เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 ลูกชายไม่กลับบิดาไม่ตาม


            สองสาวใช้ส่งเสียงตอบรับแล้วจึงคุกเข่าลงโขกศีรษะให้เสี่ยวหมี่ นางได้รับการชี้แนะจากฮูหยินเฉินมาแล้วย่อมรู้ดีว่าสกุลลู่นั้นใครกันที่เป็นผู้นำที่แท้จริง จึงไม่กล้าแสดงท่าทีไม่เคารพแม้แต่นิดเดียว

            เสี่ยวหมี่ลอบสังเกตคนทั้งสองอย่างเงียบๆล้วนไม่ใช่สาวใช้ที่มีท่าทางยั่วยวน ดวงตาทั้งคู่กระจ่างใส นางรู้สึกพอใจมากยื่นมือออกไปประคองพวกนางขึ้นมา “วันหน้าก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้วพวกเจ้าไม่ต้องเกรงใจ รับใช้คุณหนูของพวกเจ้าให้ดี หากมีเวลาว่างก็ช่วยสั่งสอนยาโถ่วกับเสี่ยวฮัวให้ข้าหน่อยเพราะประการแรกนั้นข้าไม่ค่อยว่างประการที่สองตัวข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มสอนอย่างไร”

            “คุณหนูโปรดวางใจบ่าวจะทำอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ”

            เสี่ยวหมี่พอใจอย่างยิ่งนางหันไปจับมือเยว่เซียนออดอ้อนว่า “พี่สะใภ้ท่านช่วยเปลี่ยนชื่อให้ยาโถ่วกับเสี่ยวฮัวหน่อยสิเจ้าคะ ไม่ต้องไพเราะเหมือนปี้เหอ[1] หงเหมย [2] ก็ได้ขอแค่จำง่ายเวลาเอ่ยแล้วเข้าปาก ตัวข้าไม่มีหัวด้านการตั้งชื่อเลยจะอย่างไรก็คิดไม่ออก”

            เฉินเยว่เซียนเห็นว่านางไม่เหมือนพูดเล่นจึงไม่เอ่ยปฏิเสธ เอ่ยว่า “ยามปกติน้องหญิงถนัดงานครัว เช่นนั้นไม่สู้เรียกว่า...”

            “หงเชาโร่ว[3] กับถังซู่อวี๋ [4]”

            เกาเหรินที่แอบดูอยู่นอกประตูจู่ๆ ก็เอ่ยแทรกขึ้นมา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องหัวเราะออกมาทันที

            มีเพียงยาโถ่วและเสี่ยวฮัวที่มีท่าทางเหมือนจะร้องไห้ออกมาแล้วอย่างไรเสียก็ไม่มีใครใช้ชื่อนี้กันหรอก แย่กว่าชื่อเดิมของพวกนางเสียอีก

            เสี่ยวหมี่เองก็หัวเราะไม่หยุดเช่นกันนางชี้เกาเหรินแล้วตำหนิออกมา “เจ้ามีนิสัยตะกละก็ช่างเถอะแต่เหตุใดจะต้องรังแกแม่นางน้อยทั้งสองด้วย”

            เกาเหรินเบ้ปากเขาเชิดหน้าอย่างไม่สนใจ “เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นกัวเปาโร่ว [5] กับอวี๋เซียงโร่วสือ [6] แล้วกัน”

            ได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็หัวเราะกันดังลั่นกว่าเดิม

            เสี่ยวหมี่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกนางตะโกนฟ้องเฝิงเจี่ยนว่า “พี่ใหญ่เฝิง ท่านควรจะจัดการเกาเหรินได้แล้ว”

            “เจ้าเองก็รู้ว่าเขาไม่เคยเชื่อฟังข้า”

            ไม่บ่อยนักที่จะเห็นเฝิงเจี่ยนกล่าวล้อเล่นเช่นนี้เขายักไหล่ทำท่าเหมือนหมดปัญญาจะจัดการอะไรได้ ยิ่งทำให้ทุกคนขบขันกว่าเดิม

