“สมุนไพรที่ว่านั่นมีชื่อว่า เฟอเรน มีลักษณะเป็พืชดอกขนาดเล็กที่มีกลีบดอกสีเขียวและมีเกสรเล็กๆ สีเหลืองตรงกลาง” เซ็ตกล่าวขณะพยายามทำมือประกอบการอธิบาย“ส่วนสำคัญของมันอยู่ตรงราก ...แต่หากท่านเจอกับสมุนไพรอื่นๆ ที่รู้จักจะเก็บมาเพิ่มด้วยเลยก็ได้”
หลังคำอธิบายนั้นไมเคิลก็ได้แต่หลุดขำออกมาเจือนๆในชีวิตจริงเขาก็ไม่ค่อยสันทัดเื่สมุนไพรอยู่แล้ว อาจพอรู้จักบ้างแต่ก็ไม่ได้ช่ำชองยิ่งมาเป็สมุนไพรในเกม โดยเฉพาะแค่จากรูปลักษณ์ที่เซ็ตอธิบายมาไมเคิลก็มั่นใจเลยว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน
“แล้ว... ไอ้เฟอเรนที่ว่าเนี่ย มันหายากมากรึเปล่า?”
“จะว่ายากก็ไม่ยากแต่จะว่ายากมันก็ยาก...”
คำพูดกลับกลอกของเซ็ตทำให้ไมเคิลเอียงคอด้วยความสงสัย เซ็ตที่เห็นดังนั้นจึงพอเดาได้ว่าไมเคิลอาจไม่รู้เื่สมุนไพร
“จากที่เคยอ่านในหนังสือ ต้นเฟอเรนเป็พืชหายากที่มักพบตามเขตป่าอันตรายเลยไม่ค่อยตกอยู่ในมือสามัญชนทั่วไป แต่จะเป็ที่นิยมใช้กันในหมู่ขุนนางและพ่อค้าระดับสูง...อะ แฮ่ม เอาเป็ว่า มันไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ แต่ถ้าสังเกตุดีๆ ก็อาจพอหาได้ความหายากของมันอยู่ตรงที่มีเกสรเพียงอันเดียว และยังมีขนาดเล็กพอๆ กับเข็มหมุด”
“อะ โอ้ว...”
“ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายกันตามหาได้แล้ว...”
หลังพูดจบเซ็ตก็แยกตัวไปทางด้านขวา
“เป็งานที่ต้องใช้สมาธิและการสังเกตสินะ...”
ไมเคิลบ่นพลางละสายตาจากเซ็ตที่ห่างออกไปไกล สิ่งที่เขาต้องตามหาก็คือดอกไม้สีเขียวซึ่งมีจุดเล็กๆสีเหลืองตรงกลาง
หลังยื่นนิ่งไม่ขยับเขยื้อน สายตามองล้วงลึกเข้าไปในป่าข้างหน้า
ในระยะสายตาของไมเคิลนั้นมองเห็นได้เพียงสีเขียวของป่า มีแต่สีเขียวสีเขียว และก็สีเขียวเต็มไปหมด
“เฮ่อ... เห็นแค่นี้ก็ทำเอาเหนื่อยใจแล้ว ไม่สิ... ไม่ได้ๆ จะมาท้อแท้เอาตอนนี้ไม่ได้นะเออตัวเรานี่ถือเป็งานเก็บสมุนไพรครั้งแรกที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเลยนะแถมยังอาจมีงูะโมากัดจากตรงไหนก็ได้อีกด้วย...”
