หลังจากที่คอยอยู่เป็นครู่ใหญ่ และเห็นว่าเจ้าปลากระเบนธงตัวนั้นมิได้ลอยกลับขึ้นมา เธอจึงลงวนลงในน้ำแต่เจ้ากระเบนธงคงจะลงสู่น้ำลึกไปแล้ว เพราะชีวิตของสัตว์น้ำที่อยู่รอบๆ ภูเขาใต้ทะเลได้กลับคืนเข้าสู่วงจรปกติ พาโลม่าจึงตัดสินใจที่จะดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึกต่อไปเธอสูดลมหายใจลึก ไต่ลงไปตามสายสมอ มองหาแหินอันเดิม เมื่อพบแล้วก็เกี่ยวกระหวัดขาไว้กับมัน ออกจะเชื่อว่าถ้าจะมองจากตรงนี้บรรยากาศใต้น้ำน่าจะผิดแผกแตกต่างกว่า เพราะเหตุที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำ น่าจะกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใต้พื้นเบื้องล่าง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับดูเป็นปกติธรรมดา ฝูงปลายังคงว่ายเกาะกลุ่มกันอยู่ตามแนวโขดหินปลาไหลทะเลยังโผล่ออกมาตรงโพรงเดิมและปลาแจ็คส์ตัวเดิม ยังออกมาหาอาหารตามปกติมันมีสิ่งหนึ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยังไม่คาดคิดว่ามันจะเปลี่ยน และทำให้พาโลม่ารู้สึกละอายใจ ใกล้กับที่เธอเกาะแห่หินอยู่ภายในแอ่งน้ำเล็กๆ แอ่งเดิมปลาทริกเกอร์ ฟิช ยังคงว่ายกลับไปกลับมา แต่ขณะนี้ เหลือเพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรมารบกวนหรือคุกคามมันอีก อากัปกิริยาของมันก็ผิดแผกแตกต่างไปจากในครั้งแรก ลดความดุร้ายรุนแรงลงแต่ทว่าคล้ายจะสิ้นหวัง เท่าที่พาโลม่าจะลองแปลความหมายจากอาการของมัน เธอก็รู้ได้ว่าขณะนี้ไข่ของมันได้ถูกขโมยไปแล้ว และมันกำลังตามหาอย่างสิ้นหวังปลาอีกตัวหนึ่งว่ายช้าๆ ผ่านเข้ามาตรงหน้ากากที่สวมไว้รูปร่างของมันป้อมๆ ครีบเล็กจนดูจะเล็กเกินไปสำหรับรูปร่างอ้วนๆ อย่างนั้น เธอรออยู่ จนกระทั่ง มันลอยเข้ามาห่างเพียงไม่กี่นิ้วจึงค่อยๆ เอื้อมมือทั้งสองออกไปโอบอุ้มร่างมันไว้อย่างแผ่วเบา ตั้งใจจะดูให้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเจ้าปลาน้อยดิ้นรนอยู่เป็นครู่ ดูคล้ายลูกบัลลูนที่กำลังพองลม เกล็ดบนลำตัวตั้งขันแข็งเหมือนหนามแหลมสีขาวริมฝีปากเผยออ้า ดวงตาเหลือกโปน และครีบของมัน ซึ่งเป็นเพียงแผ่นเล็กๆ โดยสะบัดอย่างโกรธเกรี้ยวพาโลม่าจับเจ้าฟุตบอลตัวเล็กๆ ไว้ด้วยนิ้วเป็นครู่ แล้วจึงได้จับมันให้หันหน้ามามองเธอเจ้าฟเฟอร์ ฟิช ไม่อาจจะดิ้นรนได้อีกต่อไป มันได้ต่อสู้จนสุดกำลังแล้วหมดความกระตือรือร้นที่จะสู้ต่อไปดังนั้น มันจึงได้ แต่จ้องหน้าพาโลม่าอยู่เฉยๆ และแล้วอย่างอ่อนโยนนุ่มนวลที่สุดที่เธอปล่อยมันลงไปในน้ำ ซึ่งมันก็รีบว่ายน้ำหนีอย่างลุกลี้ลุกลนเต็มที และเมื่อเข้าใกล้เขตพื้นที่ใช้กำลังกาย หนามแหลมๆ บนแผ่นหลังของมันค่อยๆ ราบลง และกลายเป็นเกล็ดไปอีกครั้ง เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานที่คุ้นเคย มันก็ดูว่ายวนได้อย่างปราดเปรียว เมื่อตระหนักถึงความปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่อาการเต้นตรงขมับเริ่มเกิดขึ้น มันยังบางเบาไม่ถึงกับแรง แต่อย่างใด ยังมีเวลาอีกนานพอสมควรที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่ตามธรรมชาติ และที่โจบิมเคยพร่ำสอนไว้เธอรู้จักสัญญาณเตือนอันนี้ดี...