บทที่ 2 ครอบครัวสกุลอู่
เนื่องจากบทละครของวันนี้จะต้องเป็เวลาเที่ยงวัน พระรองคนดีนำอาหารหรูหราไปที่บ้านของนางเอก ในขณะที่ครอบครัวนางเอกกำลังขุดหัวมันเพื่อนำส่งขาย พวกเขายินดีอย่างยิ่งที่พระรองคนดีนี้มาโปรด ได้กินอาหารจนอิ่มท้องซึ่งจะช่วยให้มีแรงทำงานเพิ่มขึ้นมาก
ถึงจะเสียดาย เพราะคิดว่าพระรองคนนี้ควรจะให้เงินพวกเขาไปซื้ออาหารธรรมดาๆมาแทน ส่วนเงินที่เหลือก็จะได้เอาไปใช้จ่ายอย่างอื่นก็เถอะ....
นางเอกของเื่ไม่ชอบรับความช่วยเหลือจากใคร เดิมทีนางไม่พอใจที่พระรองมาวุ่นวายกับชีวิตมากพออยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้รู้สึกถึงความขอบคุณที่ั้แ่พระรองมาพัวพัน ฐานะของนางในใจครอบครัวก็สูงมากขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะเขาก็อาจจะถูกขายออกไปแล้วแท้ๆ แต่ก็นะ....นี่เป็มุมมองคนละมุม เมื่อถูกกดดันจากครอบครัวมากๆ คนมีศักดิ์ศรีเช่นนางเอกจึงไม่พอใจก็ไม่ใช่เื่แปลก
หญิงสาวไม่ยอมกินอาหารดีๆ แม้ว่าพระรองจะพยายามชวนให้กินแล้วก็ตาม นาง้าไปหาอาหารในป่ากินเอง ความสามารถในการเอาตัวรอดของนางไม่ได้แย่ เกิดและเติบโตมากับป่า ย่อมหาของป่ากินได้ ดังนั้นนางจึงไปที่แม่น้ำ หวังว่าจะจับปลาหรือปูรอบๆลำธารเป็อาหารกลางวัน
ป่านี้ยังอุดมสมบูรณ์ไม่น้อย ไม่สิ! ต้องบอกว่าเป็พรที่นางเอกได้รับมาต่างหาก ขนาดยังไม่ได้ปลุกพลังเต็มที่เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากร หญิงสาวก็ยังมีพรนั้นติดตัวอยู่
นางเป็ที่รักของเทพีแห่งพงไพร เมื่อปลุกพลังได้เต็มที่ก็ยังควบคุมพืชพรรณได้ด้วย ใช้มันเพื่อโจมตีศัตรู หรือจะใช้พลังเพื่อปลูกผักปลูกสมุนไพรไปขายได้เงินจำนวนมาก พลิกชีวิตตนเองจากคนยากไร้เป็เ้าของร้านขายสมุนไพรที่ร่ำรวย กลายเป็คู่แข่งกับตระกูลหลี่ของพระรองไปอีก
แต่ก็นะ....ที่นางเข้าสู่เส้นทางการขายยาได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระรอง นางก็เป็แค่ผู้ขายสมุนไพรทั่วไปเท่านั้น จะเปิดร้านขายยาได้ต้องมีเอกสารรับรอง มีผู้ที่เป็ขุนนางให้การรับรอง ซึ่งเส้นสายในส่วนนี้จะเป็ใครไปไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่ใช่พระรองคนดีคนเดิม
ในอีเว้นท์ที่ดื้อดึงของนางเอกครั้งนี้เอง เป็อีเว้นท์ที่ทำให้นางได้เจอกับ “พระเอก” ที่ได้รับาเ็ลอยมาตามน้ำ เขาหมดสติอยู่บนแพขนาดเล็ก ใบหน้าเต็มไปด้วยาแจนดูน่ากลัว ทุกคนพากันเรียกเขาว่า “ปีศาจ” เนื่องจากมีรอยแผลเช่นนี้ั้แ่ยังเด็ก มีเพียงนางเอกเท่านั้นที่ช่วยเหลือเขา และไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
