บทที่ 6
ตอน เล่ม 1 วางขาย
ก่อนหน้านี้ซื่อฝานเพียงแค่ก้าวเข้าครัวเพื่อหยิบก้อนถ่านและกิ่งไม้เล็กๆบางส่วนเท่านั้นทีแรกที่เห็นสภาพห้องครัวนางก็รู้สึกผิดอยู่หรอกที่จะให้เขามาเข้าครัวแต่ในเมื่อคนเราต้องอยู่ด้วยกันก็ต้องปรับตัวกันบ้างเพราะซื่อฝานคิดไว้อยู่แล้วว่างานบ้านทุกอย่างมอบให้เขาทำแต่โดยดีซึ่งก็เข้าท่าที่สุด ถึงอย่างไรงานบ้านก็ไม่ใช่เื่ถนัดของนางอยู่แล้วส่วนเื่หาเงิน...หน้าที่นี้ย่อมต้องเป็นางถึงจะอยู่รอด
ประตูห้องปิดสนิทไร้สิ่งรบกวนสองมือเหี่ยวหักแบ่งกิ่งไม้ให้พอเหมาะก่อนแบ่งก้อนถ่านเหลาให้แหลมพอดีเชือกเก่าๆที่พันขาเตียงถูกดึงออกจนหมดเพื่อพันถ่านกับกิ่งไม้ให้ติดกันแน่น
ดินสอ…ทำมือ…คิดได้เนอะเรา…
เพียงทดลองปลายแหลมััเนื้อกระดาษบางผงสีดำถูกขีดเขียนร่างวาดแบ่งช่องขนาดใหญ่อย่างเบามือ
ในเมื่อไม่มีดินสอยางลบฉันก็ต้องใช้วิธีการทำงานแบบนี้แหละ
ซื่อฝานนั่งร่างสตอรี่บอร์ดคอมมิคจนเพลินลืมเวลาสิบหกหน้าร่างโครงจนรู้เื่ เพียงตอนแรกของเื่เล่าในสมุดก็ทำเอาติดลม
เื่เล่าในวัยเยาว์แอบหลงรักเพื่อนสนิทข้างบ้านเด็กสาวกลับอดทนที่จะเป็สหายกับเด็กชายผู้ไม่สนโลกเช่นนั้นนางถูกเขาด่าอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังแบกหน้าไปเล่นกับอีกฝ่ายทุกวัน ถึงกระทั่งแอบท่องกฎบ้านของเด็กชายจดจำได้ทุกข้อเพื่อที่จะช่วยเด็กชายยามถูกลงโทษโดยการท่องกฎ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแม่ทัพฝูช่างครั่งรักจริงๆ
ก๊อกๆ
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“อืม”
อูย…บะ…กลับมาด้วยแฮะ ว่าแต่ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย
ว่าแล้วร่างชราก็รีบยันกายลุกอย่างเชื่องช้าก่อนจะก้าวทีละนิดเพื่อปรับตัวพร้อมเปิดประตูเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะกลางห้องที่มีอาหารเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ
ซื่อฝานใช้เวลากับอาหารตรงหน้ารวดเร็วปานฟ้าผ่านางกินเหมือนว่าไม่ได้กินอะไรมาสองวัน ไม่พูดไม่จาตั้งใจกินอย่างเดียวหลังจากยัดข้าวเข้าปากคำสุดท้ายตะเกียบในมือวางลง
“งั้นข้าไปล่ะมีอะไรค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้” ซื่อฝานกำลังยันกายลุกอย่างเช่นทุกครั้งทว่าหลิวเหว่ยพลันจับประคองแขนนางอย่างเบามือ หญิงชราหันมองอีกฝ่ายค้างอึ้งแววตาเศร้าหมองเปื้อนคราบน้ำตาเมื่อเช้าที่นางได้เห็นช่างต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิงสองดวงตาเป็ประกายดั่งดวงดาวยามค่ำคืนซื่อฝานกวาดสายตามองสังเกตคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนอีกครา
...จะว่าไปก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย….
