บทที่ 17 ใต้เงาแห่งปีกสีดำ (1) - [ส่วนแรก]
บนถนนเปลี่ยวในป่าลึก เส้นทางเชื่อมระหว่างสองเมือง ข้างทางนั้นมีรถบรรทุกสินค้าคันหนึ่งจอดนิ่งสนิทอยู่กับที่ สิ่งของภายในรถถูกโจรป่าสี่คนรื้อค้นกระจุยกระจาย พวกมันไม่ได้สนใจเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยที่นั่งกอดร่างไร้วิญญาณของพ่อแม่เลยสักนิด กระทั่งหนึ่งในสี่โจรชั่วเกิดหงุดหงิดขึ้นมา“เฮ้ย! ยายเด็กนั่นส่งเสียงน่ารำคาญอยู่ได้ แกช่วยไปทำให้มันเงียบหน่อยสิ”โจรอีกคนพยักหน้า รอยยิ้มเหี้ยมแย้มบนเรียวปาก เมื่อเลือกอาวุธขนาดเหมาะพอจะเชือดคอเล็ก ๆ ได้ จึงย่างเท้าเข้าหาเด็กหญิงผมแดง“สาวน้อย...เจ้าเหลือตัวคนเดียวแล้ว ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ข้าจะช่วยส่งเจ้าให้ตามพ่อแม่ไปด้วยก็แล้วกัน” มือหนาหยาบกร้านยกใบหน้าน้อย ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองพลางขยับมีดเข้าใกล้ลำคอของเด็กหญิง“ให้ข้าช่วยส่งเจ้าไปลงนรกก่อนดีกว่าไหม”เสียงทุ้มดังขึ้นที่ด้านหลัง เจ้าโจรชั่วหันไปมอง พร้อมสะบัดมีดในมือเข้าใส่ด้วยความเคยชิน เมื่อใครบังอาจมาอยู่ด้านหลังโดยไม่แจ้งจุดประสงค์ ทว่ากลับถูกบุรุษในชุดสีดำคว้าข้อมือไว้แล้วบิดอย่างแรง ได้ยินเสียงแตกดังกร๊อบ มีดหลุดร่วงลงกระทบพื้น มันปล่อยมือจากใบหน้าเด็กน้อยเพื่อกุมมือที่ถูกหักของตน เสียงร้องโหยหวนทำให้พรรคพวกอีกสามคนที่เหลือวิ่งออกมาดู หนึ่งในนั้นเมื่อเห็นบุรุษแปลกหน้าก็ไม่รอช้าที่จะจู่โจมโดยไม่ไถ่ถามบุรุษชุดดำปรายตามองบุคคลที่วิ่งเข้าหาด้วยความมุ่งร้าย เขาขยับตัวหลบคมอาวุธที่ฟาดฟันเข้ามาอย่างไร้ความปรานี ก่อนได้โอกาสใช้เท้ายันบั้นท้ายเจ้าโจรร้ายจนล้มกลิ้ง“เฮ้ย! แกเป็นใครวะ บังอาจเข้ามาทำร้ายพวกเราแบบนี้” หนึ่งในโจรที่เหลือตวาดพลางชูดาบชี้หน้าบุรุษชุดดำ“จะเป็นใครก็ช่าง ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้” เขาตอบเสียงเรียบ ทว่าสายตาที่จ้องมองนั้นกลับเย็นเยียบจนน่ากลัว “รู้เอาไว้ก็เพียงว่า หากยังอยากมีชีวิตอยู่ก็เลิกทำชั่วซะ แล้วรีบไสหัวไปจากที่นี่เสียดีกว่า”“คิดว่าเราจะกลัวหรือไงไอ้หนุ่ม มาคนเดียวยังกล้ากร่าง ทำมาขู่พวกเราอีกนะ” โจรป่าหันไปพยักหน้าให้เพื่อน ก่อนทั้งคู่จะพุ่งเข้าจู่โจมบุรุษปริศนาพร้อมกัน “ไม่ตายคงไม่สำนึกกระมัง”คมดาบพุ่งผ่านร่างบุรุษชุดดำครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยฝีมือโจรป่าสองคนที่เหลือ ทว่าก็ยังไม่อาจสร้างบาดแผลแม้เพียงเท่ารอยแมวข่วนให้เขาได้ เจ้าโจรร้ายที่ถูกถีบจนล้มกลิ้งไปเมื่อครู่ พอลุกขึ้นได้จึงถือโอกาสผสมโรงเข้ารุมด้วยอีกคน“เก่งแต่ใช้พวกมากเข้ารุมหรือ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน แล้วพลันร่างนั้นก็ลอยขึ้นเหนือศีรษะกลุ่มโจร ปีกสีดำที่กลางหลังโบกสะบัดจนเกิดลมหมุน กรงเล็บยาวงอกจากมือบุรุษผู้มีปีกสีดำที่กลางหลัง เพียงกะพริบตา สองในสามโจรร้ายก็ถูกตวัดกรงเล็บเข้าใส่จนเลือดอาบ ก่อนที่คนสุดท้ายจะถูกคว้าลำคอแล้วยกจนตัวลอยขึ้นจากพื้น“เอาล่ะ ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ว่าอยากจะตาย หรือยังอยากมีชีวิตอยู่”“เหวอ! ปีศาจ!” เหล่าโจรร้ายร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพากันวิ่งหนีไปโดยไม่รอพวกพ้องที่เพิ่งได้รับอิสระจากกรงเล็บปีศาจ“ทำตัวต่ำช้า แต่ช่างขลาดเขลานัก” บุรุษชุดดำถอนหายใจ เขาหันไปมองเจ้าตัวน้อยที่ยังคงสะอื้นไห้ไม่ยอมหยุดปีศาจหนุ่มย่างเท้าเดินเข้าใกล้จนเงาร่างตนทาบทับลงบนร่างของเด็กหญิง และมองเธอด้วยความเวทนาเด็กน้อยเองก็เงยหน้าสบตากับบุคคลปริศนาด้วยความงุนงง เมื่อร่างของตนตกอยู่ภายใต้เงาแห่งปีกสีดำ