บุญคุณที่ช่วยชีวิต ตอบแทนด้วยการมอบทั้งชีวิตให้นาง เขามีเงินติดตัวมาอยู่ไม่น้อย ใช้มันแลกกับที่อยู่เป็บ้านหลังเล็กๆในหมู่บ้าน ที่ปกติแล้วก็ไม่มีใคร้าเนื่องจากเป็บ้านพักชายเขา ยิ่งเวลากลางคืนยิ่งอันตราย หากไม่ระวังตัวก็อาจจะถูกสัตว์ป่าฆ่าตายได้ง่ายๆเลย
ทว่า....พระเอกผู้นี้หรือจะใช่คนที่มาตายเพราะสัตว์ป่า ไม่เพียงแค่เขาไม่กลัวมันเท่านั้น ยังจับพวกมันมาประทังชีวิต แล้วแบ่งบางส่วนไปขายในเมือง สร้างรายได้มั่นคง ก้าวเป็คนมีเงินในหมู่บ้านด้วยเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพร์ของเขามันเป็ของระดับสูงจริงๆ
ก็นะ....ในฐานะบุตรชายแม่ทัพใหญ่แล้ว เขาจะมีความสามารถธรรมดาสามัญได้อย่างไร ทักษะในการต่อสู้ก็สูงล้ำ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ....การที่เขาเรียกใช้ภูตผีปีศาจได้ต่างหาก
เพราะออร่ารอบๆตัวเป็ออร่าของคนตาย ผนวกรวมกับรูปลักษณ์ของเขา ไม่แปลกที่จะถูกต่อต้านจากสังคม ถูกเรียกว่า “ปีศาจ” ั้แ่อายุยังน้อย ใบหน้าลำตัวที่เต็มไปด้วยรอยคมดาบนั้นมาจากการถูกโยนเข้าสนามรบั้แ่อายุไม่เท่าไร แม้จะฟังดูเหมือนโหดร้าย แต่บิดาของเขาเป็แม่ทัพใหญ่ สั่งสอนลูกเช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้วจริงๆ
พอถึงวันที่บิดาบังเกิดเกล้าไม่อาจจะอยู่ปกป้องได้ แถมเขาก็ยังรวบรวมกองกำลังของตนเองไม่ได้ สุดท้ายจึงต้องหนีตายมาถึงที่นี่ อาศัยเมืองเล็กๆแห่งนี้เป็ฐานในการรวบรวมคน อยู่ไกลหูไกลตาจากคนเป็ลุงที่้ากำจัดเขา หวังไม่ให้สามารถกลับไปรับตำแหน่งต่อจากบิดาได้
เอาเถอะ เนื้อเื่นิยายก็คงจะประมาณนี้ หากพระเอกอยู่ดีมีสุขที่เมืองหลวง อย่างนั้นก็คงจะไม่ได้มีบทของนางเอกสุดแกร่งคนนี้หรอก
“คุณชายเล็กขอรับ คุณชายก็จะไปที่หมู่บ้านนั่นอีกแล้วหรือขอรับ”
ฝูเซ่า เด็กหนุ่มผู้ติดตามรับใช้ชิงหมินมาั้แ่ยังเด็กเอ่ยถามขึ้น ปากของเขาเบะออกอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากตัวเขาไม่ชื่นชอบที่จะเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลนั้นเลย แม้ว่าจะสามารถควบม้าไปที่นั่นได้ และใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น ทว่า....สถานที่ลำบากลำบนเช่นนั้นมีอะไรให้น่าชมกัน?
