หนึ่งชั่วโมงกับอีกสามสิบนาทีกับการออกกำลังกายเพื่อขยายปอด (ตามที่ประสิทธิ์กล่าวไว้) ทัศนะ และปกปักร์ เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อั้แ่หัว จนถึงเสื้อยืดสีดำที่ทั้งสองกำลังจับชายเสื้อมารวมกันแล้วบิดน้ำ (เหงื่อ) ออกเป็หยด ๆ น้อง ๆ ต่างเหงื่อท่วมตัวกันทุกคน สำหรับเสื้อยืดสีขาวของน้องผู้หญิงบางคนในเวลานี้เปียกชุ่มจนแนบเนื้อ มองเห็นชั้นในหลากสีสันที่สวมใส่ไว้กันทุกคน น้อง ๆ ผู้ชายต่างพากับจับจ้องอย่างไม่ละสายตา ทัศเหลียวไปเห็นภาพนี้ซึ่งประจันหน้าเขาอย่างพอดิบพอดี!
ผัวะ ๆ ๆ!... เสียงกลองใหญ่จากหลังนายทัศดังสนั่น!
"สามที! ยังน้อยไป สำหรับเื่เมื่อคืน......แล้วยังมีหน้ามาบ้ากามกับน้อง ๆ อีกหรอแก" ลลิตวาดมือเรียวสวยของเธอขึ้นง้าง เตรียมตีกลองหนังมนุษย์อีกครั้ง
"ไอ้กฤษ! กูฝากคุมวงฯ ต่อที กูหลังหัก! ไปหาหมอก่อน ฮิ ๆ" คนถูกตีเอามือจับหลังวิ่งหนีพลางหัวเราะไปพลาง
"น้อง ๆ ให้รีบไปอาบน้ำ แปดโมงลงมากินข้าวที่ชั้นหนึ่ง....เสร็จแล้วรวมตัวซ้อมมาร์ชชิ่งตอนเก้าโมงเช้า..ทราบ!" พลกฤษรับลูกทัศนะ
"ทราบ!" น้อง ๆ ขานรับ "เลิกแถว!"
"เฮ้!" น้อง ๆ ต่างแยกย้ายกลับขึ้นชั้นสอง บ้างก็เดินไปเข้าห้องน้ำ พูดคุยกันจอแจ
"เอ้อ--- เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย" ลลิตค้อน
"ฉันไม่เป่าปี่เป่าขลุ่ยกันเองหรอกแก" คนหลังหักะโโหวกเหวกปีนหนีขึ้นบันได
"ผู้ชายทั้งแท่ง!...ฮ่า ๆ ๆ" ..
"ไอ้ปากหมา ไอ้บ้ากาม ไอ้.....โว้ย! ไม่รู้จะด่ามันยังไงแล้ว" ลลิตะโด่าไล่หลังคนหนีขึ้นบันไดไป จะด้วยความโกรธ อาย หรือความเหนื่อยล้า ใบหน้าแดงระเรื่อ
เธอหันหลังกลับมาเจอสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว นิ่งสงบ เยือกเย็น...ศาลาไม้ไผ่ ที่สิ่งสถิตย์ของเ้าชายน้ำแข็ง (ของเธอ) ที่บัดนี้นั่งมองเธอด้วยแววตาที่เป็มิตร และน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก ยิ้มมุมปากให้กับการทะเลาะหยอกล้อกันของทั้งสองคน "ช่างน่ารัก" (เธอคิด) ใจเต้นแรง รีบเดินตัวแข็งเร็วจี๋ ออกจากสถานการณ์นี้ ไปยืนเป็หินอยู่ข้าง ๆ รสา ผู้ซึ่งเห็นทุกอย่าง ฉีกยิ้มเยาะแหย่เพื่อน
"อะรายยยยยย...."
"แก...ฉันเกือบเป็ลม หัวใจจะะโออกมาข้างนอก" คนตัวแข็ง มือทาบอกพ่นลมแรง
"คนเหมือนกันจะกลัวอะไร?"
"ฉันไม่ได้กลัว... ฉันเขิน!... แกดูสายตาเขาซิ ลึกลับน่าค้นหา รูปหน้าเรียวสวยยังกะผู้หญิง เรียนก็เก่ง กีฬาก็เด่น ดนตรีก็เลิศ!.....เฮ้อ-- คนอะไร เพอร์เฟค! ....ใครได้เป็แฟนคงโชคดีเนาะ แกว่าไหม?" ลลิตเพ้อ สายตาเป็ประกาย ^^.
"พูดภาษาคนไม่เป็! เพอร์เฟคแบบนี้ฉันไม่เอาด้วยหรอก! ...พูดกันไม่รู้เื่..."
