บทที่ 24 จอมบงการทั้งสี่แห่งร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจ
ผู้คนที่มากินอาหารที่ร้านอาหารของรัฐในเขตซีเจียง สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในวันนี้ได้อย่างชัดเจนกลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาจากห้องครัวด้านหลังชวนให้น้ำลายสอยิ่งกว่าครั้งก่อน ๆ และป้ายรายการอาหารที่หน้าต่างสั่งอาหารก็มีน้อยลง
"สหาย ทำไมป้ายรายการอาหารอื่น ๆ ถึงหายไปหมดล่ะ ถ้าไม่มีป้ายรายการอาหาร พวกเราจะสั่งอาหารยังไง?" อาหนิวที่ยืนอยู่ที่หน้าต่างถูกถามด้วยน้ำเสียงไม่พึงพอใจนัก
อาหนิวทำหน้าบึ้งตึง "บ่นอะไรนัก! บ่นอะไร!"
"หัวหน้าพ่อครัวคนเก่าของร้านอาหารเราถูกเบื้องบนลงโทษไปแล้ว ตอนนี้มีหัวหน้าแม่ครัวคนใหม่มาแทน พอมาทำงานวันแรกเธอก็คิดถึงพวกคุณก่อนเลย ทั้งยังบอกอีกว่าอยากให้ประชาชนได้กินอาหารร้อน ๆ เร็วขึ้น แต่พวกคุณกลับเอาแต่บ่น จะเอาอย่างนั้นจะเอาอย่างนี้ฉันรู้สึกเสียใจแทนหัวหน้าแม่ครัวของเราจริง ๆ !"
ชายที่โดนพ่นน้ำลายใส่หน้าเกาหัวเก้อเขิน "คือว่า... ได้กินอาหารร้อน ๆ มันก็ดีอยู่หรอกแต่มันไม่ควรมีแค่ไม่กี่อย่างสิ"
ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าร้านอาหารของรัฐมีอาหารหลากหลาย เขาเลยอุตส่าห์มาถึงที่นี่เพื่อเปิดหูเปิดตาแต่ทำไมถึงมีแค่ไม่กี่อย่างล่ะ แถมยังไม่มีให้เลือกด้วยซ้ำช่างน่าผิดหวังจริง ๆ
"นั่นก็เพราะทำแบบนี้มันเร็วกว่าไง!"
เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นยังคงมีสีหน้าไม่พอใจ อาหนิวจึงแค่นเสียงพูด"หัวหน้าแม่ครัวของเราบอกว่า ต้องคำนึงถึงมนุษยธรรมด้วย ถ้าคุณไม่ชอบอาหารที่มีอยู่จะสั่งอย่างอื่นก็ได้ แต่ถึงยังไงคนส่วนน้อยต้องก็เป็รองคนส่วนมากอยู่ดีคุณต้องรอให้หัวหน้าแม่ครัวทำอาหารของลูกค้าคนอื่นให้เสร็จก่อน หัวหน้าแม่ครัวถึงจะทำของคุณได้!"
ชายคนนั้นถูกเธอตอกกลับจนพูดอะไรไม่ออก หากอยากกินเร็ว ๆ ก็ต้องกินเหมือนคนอื่น แต่ถ้าอยากกินอาหารที่ตัวเอง้า ก็ต้องรอไปก่อน
คนอื่น ๆ รู้สึกไม่พอใจกับท่าทีจอมบงการของร้านอาหารของรัฐเหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อพวกเขามีอำนาจอยู่ในมือ
ยิ่งไปกว่านั้น การได้มากินอาหารที่ร้านอาหารของรัฐสักมื้อก็ไม่ใช่เื่ที่ใครนึกอยากจะทำก็ทำได้แน่นอนว่าคนที่มานั้นไม่ได้มาคนเดียวแน่ ๆ แต่ยังพาเพื่อนร่วมงานหรือเหล่าญาติสนิทมิตรสหายมาด้วย จะให้คนอื่นต้องมารออาหารด้วยกันก็คงไม่ได้
เื่อะไรต้องยอมนั่งตาละห้อยมองโต๊ะอื่นกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกันเล่า!
เมื่อลองคิดเทียบกันแล้ว จึงไม่มีใครกล้าโต้แย้งอะไรอีก ทุกคนต่างกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างว่าง่ายนั่งรอกันไป ได้อะไรมาก็กินอันนั้น
เฮ้อแค่มากินข้าวมื้อเดียวยังลำบากขนาดนี้ ต่อไปพวกเขาจะไม่มาที่ร้านอาหารของรัฐอีกแล้ว!
ทว่าในชั่วพริบตาความคิดแบบเดียวกันก็ผุดขึ้นในใจของลูกค้าที่กำลังรู้สึกหงุดหงิด
ขณะที่นั่งรออยู่นั้น กลิ่นอาหารหอม ๆ จากครัวด้านหลังที่ลอยมาเตะจมูกของพวกเขาก็ชวนให้น้ำลายสอมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนที่นั่งอยู่รู้สึกเหมือนมีตะปูวางไว้ใต้ก้น จนนั่งไม่ติดที่
"กลิ่นอาหารมันหอมขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"
"หัวหน้าแม่ครัวคนใหม่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ? พระเ้า น้ำลายจะไหลแล้ว!"
