หลังจากที่คิมหันต์และเซร่าได้พูดคุยกัน ทั้งสองคนก็เริ่มมีความรู้สึกที่ดีให้กัน แม้ว่าคิมหันต์จะยังคงรักษาท่าทางที่ดูเ็าเอาไว้ แต่ก็ไม่มากเหมือนครั้งแรกที่เจอ
ส่วนหญิงสาวเองนั้น แม้ตอนแรกจะไม่ค่อยชอบหน้าคิมหันต์ และชอบหาเื่ทะเลาะกับเขาเสมอ ก็มีท่าทีเปิดเผยมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้อยู่ดี
“เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรทานกันเถอะ”
คิมหันต์บอกกับเซร่าที่ยังคงนั่งมองทะเลอย่างประทับใจ หลังจากดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเขา
“อื้อ”
เซร่าหันมาตอบรับพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง ชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน และยื่นมือให้เซร่าจับเพื่อฉุดให้เธอลุกขึ้น หญิงสาวมองมือของเขาอย่างลังเล
“เอ้า! แม่คุณ ชักช้าจริง ฉันหิวแล้วนะ”
“รู้แล้วน่ะ”
เซร่าทำหน้าย่นใส่คิมหันต์ พร้อมกับจับมือเขาและยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หน้ามืดและเซเล็กน้อย แต่คิมหันต์ก็ประคองตัวเซร่าเอาไว้ได้
“แหม! เห็นยื่นมือมาก็นึกว่าเป็สุภาพบุรุษดีหรอก แต่พอพูดออกมานี่ สุภาพบุรุษหายหมดเลยแฮะ” เซร่าผละออกมาจากคิมหันต์ และพูดประชดเขา ก่อนจะย่นจมูกใส่อย่างไม่สบอารมณ์
“เธอนี่ ช่างพูดมากเสียจริงนะ”
“เอ๊ะ!” เซร่าทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจที่โดนคิมหันต์ว่า
“อย่าชวนทะเลาะอยู่เลย รีบไปเถอะ แดดเริ่มแรงแล้ว เดี๋ยวเธอจะไม่สบายเสียก่อน”
คิมหันต์ตัดบทดื้อๆ พร้อมกับเดินนำเซร่าไปล่วงหน้า
“หึ! อีตานี่รู้จักห่วงคนอื่นเป็ด้วยแฮะ … อ๊ะ! รอด้วยสิ”
เซร่าพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะนึกขึ้นได้ จึงร้องเรียกให้คิมหันต์รอเธอ โดยเธอรีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว
คิมหันต์ตัดสินใจพาเซร่าไปทานอาหารพื้นเมืองที่ร้านเฟอร์เดอร์ตูร์
ปัง! แปะ แปะ แปะ
เสียงลูกโป่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือมากมายภายในร้าน ทำให้ชายหนุ่มและหญิงสาวหยุดชะงักด้วยความใ
“ยินดีด้วยครับ คุณลูกค้า คุณทั้ง 2 คนเป็คนที่ 1 แสนพอดีเลยครับ”
“หา?”
“วันนี้คุณทั้ง 2 คน จะได้รับประทานอาหารฟรี 1 มื้อ พร้อมกับบัตรสมาชิกสำหรับลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม 10% ในการใช้บริการครั้งต่อไป”
“แถมด้วย ตั๋วเที่ยวสวนสนุกในเมืองปารีส ตั๋วเข้าชมสวนพฤกษศาสาตร์ และตั๋วดูหนังที่โรงหนังฟรังซัวร์ โรงหนังชั้น 1 เป็ของสมนาคุณจากทางร้านครับผม”
“เอ้อ...ไม่เยอะไปหน่อยรึคะ?”