หลังพูดให้กำลังใจตัวเองแบบแปลกๆ ไมเคิลก็ได้หลับตาลงทำใจให้สงบเพื่อที่ว่าจะได้มีสมาธิ ทำท่าสุดหายใจเข้าออก แม้ว่าจริงๆ จะไม่สามารถหายใจได้จริงในโลกเกม
ดวงตาเปิดขึ้น เพ่งมองทุกสิ่งในระยะสายตาอย่างมีสมาธิ ในขณะเดียวกันก็ได้ปรากฏจุดสีแดงขึ้นสามจุดบนไอคอนแผนที่นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างข้อความอธิบายปรากฏขึ้นมาอีกด้วย
“...โผล่มาอีกแล้ว”
ไมเคิลกดปิดหน้าต่างข้อความนั่นไปก่อนหน้าเองก็มีหน้าต่างข้อความคล้ายๆ กันนี้โผล่มาหลายครั้ง มันเป็ส่วนหนึ่งของ Tutorealเพียงแต่ครั้งนี้ปรากฏขึ้นเพื่ออธิบายเกี่ยวกับจุดสีแดงบนไอคอนแผนที่
“...สามตัวสินะ?” มือขวาเคลื่อนไป กำไว้ที่ด้ามดาบ “ได้เวลาแห่งการล่า!”
ร่างกายพุ่งทยานออกไปด้วยความเร็วรวดเร็วยิ่งว่าที่เขาสามารถทำได้ในชีวิตจริง
...ดาบได้ถูกชักออกมา
ไมเคิลพยายามทำท่าเลียนแบบกระบวนดาบที่มีในความทรงจำฉับพลันฆ่าศัตรูทั้งหมดในระยะสายตา
เหล่างูสีเขียวทั้งหลายที่ซุ่มอยู่ต่างถูกฆ่าโดยไม่ทันตั้งตัวไม่แม้แต่จะได้ทันกรีดร้องพวกมันก็ได้ตกตายไปเสียก่อน
“ฟู่ แบบนี้มันจะโกงไปหน่อยไหมนะ? แต่ก็ช่างเถอะรีบหาสมุนไพรที่ว่านั่นให้เจอดีกว่า... อ๊ะ!”
อยู่ๆ ไมเคิลก็เอียงตัวหลบด้วยท่าทีเหยเก ดูแล้วตลก
งูตัวหนึ่งพุ่งกระโจน ทำท่าทางพยายามงับด้วยคำเขี้ยวแหลมคม ทะลุผ่านจุดที่ไมเคิลยืนอยู่ก่อนหน้านี้ก่อนจะถูกฟันทิ้งในทันที
“เกือบไปแล้วๆ ตัวที่ซ่อนอยู่หรือมองไม่เห็นจะไม่ปรากฏบนเรดาห์งั้นสินะ... เอาเป็ว่า คงต้องระวังกว่านี้ซักหน่อยแล้ว”
ไมเคิลบ่นพลางกวาดสายตามองรอบๆ ทำท่าทางระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม
...โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีสายตาของเซ็ตจ้องมองมาแต่ไกล
*
ไมเคิลเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าดอกไม้สีเขียวต้นหนึ่ง ลักษณะของมันดูคล้ายกับที่เซ็ตกล่าวมาทุกประการเว้นก็แต่เกศรตรงกลางที่ตูมบาน เหมือนแดนดิไลออนใกล้ผลัดเกสร
“...จะใช่รึเปล่านะ?” ไมเคิลเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้พลันมีข้อความปรากฏถามขึ้นมาว่า ้าที่จะประเมินไอเทมหรือไม่?
นิ้วได้จิ้มลงไปตรงคำว่าใช่
เมื่อได้อ่านข้อมูลที่ปรากฏขึ้น ไมเคิลก็เปลี่ยนกลับไปทำท่าทางห่อเหี่ยวพลางบ่นว่า ...อันนี้ก็ไม่ใช่อีกแล้วสินะ ก่อนหันเพ่งมองสิ่งที่อยู่ด้านหลัง
ไม่กี่วินาทีผ่านไปก็ได้ปรากฏออร่าสีฟ้าบางอย่างขึ้นห้อมล้อมพืชหลายชนิดบริเวณนั้น
ประเมิน เป็อีกหนึ่งระบบที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาเมื่อไม่นานนี้ซึ่งออร่าสีฟ้าที่ว่านั่นคงเป็หนึ่งในระบบที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน...อย่างน้อยไมเคิลก็คิดว่าน่าจะเป็แบบนั้น
ไอเทมทั้งหลายที่ได้ผ่านการประเมินมาก่อน หากเป็ไอเทมมีค่าแม้ไม่ต้องมองหา เพียงแค่ยื่นจ้องอยู่ไม่กี่วินาทีก็จะปรากฏออร่าสีฟ้าขึ้นห้อมล้อมวัตถุเ่าั้ซึ่งระบบนี้น่าจะทำงานรูปแบบเดียวกับระบบตรวจจับศัตรูบนแผนที่
เพียงแต่ว่า...