ท่าน...” เสียงเรียกชวนให้ตื่นจากภวังค์ร่างชราพลันขยับออกห่างเหมือนถูกน้ำร้อนลวก
“นี้กี่ยามแล้ว?” นางพยายามหาเื่ถามพลางลบภาพใกล้ตาเมื่อครู่
“อ่อ...ยามไฮ่แล้วขอรับ” เขาเอ่ยปากแต่สายตายังคงไม่ละจากหญิงชราแม้แต่เสี่ยววิ
ซื่อฝานค่อยๆเหลือบมองเขาเป็ระลอกก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้อีกฝ่ายไปเอาของที่ซื้อมามาให้นางและทำมือให้เขาห่างๆนางหน่อย “ไปเอาของมาให้ข้าที่ห้อง”
“ขอรับ” หลิวเหว่ยเดินกลับไปเอาทันที
ขนลุก!ใกล้ฉันซะขนาดนี้ไม่กะจะให้หายใจหายคอเลยหรือไง
“ขนลุก ขนลุก” นางเดินเข้าห้อง
“ยายฝู ท่านเป็อะไรหรือไม่ไม่สบายรึ?”
เสียงจากข้างหลังหญิงชราทักขึ้นในระยะประชิดทำเอาไหล่ซื่อฝานกระตุกใพร้อมหน้าถอดสีฝ่ามือทั้งสองของนางพลันลูบอกเรียกสติกลับคืน “สบายดี! วางของแล้วก็ออกไปซะ”
คิ้วหงอกขมวดติดกันสงสัยอยู่ว่าเขาซื้อของมาครบโดยไม่มีปัญหาอะไรเลยหรือไงหลิวเหว่ยวางของทุกอย่างตามในใบรายการมาให้นางอย่างครบถ้วน “เ้าไปซื้อของให้ข้าไม่ถูกพวกแม่ค้าพ่อค้าไล่ตะเพิดรึ?”ที่จริงแล้วเื่นี้ก็
คาใจซื่อฝานเช่นกันมีโอกาสถามก็ต้องถามให้หายข้องใจ
ชายหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมว่า “ไม่ขอรับ พวกเขาคงจำข้าไม่ได้”
ซื่อฝานไล่มองเสื้อผ้าอาภรณ์ของอีกฝ่ายจำต้องร้องอ่อ...ในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชุดสีขาวสะอาดตาสวมได้ถูกคนจริงแท้มองอย่างไรก็เหมือนเซียนสรวง์ไม่มีผิด ยิ่งแขนเสื้อปล่อยทิ้งชายผ้าเช่นนี้ผู้คนมักดูไม่ออกว่าเขาแขนขาดไปข้างหนึ่ง “อืมดูดี...เอาล่ะออกไปได้แล้ว”
สองเท้าก้าวเดินออกจากห้องเพียงเอ่ยพูดกันไม่กี่ประโยคก็ทำให้หลิวเหว่ยรู้ว่าวาจาคำพูดนั้นไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแม่ทัพฝูทว่าแววตาคู่นั้นกลับเหมือนแม่ทัพฝูไม่มีผิด ใบหน้ารูปงามเหม่อลอยจนน้ำตาคลอหลิวเหว่ยพลางยิ้มดีใจอย่างบอกไม่ถูก “ในที่สุดข้าก็ได้กลับมาเจอท่านสักที”
หนึ่งเดือนผ่านไป ซื่อฝานใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับงานคอมมิคที่ตนเองนั่งร่างโครงโดยใช้กระดาษเนื้อบางซึ่งมีดินสอถ่านที่ทำขึ้นมาเป็อุปกรณ์ในการวาดร่างก่อนจะใช้กระดาษเนื้อดีอย่างกระดาษเซวียนจื่อมาทาบขั้นตอนวิธีลงเส้นชวนปวดหัวยิ่งกว่าอะไรซื่อฝานพลันนึกถึงอุปกรณ์ต่างๆที่ตนเองเคยใช้ในการวาดทุกรูปแบบยิ่งถ้าเป็ไปได้อยากจะขออุปกรณ์ทุกอย่างที่ตนเคยมีมาโผล่ที่นี่ทั้งหมดแต่ก็นั้นแหละได้แค่ฝันชัดๆ สุดท้ายก็ต้องมานั่งลงเส้นโดยใช้พู่กันจีนกับหมึกฝนสีดำอยู่ดี…..ที่สำคัญสายตาของยายเ้าของร่างก็ออกจะ…..เฮ้อ...ชีวิต
