ฉัวะ!
ดาบคมกริบแทงทะลวงเข้าไปในปากอันมหึมาของเสือดำเงาพุ่งทะลุออกด้านหลังศีรษะอย่างน่าสยดสยอง
พรวด!
เมื่อหวังเฉินชักดาบกลับร่างของเสือดำเงาก็โซเซอยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
สัตว์อสูรกลายพันธุ์เลเวล30ตนนี้ กลายเป็นเพียงซากศพอันน่าอนาถ
“หวังเฉิน เมื่อกี้ฉันยิงธนูดอกนั้นได้ถูกจังหวะพอดีเลยใช่ไหม?”
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงซือถูอวี้ก็เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้น
หวังเฉินสะบัดเลือดบนดาบออกแล้วเหลือบมองหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด
เมื่อครู่เขามอบหมายให้ซือถูอวี้ใช้การโจมตีระยะไกลเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเสือดำเงาไม่ให้มันหนีไปได้
แต่ซือถูอวี้กลับไม่ฟังคำสั่งยิงธนูตัดหางของเสือดำเงาขาดไปซะอย่างนั้น
หนังเสือดำเงาที่สมบูรณ์แบบในตลาดสามารถขายได้ถึงสองหมื่นเหรียญทอง แต่เมื่อไม่มีหางราคาคงจะลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
แต่หวังเฉินก็รู้ว่าแม่หนูนี่ทำไปเพราะเป็นห่วงเขา
“ใช่ๆ เธอเก่งที่สุดเลย”
หวังเฉินพูดออกไปอย่างไม่เต็มใจ
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาดวงตาของซือถูอวี้ก็โค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ เผยรอยยิ้มซื่อๆ
ภาพนั้นทำให้หวังเฉินกลอกตา
ในขณะเดียวกัน
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันกลุ่มแสงสลัวสามสายก็ลอยขึ้นมาจากซากศพของเสือดำเงาก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างกายของทั้งคู่ และของปิงชิง
ค่าประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดสามวันนี้บวกกับค่าประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับทำให้ทั้งสองคนและสัตว์อสูรหนึ่งตนเปล่งแสงเลเวลอัปขึ้นพร้อมกัน
หวังเฉินคิดในใจข้อมูลคุณสมบัติใหม่ของปิงชิงและของเขาเองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า
[สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]
[ชื่อเล่น: ปิงชิง]
[เพศ: เมีย]
[อายุ: ยังไม่ครบเดือน (วัยเยาว์)]
[เลเวล: 11]
[ระดับ: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]
[พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]
[คุณสมบัติหลัก: พลัง 1000; สติปัญญา 1000; พละกำลัง 1000; ความว่องไว 1000 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเทมใดๆ)]
[ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS)]
[ความจงรักภักดี: 100]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]
...
[ชื่อ: หวังเฉิน]
[อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]
[เลเวล: 21]
[พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]
[ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D)]
[พลัง: 147.5 + 30 แต้ม]
[สติปัญญา: 147.5 + 5 แต้ม]
[พละกำลัง: 147.5 + 5 แต้ม]
[ความว่องไว: 147.5 + 5 + 20 แต้ม]
[แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 60 แต้ม]
...
ยังคงเป็นเช่นเคยเขาจะกระจายแต้มคุณสมบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเก็บแต้มทักษะไว้ก่อน
ตอนนี้หวังเฉินมีคุณสมบัติพื้นฐานแต่ละด้านเกือบ150แต้ม โดยไม่รวมการเพิ่มพลังจากอุปกรณ์ใดๆ
คุณสมบัตินี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นสองเท่าของอาชีพทั่วไปในระดับเดียวกัน
ส่วนปิงชิงคุณสมบัติแต่ละด้านที่สูงถึง 1,000 แต้มนั้นเกินกว่ามาตรฐานมากนักรบเลเวล 60 ก็คงถูกปิงชิงตบคว่ำได้ด้วยฝ่ามือเดียว
หวังเฉินมองคุณสมบัติของตัวเองอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปมองซือถูอวี้
แม่หนูคนนี้กำลังเหม่อลอยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มโง่ๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังจัดสรรแต้มคุณสมบัติของตัวเองอยู่
ว่าไปแล้ว
เนื่องจากหวังเฉินต้องแบ่งค่าประสบการณ์ให้ปิงชิงตอนนี้ซือถูอวี้จึงมีเลเวลสูงกว่าเขาถึงสี่เลเวล คือ เลเวล 25
ด้วยอัตราการอัปเลเวลแบบนี้หวังเฉินรู้สึกว่าการเดินทางในเทือกเขาสรรพสัตว์ยังไม่จบซือถูอวี้ก็คงจะถึงเลเวลสูงสุดสำหรับการเปลี่ยนอาชีพครั้งแรกและจะต้องเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้ว
“แหะๆ!”