            เสี่ยวหมี่อับจนหนทางทำได้เพียงขอร้องพี่สะใภ้“พี่สะใภ้ช่วยข้าคิดหน่อยเถิด ไม่เช่นนั้นอีกประเดี๋ยวชื่ออาจจะเปลี่ยนเป็นหงเชาจูถี [7] กับสวินทู่จื่อ [8] ก็เป็นได้”

            เฉินเยว่เซียนอดขำไม่ได้ยกผ้าเช็ดหน้าในมือขึ้นมาบดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็ตอบว่า“ก่อนหน้านี้ที่ข้าบอกว่าเจ้าชอบเข้าครัว ไม่ใช่เพราะจะเอาชื่ออาหารมาตั้งชื่อให้เด็กทั้งสองแต่กำลังคิดว่าไม่สู้เปลี่ยนชื่อให้พวกนางเป็นชิงอวี้ [9] กับชิงฮัว [10] ถ้วยหยกใส เหมาะสำหรับใส่น้ำแกงดื่มบำรุงร่างกายจานลงลายครามงามสง่าเหมาะนำมาใช้จัดเรียงอาหารในงานเลี้ยงที่สำคัญคือฟังแล้วเสนาะหูนัก...”

            “ดีชื่อนี้ดี” ยังไม่รอให้เยว่เซียนพูดจบ เสี่ยวหมี่ก็ร้องออกมาอย่างพอใจแล้วสาวใช้น้อยทั้งสองก็เฉลียวฉลาดได้ยินเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะจากนี้ไปพวกนางคือสองสาวใช้จากสกุลลู่ ชิงอวี้และชิงฮัว

            พวกนางอายุยังน้อยถึงแม้ยังไม่เข้าใจความหวังดีที่เสี่ยวหมี่ให้เยว่เซียนเปลี่ยนชื่อให้พวกนางแต่ก็ชอบใจที่ได้รับการยอมรับจากสกุลลู่เช่นนี้

            ทุกคนทั้งสนทนาทั้งหัวเราะกันอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกหิวเสี่ยวหมี่จึงพาชิงอวี้กับชิงฮัวไปที่ห้องครัวเยว่เซียนเองก็คิดจะเข้าไปช่วยด้วยเช่นกัน เสี่ยวหมี่กลับโบกมือปฏิเสธ สุดท้ายจึงยอมถอยแล้วส่งปี้เหอและหงเหมยเข้าไปแทน

            เพียงไม่นานอาหารเช้าก็ถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยลงบนโต๊ะคนสกุลลู่สี่คน เฝิงเจี่ยนนายบ่าวสามคน รวมกับซูอี ยังมีเฉินเยว่เซียนที่เพิ่งแต่งเข้ามาทั้งหมดเก้าคนนั่งลงรอบโต๊ะ

            ปี้เหอและหงเหมยเหล่ตามองเห็นเสี่ยวหมี่คีบอาหารให้เฝิงเจี่ยนทั้งยังดูแลเกาเหรินและซูอีเป็นพิเศษ ก็ลอบจดจำไว้ในใจ

            ส่วนเฉินเยว่เซียนนั่งลงเงียบๆข้างกายพี่ใหญ่ลู่ นางกินโจ๊กคำเล็ก ในใจยังรู้สึกยินดีที่ตัดสินใจทำเพื่อตัวเองสักครั้งด้วยการเลือกแต่งเข้ามาในสกุลลู่นี้

            แม่สามีจากไปนานแล้วเสี่ยวหมี่ถึงแม้จะเฉลียวฉลาดไม่ธรรมดาแต่ก็ดีกับนางมาก พ่อสามีและบรรดาน้องชายต่างไม่สนใจเรื่องราวภายในบ้านทำให้ในเช้าอันสดใสเช่นนี้ นางสามารถนั่งลงรับประทานอาหารได้อย่างสงบโดยไม่ต้องยืนปรนนิบัติอยู่หลังแม่สามี...