หญิงชรานั่งมองพู่กันในมือถอนหายใจ ก็ยังดีที่หลิวเหว่ยไม่ได้ซื้อพู่กันมาขนาดเดียวกันหมดไม่งั้นฉันคงให้เขากินพู่กันแทนข้าวแน่ๆ
ปลายพู่กันถูกแต้มด้วยหมึกสีดำก่อนปลายขนจะถูกบรรจงลากเส้นหนักเบาตามน้ำหนักมือปลายพู่กันตวัดวาดเขียนอย่างเพลิดเพลิน จวบจนช่องสุดท้ายแล้วเขียนต่อว่า “โปรดรอเล่มต่อไป”
“เสร็จ! เล่มแรก...ขอนอนก่อนละกัน”
ใบหน้าชราหันเหม่อมองท้องนภายามค่ำคืนทันใดแสงจันทร์ส่องสว่างจ้าชวนหลับฝัน ทว่าเมื่อนางยันกายลุกขึ้นเดินหมายจะไปพักผ่อนนอนบนเตียงกลับต้องชะงักฝีเท้าก่อนหันกายกลับหลังพร้อมคว้ากระดาษที่ตนวาดคอมมิคมาเรียงหน้าให้เสร็จสรรพแต่ไม่ได้ทำให้ซื่อฝานได้ไปนอนเสียทีเดียวซึ่งนางเลือกที่จะคว้างานคอมมิคเดินออกไปนอกห้อง
ค่ำคืนอันเหน็บหนาวในยามโฉ่วนั้นผู้คนหลับลึกแต่ถ้ามีอะไรบางอย่างมายืนนิ่งอยู่ปลายเท้าสายตาจับจ้องไม่กระพริบ...อย่าว่าแต่ผู้คนธรรมดาเลยคนที่หลับลึกเหมือนตายยังต้องใตื่นเช่นเดียวกับหลิวเหว่ยที่ยามนี้พลันยันกายเด้งตื่นสายตาจ้องเงาร่างงองุ้มโดยที่มีเส้นผมสีเทายาวสยายปิดใบหน้าใต้แสงจันทร์
น้ำเสียงสั่นเครือรวบรวมความกล้าหมายจะเอ่ยถาม
"ตื่นสักที"ซื่อฝานชิงเอ่ยขึ้นก่อนพลางมองใบหน้าหล่อเหลาที่อึ้งค้างเนื้อตัวขนลุกขนชันลำบากในการตั้งสติ
"เป็อะไร...เห็นผีหรือไง"ฝ่ามือเหี่ยวเอื้อมจับข้อเท้าอีกฝ่ายอย่างจงใจ
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบทันควัน
"เ้าเห็นผีจริงๆหรือ?"ซื่อฝานยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับกายขนลุกชันก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงสั่นระริก "ตอนนี้...ผีตนนั้นอยู่ซ้ายหรือขวา"สายตาสั้นยาวของนางเหลือบซ้ายแลขวาตามสัญชาตญาณ
"คะ...คือ ไม่มีๆ"หลิวเหว่ยรีบปฏิเสธแก้ต่าง เพราะถ้าบอกว่าเขาเห็นนางแล้วนึกว่าเป็ผีคืนนี้คงได้ออกไปนอนนอกบ้านเป็แน่
หญิงชราเลิกคิ้ว "แน่ใจนะ"ซื่อฝานถามซ้ำก่อนเอื้อมมือไปจุดไฟทว่าเทียนแท่งงามกลับถูกจุดต่อหน้าต่อตา นางยืนนิ่งมิกล้าขยับกายอีกครั้ง"คราวนี้...จะบอกว่าไม่มีผีได้อีกไหม"
