นับดาวเงยมองนาฬิกาทุกๆสามสี่นาทีเลยก็ว่าได้ เธอรอให้ถึงเวลาเที่ยงเพื่อที่เธอจะได้นำเสื้อสูทที่ได้มาเมื่อวานไปส่งซักที่ร้าน ทำไมนะก็แค่เสื้อตัวเดียวทำเอาเธอจิตใจไม่สงบเลย เมื่อวานตอนที่กลับมาจนถึงหน้าบ้าน เธอก็ต้องรีบถอดเสื้อเขาออกและกลายเป็พวกถ้ำมอง เธอต้องแอบมองว่าแม่ของเธออยู่ที่ไหน ก็แค่ไม่อยากให้แม่เห็นเสื้อของเขาและเสื้อนักศึกษาที่เลอะเทอะ
เมื่อเข้าบ้านได้แล้ว เธอก็ต้องจัดการกับเสื้อของตัวเองทำลายหลักฐาน และเอาเสื้อสูทเขาไปซ่อนไว้ และทั้งคืนเธอก็เอาแต่ฝันเื่ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันจนเกิดการนอนไม่เพียงพอ
“เที่ยงนี้กินอะไรกันดีจ่ะ” นับดาวเงยหน้าขึ้นจากงาน และยืนยันเสียงของพี่ๆในแผนกโดยหันไปมองนาฬิกา
“ดาวมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ” นับดาวลุกจากเก้าอี้พร้อมคว้าถุงกระดาษวิ่งไปที่ลิฟท์อย่างรวดเร็ว ตอนนี้แม้แต่ลิฟท์ก็ทำเธอหวาดระแวงได้เช่นกันว่าเมื่อลิฟท์เปิดมาจะเจอกับท่านประธาน แต่เมื่อสักครู่ให้เธอรีบร้อนอย่างไร เธอก็เห็นว่าลิฟท์จอดนิ่งอยู่ชั้นหก เธอเป็ผู้เรียกลิฟท์ลงมาและเมื่อมันเปิดออก ลมหายใจอย่างโล่งอกก็ถูกปล่อยออกมา
“วันนี้ยายดาวดูแปลกๆเนอะ”
“หรือเมื่อวานประธานลงมาต่อว่า”
“จะเป็ไปได้อย่างไร ฟังจากที่พี่จี่เล่า ประธานปกป้องลูกน้องนะ”
“ปกป้องจากคนรักนะนะ...มโนไกลความจริงไปแล้ว”
“ตกลงจะกินข้าวหรือกินข่าวเื่ซุปซิบกันย๊ะ” ปริญญาที่เดินเข้ามาทำวงกอสซิปแตกไปคนละทิศคนละทาง
“นี่ค่ะใบรับ อีกสามวันค่ะ” นับดาวชำระเงินและรับใบรับเสื้อจากร้านซักแห้งใส่ไว้ในกระเป๋าเงินอย่างดี
“อีกสามวันเราก็จะเป็ไทแล้ว” นับดาวเดินไปร้านขายก้วยเตี๋ยวข้างทาง หาโต๊ะว่างและสั่งเส้นเล็กแห้งพิเศษ
“มาสองเลยจร้า” นับดาวเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อเจอออร์เดอร์คูณสองแบบเดียวกับตน ใบหน้าที่กำลังงงงวยกระจ่างใสดวงตาเปล่งประกายฉับพลัน
“กิ่งแก้ว เฮ้ย! กลับมาเมื่อไหร่เนี่ย” นับดาวดึงหญิงสาวที่ตนโผเข้าหา ทรุดนั่งเก้าอี้ข้างตน
“สองวันก่อน กะว่าเมื่อปรับร่างกายได้แล้วจะไปหาแกกับยายพิมพ์ เผอิญดันเจอแกสักก่อน”
“กิ่ง ฉันละคิดถึงแกสุดๆเลย” นับดาวพูดพร้อมกับโอบกอดเพื่อนไว้ น้ำตาแทบไหล เพราะมีบางเื่ที่พิมพ์รักไม่เคยรู้ แต่ไม่ใช่สำหรับกิ่งแก้ว ลูกสาวของทนายประธานที่รู้เื่ของเธอทุกอย่าง
“ดูจากหน้าตาแกตอนนี้ คงไม่วายเป็เื่ของประธานอนันตกุลกรุ๊ป”
“คิดๆดูแล้ว ฉันกำลังคิดว่าตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่เอาตัวเองไปไว้ในถ้ำเสือเสียเอง”
“ที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แกลืมไปแล้วเหรอ”
“แล้วแกได้เื่อะไรมาบ้าง แกคิดว่าเขากับฉันพอจะดองญาติกันได้อย่างสันติมั้ย”
