ตอนที่ 12 อยู่ยาว
เขาวางของลง เดินไปล้างมือล้างหน้าข้างบ่อน้ำเสร็จก็เดินเข้าครัว กลับพบว่าในครัวมีของกองอยู่กองหนึ่ง
ทั้งหม้อความดัน ตู้เย็น และตอนเดินเข้ามาเมื่อครู่เขาก็เห็นว่าด้านนอกยังมีเครื่องซักผ้าอีกเครื่องหนึ่ง
มู่เจ๋ออวี่กำลังยุ่งอยู่กับการหั่นผักในครัว พอได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันไปมอง จากนั้นก็พูดกับกัวเทียนว่า “ผม...อาจจะต้องอาศัยอยู่ที่นี่สักพัก เห็นว่าที่นี่คุณยังไม่มีอะไรเลยตัดสินใจไปซื้อของมาเอง”
เพราะเขาไม่อยากกินฟรีอยู่ฟรีที่นี่ จึงนึกได้ว่าควรไปซื้อของมาไว้บ้าง ของพวกนี้ก็เป็ของที่จำเป็ต้องใช้พอดี
จากนั้นเขาก็เดินไปหน้าตู้เย็น กล่าวว่า “่หน้าร้อนไม่สะดวกซื้อกับข้าวเท่าไร ถึงแม้ที่นี่คุณจะมีผักมากพอ แต่จะกินผักตลอดก็ไม่ได้ ซื้อเนื้อมาก็เก็บไว้ได้ไม่นาน จะไม่ใช้ตู้เย็นได้ยังไง ตอนขากลับผมเลยแวะซื้อของมาไว้ในตู้เย็นอีกนิดหน่อย หลายวันนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว”
“ส่วนหม้อความดันเอาไว้ทำพวกซุป ปกติคุณก็เหนื่อยจะแย่แล้ว กลับมายังต้องทำอาหารอีก ผมก็ทำอาหารไม่เป็ แต่ถ้ามีอันนี้ก็ช่วยได้มาก ผมทำซุปเป็นิดหน่อย ใส่ลงในนี้ถึงตอนเที่ยงก็กินได้แล้ว”
“ปกติตอนอยู่บ้านผมจะทำพวกเจียนปิ่ง[1] เลยซื้อกระทะแบนมา ต่อจากนี้ผมจะดูแลเื่ข้าวเช้าเอง”
มู่เจ๋ออวี่อธิบายเหตุผลที่เขาซื้อของพวกนี้มาทีละอย่าง
กัวเทียนมองดูของในครัวเหล่านี้ แล้วหันไปมองถ้วยใหม่สามใบที่วางบนโต๊ะด้านข้าง
“ได้ จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ แต่ที่นี่มีเตียงแค่หลังเดียว แถมไม่มีเครื่องปรับอากาศ ตอนกลางคืนคง...”
“ติดตั้งเครื่องปรับอากาศไปแล้ว เื่เตียงไม่เป็ไร เพราะมันก็กว้างอยู่” มู่เจ๋ออวี่กล่าว อีกอย่างก็นอนมาตั้งหลายวันแล้ว เขาก็พอจะรับได้
กัวเทียนมองเขาแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า ไม่ได้กล่าวอะไร จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
เดิมทีของพวกนี้เขาคิดรอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยไปซื้อ แต่ตอนนี้มีคนซื้อแทนเขาแล้ว ก็ถือว่าเป็เื่ดี
มู่เจ๋ออวี่เห็นกัวเทียนไม่ได้ปฏิเสธที่เขาจะอยู่ที่นี่จึงวางใจลง
อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีที่ไป เพียงแต่ไม่อยากกลับไปยังเมืองที่เ็านั้นอีก ผนวกกับได้ยกเลิกสัญญาไปแล้ว กลับไปก็รังแต่จะรำคาญใจ
คิดไปคิดมาแถวชนบทแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจะอาศัยอยู่ที่นี่ และถือโอกาสให้ตัวเองได้พักผ่อนไปด้วย
เขาพอดูออกว่ากัวเทียนค่อนข้างจน ในบ้านไม่มีอะไรเลย เพื่อตอบแทนอีกฝ่ายจึงซื้อของพวกนี้มา แบบนี้เขาจะได้อาศัยอยู่ที่นี่อย่างสบายใจหน่อย
ในหม้อความดันมีอาหารมื้อแรกที่เขาทำั้แ่มาอยู่ที่นี่ เป็ซุปซี่โครงหมู บนโต๊ะด้านข้างยังมียำแตงกวาทุบจานหนึ่ง เขาทำเป็แค่เมนูง่ายๆ พวกนี้เท่านั้น
หลายนาทีต่อมา หม้อความดันก็ส่งเสียงดัง “ติ๊ดๆ” ออกมา มู่เจ๋ออวี่กดปุ่มครั้งหนึ่ง ก่อนยกหม้อความดันออกไปวางบนโต๊ะ ตามด้วยยกยำแตงกวาทุบออกมา
“กินข้าวเถอะ” มู่เจ๋ออวี๋เดินเข้าไปในห้อง กล่าวกับกัวเทียนที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่
กัวเทียนลุกขึ้นเดินออกมา เขายืนมองอยู่ข้างโต๊ะครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ไม่เลวนี่”
ดูท่าว่าหลังจากนี้พอกลับมาตอนเที่ยงก็ไม่ต้องทำอะไรง่ายๆ เพื่อรับมือแล้ว กัวเทียนคิดในใจเงียบๆ
“ไม่รังเกียจก็ดีแล้ว ผมทำเป็แค่ของพวกนี้”
พูดจบ มู่เจ๋ออวี่ก็ไปตักข้าวให้ตัวเองและกัวเทียนมาสองชาม
วันที่สิบที่อาศัยอยู่ที่นี่ มีฝนตกหนักตามคาด กัวเทียนแบกจอบเดินตากฝนไปยังที่ดินของเขา มู่เจ๋ออวี่ไม่มีอะไรทำจึงกางร่มเดินตามไปด้วย
กัวเทียนที่ไม่ได้กางร่มเปียกไปหมดทั้งตัว แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ
เขาวิ่งเข้าไปในที่ดิน มายังพื้นที่ที่มีน้ำขังได้ง่ายแล้วมองดูอยู่พักหนึ่ง เห็นว่ายังมีน้ำไหลเข้ามา จึงรีบใช้จอบขุดแอ่งน้ำ ระบายให้น้ำไหลออกไปทั้งหมด ทำอย่างนี้พืชผลในสวนก็จะไม่ตายเพราะถูกน้ำท่วม
หลังจากมองท้องฟ้า ดูท่าฝนคงจะตกประมาณสองถึงสามวัน กัวเทียนคิดว่ายังดีที่ตนเตรียมการไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นน้ำพักน้ำแรงเหล่านี้ของเขาก็จะเสียเปล่าทั้งหมด
มู่เจ๋ออวี่ยืนมองอยู่ไม่ไกลมาตลอด เขามองพื้นที่บริเวณนั้นที่กัวเทียนจัดการ ถ้าปล่อยไว้พื้นที่เหล่านี้จะถูกน้ำท่วมทั้งหมด แต่ตอนนี้น้ำฝนเ่าั้ถูกระบายไปที่อื่นแล้ว
เขามองชายหนุ่มอย่างอดไม่ได้ คนคนนี้โตกว่าตนเพียงสองปีเท่านั้น กลับมีความคิดที่รอบคอบเป็อย่างมาก แถมยังให้ความรู้สึกหนักแน่นอีกด้วย คนที่มีความกล้าหาญจนสามารถทำเื่ใหญ่โตได้เช่นนี้กลับ...
เป็อีกครั้งที่มู่เจ๋ออวี่รู้สึกเสียดายอย่างยิ่งยวดที่กัวเทียนมาทำเกษตรที่นี่...
เชิงอรรถ
^ เจียนปิ่ง อาหารจีนอย่างหนึ่งคล้ายเครปไส้คาว ทำจากแป้งและไข่ ไส้ด้านในมักมี ผักชี ต้นหอม ผักดอง แฮม และพริกไทย