"ท่าน...ข้าเป็คนจุดเอง"ชายหนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบพลางเดินมายืนข้างกายร่างชราพร้อมประคองนางเดินไปอย่างเบามือ
นิ้วเหี่ยวสั่นเทาชี้ไปที่เชิงเทียน "เ้าทำได้อย่างไร"
"ปราณมารขอรับ"หลิวเหว่ยเอ่ยตอบหน้าตาใสซื่อต่างจากซื่อฝานที่ตอนนี้แทบจะตั้งสติแทบไม่ทัน
เอาใหม่...ตอนนี้ฉันอยู่ในเื่….ตำนานเจี้ยนเซียวเมิ่งซึ่งเป็แนววรยุทธเทพเซียน...เดี๋ยวถ้าเป็เทพเซียน...มาร…ทุกคนในเื่ก็มีพลังน่ะสิ...ขนาดตัวประกอบยังมีพลัง...คนเสียแขนก็ยังมีพลังปราณงั้นที่ฉันนั่งทำอุปกรณ์จนเมื่อยหลังเหนื่อยกายก็…...เหลือเชื่อ!ฉันใช้พลังไม่เป็!
ซื่อฝานดึงสีหน้าด้วยความหงุดหงิดเอ่ยว่า"สอนข้าด้วยสิ"
"ท่านจุดเทียนไม่เป็หรือ"ความสงสัยก่อตัวขึ้นในใจหลิวเหว่ยอีกหน เพราะแต่เดิมแล้วเื่พวกนี้ไม่ว่าจะเซียนหรือมารย่อมทำได้ั้แ่วัยเยาว์แล้วถึงจะเป็พวกที่ไม่ค่อยชอบฝึกพลังปราณก็เถิด เื่ง่ายๆแค่นี้ก็ต้องทำเป็แววตาสดใสกระพริบมองหญิงชราตรงหน้ารอคำตอบพร้อมสะบัดชายแขนเสื้อดับเทียน"ลองสะบัดชายแขนเสื้อปัดผ่านเพื่อจุดเทียนสิขอรับ จะได้ทำเป็"เขาชี้แนะ
จุดเทียนน่ะจุดเป็...แต่ที่สำคัญ...ฉันไม่มีไฟแช็คต่างหากเล่า!
ซื่อฝานบ่นพึมพำในใจพลางสะบัดแขนเสื้อตามที่เขาบอกแต่สะบัดทีไรกลับไร้แสงทุกที ไม่พอยังปัดเทียนหล่นอีกหลิวเหว่ยมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างพูดไม่ออก ทำได้แค่นิ่งอึ้งตะลึงกับสิ่งที่เห็น...
โอ้โห...ปราณมารแห้งเหือดยิ่งกว่าน้ำมันตะเกียงพันปี...ข้าหาท่านเจอก็จริงแล้วปราณมารท่านหายไปไหนเล่า….หรือคนที่ข้าตามหาจะไม่ใช่นาง...
"ช่างมัน!ไม่เอา! ไม่ทำแล้ว!...แต่ข้าถามอะไรหน่อยเถิด!" คนสีหน้าหงุดหงิดเอ่ยทำลายสมาธิยามค่ำคืนทันใด"ปราณมาร...ถ้าอยากใช้ได้ต้องทำอย่างไร"
"ฝึกปรือขอรับ"หลิวเหว่ยตอบตามความจริง ทว่าหัวคิ้วคมกลับขมวดติดกันเป็แถบ"ท่านไม่รู้? ทุกคนในพิภพนี้มักจะรู้วิธีใช้พลังปราณพื้นฐานกันหมด"
นั่นไง…
ซื่อฝานตีหน้านิ่งเหมือนมนุษย์ยายแถวบ้านที่เคยบ่นตอนที่ซื่อฝานถอยรถไม่มีผิด "ข้าแก่แล้วความจำก็มักจะมาๆหายๆมันผิดตรงไหนรึ"
โคตรไม่ชอบเลยแบบนี้ว่ายายแก่ข้างบ้านไว้เยอะสุดท้ายต้องมาเป็เอง...โอ้ย…อึดอัด!