            หลังรับประทานอาหารเสร็จสาวใช้ทั้งเล็กใหญ่ช่วยกันเก็บจานชาม ส่วนเสี่ยวหมี่ลากพี่สะใภ้ไปที่เรือนหลังของนางนางหยิบสมุดบัญชีของบ้านออกมาให้ “วันหน้า เรื่องพวกนี้ล้วนต้องลำบากพี่สะใภ้แล้วข้าเพียงแค่คิดหาหนทางสร้างรายได้ให้ครอบครัวก็พอ เรื่องในบ้านยกให้เป็นหน้าที่พี่สะใภ้ทั้งหมด”

            เฉิยเยว่เซียนรู้สึกตกใจมากนางยิ้มเอ่ยว่า “เสี่ยวหมี่ เจ้าลืมไปแล้วหรือข้าและพี่ใหญ่ของเจ้าอีกไม่นานก็จะต้องเดินทางไปจัดการเรื่องสร้างโรงทำแป้งและร้านค้าที่ทางใต้ต่อให้เจ้าจะยกสมุดบัญชีพวกนี้ให้ข้าจัดการ แต่ข้าก็ช่วยเจ้าดูได้ไม่นานนัก...”

            “หาข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร ข้านึกว่าหลังจากนี้จะได้อยู่อย่างสบายๆ แล้วเชียว”

           
            เสี่ยวหมี่มุ่นคิ้วอย่างหดหู่ หน้าตายับย่นเหมือนเปลือกส้มแห้งเหี่ยวดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่งทำให้เฉินเยว่เซียนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทำได้แค่เอ่ยว่า“แต่จะอย่างไรก็ยังต้องรออีกสักพัก ช่วงนี้ข้าจะรับมาดูแลเพื่อให้คุ้นเคยกับเรื่องในบ้านเราก่อนให้น้องหญิงได้พักเหนื่อยสักหน่อยเป็นอย่างไร”

            “ดีเจ้าค่ะ ไปข้าจะพาพี่สะใภ้ไปเดินดูในหมู่บ้าน”

            เสี่ยวหมี่ปล่อยวางได้อย่างง่ายดายนางโยนสมุดบัญชีทิ้งแล้วพาเยว่เซียนไปเดินเล่นในหมู่บ้านแทน

            เรือนกระจกของแต่ละครอบครัวในหมู่บ้านถูกสร้างเสร็จเกือบหมดแล้วเจ้าของบ้านที่เรือนกระจกสร้างเสร็จแล้วทุกครั้งที่หันไปเห็นเรือนกระจกบ้านตัวเองก็มักจะยิ้มออกมา

            เฉินเยว่เซียนรู้เรื่องการปลูกผักในฤดูหนาวของคนหมู่บ้านเขาหมีมาก่อนแล้วอย่างไรเสียก็เพราะเรื่องนี้ ปีที่แล้วสกุลเฉินถึงได้ครึกครื้นเป็นอย่างยิ่งธรณีประตูแทบจะถูกเหยียบจนพัง

            แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นสถานที่ให้ความอบอุ่นสำหรับเพาะปลูกพืชในหน้าหนาวเช่นนี้จึงอดให้ความสนใจไม่ได้

            เห็นพวกผู้หญิงยกน้ำชาและของว่างมาให้พวกผู้ชายที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานโดยมีเด็กๆ กอดขาร้องกระจองอแง เฉินเยว่เซียนเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปช่วยรินน้ำชาแล้วให้ปี้เหอและหงเหมยยกไปแจกจ่ายคนที่ทำงานอยู่

            ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็อดยิ้มลอบพยักหน้าไม่ได้เดิมคิดไปว่าคุณหนูสกุลเฉินจากในเมืองที่มาจากตระกูลร่ำรวยจะถูกเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้เข้าหาได้ยากแต่วันนี้เมื่อได้เห็นต่างก็พอใจมาก นางไม่ได้ทำตัวแตกต่างไปจากหญิงอื่นในหมู่บ้าน