พวกเขาเดินทางไปกลับที่นั่นเป็ว่าเล่น ไปถึงก็เจอสภาพของชาวบ้านที่ยากไร้ บางคนนอนตายอยู่หน้าหมู่บ้าน บ้างก็ตวาด่าทอกันไม่เหลือความเป็มนุษย์ผู้ดี นี่สมควรจะเป็เส้นทางที่คุณชายของเขาต้องมาเจอหรือ?
ชีวิตของคุณชายโรยด้วยกลีบดอกไม้มาั้แ่ยังเล็ก หากไม่ใช่วันนั้นได้เจอกับเด็กสาวจากชนบทที่ติดตามบิดามาขายสมุนไพร ชีวิตของคุณชายของเขาก็คงจะไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่เช่นนี้อย่างสิ้นเชิงไปแล้ว
โชคชะตาหนอโชคชะตา ช่างเล่นตลกได้เก่งกาจเหลือเกิน....
“ฝูเซ่า เหตุใดเ้าแสดงสีหน้าเช่นนั้น หากเ้าหิวแล้ว...เช่นนั้นข้าก็จะซื้อซาลาเปาเนื้อให้เ้าไปกินระหว่างทางเอง”
“โถ่ คุณชายขอรับ ข้าไม่ได้แสดงสีหน้าเช่นนี้เพราะหิว ข้าก็แค่...” ยังพูดไม่ทันจบ ฝูเซ่าก็ต้องชะงักไปกับเสียง “โครก” ที่ดังขึ้นจากท้องของตนเอง
ชิงหมินหัวเราะเบาๆตามประสาคุณชายมากมารยาท เขาดันหลังฝูเซ่าเพื่อเดินเข้าร้านอาหารหรู สั่งของกินมากมายไปเผื่อครอบครัวของนางเอกด้วย และแน่นอนว่าของอร่อยที่สุดย่อมต้องสั่งให้ตนเองและฝูเซ่ากินกันก่อน
สองนายบ่าวควบม้าไปพร้อมกัน ท่วงท่าแสนสบายและสง่างามนั้นทำให้ผู้คนในเมืองมองตามกันเป็แถว คุณชายบ้านนี้มักจะออกไปเที่ยวเล่นเสมอ แต่กลับไม่เคยทำเื่เสื่อมเสียให้ได้ยินเลย
เขาเป็คุณชายที่ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง จะบอกว่าเป็คุณชายบัณฑิต แต่กลับขี่ม้าได้คล่องแคล่วว่องไว หากบอกว่าเป็ผู้ปราดเปรียวและเหมาะกับสนามรบก็ไม่ใช่เช่นนั้นอีก ร่างกายที่สูงโปร่งของเขา เกรงว่าทันทีที่รับดาบศัตรูก็จะกระเด็นออกมาสามตลบเสียมากกว่า
ใบหน้ายิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่ให้ความสงบอบอุ่นนั้นชวนให้มอง ทั้งชายและหญิงต่างก็ชมชอบที่จะเห็นใบหน้าของเขาเช่นนี้ ยิ่งรู้ว่าคุณชายตัวน้อยคนนี้สามารถช่วยงานตระกูลหลี่ได้อย่างดีเยี่ยม หลายคนก็ยิ่ง้าจะส่งบุตรีมาเกี่ยวดองด้วยกันใหญ่ น่าเสียดายที่ครอบครัวสกุลหลี่ไม่คิดจะหักหาญน้ำใจของเขา ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตเป็อิสระเช่นที่้าทุกวันนี้
ฮี๊!!
หลี่ชิงหมินบังคับบังเหียนให้ม้าหยุดวิ่งเมื่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกับการขี่ม้า จึงเปลี่ยนความเร็วให้กลายเป็วิ่งเหยาะๆแทน
กลิ่นอาหารที่ถือมานั้นโชยเข้าจมูกของชาวบ้านจำนวนมาก พวกเขาแทบจะเดินลอยตามกลิ่นกันอยู่แล้ว หลายคนทำได้แค่อิจฉาครอบครัวบ้าน “อู่” เท่านั้นที่วาสนาดีเหลือเกิน บางคนพยายามจะส่งลูกสาวของตนเองออกมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมาตั้งนานแล้ว อีกทั้งการวุ่นวายกับขุนนางมากเกินไปจะทำให้เป็ภัย ต่อให้อยากจะถวายตัวมากแค่ไหนก็ยังต้องควบคุมความอยากของตนเองให้ได้
อู่เจ๋อ บิดาของนางเอกได้ยินเสียงม้าั้แ่ไกล เขาทำงานจนลืมไปว่านี่เป็เวลาเที่ยงวันแล้ว หลังจากเห็นคุณชายผู้สูงศักดิ์มาที่นี่ ก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดมือทำงานแล้วมาต้อนรับเขาแทน
ครอบครัวของนางเอกประกอบไปด้วย “อู่เจ๋อ” ผู้เป็บิดา “อู่ตี๋” ผู้เป็มารดา “อู่อี” บุตรชายคนแรก “อู่เอ้อ” บุตรีคนแรก เป็บุตรคนที่สองของครอบครัว คาดว่าปีหน้าก็คงจะถูกส่งไปแต่งงานให้ครอบครัวอื่นแล้ว
“อู่ซาน” บุตรคนที่สามของครอบครัว “อู่ซือ” ก็คือนางเอกที่เป็ลูกคนที่สี่ นอกจากนี้ยังมีลูกคนที่ห้าและหก แต่ก่อนหน้านี้ขายออกไปให้กับพ่อค้าแรงงานแล้ว ถ้าไม่ใช่พระรองมาพบกับ “ซือซือ” เสียก่อน คาดว่านางเอกก็จะถูกขายเป็คนต่อไป
“คุณชายหลี่มาที่นี่อีกแล้ว รบกวนคุณชายมากเกินไปแล้ว มาๆนั่งพักก่อนเถอะ” อู่เจ๋อต้อนรับชายหนุ่มอย่างดี
ชิงหมินคลี่ยิ้ม ไม่ได้แสดงความถือตัวใดๆ แม้ว่ามือของอู่เจ๋อที่ยื่นออกมารับจะเต็มไปด้วยเศษดินเศษโคลนก็ตาม เขาะโลงจากม้าพร้อมกับส่งอาหารให้กับครอบครัวอู่ที่กำลังตาโต
“ข้าเข้าใจว่าวันนี้พวกท่านจะทำการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ อาจจะไม่มีเวลาตระเตรียมอาหาร เช่นนั้นข้าจึงได้นำบางอย่างติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าพวกท่านจะไม่รังเกียจ”
“ฮ่าๆ รังเกียจอันใดกัน นี่นับเป็น้ำใจครั้งใหญ่ของพวกเราแล้ว มาเถอะๆ มากินกันได้แล้ว” อู่อีหิวจนไส้กิ่ว ตอนเช้าได้กินเพียงน้ำข้าวต้มเปล่าเท่านั้น กลิ่นอาหารในตอนนี้ช่างทำให้เขาปวดใจยิ่งนัก
“อู่อี ลูกคนนี้ช่างไร้มารยาทเสียจริงๆ ของเหล่านี้คุณชายนำมาให้ซือซือของพวกเราต่างหาก เ้าจะมากินก่อนได้อย่างไร” มารดาของพวกเขาแสร้งตำหนิ ทั้งที่ในความเป็จริงแล้ว นางช่างลำเอียงต่อบุตรชายของตนเองมาก
ไม่ว่าจะเป็อู่อีหรืออู่ซาน ทั้งสองล้วนได้กินของดีๆก่อนใครเพื่อน ลูกสาวอย่างอู่เอ้อและอู่ซือ แค่ไม่ถูกขายออกไปก็นับเป็โชคดีแล้ว
“ไม่เป็ไร ข้านำมาให้ทุกคนนั่นแหละ กินกันได้เลย เอ่อ...ซือซือ เ้าเองก็...”