ซื่อฝานกลอกตามองบน
“อ่อ...” หลิวเหว่ยพยักหน้าเข้าใจผ่านๆก่อนอธิบายต่อ "ความจริงแล้ว...ทุกคนในพิภพมารมักจะขยันฝึกพลังปราณั้แ่วัยเยาว์เพราะทุกอย่างที่ฝึกนั้นย่อมส่งผลต่อผู้ฝึกในเวลาผ่านไปอย่างเช่นอายุไข ใบหน้าและร่างกาย ผู้ที่ฝึกตนย่อมมีใบหน้าอ่อนวัยยากจะแก่หงำเหงือกส่วนผู้ที่ไม่ได้ฝึกตนย่อมอ่อนกำลังร่วงโรยเหี่ยวแห้งไปตามอายุไขเซียนมาร"
สีหน้าใสซื่ออธิบายได้ใจความอย่างกับว่าพยายามอธิบายให้นางจำได้และคุ้นเคย
...แต่เสียใจด้วยสิ่งที่เขาอธิบายเหมือนหลอกด่ากันอย่างไงอย่างงั้น...คำว่าร่วงโรยเหี่ยวแห้งยังติดอยู่ในหัวอยู่เลย…
"เหมือนโดนด่าว่าแก่เลย"ซื่อฝานเอื้อมฝ่ามือลูบคลำใบหน้าอันเหี่ยวแห้งทันใด "เอ่อ...ก็แก่จริงแหละ"
ชายหนุ่มแลเห็นหญิงชรานิ่งเงียบฝ่ามือเอื้อมลูบใบหน้าตนเองอย่างปลงตกแน่นอนว่าหลิวเหว่ยรีบโบกมือค้างเอ่ยแก้ต่าง "ท่าน...อย่าใส่ใจในสิ่งที่ข้าพูดเลย"
ซื่อฝานหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน "ฮะๆ...ใครว่าข้าใส่ใจกันมาๆข้าจะพูดเข้าเื่เลยนะ" ฮึ...อย่าให้คำว่าแก่เข้าหูฉันอีกเชียว!ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากได้ยินคำว่าแก่ หรอกนะ! เหี่ยวแห้งอีก! และร่วงโรยอีก! ศูนย์รวมพจนานุกรมของคำว่าแก่ชัดๆ
ชายหนุ่มเพ่งมองสีหน้าคล้ายจะบึ้งตึงของหญิงชราอย่างไว "มีอะไรหรือเปล่า"เขาเอ่ยทักชวนคิดว่าให้กล่าวเข้าเื่
"อืม...ข้าอยากถามว่าเมืองเจินชิวเนี่ยมีโรงพิมพ์หรือไม่"
"หา?"หลิวเหว่ยตาตื่นมองกระดาษเป็ปึกที่อยู่ในมือเหี่ยว "โรงอะไรนะ?"