            มีสตรีบางคนใจกล้าเข้ามาพูดคุยกับนางบางคนถามเรื่องแปลกใหม่ในเมือง ถามเรื่องแบบชุดใหม่ๆ คุยกันอย่างสนุกสนานทีเดียว

            เสี่ยวหมี่เห็นเช่นนั้นจึงสั่งให้ชิงอวี้คอยอยู่รับใช้ที่นี่ส่วนนางพาชิงฮัวไปที่ลานเลี้ยงกวาง

            ปีนี้หิมะตกลงมาช้านายพรานทุกคนจึงได้ขึ้นเขาบ่อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้ล่าสัตว์กลับมาได้มากมายแน่นอนว่าฝูงกวางของสกุลลู่เองก็เพิ่มขึ้นทุกวัน

            วันนี้เป็นนายท่านกัวรับหน้าที่เฝ้ายามเห็นเสี่ยวหมี่เดินมาก็รีบยิ้มรับทันที “เสี่ยวหมี่วางใจเถอะเมื่อเช้าเพิ่งจะป้อนอาหารไป หลายวันมานี้ดูแล้วเหมือนพวกมันจะอ้วนท้วนขึ้นไม่น้อย”

            “เป็นเพราะพวกท่านดูแลพวกมันเป็นอย่างดีหากเปลี่ยนเป็นพวกพี่เสี่ยวเตาคงไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ พวกเขาไม่น่าจะมีความอดทนเพียงพอ”เสี่ยวหมี่เอ่ยชมอย่างจริงใจ ทำเอาคนแก่ฟังแล้วดวงตาสุกใสใบหน้าเบิกบาน

            “ที่บ้านยังมีสุราอยู่สองไหเดี๋ยวข้าจะให้คนไปเอามาให้พวกท่านได้ดื่มแก้หนาวยามค่ำคืนนะเจ้าคะ”

            “ดี ดีแต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงมากนักหรอก ช่วงนี้ยังไม่นับว่าหนาวมาก”

            นายท่านกัวชี้ไปยังหลุมที่อยู่ห่างออกไป“เจ้าไปดูที่หลุมนั่นดีกว่า บิดาของเสี่ยวเตาพาต้าสือไปยุ่งอยู่ที่นั่นนานแล้วไม่รู้คิดจะทำอะไรกันอีก”

            เสี่ยวหมี่ตีหน้าผากตัวเองทันทีบ่นว่า “ข้าเป็นคนบอกให้ท่านลุงหลิวไปทำเองแหละเจ้าค่ะ ข้าลืมไปเสียสนิท”

            พูดจบนางก็รีบบอกลานายท่านกัวแล้ววิ่งไปทางด้านนั้นทันที

            ชายชรายิ้มตาหยีลูบหัวกวางตัวน้อยที่เดินเข้ามาใกล้  เอ่ยว่า “เด็กคนนี้ไม่รู้คิดจะทำของดีอะไรอีก ช่างเถอะ ถึงอย่างไรก็คงไม่ใช่เรื่องไม่ดีพวกเจ้าน่ะโชคดีแล้ว ฤดูหนาวปีนี้ไม่ต้องอดตายอยู่บนเขา จำไว้ว่าต้องกินเยอะๆจะได้อ้วนท้วน ไม่แน่อาจจะขายได้ราคาดีก็ได้”

            เสี่ยวหมี่ไม่ได้ยินคำพูดของชายชราแต่ไปตะโกนถามท่านลุงหลิวในหลุมแทน “ท่านลุงหลิว เหตุใดท่านไม่พักสักวันเล่าเจ้าคะมาทำงานแต่เช้าเชียว”

            ท่านลุงหลิวกำลังใช้ลวดทองแดงยกปล่องเตาที่ทำจากเหล็กขึ้นหลิวต้าสือที่อยู่ข้างๆ ถือถังน้ำสาดไปบนเตียงไม้ที่โรยไว้ด้วยดินสีดำจนเต็ม

            สองพ่อลูกได้ยินเสียงก็พากันหันศีรษะมามอง ท่านลุงหลิวเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ถามว่า “เสี่ยวหมี่เราจุดไฟในเตามาทั้งคืนแล้ว ตอนนี้ข้างล่างร้อนมาก เจ้าคิดจะเอาไปทำอะไรกันแน่ หากใช้ปลูกพืชเช่นนี้จะร้อนเกินไป”

            หลิวต้าสือเองก็ดึงคอเสื้อขยับเข้าออกยิ้มเอ่ยว่า “ใช่แล้ว น้องเสี่ยวหมี่ ดินดำพวกนี้อย่างกับใบไม้เน่าๆ ก็ไม่ปานเกรงว่าคงใช้ไม่ได้กระมัง”

            เสี่ยวหมี่เพียงแค่ยิ้มไม่ตอบอะไรนางปีนลงไปตามบันไดที่พาดไว้ เอามือลูบดินดำที่ถูกรดน้ำจนเปียกชุ่มพวกนั้นแล้วเอ่ยอย่างยินดีว่า“พี่สือโถ่ว ท่านช่างพึ่งพาได้เสียจริงเจ้าค่ะ วันหน้าหลุมนี้ก็ยกให้ท่านเป็นผู้รับผิดชอบก็แล้วกันค่าจ้างก็ให้เท่ากับก่อนหน้านี้พอสิ้นปีข้าค่อยให้ซองแดงซองใหญ่กับท่านเป็นอย่างไรเจ้าคะ”

            หลิวต้าสือไม่ได้มีนิสัยร่าเริงกล้าพูดกล้าทำเหมือนเสี่ยวเตาผู้เป็นน้องชายทั้งยังไม่เชี่ยวชาญการล่าสัตว์ แต่กลับมีฝีมือเรื่องงานไม้งานฝีมือเช่นผู้เป็นบิดาเมื่อได้ยินเช่นนี้ย่อมดีใจ “น้องเสี่ยวหมี่เห็นความสำคัญของข้า ข้าย่อมทำให้เต็มที่แต่ข้าไม่รู้ว่างานนี้ต้องทำอย่างไร เจ้าคงต้องสอนข้าให้มากหน่อย”

            “แน่นอนพี่สือโถ่ววางใจ หลุมน้อยๆ นี้หากว่าดูแลให้ดี ไม่แน่อาจได้ผลผลิตเป็นสองเท่าของห้องเรือนกระจกก็ได้นะเจ้าคะ”

            “จริงหรือ?”

            หลิวต้าสือตกใจและรู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่เล็กน้อยเสี่ยวหมี่กลับไม่คิดปิดบัง “ดินพวกนี้พวกเด็กๆ ช่วยกันขนมาให้ ข้างในมีต้นอ่อนของเห็ดอยู่ขอแค่ในหลุมนี่ร้อนและชื้นพอ เพียงไม่นานก็จะมีเห็ดชุดใหม่งอกงามเต็มไปหมดข้ารู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร รับรองว่าขายได้ราคาดีกว่าผักสดอีกเจ้าค่ะ”

            “หา เราสามารถใช้วิธีนี้ปลูกเห็ดได้ด้วยหรือ”

            คนที่อาศัยอยู่บนเขามักมีเห็ดให้บริโภคอย่างเพียงพอในหน้าร้อนเพราะมีเห็ดขึ้นเต็มไปหมดบนเขา ขอแค่มั่นใจว่าไม่ใช่เห็ดพิษก็สามารถเก็บมากินกันจนอิ่มหนำทุกมื้อแต่ในฤดูหนาวกลับไม่ได้หากินง่ายเช่นนั้น แน่นอนว่าพวกเขามีการทำเห็ดอบแห้งเอาไว้บริโภคแต่ก็ไม่อร่อยเท่าเห็ดสดใหม่

