‘ในโลกใบนี้ สิ่งที่ถูกคนรุ่นก่อนทิ้งไว้ ล้วนถูกเรียกว่ามรดก ก็เหมือนกับท่านได้รับมรดกเป็ที่ดินหรือเงินทอง อย่างที่พวกมนุษย์เ่าั้ทำนั่นแหละ เพียงแต่ที่ท่านได้รับก็คือข้า’
เมื่อเสียงนั้นเงียบลงข้อมือของนางก็มีความอบอุ่นสายหนึ่ง แม้รอบข้อมือจะยุบหายไปแล้ว แต่ยังสามารถรับรู้ว่ามันยังอยู่ตรงนั้น
อ้ายเชียนก้มลงมองข้อมือนิ่ง ไม่รู้ว่าอึ้งหรือคิดอะไรอยู่กันแน่
‘สิ่งที่ท่านต้องทำต่อไปก็คือ หลับตาลง ใช้ความรู้สึกของท่านััเข้ามาที่ข้อมือ ก่อนจะค่อยๆส่งจิตของท่านเข้ามา’
อ้ายเชียนไม่พูดมาก เมื่อนางได้ยินเสียงเล็กๆบอกอย่างนั้น ก็ลองทำในทันที นางเพ่งสมาธิไปที่ข้อมือ กลับสามารถมองเห็นกำไลข้อมือหยกสีดำ ซึ่งถูกสลักเอาไว้ด้วยอักษรแปลกๆ ที่อ่านไม่ออกแต่กลับงดงามเส้นหนึ่ง
แต่ที่แปลกคือ นางกลับมองไม่เห็นมันในตอนแรก
‘ช้าๆใจเย็นๆ ท่านมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของข้าแล้ว ท่านต้องค่อยๆทำสมาธิมองเข้ามาในกำไล คิดว่าท่านอยากเข้ามา ช้าๆ ช้าๆ’
เสียงเล็กๆนั้นไม่เหมือนปลอบโยนได้ แต่สามารถทำให้อ้ายเชียนสงบลงจริงๆ ในความคิดของนางค่อยๆมองเห็นม่านบางโปร่งแสงเปิดออก ก่อนที่ภาพแปลกๆจะปรากฎตรงหน้า
‘นี่เป็โลกใบเล็กของท่าน นี่คือสิ่งที่เป็มรดกของท่าน’ เสียงเล็กยังไม่หายไป แต่อ้ายเชียนกลับใจนเผลอดึงจิตกลับมา
นางกระพริบตาปริบๆ มองข้อมือที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างโง่งม พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
‘เมื่อท่านฝึกฝนไปสักระยะแล้ว จะสามารถอยู่ในโลกได้มากขึ้น เมื่อครู่ท่านมาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ท่านไม่ทันเห็นร่างจำแลงของข้าด้วยซ้ำ’ เสียงนั้นคล้ายเยาะเย้ยหลายส่วน
“ข้า...นั่นมันอะไรกัน” สิ่งที่อ้ายเชียนมองเห็นไม่อาจบรรยายได้ มันคือ...ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ผู้คนมากมายอาศัยอยู่กระจัดกระจายไปตามเทือกเขา มีสัตว์ มีอาคาร มีเมือง มีทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่ขณะที่นางกำลังจะขยายขอบเขตไปกว้างไกลกว่านั้น อยู่ๆก็ถูกดึงกลับมา ...เมื่อครู่คืออะไรกัน