“ขอแค่อันเดียวเท่านั้น... ขอเจอแค่อันเดียวก็พอ”
...ถ้าไม่เคยได้ประเมินไอเทมนั้นๆ มาก่อน ก็ไม่มีทางที่ระบบนี้จะช่วยอะไรได้
“...แค่อันเดียว?”
เสียงถามฉงนของเซ็ตที่ดังมาจากด้านข้างทำให้ไมเคิลหันมอง
ภาพตรงหน้าที่เห็นยังคงเป็เซ็ตคนเดิมเพียงแต่สิ่งที่ไมเคิลให้ความสนใจตอนนี้นั้นไม่ใช่เซ็ตแต่เป็สิ่งที่ถืออยู่ในมือซ้ายของเธอ
ไมเคิลเร่งวิ่งเข้าหาเซ็ตอย่างไว ทำท่าะโโลดเต้นดีใจ ทำเอาเซ็ตผงะเสียจนแทบถอยหนี
มือทั้งสองของไมเคิลกุมเข้าที่มือซ้ายของเซ็ตพร้อมสิ่งที่อยู่ในมือเธอเขย่ามันขึ้นลงเบาๆ อย่างตื่นเต้นพลางพูดขอบคุณออกมาไม่หยุด
“เธอเจอมันแล้วสินะ ช่วยได้มากจริงๆ”
ไมเคิลกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส โดยที่หากมองเห็นหน้าตอนนี้ก็อาจทำสายตาระยิบระยับอยู่ภาพของชายหนุ่มผู้ดีใจจนน้ำตาไหลที่สามารถหาสมุนไพรกลับไปรักษาภรรยาที่ป่วยอยู่ผุดขึ้นมา
เซ็ตที่กำลังสับสนงงง่วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำได้เพียงแต่ตอบสั่นๆว่า อือ... หรือ อ่า... เท่านั้น ก่อนที่ไมเคิลจะบ่นออกมาประมาณว่า อ๊ะ แบบนี้มันเข้ารูทจีบสาวชัดๆและรีบปล่อยมือในทันที
“ขออนุญาติคราบบ”
ไมเคิลกล่าวพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ต้นเฟอเรนเซ็ตถืออยู่กดประเมินทันทีโดยไม่รีรอ ก่อนรีบหันจ้องพื้นที่ก่อนหน้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพร
ออร่าสีฟ้าปรากฏขึ้นห้อมล้มสมุนไพรเหมือนเช่นเคย เพียงแต่ว่า...
“ไม่มีจริงๆ ด้วยสินะ...”
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจำนวนออร่าสีที่ขึ้นล้อมสมุนไพรยังคงมีจำนวนเท่าเดิม หรือจะพูดให้ถูกก็คือไมเคิลได้ควานหาสมุนไพรที่ไม่มีอยู่จริงมานานมากแล้วนั่นเอง
แต่ก่อนจะถอดใจ สายตาของไมเคิลก็ได้สบเข้ากับบางสิ่งที่ห่างไปไกลอยู่ไกลจนเห็นได้เป็เพียงจุดเล็กๆ สีทอง
สิ่งนั่นดึงดูดความสนใจของไมเคิลเมื่อเพ่งมองซักระยะก็รู้สึกราวกับดวงตากลายเป็กล้องส่องทางไกลที่ขยายภาพเบื้องหน้าขึ้นมาอย่างเด็นชัด
“เจอแล้ว!”