"สหายทำไมอาหารยังไม่เสร็จอีกล่ะ พวกเราแทบจะรอไม่ไหวแล้วนะ!"
อาหนิวพูดเรียบ ๆ "สาวงามไม่ต้องกังวลเื่แต่งงานฉันใด อาหารอร่อยก็ไม่ต้องกลัวช้าฉันนั้น จะรีบร้อนไปทำไมกัน!"
"ดูพวกนั้นสิ เมื่อกี้ยังทำหน้าไม่พอใจ เหมือนร้านอาหารของรัฐไปติดหนี้พวกเขาอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ เฮอะ แต่ละคนแทบจะเลียจานกันอยู่แล้ว!"
หนิวชิงเฉ่าทยอยยกอาหารทั้งหมดออกไปเสิร์ฟรอบหนึ่งแล้วกลับมา เชิดคางสูงอย่างภาคภูมิใจ
"เมื่อก่อนพวกเราใจดีกับพวกเขาเกินไป ตอนนี้มีอะไรกินได้ก็กินหมด แถมยังสบายกว่าเดิมเยอะเลย!"
ก่วงซุ่นในตอนนี้รู้สึกนับถือสวีเถาเถาจนไม่สามารถบรรยายเป็คำพูดได้อีกต่อไปแล้ว เขาจึงเอาความประจบประแจงที่เคยใช้กับพ่อครัวซุนมาใช้กับสวีเถาเถาคนเดียวหมด
"เพราะอาจารย์สวีฝีมือดีน่ะสิ ตอนที่อาจารย์ซุนยังอยู่ ไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ" ก่วงซุ่นพูดด้วยความกระตือรือร้น
หนิวชิงเฉ่าพยักหน้าเห็นด้วยอย่างสุดแรง"พูดได้ถูกต้องมาก!"
เมื่อสวีเถาเถาได้ยินทั้งสองคนพูดยกยอปอปั้นตัวเองอย่างนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ความรู้สึกไม่พอใจที่ต้องมาเป็คนทำอาหารก็ลดน้อยลงไปด้วย
เธอไม่ควรเอาเื่นี้มาคิดมาก การเป็ลูกจ้างชั่วคราวนั้นสบายก็จริง แต่เทียบไม่ได้กับการเป็หัวหน้าแม่ครัวหญิงที่เป็พนักงานประจำและมีตำแหน่งงานแน่นอน แถมเงินเดือนของเธอก็ยังจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เมื่อเทียบกันแล้ว แม้จะเหนื่อยหน่อย แต่สวีเถาเถาก็ทนได้
่บ่ายวันนั้น สวีเถาเถาไปทำเื่โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลังจากสอบถามแล้วก็พบว่าเงินเดือนของหัวหน้าแม่ครัวนั้นสูงถึง 46.5 หยวน ซึ่งเกือบจะเท่ากับเงินเดือนของสวีต้ากวงแล้ว
ความไม่พอใจที่อยู่ในใจของสวีเถาเถาก็หายวับไปในทันที
่บ่ายเธอยังคงทำอาหารด้วยความกระตือรือร้น จนกลิ่นหอมที่โชยออกมาจากร้านอาหารของรัฐทำให้ผู้คนบนท้องถนนท้องร้องกันระงม
"จินฮวา วันนี้เธออยากกินอะไรก็สั่งเลยนะฉันเอาเงินกับคูปองมาเยอะ กินให้เต็มที่ไปเลย!"
กลุ่มวัยรุ่นสี่ห้าคนเดินเข้าไปในร้านอาหารของรัฐแล้วเลือกนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงกลางราวกับดวงจันทร์ที่มีดวงดาวรายล้อม เพราะชายอีกสี่คนต่างคอยเอาอกเอาใจ
ชายที่พูดประโยคนั้นดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม เนื่องจากเขาแต่งตัวดีกว่าชายอีกสามคน อย่างน้อยเสื้อผ้าของเขาก็ไม่มีรอยปะชุน หวีผมเรียบกริบจนขึ้นเงามันวาว แม้ว่าหน้าตาจะธรรมดา แต่ท่าทางที่ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยนั้นดึงดูดความสนใจจากคนอื่น ๆ เป็อย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าเขามีใจให้หญิงสาวที่นั่งตรงกลาง แต่เธอกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา
หญิงสาวที่ถูกห้อมล้อมนั้นมีรูปร่างหน้าตาสะสวย สวมชุดกระโปรงลายตารางสีชมพู ผมยาวสลวยถูกปล่อยยาวลงมาจนระบ่าสะพายกระเป๋าหนังสีขาวใบเล็ก ทำให้เธอดูน่ารักอ่อนหวานอีกทั้งยังพูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแ่เบา
"ฉันไม่มีอะไรอยากกินเป็พิเศษหรอก พวกคุณสั่งกันเถอะค่ะ ฉันชอบอาหารรสอ่อน อย่าสั่งอาหารที่มีรสจัดก็พอ"
ทันใดนั้นชายคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า "งั้นพวกเราจะไม่สั่งอาหารรสจัดก็แล้วกัน เดี๋ยวจะทำให้สหายหญิงไม่สบายใจเอาซะเปล่า ๆ ฮ่า ๆ ๆ !"