‘ทุกสิ่งในโลกใบนั้นเป็ของเ้านาย ข้าเป็ผู้ดูแลมรดก และเลือกท่านเพื่อสืบทอดเจตจำนงของเ้าของคนเก่า ผู้มาจากโลกแล้นแค้นเช่นท่าน ไม่น่าจะฝึกยาก’ เสียงดูแคลนดังขึ้นอีกครั้ง
“เ้า...รู้...” อ้ายเชียนอึกอัก
‘เ้านายท่านโลภมากเกินไป ยังไม่ทันจะฝึกฝนกลับอยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง นี่ไม่เป็ผลดีต่อการฝึกฝนของท่าน ตอนนี้ท่านต้องเข้ามาในโลกใบเล็กใหม่ และอย่าได้คิดมองไปทั่วโลกใบเล็กอีก’
คำนั้นคล้ายเตือนอย่างหนักแน่นมากขึ้น อ้ายเชียนพยักหน้าน้อยๆ นางรู้แล้วว่านั่นมันเหนือขอบเขต ด้านในนั้นกว้างใหญ่เกินไป แถมเสียงผู้นี้ยังบอกอีกว่านั่นคือของๆนางทั้งหมด ของๆนางแล้วอย่างไรเมื่อจับต้องไม่ได้ก็เป็เพียงหินประดับข้างทาง
อ้ายเชียนไม่พูดมาก นางไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว เพียงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างตัดอาลัย ก่อนจะก้มมองข้อมืออีกครั้ง
‘อา...ท่านไม่ต้องมองเห็นข้าก็ได้ เพียงต้องรู้ว่าข้าอยู่กับท่านเป็พอ’ เสียงคล้ายระอาดังขึ้น
อ้ายเชียนไม่ได้สนใจ นางอยากรู้มากกว่าจะมาสนใจเื่ยิบย่อย ทันทีที่คิด ร่างของหญิงสาวก็หายวับไปจากจุดนั้นโดยที่ไม่สามารถมองเห็นอีกแล้ว
นางกระพริบตาและรับรู้ว่าเบื้องหน้าคือสนามหญ้ากว้าง หญ้าขึ้นค่อนข้างรก สูงเท่าเข่าแล้ว สายตามองไปทั่วอย่างรอบคอบ
ด้านหลังของนางมีกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ มุงหลังคาหญ้าแห้ง ขนาดห้องเดียว มองข้างๆกันจะเห็นบ่อตักน้ำเก่าๆ ทุ่งหญ้านี้กว้างใหญ่จนมองเห็นชายป่าอยู่ไกลลิบๆ
‘นี่เป็โลกใบเล็กของท่าน...จะว่ายังไงดี ความจริงเป็เพียงที่รกร้างเท่านั้น’ เสียงคล้ายอับอายดังขึ้นอีกครั้ง
อ้ายเชียนไม่ลืมที่เสียงในหัวบอกก่อนหน้านี้ นางไม่ทันได้เห็นร่างจำแลงของมันด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงเอ่ยถาม
“ไหนร่างจำแลงของเ้า แล้ว...ทุ่งหญ้านี่ทำอะไรได้ แล้วข้าอยู่ที่ไหนบนโลก แล้ว...”