"...ป่ะ! อาบน้ำ หาข้าวกินดีก่า...วันนี้ป้าอ้วนทำหมูทอดกระเทียมพริกไทยด้วย หอมมาถึงนี่" ^^. คนตัดบทหน้าระรื่น วิ่งเขย่งขาปีนขึ้นบันไดไปอีกคน
"อะไรของแกเนี่ย ยังพูดไม่จบเลย.." ลลิตวิ่งตามคนหน้าระรื่นปีนขึ้นบันไดไปไม่กล้าหันกลับมามองที่ศาลาไม้ไผ่อีก
ห้องคหกรรมชั้นหนึ่ง อาคารคหกรรม ลักษณะภายในเหมือนห้องดุริยางค์ทุกประการ ยกเว้น ข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น ที่เปลี่ยนจากอุปกรณ์สำหรับเรียนดนตรี เป็อุปกรณ์สำหรับเรียนปรุงอาหาร (ทำกับข้าวหรือขนม) และงานฝีมือต่าง ๆ ... ถ้วย ชาม หม้อ จัดเรียงเป็ระเบียบอยู่ผนังฝั่งหนึ่งของห้อง มีโต๊ะไม้ยาวกว่าสิบตัว และเก้าอี้ไม้ล้อมรอบโต๊ะห้าถึงหกตัว มองดูโปร่ง โล่ง สบายตากว่าชั้นสองของอาคารเดียวกัน
ถาดใส่อาหารหลากหลายวางอยู่บนโต๊ะ บริเวณประตูทางเข้า สมาชิกวงฯ ทยอยเข้าแถวเพื่อตักอาหาร และนั่งรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน พูดคุยกันเื่สัพเพเหระ... ข้าวร้อน ๆ กับข้าวสุดแสนอร่อยจาก ป้าอ้วน หญิงสูงวัยร่างท้วม ดัดผมเป็ลอน ผิวและหน้าตกกระ ดวงตาและริมฝีปากยิ้มอยู่เสมอ เชฟประจำของเด็กวงดุริยางค์โรงเรียนรัตนบารายหลายต่อหลายรุ่น ทำให้ทุกคนลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปอย่างสนิท
"ว้าว ๆ ๆ วันนี้มีแต่ของน่าอร่อย......พะแนงหมู ไข่ต้ม ผัดเปรี้ยวหวาน และนี่แหละของโปรดฉัน หมูทอดกระเทียมพริกไทย!" คนเห็นแก่กินฉีกยิ้มถึงใบหู ขณะที่เดินตักอาหาร
"ฉันเห็นแกกินทุกอย่าง แล้วก็อร่อยทุกอย่างป่ะ?" ประสิทธิ์ แซวเธอมาจากด้านท้ายแถว น้อง ๆ ที่ได้ยินต่างพากันหัวเราะชอบใจ
"ใช่! ฉันเห็นแกกินทั้งวัน ไม่ยักกะอ้วน....แกมีหลุมดำในท้องรึไงนะ ยัยสา" ลลิตหนุนประสิทธิ์ ตักข้าวไม่ได้มองหน้าคนที่เธอแซว..
ทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อน ๆ ม.6 นั่งอยู่ก่อนแล้วสองสามคน พูดคุย และกินข้าวด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย และสุขใจ ใบหน้าของทุกคน เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม สนุก และมีความสุข อาการเสียขวัญและความเหน็ดเหนื่อย ได้หายไปแล้ว ... ด้วยกับข้าวฝีมือป้าอ้วน..
"ปกปักร์ เอานี่ลูก..." ป้าอ้วน เสียงสดใส กวักมือเรียกปกปักร์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับทัศนะ พลกฤษ และยุทธา ยื่นจาน "ผัดผักรวม" ที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวิญญาของเนื้อสัตว์ชนิดใด ๆ ให้ปกปักร์
"ขอบคุณครับ"
"โห--..ป้า ลำเอียงอีกแล้ว ทำพิเศษให้แต่ไอ้ปักร์...ของผมล่ะ?" ไม่พ้นที่ทัศจะแซวป้า..
"มึงก็แซวป้าตลอด..โน้น--ของมึง ตักเอง แดกเอง ไป" ยุทธ ผลักหัวทัศเล่นตามประสาคนสนิท
"มึงจะกินแบบไอ้ปักร์ก็ได้นะ กูไม่ห้าม" กฤษเสริม
"เื่อะไร ให้กูกินแต่ผัก โปรตีนไม่มี...ไม่ใหญ่ไม่ยาวกันพอดี ฮ่า ๆ ๆ" ทั้งห้องพากันหัวเราะครืน--กับคำพูดสองแง่สองง่ามของทัศนะ...แม้กระทั่งรสา และลลิต ก็อดอมยิ้มไม่ได้...
"รสา แกอาจไม่รู้เพราะเพิ่งเข้าวงฯ มา..."
"เื่อะไร?"
"ปักร์เขาไม่กินเนื้อ!"
"ทุกชนิดเลยหรอ?"
"ไม่รู้เหมือนกัน"
"ทำไมล่ะ..." รสาสงสัย "...เสียชาติเกิดนะเนี่ย ไม่ได้ลิ้มลองรสชาติเนื้ออันหอมหวาน"
"ฉันก็ไม่รู้...อยากรู้ก็ไปถามเขาเองซิ!..." ลลิตยิ้ม ใบหน้าออกสีชมพู "...ฉันไม่กล้าคุยกับเขาหรอก.."
"นายชาเย็นนี่ แปลกจริง ๆ ลึกลับ ความลับจะเยอะไปไหน?" รสาพูดกับตัวเอง ยกนิ้วชี้ขึ้นมาลูบคางอย่างเผลอตัว ในหัวของเธอยามนี้ลืมเื่กินไปชั่วขณะ ต่อมอยากรู้อยากเห็นเื่ลึกลับทำงานเต็มกำลัง แผนการล้วงความลับของบุรุษก้อนน้ำแข็งก็ผุดขึ้นมาในหัว.....เธอมองไปทางคนไม่กินผัก!
--ยิ้มอย่างมีเลิศนัย--
****จบตอน****