บทที่24 าครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม (9)
"แล้วเมื่อใดหนุ่มน้อยเฟยอวี่จะกลับมา,เขาได้บอกเ้าหรือไม่ว่าจะกลับมาเมื่อใด,ถ้าเขาอยู่เขาหน้าจะมีวิธีอะไรที่พอช่วยพวกเราได้บ้าง!" หม่าเซียวหรานถามหม่าซินรุ่ย
"ข้าเองก็ไม่ทาบเ้าค่ะ,เฟยอวี่บอกแค่ว่าไปจัดการธุระบางอย่าง,เขาไปกับยอดฝีมือระดับ9ที่ชื่อหวังเหล่ย,ถ้าเขากลับมาท่านหวังเหล่ยสามารถช่วยพวกเราได้อย่างแน่นอน,แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเมื่อใด!" หม่าซินรุ่ยไม่ได้บอกหม่าเซียวหรานเกี่ยวกับพื้นที่มิติทับซ้อนบอกแค่ว่าไปทำธุระบางอย่าง
ด้วยการที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันมันทำให้ต้องใช้สมาธิอย่างมากความอ่อนล้าทั้งทางกายและทางใจต่างมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ยอดฝีมือระดับ9เช่นนั้นหรือเด็กหนุ่มเฟยอวี่นั้นไม่ธรรมดาจริงๆด้วย,หวังว่าพวกเขาจะกลับมาช่วยพวกเราได้ทัน!" หม่าเซียวหรานพูดจบหม่าซินรุ่ยเข้าไปหาหม่าจือฉวน,พร้อมกับป้อนของเหลวจิติญญาให้กับหม่าจือฉวน1หยด
หม่าจือฉวนกลืนของเหลวจิติญญาเข้าไปก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์จำนวนมาก,ที่ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย,แกนศักดิ์สิทธิ์ทั้ง7ที่เชื่อมต่อกันแล้วในจุดตันเถียนของหม่าจือฉวนต่างดูดกลืนงานบริสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง,สีหน้าของหม่าจือฉวนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผ่านไป10นาทีหม่าจือฉวนก็ดูซับพลังงานบริสุทธิ์ทั้งหมดจนหมดสิ้น,ตอนนี้พลังปราณของหม่าจือฉวนฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว5ส่วนหม่าจือฉวนก็ลืมตาขึ้นมา
เช่นเดียวกับหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงก็ทำการฟื้นฟูหลังปรานเรียบร้อยแล้วส่วนรั่วชิงยังคงทําสมาธิต่อไป
"ท่านพ่ออาการของท่านเป็อย่างไรบ้าง" หม่าเซียวหรานถามหม่าจือฉวนด้วยความเป็ห่วง
"ข้าดีขึ้นมากแล้วพลังปราณฟื้นฟูกลับมาได้5ส่วนแล้ว...เซียวหรานฝากจัดการทางนี้ด้วยข้าต้องรีบไปช่วยแม่ทัพหานกู่!....ซินรุ่ยขอบใจเ้ากับรั่วชิงมากดูแลตัวเองให้ดีพวกเ้าคือความหวังของตระกูลหม่า,จำไว้ถ้าสถานการณ์เลวร้ายพวกเ้าต้องหนีไปไม่ต้องสนใจอะไรทั้่งสิ้น,รักษาชีวิตของพวกเ้าไว้เมืองพยัคฆ์ครามมันเล็กเกินไปสำหรับพวกเ้า,การที่พวกเ้าได้ติดตามเด็กหนุ่มเฟยอวี่นับเป็โชคดี,มันจะทำให้เ้าได้เห็นว่าโลกที่กว้างใหญ่นั้นที่แท้แล้วเป็เช่นใด!"