ควรจะให้มีอากาศเหลืออยู่ขณะที่ขึ้นไปถึงผิวน้ำแล้ว ดีกว่าที่จะไม่มีเหลือพอขณะที่อยู่ใต้น้ำลึก ดังนั้น เธอจึงถีบเท้าที่สวมฟลิปเปอร์สไว้ ลอยตัวขึ้นในลักษณะที่หันหน้าเผชิญกับโขดหินของภูเขาใต้ทะเล และกลุ่มหินปะการังใกล้ๆเมื่อขึ้นจากใต้พื้นน้ำได้ประมาณ 10 ฟุต เธอก็มองเห็นหอยนางรมตัวใหญ่เกาะอยู่ใต้แง่หิน พาโลม่าเอื้อมไปดึงมีดออกจากฝักตรงเข็มขัดและด้วยการขยับข้อมือเพียงครั้งเดียวเธอแกะหอยนางรมตัวนั้นออกจากแง่หินเส้นเลือดในสมองของเธอเต้นตุบขึ้น เร่งให้เธอรีบขึ้นไปสู่สภาพที่เคยเป็นอยู่ หลายๆ ครั้งที่สาวน้อยรู้สึกอยากจะมีเหงือกเหมือนปลา และสามารถหายใจในน้ำได้ แต่ในเวลาขณะนี้ เธอต้องการเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ อากาศ เธอรีบถีบตัวด้วยกล้ามเนื้อขาที่แข็งแกร่ง ด้วยความเร็วจนทำให้เส้นผมที่สยายยาวปรกลงมาปิดบังหน้าไว้เธอโผขึ้นมาบนพื้นผิวน้ำได้ทันเวลา อ้าปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดอย่างเต็มที่ และแล้วจึงได้เกาะขอบเรือข้างหนึ่งไว้ หายใจลึกๆ แรงๆ จนกระทั่งออกซิเจนเข้าไปอยู่จนเต็มร่างจึงได้วางหอยนางรมตัวนั้นลงในเรือ และดึงร่างขึ้นจากน้ำ หงายร่างนอนอยู่ตรงท้องเรือ เงยหน้าขึ้นสู่ดวงอาทิตย์อาบไล้ร่างด้วยละไอที่อบอุ่นนุ่มนวลของบรรยากาศกลางทะเลเมื่อร่างกายอบอุ่นแห้งสนิทดีแล้ว เธอก็ใช้มีดฝานมะม่วงออก ดูดกินความหวานของมันอย่างกระหาย แล้วจึงได้โยนเม็ดมะม่วงลงไปจากเรือ เฝ้ามองอย่างหลงใหล ยามที่มันถูกแย่งทิ้งด้วยฝูงปลาตัวเล็กๆ ที่ตามตัวเป็นลายพาดด้วยสีเหลืองสลับดำเจ้าปลาเซอร์เจี้ยน-เมเจอร์ฟิช เหล่านี้จะอยู่ในทุกหนทุกแห่งของท้องทะเล บนแง่และโขดหิน ทั้งในน้ำลึกและน้ำตื้น กินอาหารทุกชนิดที่จะหากินได้ ทั้งผลไม้ เศษกระดูก ขนมปัง เศษเสื้อ เศษผัก มูลตะกอน เศษกระดาษและบางครั้งบางคราวก็อยากจะกินนิ้วหัวแม่เท้าของพาโลม่าด้วยมันเป็นปลาที่กล้ามาก ดูจะไม่กลัวอะไรเลย ปราดเปรียวแคล่วคล่อง และสิ่งที่น่ารักที่สุด ในความรู้สึกของพาโลม่าที่มีต่อเจ้าปลาชนิดนี้ก็คือ ตัวมันเล็กๆ กล่าวกันว่ามันเปลี่ยนแปลงรูปมาจากปลาเซอร์เจี้ยน-เมเจอร์ ขนาดใหญ่ ซึ่งเคยมีน้ำหนักตัวถึง 100 ปอนด์ ที่ดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งสาวน้อยปล่อยให้ความคิดลอยล่องไป มองเห็นภาพเมื่อเซอร์เจี้ยน-เมเจอร์ ฟิช มีขนาดเท่ากับปลาเวล