“หวังเฉิน ตอนนี้นายอิจฉาฉันมากเลยใช่ไหม? ถ้านายยกปิงชิงให้ฉันสัตว์อสูรทุกตัวที่เราเจอหลังจากนี้ ค่าประสบการณ์ทั้งหมดจะตกเป็นของนาย”
“ถึงตอนนั้น เลเวลของนายก็จะตามฉันทันแล้ว!”
หลังจากจัดสรรคุณสมบัติเสร็จซือถูอวี้ก็สังเกตเห็นสายตาของหวังเฉิน จึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ตลอดสามปีในโรงเรียนมัธยมปลายคะแนนสอบวิชาต่างๆ ของเธอถูกหวังเฉินทิ้งห่างมาโดยตลอด
ตอนนี้เลเวลของเธอเพิ่มขึ้นเป็น25ทิ้งห่างหวังเฉินไปไกลทำให้ความพึงพอใจในตัวเองของซือถูอวี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เหอะ!
หวังเฉินหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ
แค่ค่าประสบการณ์เล็กน้อยก็คิดจะเอาปิงชิงไปจากมือฉันงั้นเหรอ?
ผู้หญิงโง่เง่าเธอเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลหรือเปล่า!
อีกอย่างแค่เลเวลสูงจะมีประโยชน์อะไร?
หวังเฉินจ้องมองซือถูอวี้อยู่หลายวินาทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปากช้าๆ
“เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก!”
“…”
ความจริงใจในคำพูดของเขามากมายจนซือถูอวี้ไม่อาจโต้แย้งได้เลย
“ฮึ่ม!”
ซือถูอวี้กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดอุ้มปิงชิงแล้วหันหลังเดินหน้าต่อไป
น่าหงุดหงิดชะมัด!
ซือถูอวี้รู้สึกหงุดหงิดเสียเหลือเกิน!
ข้างหลังหวังเฉินมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่เดินหงุดหงิดจากไปพลางลูบจมูกแล้วหัวเราะ
“จะรีบไปไหนเล่า? ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้มันผิดตรงไหน?”
“ถ้าเธอคิดว่าฉันพูดผิด ก็โต้แย้งสิ แล้วฉันจะยอมขอโทษ...”
“ไปให้พ้น!”
หวังเฉินยังพูดไม่ทันจบซือถูอวี้ก็คว้ากิ่งไม้มาปาใส่ ลมหายใจของนางถี่กระชั้นไปด้วยความโกรธ
ไปให้พ้น!
ฉันไม่อยากคุยกับนายอีกแล้ว
เด็กสาวเหลือบมองหวังเฉินอย่างโกรธแค้นก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว
ตาบ้า!
ฉันโกรธจริงๆนะ โกรธชนิดที่ปลอบอย่างไรก็ไม่หายด้วย!
“กี๊ซซซ!”
ในตอนนี้ปิงชิงยื่นหัวออกมาวางบนไหล่ของซือถูอวี้
มันมองซือถูอวี้แล้วก็มองเจ้านายของมัน
กี๊ซ…
มนุษย์นี่ช่างวุ่นวายจริงๆ!
...
ซ่าซ่า ซ่า!
ภายหลังการปะทะจบสิ้นป่าที่เงียบสงัดก็ถูกรบกวนด้วยการปรากฏตัวของแขกแปลกหน้า
ตุบ!
“ไอ้หนู แกหลอกเราใช่ไหม?”
“สามวันแล้ว! ทำไมยังไม่เจอเพื่อนร่วมชั้นสองคนของแกอีก!”
หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าโยนเฉินฮ่าวลงพื้นอย่างไม่ไยดีแล้วตะคอกใส่อีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง
“พี่ใหญ่ ผม… ผมไม่รู้จริงๆ ครับ”
หนามแหลมทิ่มแทงเนื้อจนเฉินฮ่าวเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แต่เขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาสายตาที่มองหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ตอนนี้เขาดูน่าสมเพชสุดขีดอุปกรณ์ทั้งหมดถูกปล้นไป เหลือเพียงเสื้อผ้าบางๆ ที่เปื้อนเลือดไม่มีเค้าของเศรษฐีหนุ่มหลงเหลืออยู่เลย
“ฮึ่ม!”
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็แค่นเสียงเย็นชา “ฟ้ามืดแล้วพวกเราจะพักผ่อนกันที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางต่อ ถ้าพรุ่งนี้ยังหาไม่เจอละก็แกก็หมดประโยชน์แล้ว!”
ขณะพูดเขาก็ก้าวเข้าไปยกเฉินฮ่าวขึ้นมา เตรียมพาไปเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาล
แต่ในเวลานั้นเอง...
“หัวหน้า เจอแล้วครับ!”
เสียงอุทานดังมาจากลูกน้องไฮยีน่าตาเรียวแหลมผู้เป็นอันดับสามถือลูกธนูวิ่งเข้ามา
“เป็นลูกธนูดอกเดิมเลยครับ แถมรอยเลือดจากการต่อสู้บนพื้นยังไม่แห้งด้วย!”