“ไม่หรอกครับ เป็การตอบแทนให้กับลูกค้าน่ะครับ เชิญตามสบายนะครับ”
อาหารกลางวันของร้านวันนี้ได้ทำเมนูพิเศษสำหรับลูกค้าผู้โชคดี โดยเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ก่อน คือไซเดอร์ (Cidre – เครื่องดื่มกึ่งไวน์ ที่ทำจากน้ำแอปเปิ้ล แต่ดีกรีอ่อนกว่า)
ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบสั่งให้เปลี่ยนเป็ไซเดอร์แบบไม่มีแอลกอฮอล์ทันที
เซร่ารู้สึกแปลกใจที่เห็นถ้วยดินเผาตั้งอยู่บนโต๊ะ เมื่อพนักงานเสิร์ฟนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ เขารินไซเดอร์ใส่ถ้วยดินเผา
พนักงานเสิร์ฟอธิบายว่า การดื่มไซเดอร์จากถ้วยดินเผานี้ จะทำให้รสชาติของไซเดอร์หวานเป็ธรรมชาติราวกับดื่มน้ำแอปเปิ้ล แต่จะได้ความซาบซ่าเหมือนกับการดื่มน้ำอัดลมเพิ่มเติม
อาหารจานหลักที่นำมาเสิร์ฟคือ ซุปปลาแบบเบรอตาญ โดยจะมีเนื้อปลา เนื้อกุ้ง เนื้อปูบดผสมกันมา และใส่เครื่องเทศให้มีสีเหลืองออกข้นๆ ร้อนๆ โรยหน้าด้วยชีสขูด และขนมปังกรอบ
ส่วนอีก 2 จานที่เหลือเป็ เนื้ออกเป็ด โดยที่ใช้แครอทบดแทนมันฝรั่งบด กับหอยแมลงภู่ที่อบมากับเนย หอมใหญ่สับ ท่านคู่กับมันฝรั่งทอด (เฟรนฟรายซ์)
“อิ่มจังเลย กินไม่ไหวแล้ว”
“อ้าว ไม่สั่งไอศกรีมแล้วรึ”
หญิงสาวส่ายหน้าจนผมกระจาย คิมหันต์อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“แล้วของพวกนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ”
ทั้งคู่มองตั๋วสวนสนุก ตั๋วดูหนัง ตั๋วชมสวนพฤกษศาสตร์ และของสมนาคุณอื่นๆ บนโต๊ะ
“สวนสนุกกับโรงหนัง นายเอาไปละกัน” เซร่ายกให้คิมหันต์ เพราะเธอคงไม่มีโอกาสได้ไป
“สวนพฤษศาสตร์ ฉันอยากไปนะ แต่..จะได้ไปรึเปล่าก็ไม่รู้”
“งั้นไปสวนพฤษศาสตร์กัน”
“หา?”
“เวลายังเหลืออีกเยอะ” คิมหันต์พูดพลางรวบรวมตั๋วทั้งหมดใส่ลงในกระเป๋าเป้สะพาย พร้อมกับลุกขึ้นยืน
“แต่....”
“เธออยากไปไม่ใช่รึ?” คิมหันต์ถามพลางยื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาว
“อื้ม” เซร่าฉีกยิ้มอย่างดีใจ พร้อมกับจับมือของเขาทันที
ทั้งสองคนใช้เวลาเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางประมาณ 30 นาที ก็ไปถึงสวนพฤษศาสตร์
ด้านหน้าของสวนพฤกษศาสตร์มีร้านค้าขายของที่ระลึกอยู่มากมาย สิ่งที่คิมหันต์สนใจก็คือ ร้านขายหมวก ซึ่งมีหมวกปีกกว้าง หมวกทรงสูง และสารพัดหมวกในร้าน
“เธอไปรอหน้าทางเข้าก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป”
ชายหนุ่มบอก และเดินจากไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากหญิงสาว
เซร่าเดินไปยืนรอตรงหน้าประตูทางเข้า เธอชะโงกหน้าเข้าไปดูด้านในที่สามารถมองเห็นบางส่วนภายในสวนแห่งนี้ได้
ดอกไม้มากมายหลากสีสัน ทำให้เซร่ารู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุข
สวบ!
“อะไรเนี่ย?” เซร่าร้องออกมาอย่างใ เมื่อมีหมวกบอยแค็บใบหนึ่งสวมลงมาบนศีรษะของเธอ
“เอาไว้กันแดดไง” คิมหันต์บอกเสียงเรียบๆ ก่อนจะยื่นตั๋วเข้าชมสองใบให้กับพนักงานที่ยืนอยู่หน้าประตู
“อะ….ขอบคุณนะ” เซร่าขอบคุณคิมหันต์ และเอามือจับหมวกให้เข้าที่ก่อนจะยิ้มอย่างเขินๆ ให้กับเขา
“เื่เล็กน่ะ” คิมหันต์บอกเซร่าพร้อมกับเดินนำเข้าไปในสวนพฤกษศาสตร์
ปกติคิมหันต์เป็คนที่เดินเร็ว แต่วันนี้เขากลับเดินทอดน่องเอื่อยๆ ไปพร้อมกับเซร่า
ชายหนุ่มรู้ว่าขาของเธอยังคงไม่หายดีมากนัก จึงไม่ควรเดินอย่างรีบเร่ง
เซร่าชมสวนดอกไม้นานาพรรณที่มีอยู่ภายในสวนแห่งนี้อย่างเพลิดเพลิน แม้ภายในสวนจะมีดอกไม้มากมาย แต่เซร่ากลับหยุดชะงักอยู่ที่สวนของดอกเดซี่ ที่กำลังอยู่ใน่ดอกตูมและใกล้จะบานในเร็ววันนี้
“มีอะไรเหรอ?”