            หลิวต้าสือตื่นเต้นเป็นอย่างมากเขาจึงถามเรื่องที่อยากรู้ไม่หยุด เสี่ยวหมี่เองก็ไม่ปิดบัง สุดท้ายเสี่ยวหมี่ก็กำชับหลิวต้าสือว่ามีอะไรให้รีบไปแจ้งนางทันทีนางกลัวตัวเองจะยุ่งจนลืม

            ท่านลุงหลิวยืนฟังอยู่ข้างๆด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บ้านเขามีบุตรชายสองคน ยามนี้บุตรชายคนเล็กเตรียมตัวเข้าเมืองไปดูแลร้านค้าอนาคตจะต้องมีแต่เรื่องดีๆ อย่างแน่นอน เดิมทีคิดว่าบุตรชายคนโตโง่เขลาทึ่มทื่อคิดไม่ถึงว่าเสี่ยวหมี่จะให้ความสำคัญสอนเรื่องนี้ให้เขา

            “เสี่ยวหมี่เจ้าวางใจยังมีข้าอยู่ หากต้าสือกับเสี่ยวเตาคนใดคนหนึ่งไม่ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ข้าจะตีพวกเขาเอง”

            “ฮ่าๆทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านลุงหลิววันหน้าพี่เสี่ยวเตานับว่าเป็นผู้ดูแลร้านค้าคนสำคัญของข้า พี่ต้าสือเองก็กำลังทำการใหญ่วันหน้าถือเป็นคนของข้า ท่านห้ามแตะต้องนะเจ้าคะ”

            “เช่นนี้เท่ากับว่าบุตรชายข้าข้ายังจัดการไม่ได้ เลี้ยงมาเสียเปล่าจริงๆ”

            ท่านลุงหลิวทำเป็นส่ายหัวพลางทอดถอนใจทำเอาทุกคนหัวเราะครื้นเครง

            วันคืนอันวุ่นวายในหมู่บ้านเขาหมีผ่านพ้นไปอีกสองวันพี่ใหญ่ลู่พาเฉินเยว่เซียนกลับบ้านเดิม เสี่ยวหมี่ตั้งใจจัดเตรียมของขวัญกลับบ้านชุดใหญ่ให้พวกเขาไปด้วยโดยให้หนิวเซิ่งและซันพ่างติดตามไปด้วย ขบวนใหญ่โตสมฐานะ ทำให้ไม่มีใครกล้าดูแคลนสกุลเฉิน

            ที่สำคัญคือเฉินเยว่เซียนใบหน้าอิ่มเอิบมีเลือดฝาดไม่ว่าใครก็มองออกว่าสกุลลู่ดีกับนางมาก ฮูหยินเฉินได้เห็นเช่นนี้ก็รู้สึกวางใจสองพ่อลูกสกุลเฉินเองก็ดีใจเป็นอย่างมาก

            เชิงอรรถ

            [1] ปี้เหอ (碧荷)บัวเขียว

            [2] หงเหมย(红梅)เหมยแดง

            [3] หงเชาโร่ว (红烧肉) หมูผัดน้ำแดง

            [4] ถังซู่อวี๋ (糖醋鱼) ปลาผัดเปรี้ยวหวาน

            [5] กัวเปาโร่ว (锅包肉) หมูชุบแป้งทอดผัดเปรี้ยวหวาน

            [6] อวี๋เซียงโร่วสือ (鱼香肉丝) หมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน

            [7] หงเชาจูถี (红烧猪蹄) ขาหมูผัดน้ำแดง

            [8] สวินทู่จื่อ (熏兔子)กระต่ายรมควัน

            [9] ชิงอวี้(青玉)ถ้วยหยก

            [10] ชิงฮัว(青花)จานลายคราม

     

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808