หม่าจือฉวนพูดจบก็วิ่งออกไปทันทีไม่ได้รอคำตอบใดๆจากหม่าซินรุ่ยเลย
"ก็อย่างที่ท่านปู่ของเ้าบอกนั้นละซินรุ่ย,รั่วชิง" หม่าเชาหรงพูดออกมาทำให้หม่าซินรุ่ยที่กำลังเหม่อลอยได้สติขึ้นมา
"ไม่ต้องห่วงหรอกท่านอาเชาหรงข้าเชื่อว่าเฟบอวี่จะกลับมาทัน!" พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
รั่วชิงที่ก็ยังคงนั่งทําสมาธิต่อไปไม่ได้รับรู้เหตุการภายนอกแต่อย่างใด
......
ทางด้านของเ้าเมืองพยัคฆ์คราม..
เป็เ้าเมืองพยัคฆ์ครามกับลู่จื้อสองคนที่กำลังรับมือกับพยัคฆ์เพลิงระดับ6อยู่,ส่วนหม่าฟู่เฟิงกับหานกู่ต่างหลบมาฟื้นฟูพลังปราณ
พยัคฆ์เพลิงระดับ6ที่บ้าคลั่งทั้งพุ่งเข้ามาตะปบทั้งปล่อยบอลเพลิงอย่างต่อเนื่อง,แต่ดูเหมือนว่าพลังปราณของมันจะลดลงแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นต่างกับของ,เ้าเมืองพยัคฆ์ครามกับลู่จื้อที่ตอนนี้สีหน้าไม่ค่อยจะสู่ดีนัก
กัวเจ๋อเทาเองก็จัดการอสรพิษน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว,แล้วก็ได้มาช่วยรับมือพยัคฆ์เพลิงระดับ6เช่นกัน,แต่เพียงไม่นานก็ต้องหนีมาพักฟื้นเสียแล้ว
"ฝ่ามือหยกเทวะ!"
"เพลงดาบพยัคฆ์ขย้ำ!"
"แกรก!"
"แกรก!"
ถึงแม้ว่าการโจมตีของเ้าเมืองพยัคฆ์ครามกับลู่จื้อ,จะไม่สารถมาเจาะผ่านเกราะลมปราณของพยัคฆ์เพลิงระดับ6ได้,แต่ก็ทำให้มันต้องใช้พลังปราณในการซ่อมแซมเกราะลมปราณของมันเช่นกัน
"ข้าว่าคงจะเป็พวกเราที่หมดแรงเสียก่อนกระมังท่านเ้าเมือง!" ลู่จื้อพูดกับเ้าเมืองพยัคฆ์คราม,พร้อมกับใช้ฝ่ามือหยกเทวะทำหลายบอลเพลิงที่พุ่งเข้ามา
"ก็คงต้องรอหานกู่พักสักครู่แล้วมาช่วยรับมือแทนเปลียนให้พวกเราได้พักบ้าง!" เ้าเมืองพยัคฆ์ครามพูดจบก็อ้อมไปด้านหลังของพยัคฆ์เพลิงระดับ6แล้วโจมตีใส่มัน
"เพลงดาบพยัคฆ์ขย้ำ!"
"เพลงดาบพยัคฆ์คำราม!"
"แกรก!"
"แกรก!"
เกราะลมปราณของมันแข็งแกร่งจริงๆเ้าเมืองพยัคฆ์ครามได้แต่บ่นในใจแต่ก็ยังคงโจมตีต่อไป
"เพลงดาบพยัคฆ์ตะปบเหยื่อ!"
..........
รั่วชิงที่ทําสมาธิอยู่นั้นก็ได้ลืมตาขึ้นมา,พร้อมกับพลังลมปราณที่ปะทุออกมาจากร่างกายของนาง,ทำให้คนอยู่อยู่ไกล้ๆต่างหันมามองพร้อมกัน
"รั่วชิงนี่เ้าทะลวงระดับพลังอย่างนั้นหรือ!?" หม่าซินรุ่ยถามรั่วชิง
"เ้าค่ะคุณหนูข้ารู้สึกว่าข้าสามารถที่จะทะลวงระดับพลังได้,มาสักพักแล้วเพียงแค่ยังหาโอกาสไม่ได้สักที,ตอนนี้มีคนคุ้มกันมากมายข้าเลยเลือกที่จะทะลวงระดับพลังตอนนี้เลย!" รั่วชิงตอบกลับหม่าซินรุ่ย
"ทำไมข้ารู้สึกว่าแสงของบาเรียมันจางลงกว่าแต่ก่อนไม่น้อย!" เป็หม่าเซียวหรานที่พูดออกมา
หม่าซินรุ่ยเองได้ยินที่หม่าเซียวหรานพูดก็สังเกตบาเรียคุ้มกันทันทีพร้อมกับพูดออกมา
"จริงอย่างท่านพ่อว่ามันจางลงกว่าแต่ก่อนจริงๆ!"