ซื่อฝานเริ่มบ่นพึมพำกับตนเองทันที "ช่างเถิด...ถ้าให้ข้าวาดเองหลายเล่มคงลำบากแย่ยิ่งต้องเย็บเล่มอีก...เ้าคงได้เก็บศพข้าเร็วๆนี้แน่" ชายหนุ่มรีบคว้ากระดาษในมือนั้นมาอย่างลืมตัว
"ข้าไม่ยอมให้ท่านตายหรอก"ว่าแล้วชายหนุ่มพลันลุกไปหยิบกระดาษเนื้อดีมาเป็ตั้งก่อนยืนนับแผ่นกระดาษที่นางวาดและนับกระดาษที่ว่างเปล่าให้มีจำนวนเท่ากันแล้วเอามาวางทับกันเสร็จจึงใช้พลังปราณสะบัดชายแขนเสื้อข้างซ้ายผ่านกระดาษอย่างว่องไว
สองตาของซื่อฝานเห็นเต็มๆว่ากระดาษอันว่างเปล่านั้นมีลายเส้นสีหมึกตวัดวาดเกิดรูปเหมือนที่นางวาดทุกระเบียบนิ้ว… "เหมือนที่ข้าวาดเลยเหมือนเลย…."
"นี้ใช่สิ่งที่ท่านอยากได้หรือไม่"ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางมองใบหน้าพร้อมอมยิ้มในใจก่อนสะบัดมือเผยให้เห็นด้ายดำเย็บเล่มได้ประณีตและงดงามยิ่ง "อยากได้แบบนี้ใช่หรือไม่"
ซื่อฝานพยักหน้าจนพูดไม่ออก เพราะอึ้งในความสามารถของคนตรงหน้าโดยไม่มีสิ้นสุดแต่อย่างไรนางก็อดแนะเขาไม่ได้ "ข้าอยากให้เ้าลงผนึกเอาไว้ด้วย...เพื่อไม่ให้มีใครมาทำเช่นนี้นอกจากข้าและเ้า"
โคตรเทพ...ไม่ต้องพึ่งโรงพิมพ์…สุดยอดเพียงไม่กี่วิก็ได้ออกมาเป็เล่มๆ...อึ้งเลยฉัน
"ขอรับ"เขารับปากทันควันพร้อมทำตามที่นางบอกอย่างจริงใจจนเสร็จสมบูรณ์ไปหนึ่งเล่ม
เื่คัดหลอกก็หมดห่วง…
ซื่อฝานลองเปิดอ่านไปมาอย่างคล่องมือพร้อมทดสอบความทนทานเย็บได้ดี...
"ขอบใจเ้ามากๆเลยนะถ้าไม่ได้เ้าข้าคงแย่...เอาล่ะข้าไม่รบกวนเวลานอนของเ้าแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยมาเริ่มทำอย่างเมื่อครู่ใหม่"ซื่อฝานเอื้อมมือลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู "ข้าขอให้เ้าหลับฝันดีนะ"
เขาเหม่อมองนางพร้อมเอียงศีรษะตามมืออย่างออดอ้อน "ความจริงแล้วเื่พวกนี้ข้าไม่ถนัดเลยเพราะข้าถนัดเพียงถือกระบี่เข้าาเคียงบ่าเคียงไหล่กับ…"
"นั่นมันเป็อดีตไปแล้ว"นางเอ่ยตัดบทไม่อยากให้เขานึกถึงเื่อันเ็ปมากเกินไป"เปลี่ยนอาชีพบ้าง...เวลานี้เป็ต้นไปเ้าได้มาเคียงบ่าเคียงไหล่ข้าแล้ว...อย่าคิดมาก" หญิงชราลูบเส้นผมยาวสีดำอย่างเบามือเสมือนว่าเขาเป็บุตรชายในไส้คนหนึ่ง