‘เ้านายท่านเป็คนโลภมาก’ เสียงเล็กดังขัดอีกครั้ง ก่อนที่อ้ายเชียนจะรู้สึกเหมือนมีอะไรเกาะไหล่ เมื่อนางมองก็เห็นผีเสื้อตัวหนึ่งบินมาเกาะ ก่อนจะกลายร่างเป็กระรอกตัวเล็กๆ
กระรอก...นั่นทำให้ดวงตาของอ้ายเชียนเกิดการประเมิน
‘ข้าเอง’ เมื่อเห็นสายตาประเมิน ผู้ดูแลมรดกอย่างมันจึงพูดขึ้นพร้อมกับยืดอกด้วยท่าทางภาคภูมิ
“ในเมื่อเ้าเรียกข้าว่าเ้านาย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือตอบคำถามข้า” หญิงสาวแบมือไปรับมันมาจากไหล่ ก่อนที่รอยยิ้มเย็นเยียบจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าของนาง
‘เ้านายใจเย็นๆ ตอนนี้ท่านอยู่ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครเห็นท่าน’
คำพูดนี้ทำให้อ้ายเชียนสับสน แต่เ้าผู้ดูแลก็ไม่ปล่อยให้นางสับสนนาน
‘แม้ท่านจะยังไม่มีพื้นฐานการฝึกพลัง แต่ร่างกายก็ถูกพลังที่ตกทอดของเ้านายเก่าข้า ถ่ายทอดพลังให้จนรักษาอาการเป็ตายเท่ากันของท่านแล้ว...และตอนนี้ท่านมีพลังิญญาแล้ว จึงสามารถเข้ามาในโลกใบเล็กได้ทั้งตัว’ คำตอบซื่อๆ ทำให้อ้ายเชียนฉงน
‘จะว่ายังไงดี...ตัวข้านั้นอ่อนแอมาก เพราะไม่ได้รับการถ่ายทอดที่ถูกต้อง จึงจำต้องเลือกผู้ที่ก้าวขาข้างหนึ่งไปยังประตูยมโลกแล้วเท่านั้น ผู้สร้างข้าคล้ายกับรู้เื่นี้ดี จึงสร้างกลไกเหล่านี้ขึ้นมา ทั้งถ่ายทอดพลังและโลกใบเล็กให้เ้านายใหม่’
อ้ายเชียนตาลุกวาว นี่แปลว่านางอยู่ในโลกของผู้ฝึกตน เซียน เทพมารอะไรเทือกนั้นแน่ๆ นี่ทำให้นางดีใจจนหัวใจเต้นแรง
‘เ้านายไม่ต้องกังวลไป ท่านมีข้า’ คล้ายรับรู้ถึงความกังวลของเ้านาย เ้ากระรอกก็เอ่ยขึ้นอย่างใจกว้าง
“ข้า...ยังสับสน...ตอนนี้ข้ามีพลังแล้วเหรอ”
‘ยังหรอก...ท่านเพิ่งจะก้าวขาเข้าสู่โลกแห่งยุทธ์เท่านั้น ยังมีอีกหลายขั้นที่ต้องก้าวข้าม’ คำพูดของกระรอกไม่ได้ทำให้หญิงสาวหมดกำลังใจ แต่กลับมีดวงตาเป็ประกายวาววับมากขึ้น
เห็นท่าทางอย่างนั้น เ้ากระรอกก็อดพูดอีกหลายคำไม่ได้ ‘ในห้วงมิตินี้ แม้เวลาจะเดินไปตามด้านนอก แต่ลานด้านหน้านี้ล้วนเป็ของท่าน ท่านสามารถทำอะไรกับพื้นที่รกร้างตรงนี้ก็ได้’
“เอาล่ะเ้าตัวน้อย ซ่งจู...บอกข้ามาว่าสิ่งใดทำอะไรได้บ้าง”
เ้ากระรอกตัวน้อยะโลงจากไหล่นาง นำทางไปยังบ่อน้ำที่อยู่ข้างบ้าน เมื่อมันยืนอยู่ขอบบ่อก็หันมาพูดอธิบาย
‘บ่อน้ำแห่งนี้ คือวารีพิสุทธิ์ มีความบริสุทธิ์100ส่วนดั่งชื่อ ความสามารถคือเร่งระยะการเติบโตให้พืชและสัตว์ และคงความสดใหม่ให้กับวัตถุดิบ’
อ้ายเชียนไม่ได้ตื่นเต้นมาก นางเดินไปนั่งลงบนชานเรือนที่ยื่นออกมา พอให้นั่งหย่อนขาได้ เ้ากระรอกก็ะโมานั่งด้วยกัน
“เอาล่ะ มาพูดเื่มรดกบ้าๆนี่ดีกว่า ข้าเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไร...ข้าต้องจ่ายด้วยอะไร ไม่สิ...ข้าเสียอะไรไปแล้ว”
อ้ายเชียนรู้ดีว่าบนโลกใบนี้ กฎคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม แล้วตอนนี้นางเสียอะไรเพื่อให้ได้มรดกบ้าๆนี่ไปล่ะ
เ้ากระรอกม้วนหางเข้าหาตัว สายตาล่อกแล่กมองซ้ายขวาเล็กน้อยก่อนจะกระแอมแล้วพูดออกมา
‘แฮ่ม...เ้านายไม่ต้องเสียอะไร เพียงแต่...’
