลยว่าผมชอบนอนในร่างนี้มากกว่า เพราะบางทีขดตัวนอนมากก็ปวดหลัง ร่างมนุษย์จะนอนเหยียด นอนตะแคง ทำอะไรก็สะดวก นอนๆอยู่ก็หยิบขนมเข้าปากได้
ผมคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อย่างน้อยขนมก็อร่อยดี
แต่แปลกจังเลยนะ...ผมไม่เคยเจอเ้านายที่ให้คำสั่งแบบนี้มาก่อน
‘ห้ามอยู่ในร่างมนุษย์โดยไม่ได้รับอนุญาตนะ’
เสียงดุด่าดังมาจากใครสักคน คงเป็เ้านายที่ผมลืมหน้าไปแล้ว
เมื่อตอนเด็กผมคิดว่าตัวเองคืุ์คนหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น ตัวผมก็ถูกแบ่งแยกออกมา พร้อมถูกยกให้เป็สัตว์เลี้ยงของคนอื่น ถูกพรากจากแม่ ใส่ปลอกคอตามหลังเ้านาย
สิ่งที่เด็กมนุษย์วัยเดียวกันได้รับกับตัวผมมันช่างแตกต่างและก็รู้ทีหลังว่านั่นล่ะคือการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์
ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่บอกว่าผมเป็แค่สัตว์ตัวหนึ่งดังนั้นผมจึงตอบสนองกับการตัดสินใจของพวกเขา
สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีความ้าแบบมนุษย์ ไม่ได้ทะเยอทะยาน ไม่มีความฝัน ไม่ออกนอกลู่นอกทาง มีหน้าที่แค่รักและทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
ผมตอนนั้นยังไม่เข้าใจ อะไรคือการแบ่งแยกระหว่างคนกับสัตว์กันแน่ เพราะแรกเริ่มพวกเราก็เกิดมาจากสิ่งเล็กๆเหมือนกัน เพียงแค่มีการวิวัฒนาการต่างกันออกไป
ช่างมันเถอะ เวลาของผมเหลืออีกไม่มาก คิดไปก็เหนื่อยเปล่า
ตอนนี้...รู้สึกอยากหนุนตักใครสักคนมากเลยครับ