เื่การค้าขายนั้นซื่อฝานนั่งคิดอยู่ค่อนวันนางขบคิดอยู่ว่าการลงทุนย่อมได้กำไรกลับคืนซึ่งคอมมิคห้าสิบกว่าเล่มนั้นนางแจกให้อ่านกันแบบไม่ต้องจ่ายเงินด้วยซ้ำแน่นอนว่าปากผู้คนย่อมพูดเล่าต่อๆกันข้ามบ้าน ข้ามเมืองเพราะจากที่เห็นผู้คนมากมายต่างก็พากันตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้อ่านปากต่อปากย่อมขายได้
สองอาทิตย์ผ่านไป
จวนท่านแม่ทัพใหญ่ ตระกูลหาน
“เ้าอ่านอะไรอยู่ถึงเมินข้าได้”เสียงบุรุษรูปงามสูง
ส่งเอ่ยถามภรรยายอดดวงใจ พลางนั่งเท้าคางตรงเก้าอี้ไม้ตัวโปรดจับจ้องนางไม่วางตาหญิงสาวพลันเงยหน้าสบตากับเขาก่อนจะอมยิ้มเขินอาย
“มีสาวน้อยผู้หนึ่งแอบหลงรักกับเด็กชายข้างบ้านทว่าฐานะเขาและนางนั้นต่างกันยากจะเอื้อมถึงแต่นางก็ไม่ได้ยอมแพ้...นางทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่เคียงเขาผู้นั้น...”จือเฟิงเปิดหนังสือในมือกางออก “ข้าภรรยาผู้นี้เพียงแค่รู้สึกว่าเื่ราวในเล่มน่าสนใจไม่น้อยอีกทั้งลายเส้นที่วาดยังงดงามใบหน้าของคนในเื่ราวก็หล่อเหลางดงามพอข้าภรรยาเห็นใบหน้าของบุรุษในเื่แล้วเขาช่างหล่อเหลาคมคายยิ่งนัก”
น้ำเสียงเหม่อลอยจับจ้องเพียงหนังสือในมือริมฝีปากยกยิ้มอย่างเคลิบเคลิ้มทว่าต่างจากหานอิงหลิวที่ยามนี้กลับมองภรรยาคู่กายด้วยสีหน้าถมึงทึงเพราะร้อยวันพันปีจือเฟิงไม่เคยชื่นชมบุรุษใดเลยนอกจากสามีคู่กายของนางแต่ที่น่าแปลก...นางเอ่ยชมบุรุษอื่น ทว่าหานอิงหลิวกลับไม่ได้รู้สึกเป็เดือดเป็ร้อนอะไรเท่าไร
"แสดงว่าคนวาดย่อมฝีมือดีข้าขอดูหน่อย"
จือเฟิงยื่นหนังสือให้อย่างว่าง่ายพร้อมพูดกล่าวชื่นชมผู้สร้างผลงานโดยไม่ขาดปากบุรุษรูปงามนั่งจ้องลายเส้นคมอย่างละเอียดก่อนเอ่ยว่า
"แค่นี้ข้าก็วาดได้นะ"
หญิงสาวพลันหัวเราะเสียงใสพร้อมเอื้อมมือไปเอาหนังสือเล่มโปรดคืน "ข้าเคยเห็นท่านแม่ทัพวาดรูปแล้ว...อย่าวาดอีกเลย"
ท่านแม่ทัพคิ้วกระตุกทันใดยันกายยืนขึ้นโดยพลันพร้อมคว้าข้อมือคนร่างบางเข้าหาตัวเอ่ยกระซิบข้างใบหูงาม "ถ้าข้าไปตามหาคนผู้นั้นแล้วให้เขาสอนข้าวาดเ้าคิดเห็นว่าอย่างไร" ท่อนแขนแกร่งโอบรัดร่างบางไว้เสียแนบชิด
ริมฝีปากงามคลี่ยิ้มก่อนจะเอียงใบหน้าให้ปลายจมูกัักับใบหน้าของเขา "ช่างดียิ่ง...ยามท่านจะเข้าาท่านจะได้พกรูปของข้าภรรยาไปด้วย…" นางเอื้อมแขนโอบกอดเขาเช่นกัน"...เหมือนกับว่ามีข้าไปด้วยทุกที่"
"ใช่ช่างดียิ่ง…"ชายหนุ่มคลายกอดจับจ้องใบหน้างามอย่างละเอียดทว่าแววตากลับเจือปนความเศร้าหมอง "...ว่าแต่เ้าไปเอาหนังสือเล่มนั้นมาได้อย่างไร"