"ดูแล้วบาเรียมันคงจะทนได้อีกไม่นานแล้ว!" หม่าเชาหรงพูดจบก็ได้ยินเสียงของผู้คนดังขึ้นมาเรื่อยๆ
ตอนนี้สัตอสูรระดับ4ทั้งหมดด้านนอกก็ได้เข้ามาข้างในกันทั้งหมดแล้ว,แถมยังคงไล่ฆ่าทหารอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊ากกกกกก!"
"อ๊ากกกกกกกกกก!"
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!"
เสียงร้องของผู้คนยังคงดันอย่างต่อเนื่อง
"คุณหนูข้าขอตัวไปจัดการพวกสัตว์อสูรก่อนนะเ้าคะ!" รั่วชิงพูดจบก็หายไปจากสายตาของทุกคนทันที
"เร็วมาก!" ทุกคนต่างพูดออกมาพร้อมกัน!
ตอนนี้เงาเทพอัคคีของรั่วชิงสำเร็จขั้นที่2แล้ว,แม้แต่ยอดฝีมือระดับ5ขั้นต้นก็ยังคง
ช้ากว่านาง
รั่วชิงวิ่งผ่านไปทางไหนล้วนมีสัตว์อสูรล้มตายลงเสมอ,รั่วชิงไม่ได้ใช้พลังในการโจมตีเท่าไหร่,แต่เน้นไปที่ท่าเท้าเงาเทพอัคคีเป็หลัก,ส่วนการโจมตีใช้แค่อาคมเสริมแกร่งกับการแทงธรรมดา,แต่ทุกกระบี่ล้วนเข้าสู่จุดตายทั้งสิน
...........
ครึ่งชั่วยามต่อมา...
ตอนนี้กองทัพของมนุษย์ทั้งหมด,รวมทั้งคนจากตระกูลใหญ่ต่างๆ,จอมยุทธ์พเนจรทั้งหมดก็ด้วย,ตอนนี้ต่างก็มารวมตัวกันทั้งหมดเนื่องจากโดนโอบล้อมจากกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมาก
บาเรียคุ้มกันเมืองก็หม่นแสงลงจนเริ่มมีแสงกระพริบให้เห็นบ้างแล้ว,คงจะอยู่ได้อีกไม่ถึง30นาที
.......
ทางด้านของเ้าเมืองพยัคฆ์คราม...
ตอนนี้สภาพของแต่ละคนล้วนาเ็กันทั้งสิน,หนักสุดก็คงจะเป็,กัวเจ๋อเทาหม่าฟู่เฟิง,หม่าจือฉวน,ส่วนหานกู่กับเ้าเมืองพยัคฆ์ครามนั้นสภาพยังคงดูดีกว่าพอสมควร,ต่างจากลู่จื้อที่ไม่ได้าเ็แต่อย่างใดแค่เพียงเหนื่อยล้าเท่านั้น
"ข้าว่าหน้าจะถึงเวลาที่พวกเราต้องแยกย้ายกันแล้วสินะท่านเ้าเมือง" เป็ลู่จื้อที่พูดออกมา
"ลำบากแม่นางลู่จื้อแล้วแต่ว่า...ข้าขออยู่สู้ต่อก็แล้วกัน,ข้ามีคนรู้จักอยู่คนหนึ่งเป็ยอมฝีมือที่ทรงพลังมากๆ,เขาบอกข้าว่าจะไปทำธุระบางอย่างไม่นานก็จะกลับมา,ถ้าเขากลับมาเขาสามารถจัดการพยัคฆ์เพลิงระดับ6ราวกับบี้แมลงตัวหนึง,ข้าเลือกที่ระรอเขากลับมา!" เ้าเมืองพยัคฆ์ครามตอบกลับลู่จื้อ
"ยอดฝีมือที่อ่านว่ามีนามว่าหวังเหล่ยใช่หรือไม่?" ลู่จื้อถามเ้าเมืองพยัคฆ์ครามอีกครั้ง
"ข้าไม่ทราบชื่อของเขาเหมือนกัน,ข้าเจอกับเขาในวันที่จัดงานประชันศาสตรา,แล้วเขาก็ออกไปทำธุระวันนั้นเหมือนกัน,แล้วข้าก็คิดว่าเขาหน้าจะไกล้ที่จะกลับมาแล้ว!" เ้าเมืองพยัคฆ์ครามตอบกลับลู่จื้อ
ลู่จื้อได้ยินที่เ้าเมืองพยัคฆ์ครามพูดก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก,นางเอาแต่ครุ่นคิดอยู่ในใจคนเดียว
........