“ดอกเดซี่ ฉันชอบดอกเดซี่ที่สุดเลย เพราะมันดูอบอุ่น อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม ที่สำคัญดูเหมือนมันจะบอบบางจนดูแตกหักได้ง่าย……คล้ายๆ กับฉันเลย”
เซร่าจ้องมองดอกเดซี่ด้วยสายตาชื่นชอบสีหน้าอ่อนโยน ก่อนจะรำพึงรำพันออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้คิมหันต์หันมามองเธอด้วยสายตาแปลกใจ และรู้สึกสะดุดหูกับคำพูดของเซร่า
“เธอเนี่ยนะ!! อ่อนหวาน บอบบาง น่าทะนุถนอม? ฉันว่าที่พูดออกมานั่น ตรงกันข้ามกับตัวเธอทั้งหมดเลยมั้ง”
คิมหันต์วิจารณ์เซร่าออกมาตรงๆ โดยไม่สนใจสีหน้าของหญิงสาวที่หันขวับจ้องมองเขาตาเขียว
“อย่างเธอน่ะ ฉันว่าน่าจะเหมือนกับดอกเยอร์บีร่ามากกว่านะ ดูสดใส ร่าเริง แล้วก็…...เหมือนม้าดีดกระโหลกน่ะ ฮ่า ฮ่า”
คิมหันต์รีบพูดชมเซร่าเมื่อเห็นสีหน้าที่บึ้งตึงของเธอ ก่อนจะตบท้ายประโยคด้วยการกัดเล็กน้อย พร้อมกับหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะดีขึ้นเมื่อเขาพูดชมเธอ แต่ก็หน้าบูดทันทีเมื่อฟังจนจบประโยค
“เอ๊ะ! นายนี่ ฉันไม่พูดด้วยแล้ว เชอะ!”
เซร่าสะบัดหน้าพรืดด้วยความไม่พอใจ แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากแปลงดอกเดซี่ โดยที่ชายหนุ่มเดินตามและยังคงหัวเราะไม่ยอมหยุด
หึหึ ยัยคนนี้ ทำหน้าโรแมนติกเป็เหมือนกันแฮะ…
แต่เอ…คำพูดที่ยัยนั่นพูดเมื่อครู่นี้
เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเลยแฮะ
คิมหันต์คิดถึงคำพูดของเซร่าเกี่ยวกับดอกเดซี่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดอะไรออก เสียงร้องเรียกของเซร่าที่เร่งให้เขาเดินเร็วๆ ก็ดึงความสนใจของเขาให้เลิกคิดเื่ที่เธอพูดเสียก่อนแล้ว
คิมหันต์และเซร่าพากันเที่ยวชมในสวนพฤกษศาสตร์กับอย่างสนุกสนาน จวบจนกระทั่งตะวันเริ่มโพล้เพล้ใกล้มืด
ชายหนุ่มจึงชวนให้เซร่ากลับ เพราะกลัวว่าที่สถานทูตจะพากันเป็ห่วงเธอ ทั้งคู่นั่งรถประจำทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองด้วยท่าทางที่เป็มิตรกันมากกว่าตอนขามา
เซร่ารู้สึกเหนื่อยอ่อน และผลอยหลับไปโดยเอนไปพิงกับไหล่ของชายหนุ่ม
หญิงสาวรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้มาเที่ยวแบบนี้ แม้จะมากับผู้ชายที่เธอไม่ถูกชะตาด้วยั้แ่แรกก็ตาม
คิมหันต์ไม่เคยได้ผ่อนคลายมากเท่านี้มาก่อน เนื่องจากตลอดเวลาที่เขาอยู่กับออยเฟ่ย์และเหมันต์ มีทั้งความสุขและความทุกข์
สุข...เพราะได้อยู่ใกล้กับออยเฟ่ย์ แต่ทุกข์...เพราะต้องเห็นภาพของออยเฟ่ย์กับเหมันต์ที่อยู่เคียงข้างกันตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเ็ปใจมาก
วันนี้การที่คิมหันต์ได้มาเที่ยวกับเซร่าถือเป็ครั้งแรกของเขาที่ได้มาเที่ยวกับผู้หญิงอื่นสองต่อสอง โดยที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ออยเฟ่ย์
คิมหันต์แอบมองเสี้ยวหน้าของเซร่าที่พิงหลับกับไหล่ของตนด้วยความคิดสับสนในใจ
แปลกดี...พออยู่กับยัยนี่แล้วรู้สึกสบายใจ
ทั้งๆ ที่กับผู้หญิงอื่นก็ไม่เป็...
หรือเพราะว่าตลอดเวลาเรามองแต่ออยเฟ่ย์งั้นหรือ.....