“แกเจอกันบ้างหรือยัง” นับดาวพยักหน้า และบอกไปว่าแค่ผิวๆ กิ่งแก้วพอจะเข้าใจจึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ ก้วยเตี๋ยวถูกนำมาเสิร์ฟ ทั้งสองก็เริ่มกินไปคุยไป
“กลับเข้าเื่นะ ที่แกบอกว่าจะดองญาติกันได้มั้ยนั้น ฉันไม่มีความสามารถในการตัดสินได้ แต่ขอบอกว่าคนพ่อใจแข็งมาก...” เสียงของกิ่งแก้วเบาลง “ตอนที่คนลูกจากไปใน่สองปีแรก คนพ่อไม่ให้เลยแม้แต่สตางค์เดียว แกนึกออกมั้ยว่าคนที่ไม่เคยผ่านความลำบากมาเลย สภาพจิตใจเขาจะเป็ยังไง สองพ่อลูกเหมือนกันมาก แข็งเจอแข็ง คนลูกเืตาแทบกระเด็นในต่างแดน และใช่ว่าคนพ่อจะไม่รู้ คนลูกทั้งๆที่มีแม่ แต่ไม่ยอมเอ่ยปากสักคำ คนแม่ก็เข้าใจมาตลอดว่าคนพ่อส่งเสียลูกอยู่เมื่อคนแม่ยอมทำตามเงื่อนไขที่ไม่ส่งเสียให้ลูก...” นับดาวฟังมาถึงตอนนี้ก็พอเข้าใจเื่ราว มันก็คล้ายๆว่าเขาถูกพ่อหักหลัง แม่ถูกพ่อหลอก ทั้งๆที่เขารู้อยู่เต็มอกแต่ก็ไม่เอ่ยปากบอกให้แม่รู้
“ที่อยู่ก็ไม่มี แต่ก็ยังดีที่ยังคิดออกว่าต้องไปอาศัยวัดที่นั่น คนลูกบากบั่นหางานทำ มีรายได้ส่งตัวเองเรียนจนจบโท และต่อมาก็ได้งาน เป็งานดีมาก ไม่ถึงสองปีเขาก็โดดเด่นในวงการเลยล่ะ ถือว่าเติบโตในหน้าที่การงานเร็วมาก จะว่าไปเื่นี้ใครๆต่างก็บอกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว...ตลกเนอะ บางทีฉันฟังแล้วยังรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับคนลูกเลย แม้จะได้เชื้อเก่งกาจมาจากคนพ่อไม่น้อยสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นจากการกระทำของคนลูก กลับถูกกล่าวว่าเพราะนามสกุลเกื้อหนุน ร่มเงาคนเป็พ่อแผ่ขยายจนน่าเกรงขามเลยว่ามั้ย”
“ทำไมเขาถึงใจแข็งกับลูกชายที่เขาบอกว่ารักที่สุดได้ขนาดนั้น...ฉันละนึกไม่ออก ไม่เข้าใจหัวอกคนเป็พ่อเป็แม่จริงๆ”
“อะไรกัน...หัวอกพ่อไม่เข้าใจก็พอเข้าใจนะ แต่หัวอกคนเป็แม่ก็น่าจะรู้สึกอยู่บ้างได้แล้วมั้ง” นับดาวกลอกตาส่งกลับไปให้เพื่อนทันที
“เออ ลืมไปเลย ทำไมแกมาโผล่ตรงนี้ได้”
“โผล่อะไร ฉันตามแกมาต่างหาก ตอนที่เห็นไกลๆยังไม่ค่อยแน่ใจว่าใช่แกหรือเปล่า ฉันมาทำธุระแถวนี้ เสร็จแล้วก็ว่าจะกลับไปรอแกที่บ้าน มีของฝากตาเทวาเยอะเลย แกก็ต้องกลับไปฝึกงานต่อไม่ใช่เหรอ” นับดาวพยักหน้าอย่างเซ็งๆ
“ทำไมเหรอ กลัวความลับแตกเหรอ”
“เออ...จะว่าไปฉันก็ไม่รู้ว่าจะหลบหนีทำไม”
“งั้นเปิดตัวเลยดีมั้ย เดี๋ยวฉันบอกพ่อให้”
“จะบ้าเหรอไง ไม่เอา...ฉันไม่พร้อม”
“ความจริงฉันไม่อยากจะบอกเื่นี้กับแกเลยว๊ะ กลัวแกไม่สบายใจหนักกว่าเดิม”
“เื่อะไรเหรอ บอกมาเถอะ มาถึงจุดนี้แล้ว มีอะไรน่ากลัวกว่าที่เป็อยู่ตอนนี้อีกเหรอ”
“คนลูกสืบหาตัวแกจนแทบจะเอาแผ่นดินมาเขย่าแล้วว๊ะ” พรืดดด นับดาวสำลักน้ำเปล่าที่กำลังดื่มจากขวดในทันที