ไมเคิลรีบพุ่งพรวดออกไป
เดี๋ยวก่อน ทางเซ็ตเหมือนพยายามกล่าวห้าม แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน สุดท้ายเธอจึงทำได้เพียงพยายามวิ่งตามไมเคิลที่พุ่งทยานไปด้วยความเร็ว
ไมเคิลวิ่งตรงไม่มีติดขัดราววิ่งบนพื้นราบ อุปสรรค์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็งูหรือกิ่งไม้ทุกสิ่งที่ขวางทางต่างโดนฟาดฟันให้หายไป ใช้เวลาไม่นานไมเคิลก็ได้มาถึงที่หมาย
“หึ หึ ในที่สุดชั้นก็เจอแกซักทีคิดว่าจะซ่อนตัวจากชั้นคนนี้ไปได้งั้นหรอ? ไม่มีวันซะหรอก!”
หลังหยุดวิ่ง ไมเคิลก็ได้พูดจาถากถางออกมาราวผู้ชนะ เป็คำพูดของชายผู้ไม่ย่อท้อแม้จะเกือบท้อไปครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม
เสียงวิ่งดังตามมาด้านหลัง เป็เซ็ตผู้ตามมา ความจริงแล้วความเร็วของเซ็ตกับไมเคิลนั้นไม่ได้ต่างกันมากเพียงแค่เธอไม่สามารถวิ่งหลบรากไม้ได้ไวเป็ลิงอย่างไมเคิลก็เท่านั้น
“ทำบ้าอะไรของท่านกัน! แบบนี้มันอันตรายนะ”
เมื่อตามหลังมาทันเซ็ตก็ได้ร้องะโออกมาอย่างฉุนเฉียวจนเมื่อไมเคิลพยายามกล่อมให้เธอสงบลง ว่าให้ใจเย็นๆ ลงก่อน และชี้ให้เธอเห็นถึงสิ่งที่เขาวิ่งหา
สิ่งที่เซ็ตเห็นทำให้เธอเปลี่ยนไปทำท่าทีใ
“นี่มัน... ทั้งที่ไกลขนาดนั้นแล้วท่านมองเห็นได้ยังไงกัน?”
น้ำเสียงของเซ็ตยังคงเจือปนฉุนเฉียว แม้จะเบาบางลงแล้วแต่ก็ััได้ว่าเธอยังคงโกรธอยู่
“พอดีว่าชั้นสายตาดีน่ะ ฮ่า ฮ่า”
เซ็ตส่งเสียงหึออกมาเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งสิ่งที่ไมเคิลพูดนั้นเป็ความจริง เพราะั้แ่เขาเล่นเกมนี้มาเขารู้สึกว่าสายตาดีกว่าแต่ก่อนจริงๆ
“เฮ่อ ความจริงเฟอเรนแค่รากเดียวก็ถือว่าพอแล้ว แต่ถ้า...”
คำพูดของเซ็ตหยุดชะงักเนื่องจากสายลมวังเวงที่พัดผ่าน เซ็ดแหงนหน้ามองต้นไม้สูง้าที่สายลมตกกระทบพลันรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง ทางไมเคิลเองก็ก็ดูจะรู้สึกเหมือนกันเพราะเขาเองก็หันมองรอบๆ เช่นเดียวกับเซ็ต
“...นี่มันเงียบสงบเกินไป”
“ดูเหมือนว่าชั้นจะไม่ได้คิดไปเองคนเดียวสินะ...”
ภายในป่านี้เงียบสงบต่างจากที่เซ็ตเคยได้ยินมา ซึ่งความสงบสุขนี้ทำให้เซ็ตรู้สึกกลัวไมเคิลเองก็ััได้ถึงความเงียบนี้มานานมากแล้วเขาเพียงแค่รอคำยืนยันจากเซ็ตเท่านั้น
“พวกเรารีบออกจากป่ากันเถอะ”
ไมเคิลพยักหน้าเห็นด้วยกับเซ็ต สำหรับเื่นี้เขาไม่มีข้อโต้แย้ง