เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก!

            ฉัวะ!

            ดาบคมกริบแทงทะลวงเข้าไปในปากอันมหึมาของเสือดำเงาพุ่งทะลุออกด้านหลังศีรษะอย่างน่าสยดสยอง

            พรวด!

            เมื่อหวังเฉินชักดาบกลับร่างของเสือดำเงาก็โซเซอยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น

            สัตว์อสูรกลายพันธุ์เลเวล30ตนนี้ กลายเป็นเพียงซากศพอันน่าอนาถ

            “หวังเฉิน เมื่อกี้ฉันยิงธนูดอกนั้นได้ถูกจังหวะพอดีเลยใช่ไหม?”

            เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงซือถูอวี้ก็เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            เมื่อได้ยินดังนั้น

            หวังเฉินสะบัดเลือดบนดาบออกแล้วเหลือบมองหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด

            เมื่อครู่เขามอบหมายให้ซือถูอวี้ใช้การโจมตีระยะไกลเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเสือดำเงาไม่ให้มันหนีไปได้

            แต่ซือถูอวี้กลับไม่ฟังคำสั่งยิงธนูตัดหางของเสือดำเงาขาดไปซะอย่างนั้น

            หนังเสือดำเงาที่สมบูรณ์แบบในตลาดสามารถขายได้ถึงสองหมื่นเหรียญทอง แต่เมื่อไม่มีหางราคาคงจะลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

            แต่หวังเฉินก็รู้ว่าแม่หนูนี่ทำไปเพราะเป็นห่วงเขา

            “ใช่ๆ เธอเก่งที่สุดเลย”

            หวังเฉินพูดออกไปอย่างไม่เต็มใจ

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาดวงตาของซือถูอวี้ก็โค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ เผยรอยยิ้มซื่อๆ

            ภาพนั้นทำให้หวังเฉินกลอกตา

            ในขณะเดียวกัน

            ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันกลุ่มแสงสลัวสามสายก็ลอยขึ้นมาจากซากศพของเสือดำเงาก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างกายของทั้งคู่ และของปิงชิง

            ค่าประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดสามวันนี้บวกกับค่าประสบการณ์ที่เพิ่งได้รับทำให้ทั้งสองคนและสัตว์อสูรหนึ่งตนเปล่งแสงเลเวลอัปขึ้นพร้อมกัน

            หวังเฉินคิดในใจข้อมูลคุณสมบัติใหม่ของปิงชิงและของเขาเองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้า

            [สัตว์อสูร: พญามังกรเหมันต์]

            [ชื่อเล่น: ปิงชิง]

            [เพศ: เมีย]

            [อายุ: ยังไม่ครบเดือน (วัยเยาว์)]

            [เลเวล: 11]

            [ระดับ: สัตว์อสูรเทพบรรพกาล]

            [พรสวรรค์: เติบโตไม่สิ้นสุด (SSS)]

            [คุณสมบัติหลัก: พลัง 1000; สติปัญญา 1000; พละกำลัง 1000; ความว่องไว 1000 (ไม่ได้รับการเสริมพลังจากบัฟ, อุปกรณ์หรือไอเทมใดๆ)]

            [ทักษะ: กายาเหมันต์ (SSS), ลมหายใจเยือกแข็ง (SSS),เขตแดนนรกเหมันต์นิรันดร์ (SSS), แรงกดดันแห่งมังกร(SSS)]

            [ความจงรักภักดี: 100]

            [อุปกรณ์: ไม่มี]

            [ข้อมูลเบื้องต้น: ละไว้]

            ...

            [ชื่อ: หวังเฉิน]

            [อาชีพ: ผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์]

            [เลเวล: 21]

            [พรสวรรค์: ดวงใจแห่งสรรพสัตว์ (SSS), หลอมรวมสัตว์อสูร(เทพ)]

            [ทักษะ: ศาสตร์ควบคุมอสูร (S), ศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์อสูร(B), ศาสตร์วิเคราะห์สายเลือด (เทพ), พันธสัญญาอัญเชิญ(B), คมดาบพริบตา (D)]

            [พลัง: 147.5 + 30 แต้ม]

            [สติปัญญา: 147.5 + 5 แต้ม]

            [พละกำลัง: 147.5 + 5 แต้ม]

            [ความว่องไว: 147.5 + 5 + 20 แต้ม]

            [แต้มคุณสมบัติที่ยังไม่ได้จัดสรร: 0 แต้ม]

            [แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร: 60 แต้ม]

            ...

            ยังคงเป็นเช่นเคยเขาจะกระจายแต้มคุณสมบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเก็บแต้มทักษะไว้ก่อน

            ตอนนี้หวังเฉินมีคุณสมบัติพื้นฐานแต่ละด้านเกือบ150แต้ม โดยไม่รวมการเพิ่มพลังจากอุปกรณ์ใดๆ

            คุณสมบัตินี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นสองเท่าของอาชีพทั่วไปในระดับเดียวกัน

            ส่วนปิงชิงคุณสมบัติแต่ละด้านที่สูงถึง 1,000 แต้มนั้นเกินกว่ามาตรฐานมากนักรบเลเวล 60 ก็คงถูกปิงชิงตบคว่ำได้ด้วยฝ่ามือเดียว

            หวังเฉินมองคุณสมบัติของตัวเองอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปมองซือถูอวี้

            แม่หนูคนนี้กำลังเหม่อลอยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มโง่ๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังจัดสรรแต้มคุณสมบัติของตัวเองอยู่

            ว่าไปแล้ว 

            เนื่องจากหวังเฉินต้องแบ่งค่าประสบการณ์ให้ปิงชิงตอนนี้ซือถูอวี้จึงมีเลเวลสูงกว่าเขาถึงสี่เลเวล คือ เลเวล 25

            ด้วยอัตราการอัปเลเวลแบบนี้หวังเฉินรู้สึกว่าการเดินทางในเทือกเขาสรรพสัตว์ยังไม่จบซือถูอวี้ก็คงจะถึงเลเวลสูงสุดสำหรับการเปลี่ยนอาชีพครั้งแรกและจะต้องเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้ว

            “แหะๆ!”