“จำเป็ด้วยเหรอว๊ะแก”
“แกลองเอาใจเขามาใส่ใจเราสิ สมบัติถูกแบ่งเป็สาม เป็แกไม่อยากรู้เหรอว่าอีกสองส่วนใครถือกรรมสิทธิ์ และใครที่ไหนก็ไม่รู้มามีส่วนในบ้านราคาเหยียบร้อยล้าน”
“โอนสิทธิ์ขาดให้เขาไปเลยได้มั้ย เพราะฉันไม่คิดจะไปอยู่ อยู่แล้ว”
“ถ้าแกไม่ไป เทวาจะไม่เหลืออะไรเลย และตอนนี้จิตใจเขาเป็แบบไหนก็ไม่มีใครคาดเดาได้ ถ้าเกิดเขารู้เื่เทวาขึ้นมาสั่งคนมา...” กิ่งแก้วไม่ได้เอ่ยแต่แสดงท่าทางปาดคอออกมา ทำเอานับดาวใจคอไม่ดีได้ในทันที
“แต่จากที่ฉันััเขาแบบผิวผิว...เขาไม่น่าจะโเี้ถึงขั้นนั้นได้นะ แล้วทำไปมันคุ้มเหรอ”
“ระดับเ้าสัว เขาไม่ได้แค่รวยอย่างเดียว เขายังมี...” กิ่งแก้วใช้นิ้วชี้เคาะขมับตัวเอง ‘มีสมอง’ “นี่! ที่ฉันพูดไปทั้งหมดไม่ได้ให้แกกลัวอย่างไร้เหตุผล แต่อยากให้แกระวังตัวไว้อย่าประมาทเท่านั้น มองเขาในแง่ร้ายไว้น่าจะปลอดภัยกว่า” นับดาวจ่ายเงินเสร็จทั้งสองก็แยกย้ายเพราะอย่างไรเดี๋ยวเย็นก็ได้เจอกันอีก แม้จะไม่คุยเื่นี้กัน นั่นก็เพราะที่บ้านไม่เหมาะจะคุยเื่นี้ อีกอย่างพิมพ์รักไม่รู้เื่นี้เลยซึ่งนับดาวก็ไม่้าให้พิมพ์รักรู้ด้วย
“น่าสนใจ” ทิวาวางเอกสารที่ผู้ช่วยเขานำมาให้
“ผมเดาไม่ออกเลยว่าทำไมลูกสาวของคุณประธานต้องไปตามสืบเื่ของเ้านายด้วย”
ทิวายกยิ้มขึ้นมา “ตอนนี้เบาะแสสำคัญปรากฎตัวแล้ว นายดูนี้...” ทิวาเคาะนิ้วไปตรงเอกสารข้อมูลส่วนตัวของกิ่งแก้ว ผู้ช่วยมองตาม !
“บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอครับ” ทิวามองไปสองคำบนกระดาษ ‘นับดาว’
“บางทีฉันอาจจะประเมินพ่อฉันสูงส่งเกินไป...หาตัวคนคนนี้มา ใช่หรือไม่ใช่ค่อยมาตัดสินหลังจากที่เจอตัวแล้ว” ผู้ช่วยขานรับและขอตัวออกไป
ทิวาหยิบกระดาษประวัติของกิ่งแก้วขึ้นมา สายตาพาลไปเห็นสันมือที่แผลยังเรียกว่าสดอยู่ ทำให้ภาพเหตุการณ์เมื่อวานนี้เกิดขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังยิ้ม เมื่อนึกถึงใบหน้าใใสซื่อบริสุทธิ์นั้น
เมื่อคิดถึงเด็กฝึกงานแผนกบัญชี จู่ๆก็มีป็อปอัพร้องเตือนเมล์เข้า มาจากแผนกบัญชีชั้นล่างนี้เอง น่าจะเป็เื่การรีโนเวทตลาด เมื่ออ่านเมล์และดูเอกสารแนบ คิ้วเรียวก็เปลี่ยนเป็ขมวดเข้าหากันทันที
ตกลงนั่นเป็แผนกบัญชีหรือตรวจสอบกันแน่ คนก็ออกไปแล้วจะให้ทำไงได้ คนอย่างพ่อเนี่ยนะจะถูกลูบคมได้ แต่ถ้าลองย้อนกลับไปพิจารณา ก็เป็ไปได้ เพราะ่นั้นคงเป็่ที่ท่านป่วย คนทุจริตมีอยู่ในทุกองค์กรที่คอยจ้องที่จะหาโอกาสอยู่แล้ว
ผมรับทราบแล้ว ขอบคุณพวกคุณทุกคน อนุมัติรีโนเวททุกโครงการ ให้นำเอกสารขึ้นมา ตอนนี้ผู้ช่วยผมมีงานด่วน ผมคงต้องรบกวนเด็กฝึกงานแผนกคุณช่วยเดินเื่เอกสารให้ผมชั่วคราว
เมล์ถูกส่งออกไป____