ก็เปล่านี่...เราเคยมองผู้หญิงคนอื่นแล้วนี่นา
แต่...ความรู้สึกก็ไม่เห็นเป็เหมือนกับที่อยู่กับยัยนี่แฮะ...
คิมหันต์สลัดหัวไล่ความคิดเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าตัวเขาจะเริ่มฟุ้งซ่าน พร้อมกับครุ่นคิดอย่างแปลกใจในตัวเองที่วันนี้ทั้งวันเขาไม่ได้นึกถึงออยเฟ่ย์เลยแม้น้อย
กระทั่งรถเริ่มเข้าสู่ตัวเมือง ความคิดที่เกี่ยวกับออยเฟ่ย์ก็เริ่มมีขึ้นมา
จริงสิ..วันนี้ออยเฟ่ย์จะเป็ยังไงบ้างนะ...
ตอนเช้าก็ไม่ได้เจอกันเลยนี่นา......
คง....เลิกร้องไห้ได้แล้วนะ....
คิมหันต์เอาแขนสอดไปด้านหลังของหญิงสาว และขยับตัวของเธอให้พิงกับอกของเขา เพื่อให้เธอนอนด้วยท่าที่สบายขึ้น
จากนั้นเขาก็ทอดสายตาเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ที่เริ่มเห็นภาพความวุ่นวายของผู้คนในเมืองตอนเย็น ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่เลิกงาน เลิกเรียน เพื่อตรงกลับบ้านของแต่ละคน และเป็ภาพที่คุ้นเคยมาตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่เมืองนี้
รถประจำทางได้จอดลงตรงป้ายเยื้องกับหน้าสถานทูตเล็กน้อย ชายหนุ่มและหญิงสาวก้าวลงจากรถประจำทางและเดินเคียงคู่กันไปยังด้านหน้าของสถานทูต โดยมีรปภ.ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ เมื่อรปภ.เห็น จึงเปิดประตูเล็กด้านข้างให้กับเซร่า
“ฉันส่งเธอแค่นี้ละกัน เธอคงเดินเข้าไปเองได้นะ” คิมหันต์มองเข้าไปภายในรั้วของสถานทูต
“อืม..” เซร่าตอบคิมหันต์ ก่อนจะมองหน้าและนิ่งเงียบไปทั้งคู่
“.......”
“งั้นฉันกลับก่อนล่ะ เธอรีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวพ่อแม่จะเป็ห่วง” คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น พร้อมกับบอกลา
“เอ้อ....คิม..หันต์”
เซร่าร้องเรียกคิมหันต์อย่างเก้อเขิน เพราะไม่เคยชินกับการเรียกชื่อของเขา
“หืม?”
“เอ่อ....คือ...วันนี้....ขอบคุณนะที่มาช่วยฉันไว้ ....แล้วก็....เอ่อ....ขอบคุณที่พาฉันไปเที่ยวด้วยน่ะ”
เซร่าเอ่ยขอบคุณคิมหันต์อย่างตะกุกตะกัก เพราะความเขินอาย ใบหน้าเป็สีชมพูเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร” คิมหันต์บอกเสียงเรียบพร้อมกับกลั้นยิ้ม
ท่าทางของเซร่าที่เขินอาย ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจระคนเอ็นดู เนื่องจากเวลาปกติ เธอไม่มีท่าทีเช่นนี้แม้แต่น้อย
“งั้น...ฉันเข้าบ้านก่อนนะ” เซร่าจับแววล้อเลียนในน้ำเสียงของเขาได้ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเขินมากยิ่งขึ้น
“เดี๋ยวก่อน.....มิยาเกะ”
“เอ้านี่..ฉันให้เธอ”
คิมหันต์ล้วงหยิบพวงกุญแจที่เป็รูปดอกเดซี่สีเงิน ที่เขาแอบไปซื้อเอาไว้ออกมา และยื่นให้ตรงหน้า หญิงสาวมีสีหน้าและแววตาดีใจปนแปลกใจ
“ฉันเห็นเขาขายอยู่ แล้วเธอก็ชอบดอกไม้นี่ ก็เลยซื้อให้....เอ่อ...เป็ที่ระลึกสำหรับการไปเที่ยววันนี้ละกัน”
คิมหันต์อธิบายให้เซร่าฟังก่อนจะบอกเหตุผลของการซื้อให้อย่างตะกุกตะกักตอนท้ายประโยค
“ขอบคุณนะ” เซร่ารับมาพร้อมกับยิ้มให้ด้วยความดีใจ
“งั้นไปนะ”
คิมหันต์บอกลาเซร่า พร้อมกับหันหลังและเดินจากเซร่าไป โดยมีสายตาของเซร่ามองส่งตามหลัง