ชาร์ค และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอประทับใจ ในความสมดุลที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นนับเป็นพันๆ ชนิดภายใต้พื้นน้ำของท้องทะเลแห่งนี้พาโลม่าหยิบหอยนางรมขึ้นมาถือไว้ในมือ ค่อยๆ ใช้มีดแงะไปตามร่องกาบของมัน เจ้าหอยนางรมนี้ไม่เหมือนหอยกาบซึ่งคุณสามารถจะเปิดกาบ มันออกมาได้อย่างสะอาดและง่ายดาย ด้วยการตัดตรงเอ็นของมันและแกะออก นางรมนั้นเปลือกจะขรุขระแหลมคม มีน้ำเมือกอยู่ข้างใน ถ้าคุณไม่ระมัดระวังให้ดี มีดอาจพลาดแทงฝ่ามือตัวเองได้ และบาดแผลที่มีเลือดออกนั้นจะทำให้คุณดำน้ำไม่ได้อีกตลอดวันและถ้ามันเกิดเป็นพิษขึ้นภายในก็อาจจะทำให้คุณถึงกับต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ขนาดต้องเอาใส่เรือไปหาหมอที่เกาะลา เปซ ก็ได้ดังนั้น จุดมันจึงอยู่ที่ว่า การแกะหอยนางรมจะต้องทำด้วยความระมัดระวังอย่างดียิ่งพาโลม่า จึงค่อยๆ ไม่มีดตามร่องกาบของมันจนถึงตรงจุดหนึ่งที่สามารถจะใช้มีดเจาะเข้าไปได้ รู้สึกได้ถึงตอนที่มีดกระทบเข้ากับกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นที่ช่วยยึดตัวหอยภายในไว้สาวน้อยค่อยๆ เซาะลงไปเรื่อยๆชาวเกาะส่วนใหญ่จะไม่รับประทานหอยนางรม เพราะเขาคิดว่ามันไม่ปลอดภัยนัก บางคนที่เคยกินเข้าไปแล้วถึงกับปวดท้องอย่างรุนแรง และเมื่อไม่กี่ปีมานี้มีคนถึงตายมาแล้วแต่จากความเป็นจริงก็คือ หอยนางรมที่ก่อให้เกิดพิษแก่ร่างกายขึ้นได้ คือหอยนางรมที่ถูกทิ้งตากแดดไว้นานเกินไปมันจะตายและเน่าได้ทันที และการกินหอยนางรมประเภทนี้ทำให้โรงพยาบาลในลา เปซ ต้องรับคนไข้มานักต่อนักแล้วแต่หอยนางรมสดๆ ที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำทะเลนั้นล้ำมักจะมีเมือกเย็นๆ เต็มไปด้วยไขมัน แร่เกลือ กับความบริสุทธิ์ พาโลม่าตัดเอ็นอันสุดท้าย และเปิดฝากาบออก และพบว่าหอยนางรมตัวนี้มีคุณประโยชน์อย่างมากมายเกินตัวใดภายในกาบหอยนั้น ที่วางอยู่บนเนื้อสีเทาที่เย็นคือรางวัลที่พระเจ้าประทานมาให้ แสงของมันสุกสกาวเป็นประกาย เล็กกว่าปลายนิ้วของพาโลม่าไม่มากนัก...มันคือไข่มุกเม็ดงาม
พาโลม่าแกะไข่มุกออกจากกาบหอยนางรมปล่อยให้กลิ้งประกายอยู่กลางฝ่ามือขณะนี้ เธอรวบรวมได้ทั้งหมด 27 เม็ดแล้ว...การที่จะหาไข่มุกให้ได้จำนวนมากขนาดนี้ จะต้องใช้เวลานานกว่านี้แต่ทว่า ความตั้งใจของเธอมั่นคงนักจึงสามารถหาได้อย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ยแล้วเดือนละ 2 เม็ด แต่กว่าที่จะหาเม็ดนี้ได้ก็ห่างจากครั้งที่แล้วถึง 6 อาทิตย์ จนกระทั่งเธอเกิดความพิศวงขึ้นมาว่า หรือบริเวณภูเขาใต้ทะเลนั้นจะมีไข่มุกอยู่เพียงแค่ 26 เม็ดเท่านั้น...