"เมื่อสี่วันก่อนบิดามาหาข้าพร้อมหนังสือเล่มนี้ท่านแม่ทัพมีอะไรรึ" แววตาของนางช่างงดงามดั่งเพรชพลอยของล้ำค่าแต่นั่นกลับทำให้หานอิงหลิวหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
จวบจนชายหนุ่มก้าวเท้าถอยห่าง "ข้าแค่อยากจะรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นมาจากไหนข้าจะได้ไปหาบ้าง"
"เอ่อ...ข้าภรรยาก็ไม่รู้เหมือนกันหรือว่าจะให้ข้าภรรยาไป…"นางเอ่ยพร้อมที่จะเสนอตัวไปด้วย แต่กลับถูกท่านแม่ทัพตัดบทอย่างเคย
"เ้าไม่ต้องลำบากหรอก...เพียงรอดูผลลัพธ์ก็พอ"ว่าแล้วคนร่างสูงหันกายออกนอกเรือนของจือเฟิงทันใดโดยที่เขาไม่ได้หันกลับไปมองสีหน้าอันงุนงงของนางเลยสักนิด
สองเท้าก้าวเดินอย่างเหม่อลอยเผยให้ผู้คนในจวนเห็นร่างสูงโปร่งสง่างามที่สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีฟ้าอ่อนปานเทพบน์เส้นผมสีดำพลิ้วไสวตามสายลมอ่อนทว่าผู้คนในจวนหาได้สนใจบุรุษรูปงามที่เรียกว่าท่านแม่ทัพซะที่ไหนแต่พวกเขากลับสนใจสิ่งที่อยู่ในมือขององครักษ์เฝ้าประตูมากกว่า
หานอิงหลิวหันมองคนที่กำลังยืนมุงดูอะไรบางอย่างสองเท้าก้าวอย่างเงียบเชียบเข้าใกล้กลุ่มคนก่อนจะเอื้อมมืออย่างว่องไวเพื่อคว้าของสิ่งนั้นมาดู "ดูสิว่ามีอะไรน่าสนใจ…"
ผู้คนต่างตื่นใผงะถอยบางคนก็เกือบสบถใส่ท่านแม่ทัพเสียแล้วที่มาแย่งของไป
ทว่าหานอิงหลิวหาได้สนใจนอกจากสิ่งที่อยู่ในมือ..."หนังสือเล่มนี้อีกแล้วหรือ"ท่านแม่ทัพเหลือบมองบุรุษสตรีในจวนที่ยืนก้มหน้าแทบจะฝังดิน"พวกเ้ายืนดีๆไม่ต้องก้มขนาดนั้น" ว่าแล้วท่านแม่ทัพก็แลมองหนังสือในมือต่อเมื่อครู่ที่ดูเขามัวดูแต่ลายเส้นลายอักษรมิได้ลองอ่านเนื้อเื่เลยสักนิด
"ข้าขออ่านหน่อยนะ"ท่านแม่ทัพใหญ่ยืนอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างไม่ยอมวาง...หนำซ้ำยังมีสีหน้าลุ้นอยู่ทุกลมหายใจจวบจนหนังสือในมือถูกปิดยามอ่านจบ "เตรียมม้าให้ข้า…"
"ขอรับ?"ปกติแล้ววันหยุดเช่นนี้ท่านแม่ทัพมักจะอยู่ในจวนมิยอมออกไปไหนซึ่งสร้างความแปลกใจให้ผู้คนในจวนอย่างมากเลยก็ว่าได้
"ท่านแม่ทัพจะไปไหนหรือขอรับ"องครักษ์ข้างกายเอ่ยถาม
"ไปซื้อเล่มต่อไป"หานอิงหลิวตอบตามจริงก่อนเดินนำทิ้งให้คนกลุ่มหนึ่งยืนอึ้งตะลึงงันกับสีหน้าตายด้านนั้นแต่ในใจของท่านแม่ทัพกลับร้อนรนดั่งเปลวไฟ
ตัดจบเล่มได้ขัดใจข้ามาก!ค้างคาที่สุด!