อ้ายเชียนไม่ได้ขัด และไม่ได้มีท่าทางสนอกสนใจอย่างที่กระรอกน้อย้า มันจึงย่นจมูกไม่พอใจแล้วพูดต่อ
‘เพียงแต่ อาวุธที่บรรจุโลกใบเล็กนี้เอาไว้ ไม่ได้สมดุลขนาดนั้น ข้าเป็เพียงผลงานที่ผิดพลาดของเ้านายที่กระจัดกระจายหายไปในห้วงอวกาศนานแล้ว กระทั่งเ้านายเก่าก็ไม่แน่ใจว่าจำการมีอยู่ของข้าได้หรือไม่’
เ้ากระรอกทำหน้าเศร้าห่อไหล่ ดูน่าสงสารอย่างมาก แต่กลับได้รับเพียงรอยยิ้มเย็นของอ้ายเชียน ทำให้มันต้องแข็งใจเล่าต่อ
‘อย่างที่ข้าบอกท่าน ข้าสามารถเลือกร่างที่อ่อนแอมากๆให้ท่านจุติเท่านั้น กระทั่งต้องเป็ร่างที่ิญญาออกจากร่างแล้ว ที่ข้าตัดสินใจเลือกผูกพันธสัญญาิญญากับเ้านาย ก็เพราะ...ในตอนนั้นท่านอ่อนแอมากๆ อาวุธที่อ่อนแออย่างข้าจึงจำต้องเลือกท่าน’
“เอาล่ะ เข้าประเด็นได้แล้ว สิ่งเหล่านี้...ข้าต้องแลกกับอะไร” อ้ายเชียนคล้ายไม่สนใจท่าทางหดหู่ของกระรอกน้อย แต่นางลอบหรี่ตาลงเมื่อเห็นท่าทางเศร้าของมัน ดวงใจอ่อนยวบลงหลายส่วน
‘ข้อแลกเปลี่ยนคือ ท่านต้องเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้อาวุธคงอยู่ได้ต่อไป ยิ่งท่านใช้ประโยชน์จากโลกใบเล็กได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องสูญเสียพลังิญญามาหล่อเลี้ยงโลกแห่งนี้มากเท่านั้น’
อ้ายเชียนขมวดคิ้ว...ชาติก่อนนางต่อสู้ดิ้นรน ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมาตลอด คราวนี้ก็ต้องดิ้นรนในบทบาทใหม่ ในโลกใบใหม่งั้นเหรอ?
“ถ้าข้าไม่ทำล่ะ” นั่นสิ ถ้านางไม่ทำล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น หากนางเพียงอยู่เฉยๆไม่ใช้งานโลกใบเล็กนี่ จะเกิดอะไรขึ้น
‘หากเ้านายไม่พัฒนาร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ...ิญญาของท่านจะค่อยๆถูกดึงเอามาหล่อเลี้ยงมิติแห่งนี้ทีละน้อยๆ จนกระทั่งท่านตายและเข้ามาอยู่ที่นี่กับข้าอย่างถาวร ในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น!! ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดอีกครั้ง’
นี่มันร้ายแรงมาก! อ้ายเชียนขมวดคิ้ว เริ่มไม่พอใจที่เ้าอาวุธกำไลสีดำแปลกๆนี่ บังอาจทำพันธสัญญาตอนที่นางจะตาย จนตอนนี้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับคนเช่นนี้
‘แต่ว่า...เ้านายอย่าคิดมาก มีเื่ดีดีรอท่านอยู่’