            “หวังเฉิน ตอนนี้นายอิจฉาฉันมากเลยใช่ไหม? ถ้านายยกปิงชิงให้ฉันสัตว์อสูรทุกตัวที่เราเจอหลังจากนี้ ค่าประสบการณ์ทั้งหมดจะตกเป็นของนาย”

            “ถึงตอนนั้น เลเวลของนายก็จะตามฉันทันแล้ว!”

            หลังจากจัดสรรคุณสมบัติเสร็จซือถูอวี้ก็สังเกตเห็นสายตาของหวังเฉิน จึงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

            ตลอดสามปีในโรงเรียนมัธยมปลายคะแนนสอบวิชาต่างๆ ของเธอถูกหวังเฉินทิ้งห่างมาโดยตลอด

            ตอนนี้เลเวลของเธอเพิ่มขึ้นเป็น25ทิ้งห่างหวังเฉินไปไกลทำให้ความพึงพอใจในตัวเองของซือถูอวี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

            เหอะ!

            หวังเฉินหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ

            แค่ค่าประสบการณ์เล็กน้อยก็คิดจะเอาปิงชิงไปจากมือฉันงั้นเหรอ?

            ผู้หญิงโง่เง่าเธอเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับสัตว์อสูรเทพบรรพกาลหรือเปล่า!

            อีกอย่างแค่เลเวลสูงจะมีประโยชน์อะไร?

            หวังเฉินจ้องมองซือถูอวี้อยู่หลายวินาทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปากช้าๆ

            “เธอสู้ฉันไม่ได้หรอก!”

            “…”

            ความจริงใจในคำพูดของเขามากมายจนซือถูอวี้ไม่อาจโต้แย้งได้เลย

            “ฮึ่ม!”

            ซือถูอวี้กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดอุ้มปิงชิงแล้วหันหลังเดินหน้าต่อไป

            น่าหงุดหงิดชะมัด!

            ซือถูอวี้รู้สึกหงุดหงิดเสียเหลือเกิน!

            ข้างหลังหวังเฉินมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่เดินหงุดหงิดจากไปพลางลูบจมูกแล้วหัวเราะ

            “จะรีบไปไหนเล่า? ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้มันผิดตรงไหน?”

            “ถ้าเธอคิดว่าฉันพูดผิด ก็โต้แย้งสิ แล้วฉันจะยอมขอโทษ...”

            “ไปให้พ้น!”

            หวังเฉินยังพูดไม่ทันจบซือถูอวี้ก็คว้ากิ่งไม้มาปาใส่ ลมหายใจของนางถี่กระชั้นไปด้วยความโกรธ

            ไปให้พ้น!

            ฉันไม่อยากคุยกับนายอีกแล้ว

            เด็กสาวเหลือบมองหวังเฉินอย่างโกรธแค้นก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว

            ตาบ้า!

            ฉันโกรธจริงๆนะ โกรธชนิดที่ปลอบอย่างไรก็ไม่หายด้วย!

            “กี๊ซซซ!”

            ในตอนนี้ปิงชิงยื่นหัวออกมาวางบนไหล่ของซือถูอวี้

            มันมองซือถูอวี้แล้วก็มองเจ้านายของมัน

            กี๊ซ…

            มนุษย์นี่ช่างวุ่นวายจริงๆ!

            ...

            ซ่าซ่า ซ่า!

            ภายหลังการปะทะจบสิ้นป่าที่เงียบสงัดก็ถูกรบกวนด้วยการปรากฏตัวของแขกแปลกหน้า

            ตุบ!

            “ไอ้หนู แกหลอกเราใช่ไหม?”

            “สามวันแล้ว! ทำไมยังไม่เจอเพื่อนร่วมชั้นสองคนของแกอีก!”

            หัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าโยนเฉินฮ่าวลงพื้นอย่างไม่ไยดีแล้วตะคอกใส่อีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างยิ่ง

            “พี่ใหญ่ ผม… ผมไม่รู้จริงๆ ครับ”

            หนามแหลมทิ่มแทงเนื้อจนเฉินฮ่าวเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แต่เขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาสายตาที่มองหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            ตอนนี้เขาดูน่าสมเพชสุดขีดอุปกรณ์ทั้งหมดถูกปล้นไป เหลือเพียงเสื้อผ้าบางๆ ที่เปื้อนเลือดไม่มีเค้าของเศรษฐีหนุ่มหลงเหลืออยู่เลย

            “ฮึ่ม!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหัวหน้ากลุ่มไฮยีน่าก็แค่นเสียงเย็นชา “ฟ้ามืดแล้วพวกเราจะพักผ่อนกันที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางต่อ ถ้าพรุ่งนี้ยังหาไม่เจอละก็แกก็หมดประโยชน์แล้ว!”

            ขณะพูดเขาก็ก้าวเข้าไปยกเฉินฮ่าวขึ้นมา เตรียมพาไปเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาล

            แต่ในเวลานั้นเอง...

            “หัวหน้า เจอแล้วครับ!”

            เสียงอุทานดังมาจากลูกน้องไฮยีน่าตาเรียวแหลมผู้เป็นอันดับสามถือลูกธนูวิ่งเข้ามา

            “เป็นลูกธนูดอกเดิมเลยครับ แถมรอยเลือดจากการต่อสู้บนพื้นยังไม่แห้งด้วย!”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน