บทที่52 หมื่นวิหคเหมันต์...คืนสู่รัง!
"ฮ่าฮ่าฮ่า....นั้นอย่างไรละสัญญาณ พวกเจ้าทั้งหมดโจมตีได้!" อิงฟงที่เห็นพวกววิญญาณโลหิตปรากฏขึ้นทั่วทุกหนแห่งในเมืองอินทรีย์ขาว ก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกับสั่งให้กองทัพของเขาให้เริ่มโจมทันที
กองทัพของอิงฟงแบ่งออกเป็น2กลุ่ม กลุ่มแรกสองแสนคนเข้าไปจัดการกับกองทัพของหยางกวาง ส่วนที่เหลือทั้งหมดต่างพุ่งตรงเข้าสู่เมืองอินทรีย์ขาว
อิงฟงบินนำมาด้วยความเร็วสูง พอมาถึงหน้าบาเรียคุ้มกันเมืองอิงฟงก็นำยันต์ออกมา1เผ่นแล้วแปะเข้าใส่บาเรีย แล้วก็เปิดการใช้งานยันต์แผ่นนั้นทันที ยันต์ที่แปะอยู่กับบาเรียก็ได้ลุกไหม้ขึ้นแล้วสลายหายไป พร้อมกับบาเรียที่ครอบคุมไปทั่วทั้งเมืองอินทรีย์ขาว ก็ได้แตกสลายไปเช่นกันได้!
"เพล้ง!"
เมื่อบาเรียคุ้มกันเมืองแตกสลาย พร้อมด้วยศัตรูที่มาจากทั้งด้านหน้าและหลัง เจ้าเมืองเหวินฉีและกลุ่มคนทั้งหมดบนกำแพงเมืองต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว
ไม่ว่าจะเป็นกองทัพสัตว์อสูรทางด้านหน้า หรือสัตว์ประหลาดสีแดงทางด้านหลัง สำหรับผู้คนที่อยู่บนกำแพงเมืองแล้ว พวกมันล้วนแต่..เลวร้ายไม่แพ้กัน!
ทางด้านกลุ่มของเฟยอวี่ ทุกคนต่างก็ตกใจอย่างมาก กับการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของพวกวิญญาณโลหิตจำนวนมหาศาล!
สีหน้าของเฟยอวี่ตอนนี้ดูจริงจังอย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินความคาดหมายของเฟยอวี่ไปไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นกองทัพสัตว์อสูร! หรือว่าจะเป็นกองทัพวิญญาณโลหิต! พวกมันแค่กลุ่มเดียว ก็เพียงพอที่จะทำลายเมืองอินทรีย์ขาวจนย่อยยับได้แล้ว!
"เฟยอวี่พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี" หม่าซินรุ่ยเป็นคนแรกที่กล่าวถามเฟยอวี่ ในขณะที่ทุกคน ต่างก็อยากจะถามเฟยอวี่แบบเดียวกันกับที่หม่าซินรุ่ยถามเช่นกัน ทุกคนจึงตั้งใจรอฟังคำตอบของเฟยอวี่อย่างมาก
เฟยอวี่ที่เห็นทุกคนต่างจ้องมองมาที่ตัวเอง ด้วยสีที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เฟยอวี่จึงกล่าวออกมาด้วยท่าทางสบายๆ ทั้งที่ในใจยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย!
"ต้าเป่า,ต้าหย่ง,จางลี่,พวกเจ้าตามหวังเหล่ยไปช่วยจัดการพวกสัตว์อสูร ส่วนที่เหลือมากับข้าไปจัดการพวกวิญญาณโลหิตในเมือง!"
กลุ่มของเฟยอวี่ต่างแยกกันไปรับมือพวกสัตว์อสูรและวิญญาณโลหิต
..........
ทางด้านเสวี่ยจิง....
เสวี่ยจิงที่เห็นทุกการกระทำของพวกสาวกนิกายเงาโลหิต ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ทำไมพวกเงาโลหิตจึงได้ส่งสาวก1หน่วย มาจัดการกับเมืองขนาดกลางธรรมดาเมืองหนึ่ง ยิ่งคิดเสวี่ยจิงก็ยิงไม่เข้าใจเป้าหมายของพวกเงาโลหิต!
เสวี่ยจิงจึงเลือกที่จะหยุดคิดเรื่องเป้าหมายของพวกเงาโลหิต แล้วเลือกที่จะลงมือจัดการพวกเงาโลหิตที่อยู่ในเมืองก่อน!
.................
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!"
"บัดซบ..พวกสัตว์ประหลาดสีแดงพวกนี้มาจากไหนกัน!"
"บ้าเอ้ย...พวกมันทำถึงตายยากตายเย็นขนาดนี้!?"
"ช.ชะ.ช่วยข้าด้วยข้าด้วย!..อ๊ากกกกก!"
ความโกลาหลในเมืองอินทรีย์ขาวยังคงเพื่มมากขึ้นเรื่อยๆ!
ผู้คนต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น ทุกคนต่างพยามที่จะหนีออกจากเมืองอินทรีย์ขาวกันอย่างสุดชีวิต! แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดสีแดงอยู่ทั่วทุกหนแห่ง! ผู้คนจึงเลือกที่จะจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว ฝ่าพวกสัตว์ประหลาดสีแดงไปด้วยกัน! เพื่อที่จะได้หนีออกจากเมืองที่ตอนนี้ได้กลายเป็นขุมนรกไปแล้ว! แต่ด้วยจำนวนที่มากมายมหาศาลของพวกสัตว์ประหลาดสีแดง! กลุ่มคนขนาดใหญ่จึงกลายเป็นถูกพวกสัตว์ประหลาดสีแดงโอบล้อมแทน!
เฟยอวี่,รั่วชิง,ลู่จื้อ,และหม่าซินรุ่ย มาถึงก็เห็นกลุ่มคน มากมายหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีจำนวนหลายพันคน ต่างก็ถูกพวกวิญญาณโหติตปิดล้อมโจมตีอยู่!
.....................
ทางด้านสำนักสำนักอินทรีย์ท่องนภา...
เหม่ยจี ช้นาวาปราณระดับ10 พร้อมกับเร่งความเร็วของมันอย่างเต็มที่ จนตอนนี้ก็ได้มาถึงสำนักสำนักอินทรีย์ท่องนภาแล้ว แต่ภาพที่นางเห็นตอนนี้ก็คือ มีกลุ่มคน3กลุ่มใหญ่ แต่ละกลุ่มมีจำนวนหมื่นกว่าคน แต่ละกลุ่มต่างแยกกันโจมตีบาเรียที่คุ้มกันสำนักสำนักอินทรีย์ท่องนภาอยู่ โดยที่มีคนสามสิบกว่าคนยืนมองอยู่ห่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือคนของนิกายเงาโลหิต!
เรียที่คุ้มกันตอนนี้แสงของมันค่อยๆอ่อนลงทีละน้อยทีละน้อย
หลี่เฉียงกับผู้อาวุโสสิบกว่าคน รวมทั้งเหล่าลูกศิษย์ทั้งหมด ต่างจ้องมองไปที่กลุ่มคน3กลุ่มที่กำโจมตีค่ายกลคุ้มกันด้วยความหวาดกลัว
"ท่านเจ้าสำนักผู้อาวุโสหวังจะมาทันหรือไม่? ถึงแม้ค่ายกลนี้มันจะสุดยอดอย่างมากแต่ข้าเกรงว่า พลังงานของมันจะหมดลงเสียก่อน" ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างหลี่เฉียง กล่าวถามหลี่เฉียง ด้วยสีหน้าและท่าทางที่แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน!
หลี่เฉียงได้ยินคำถามของผู้อาวุโสที่ดังขึ้นมา หลี่เฉียงเองก็ไม่รู้จะตอบมันอย่างไร หลี่เฉียงส่งข้อความไปให้หวังเหล่ยสักพักแล้ว แต่หวังเหล่ยก็ไม่ได้ตอบสิ่งใดกลับมาเลยแม้แต่น้อย!
จึงตอบกลับไปเพียงสั้นๆ
"ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน!"
"พรวด!"
"พรวด!"
"พรวด!"
"พรวด!"
"พรวด!"
กลุ่มคนทั้ง3กลุ่มที่กำลังโจมตีบาเรียคุ้มกันอยู่นั้น ในขณะที่โจมตีก็โดนพลังสะท้อนกลับทำให้กระอักเลือดออกมากันอย่างต่อเนื่อง คนที่บาดเจ็บต่างก็ถอยออกไปพักพออาการดีขึ้นก็เริ่มกลับมาโจมตีใหม่อีกครั้ง!
เหม่ยจีเห็นกลุ่มคนที่โจมค่ายกล ต่างก็ถูกพลังของตัวเองสะท้อนกลับ ก็มั่นใจเลยว่าค่ายกลของสำนักสำนักอินทรีย์ท่องนภา จะต้องเป็นเฟยอวี่ที่เป็นคนติดตั้งให้อย่างแน่นอน!
แต่มันก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะดูจากแสงที่ค่อยๆหม่นลง ก็รู้แล้วว่าพลังงานมันไกล้จะหมดลงเต็มทีแล้ว!
เหม่ยจีก็ไม่อยากที่จะเสียเวลามาก นางอยากจะรีบจัดการให้มัดจบลงโดยเร็ว! แล้วกลับไปหาคุณหนูของนางเต็มทีแล้ว! ถ้าคิดจะจับโจรก็ต้องจับที่ตัวหัวหน้าก่อน!
เหม่ยจีสร้างปราณกระบี่น้ำแข็งขึ้นมาที่มือขวา แล้วรวบรวมพลังอยู่สักพัก แล้วจึงโจมตีไปที่กลุ่มคนที่ดูแล้วหน้าจะเป็นพวกเจ้าสำนักทั้ง3
"หมื่นวิหคเหมันต์...คืนสู่รัง!"
พลังปราณจำนวนมหาศาลได้กลายเป็น วิหคเหมันต์ขนาดเท่าฝ่ามือจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนสามสิบกว่าคนอย่างรวดเร็ว
"ระวัง!"
เสียงของหญิงสาวที่ดั่งขึ้น ก็ทำให้กลุ่มคนสามสิบกว่าคนตกใจ แล้วก็เห็นว่ามีวิหคเหมันต์ขนาดเล็กจำนวนมหาศาลพุ่งมาทางพวกเขา จึงรีบหลบหลีกกันทันที
แต่ว่าวิหคเหมันต์ขนาดเล็กจำนวนมหาศาลพวกนี้ ก็ราวกับว่ามันมีชีวิต มันบินไล่ตามกลุ่มคนทั้งหมด ที่หลบหนีมันได้อย่างง่ายดาย พอวิหคเหมันต์สัมผัสกับคนเหล่านั้น ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งกันทันที ยกเว้นก็แต่หญิงสาวที่เป็นสาวงของนิกายเงาโลหิต ที่มีความสามารถมากพอ ที่จะทำลายวิหคเหมันต์ขนาดเล็กที่บินเข้าใส่นางได้ทั้งหมดถึงแม้ว่าจำนวนของมันจะมากมายก็ตาม!
หญิงสาวสาวกของนิกายเงาโลหิตพอจัดการกับวิหคเหมันต์ขนาดเล็กได้ทั้งหมดก็เห็นว่าพวกคนอื่นๆได้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งกันหมดแล้ว พร้อมกับมีหญิงสาวชุดสีขาวใส่ผ้าปิดหน้าลอยอยู่ไม่ไกลจากนางมากนัก!
"บัดซบทำไมคนของนิกายเหมันต์สุดปลายฟ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้!" หญิงสาวที่เป็นสาวกของนิกายเงาโลหิต ต่างพึมพำออกมาด้วยความโมโห! เพราะว่าพลังจากนางที่ใช้พลังทั้งหมดจัดการกับวิหคเหมันต์ขนาดเล็กได้จนหมด มันก็ทำให้นางได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควร
เหตุการณ์การที่เกิดขึ้น กับกลุ่มเจ้าสำนักทั้ง3และผู้อาวุโสทั้งหมด ก็ทำให้พวกลูกศิษย์ทั้ง3กลุ่มที่โจมตีบาเรียคุ้มกันอยู่ ต่างก็หยุดโจมตีแล้วหันมาดูทันที!
แล้วเมื่อพวกลูกศิษย์ทั้ง3กลุ่ม เห็นพวกเจ้าสำนักกับผู้อาวุโส ต่างกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งกันหมด ทุกคนก็ต่างก็รู้สึกตกตะลึงแล้วก็หวาดกลัวในเวลาเดียวกัน!
ทางด้านหลี่เฉียงกับผู้อาวุโส ต่างก็ดีใจกันอย่างยิ่งที่อยู่ดีๆก็มีคนมาช่วย! แล้วพวกเขาก็คิดว่า หน้าจะเป็นผู้อาวุโสหวังที่ส่งหญิงสาวชุดขาวนางนี้มาช่วยพวกเขา!
เหม่ยจีกับหญิงสาวสาวกนิกายเงาโลหิต ต่างก็สบตากัน แล้วก็เป็นเหม่ยจี ที่เป็นคนกล่าวบางอย่างออกมาก่อน!
"ดูเหมือนว่าข้าจะโชคดีไม่น้อย ศีรษะของสาวกนิกายเงาโลหิตที่อยู่จุดสูงสุดของระดับ9 คงจะทำให้ข้าได้คะแนน ไว้แลกเปลี่ยนทรัพยากรไม่น้อยเลยทีเดียว!"
คำพูดของเหม่ยจี ทำให้หญิงสาวสาวกนิกายเงาโลหิต รู้สึกยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ แต่ก็ต้องยองรับว่า พลังของสาวกนิกายเหมันต์สุดปลายฟ้าคนนี้มีพลังมากกว่านาง!
แถมนางยังได้รับบาดเจ็บหนักจากการโจมตีเมื่อสักครู่อีก แต่นางก็ยังมีความมั่นใจว่าสามารถสู้ได้!
"ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีพลังมากกว่าข้า แต่การที่จะฆ่าข้านั้น มันไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก!"
หญิงสาวสาวกนิกายเงาโลหิตนำแก่นโลหิตระดับ10ขั้นต้นออกมาจำนวน10หลอดพร้อมกับใช้วิชาวิญญาณโลหิตอาลาวาด
"วิญญาณโลหิตอาลาวาด!"
"พรวด!"
"พรวดดดด!"
การที่หญิงสาวสาวกนิกายเงาโลหิตใช้วิชาวิญญาณโลหิตอาลาวาด กับแก่นโลหิตที่มีระดับสูงกว่าระดับพลังของนาง ด้วยสภาพที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ทำให้นางยิ่งบาดเจ็บหนักเข้าไปอีกจึงได้กระอักเลือดออกมาอย่างมาก!
แก่นโลหิตระดับ10ขั้นต้นทั้ง10หลอด ได้กลายเป็นวิญญาณโลหิตที่มีพลังระดับ9ขั้นสมบูรณ์ขึ้นมาสิบตัว!
แก่นโลหิตที่พวกสาวกของนิกายเงาโลหิตใช้นั้น มันไม่ใช่แก่นโลหิตธรรมดาที่มีขายทั่วไป มันต้องผ่านการทำพิธีกรรมบางอย่างก่อน จึงจะสามารถใช้ร่วมกับวิชาวิญญาณโลหิตอาลาวาดได้!
ขนาดของพวกมันไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับตอนยังที่มีชีวิตอยู่ มันมีขนาดเพียงแค่3เมตรเท่านั้น!
เหม่ยจีเห็นวิญญาณโลหิตทั้งสิบตัวจ้องมองมาที่นาง มันก็ทำให้นางต้องถอนหายใจออกมา พร้อมกับพูดออกมาเบาๆว่า
"เฮ้อ....ถ้าทางคงจะไม่จบง่ายๆเสียแล้ว แต่ก็ดีเหมือนกัน ข้าเองก็ยังไม่คุ้นชินกับพลังของตัวเอง หลังจากที่ทะลวงเข้าสู่กษัตริย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่1!"