สหายชายคนอื่น ๆ ต่างพากันเห็นด้วย "ใช่ ๆ ให้สหายหญิงเป็หลักดีกว่า!"
เหยาจินฮวาแย้มยิ้มเล็กน้อย
ทว่าอันซู่เซิงกลับพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็ไรหรอก ทุกคนอยากสั่งอะไรก็สั่งเลย อย่างมากก็แค่สั่งเพิ่มอีกสองสามจาน ถึงสหายหญิงเหยาจินฮวาจะกินอาหารรสอ่อน แต่ผู้ชายอย่างพวกเราจะไม่กินเนื้อได้ยังไง ต้องของเค็ม ๆ มัน ๆ สิถึงจะอร่อย!"
พอได้ยินว่าพวกผู้ชายจะกินเนื้อกัน สีหน้าของเหยาจินฮวาก็เปลี่ยนไปทันที แต่ดวงตาของพวกผู้ชายกลับเป็ประกายวาววับ
"งั้นเอาตามที่พี่ซู่เซิงบอกดีกว่า!"
การเอาอกเอาใจผู้หญิงจะไปสำคัญเท่ากับการได้กินเนื้อได้ยังไง ยังไม่รู้เลยว่าทั้งปีนี้พวกเขาจะได้กินเนื้อกันสักกี่มื้อ แต่โอกาสที่ได้เอาอกเอาใจผู้หญิงน่ะ ยังมีอีกเยอะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น อันซู่เซิงก็พาเพื่อน ๆ ที่กำลังหัวเราะคิกคักเดินไปที่หน้าต่างสั่งอาหาร พวกเขาได้ยินมาว่าร้านอาหารของรัฐไม่ให้สั่งอาหารเองตามใจชอบ จะกินอะไรแต่ละทีก็ต้องกินตามที่หัวหน้าแม่ครัวเป็คนทำ ถึงคนอื่น ๆ จะยังมีอาการไม่พอใจอยู่บ้างแต่อันซู่เซิงกลับอารมณ์ดีและสั่งอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ในรายการอาหารวันนี้
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหมูตุ๋นซีอิ๊วน้ำแดงมันเยิ้มอยู่จานหนึ่ง
พอเหยาจินฮวาเห็น ก็มีสีหน้าตึงเครียดทันที
จริง ๆ แล้วในยุคนี้ไม่มีใครที่ไม่ชอบกินเนื้อหรอก แต่สำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่รักสวยรักงาม ต้องยับยั้งชั่งใจในเื่นี้เป็พิเศษ
เหยาจินฮวาบอกอันซู่เซิงว่าอย่าสั่งอาหารเค็ม ๆ มัน ๆ พวกนี้ แต่ความจริงแล้วเธอแค่กลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ก็เท่านั้นเองอันซู่เซิงนี่สมองกลวงหรือยังไง เธอบอกอะไรไปเขากลับทำตรงกันข้ามเสียหมด
ทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าอันซู่เซิงมีใจให้เธอ แต่เหยาจินฮวากลับรู้สึกว่าอันซู่เซิงไม่เคยใส่ใจเธอเลยสักนิด!
"ไม่คิดเลยว่าฝีมือของหัวหน้าแม่ครัวจะดีขนาดนี้ จินฮวา หมูตุ๋นนี่อร่อยมากจริง ๆ ฉันจะตักให้เธอชิ้นหนึ่งนะ"
เหยาจินฮวาทำหน้านิ่งปฏิเสธความหวังดีของอันซู่เซิง"ไม่ต้องหรอก คุณกินเถอะ"
อันซู่เซิงไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีไม่พอใจของเธอและกินหมูตุ๋นต่อไปอย่างเอร็ดอร่อย พลางชมไม่หยุดปาก
เหยาจินฮวากำตะเกียบในมือแน่น กินผักกาดขาวผัดเห็ดหอมที่อยู่ตรงหน้าเงียบ ๆ แม้รสชาติจะอร่อย แต่ว่า...
อาหนิวมองหญิงสาวที่เดินกลับมาอย่างแปลกใจ "สหายไม่ใช่ว่าโต๊ะของสหายเพิ่งสั่งอาหารแล้วกลับไปเมื่อกี้หรอกเหรอ?"
เหยาจินฮวาล้วงเงินและคูปองออกมาจากกระเป๋าหนังสีขาวใบเล็ก แล้วพูดกับอาหนิวด้วยท่าทางเอาอกเอาใจ"คุณอาคะ หนูอยากสั่งหมูตุ๋นซีอิ๊วน้ำแดงกลับบ้านหนึ่งที่รบกวนคุณอาด้วยนะคะ"