ทางด้านของรั่วชิง...
"ทำไมพวกเ้าจึงยังอยู่ที่นี่อีก!" หม่าเซียวหรานที่โจมตีสัตว์อสูรเห็นหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงยังอยู่ที่นี่ก็ะโใส่พวกนาง
"มันก็แค่สัตว์อสูรระดับต่ำถ้าข้า้าจะไปมันตามข้าไม่ทันหรอกท่านพ่อ" หม่าซินรุ่ยตอบกลับหม่าเซียวหราน
"ถ้าไม่ไหวจริงๆข้าจะพาคุณหนูหนีไปเองเ้าค่ะท่านเซียวหราน!" รัวชิงที่อยู่ไกล้ๆตอบกลับไปด้วยเหมือนกัน
"ดีมากรั่วชิงพวกเ้าอย่าได้มาตายที่นี่เด็ดขาด!" หม่าเซียวหรานได้ยินรัวชิงพูดแบบนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย,เพราะตัวเขาเองได้เห็นความเร็วของรั่วชิงกับตาตัวเองแล้ว,มันเร็วกว่าความเร็วของเขาเสียอีก
10นาทีผ่านไปแล้ว...
รั่วชิงกับหม่าซินรุยและคนต่างอื่นๆยังคนฟาดฟันกับสัตว์อสูรอย่างไม่หยุดย่อน,มันเป็10นาทีที่นานเหมือนกับ10ชั่วโมงอย่างไรอย่างนั้น,เพราะพวกนางไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อย,ร่างกายต้องขยับอยู่ตลอดเวลาไม่มีหยุด,มันแทบไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจ
1นาทีได้ผ่านไป...
5นาทีได้ผ่านไป...
10นาทีได้ผ่านไป...
ตอนนี้เรียวแรงของฝั่งมนุษย์ย่ำแย่กันหมดทุกคน
รั่วชิงเองก็เหลือพลังปราณอีกไม่มากแล้ว,นางเตรียบตัวที่จะพาหม่าซินรุ่ยฝ่าวงล้อมเพื่อหนีออกจากสนามรบ,นางพุ่งเข้าไปอุ้มร่างของม่าซินรุ่ยที่แทบจะยืนต่อไปไม่ไหวแล้ว,ก็กระตุ้นเคล็ดวิชาเพลิงอัคคีสะท้านเทพรวมรวมพลังทั้งหมดเน้นไปที่ขาทั้งสองข้าง,เพื่อที่จะใช้เงาเทพอัคคีเต็มกำลังเพื่อฝ่าวงล้อม!
"ตู้มม!"
"ตู้มมม!"
"ตู้มมมม!"
แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดเสียงะเิดังมาจากด้านน้อกบาเรียที่กระพริบรั่วๆ,พร้อมกับเสียงโหยหวนของสัตว์อสูรจำนวนมากดังไปทั่วทำให้ผู้คนที่ต่อสู่อยู่รู้สึกปลาดใจไปตามๆกัน!