“ข้าไม่้าของของท่าน พวกเราไม่ใช่ครอบครัวขอทาน ครั้งหน้าไม่จำเป็ต้องเอามาอีก!”
สายตาของหญิงสาวช่างดุดันเหลือเกิน แก้มของนางเปลี่ยนเป็สีแดงเนื่องจากทำงานกลางแจ้งทั้งวัน ผมสีดำขลับเข้ากันดีกับดวงตาของนาง ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านไม่มีสิ่งบำรุง ผมนี่ก็คงจะราบรื่นเงางามน่าััไปแล้ว
ชีวิตของแม่นางเอกคนนี้น่าเศร้าใจเกินไป แม้ว่าชิงหมินจะรู้สึกว่าตนเองโชคร้ายได้เกิดมาเป็พระรอง แต่เมื่อคิดทบทวนอีกที พระรองที่อาภัพเพียงเื่รักเท่านั้น กลับเป็ชีวิตที่ดีกว่าใครๆในเื่เลยไม่ใช่หรือ?
แม้ว่าเขาจะถูกหักอก แต่ก็ยังนอนเล่นอยู่บนกองเงินกองทองทุกวัน ในขณะที่นางเอกต้องปากกัดตีนถีบเพื่อให้ได้มาซึ่งวาสนาของนาง ส่วนพระเอกก็เกือบตายไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าจะเอาชนะทุกอย่างได้ เช่นนั้น...ถ้าเลือกได้อีกครั้ง เขาก็ขอรับบทพระรองคนนี้ตลอดไปก็แล้วกัน
“ซือซือ ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย...”
“ท่านจะคิดหรือไม่ก็เป็เื่ของท่าน แต่ข้าคิดว่าท่านกำลังดูถูกครอบครัวของข้าอยู่”
“ซือซือ เช่นนั้นหลังจากนี้...”
เพี๊ยะ!
ไม่ปล่อยให้ชิงหมินพูดจนจบ ครอบครัวตัวดีของนางเอกก็เข้าใจท่าทางของคุณชายหลี่คนนี้เป็อย่างดี อู่ซือชี้นกเป็นก ชี้ไม้เป็ไม้ นางทำเช่นนั้นได้ตลอด ซึ่งหมายความว่า...หากนางไม่ยอมให้คุณชายนำอาหารมาให้อีก วาสนาดีๆของพวกเขาก็จะต้องหายไปด้วย อย่างนั้นแล้ว...พวกเขาจะยอมได้อย่างไร
“นังเด็กไม่รักดี กล้าพูดกับคุณชายหลี่เช่นนั้นได้อย่างไร คนเขามีน้ำใจเอาของมาให้ ไม่ขอบคุณไม่ว่า...ยังจะตำหนิคุณชายอีกด้วย เ้า้าทำให้คุณชายเสียน้ำใจหรือ? เร็วเข้า!! ยังไม่รีบขอโทษอีก!!” มารดาตัวร้ายของนางเอกด่าตวาดลั่น ทั้งหลังจากลงมือก็ไม่ได้สนใจอาการแก้มแดงเป็รอยนิ้วของตนเองเลย
ชิงหมินขมวดคิ้ว แสดงท่าทางไม่พอใจออกมา มือยื่นออกไปหวัง้าจะช่วยเหลือนางเอกที่เป็คนรักของเขาและปกป้องนางให้ได้ แต่ก็นั่นแหละ....คนไม่ถูกรัก เช่นไรก็ไม่ถูกรักอยู่อย่างนั้น
ซือซือมองเขาด้วยความเกลียดชังก่อนจะวิ่งจากไป ทิ้งให้ชิงหมินยืนรู้สึกผิดอยู่เช่นนั้น...
…………………………………………………..