สาวน้อยต้องการไข่มุกทั้งหมดถึง 40 เม็ด ถ้าจะให้ดีจะต้องทำให้ได้ 50 เม็ด ทีเดียวการที่ได้พบไข่มุกเม็ดที่ 27 ทำให้ความหวังของเธอเริ่มสดใสขึ้นอีก กำมันไว้ในมือขณะที่เงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า“ขอบคุณ”คำขอบคุณของสาวน้อยนั้น แม้จะเป็นวิถีแห่งความลางแม้จะเป็นวิธีความลางเลือนของสำนึกในจิตใจ แต่ก็เป็นการกล่าวโดยตรงไปถึง พ่อ...พ่อตายไปแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เธอรับรู้ แต่ไม่อาจจะยอมรับในคำจำกัดความ ที่ว่าความตายนั้นคือการสูญสิ้นไปชั่วนิรันดร์กาลได้ เธอยังผูกพันด้วยความอ้างว้างในใจต่อพ่ออยู่มากนักและในหัวใจก็มองเห็นภาพว่าพ่อมาอยู่ร่วมด้วยเสมอ เธอมิได้คิดไปถึงว่า พ่อจะกลับมาอยู่ด้วยอย่างคนที่มีเนื้อหนังมังสาแต่แน่นอน พ่อต้องปรากฏอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง เธอยังคงสามารถพูดคุย ขอความช่วยเหลือและมีส่วนร่วมในการกระทำหรือปรึกษาหารือเรื่องส่วนตัวได้ ทั้งนี้เพราะ ชั่วชีวิต พ่อเป็นเพียงคนคนเดียวเท่านั้นที่สาวน้อยมีความรู้สึกอบอุ่นสบายใจที่จะได้อยู่ร่วมด้วยกับในความเป็นจริงที่พ่อได้วนเวียนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง (เป็นความจริงที่เธอยึดมั่น และศรัทธาอย่างกล้าแข็ง) มันเท่ากับเป็นการช่วยเธอได้อย่างมากมาย พาโลม่าอาจจะไม่ได้ยินเสียงของพ่อ แต่พ่อจะต้องได้ยินที่เธอพูดอย่างไม่มีปัญหา พ่อจะรับฟังปัญหาอย่างสงบ ไม่เคยแสดงออกถึงความเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ไม่วิจารณ์หรือยกย่อง และบางครั้งบางคราวการที่ได้มีเหตุการณ์สำคัญๆ เช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเครื่องยืนยันการติดต่อกันอยู่ตลอดเวลานั้นช่วยให้เธอได้เดินตรงไปยังจุดหมายปลายทางและบทสรุปได้ง่ายขึ้นแน่ละ ในบางครั้งสาวน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรโง่ๆ ลงไป และดีใจอยู่บ้างที่ไม่มีใครเห็น ขณะที่เธอทำท่าเหมือนจะพูดกับ ท้องฟ้า สายลม หรือความว่างเปล่า แต่นั่นละที่เธอรู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างอยู่ในสถานที่แห่งนั้น แม้ว่าจะมีเธอ ซึ่งเป็นตัวตน อยู่ที่นั่นตามลำพัง สร้างมโนภาพขึ้นแต่มันไม่มีความสำคัญใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถึงอย่างไร...พ่อก็จะอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม สาวน้อยหลีกเลี่ยงการที่ไม่มีตัวตนเช่นนั้น ให้พ่อได้อยู่ตามสภาวะของดวงวิญญาณที่สะอาดบริสุทธิ์ และสามารถเข้าได้ถึงจะดีกว่า และคราใดที่พาโลม่ามีความรู้สึกใคร่จะได้พบพ่อ เธอก็มักจะรู้สึกว่ามันเป็นเพราะพ่อก็ต้องการพบเธอ เช่นกับเธอกับพ่อจึงสามารถเป็นหุ้นส่วนในชีวิตและทำงานร่วมกันต่อไปได้ก่อนหน้าที่จะตายไป โจบิมก็ได้พาลูกสาวไปยังสถานที่อันเป็นความลับแห่งหนึ่ง...