จากสำนักบ้านเงินบ้านทอง เดินเลียบคูแม่โจนมาถึงประตูศาลหลวงประตูเมืองทางทิศเหนือ แล้วผ่านเข้าเมืองมาตามถนนพระร่วงจนถึงวัดสรศักดิ์ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ ฝั่งตรงข้ามกับลานดงตาลทางด้านขวาซึ่งเพิ่งมาเข้าเฝ้าองค์พ่อขุนเมื่อเย็นวาน
ปู่หลวงพร้อมครูพิธานเดินออกจากถนนไปทางด้านซ้ายอ้อมวัดสรศักดิ์เข้าไป บริเวณนี้เป็นเขตพระตำหนักของบรรดาเจ้านายสุโขทัย มีทหารรักษาการณ์อยู่รายรอบหลังจากรายงานตัวแล้วจึงผ่านเข้าไปจนถึงพระตำหนักไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในทหารประจำพระตำหนักแจ้งว่าพระองค์หญิงกัณฐิมาศยังมิเสด็จกลับแล้วเชิญปู่หลวงให้รออยู่ยังศาลาด้านนอก นั่งรออยู่ได้พักใหญ่จึงมีนางข้าหลวงออกมาตาม
“ท่านคือปู่หลวงแสงคำที่มารอเข้าเฝ้าพระองค์หญิงใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว ข้าจะมาเข้าเฝ้าขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระองค์หญิงเรื่องที่คนของสำนักบ้านเงินบ้านทองได้ล่วงเกินพระเกียรติยศของพระองค์”
“ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านปู่หลวงตามฉันมาเลยจ้ะ”
ปู่หลวงพร้อมพิธานนำพานพุ่มที่พับจับจีบด้วยใบตองแซมประดับด้วยดอกไม้สวยงามติดตามกันขึ้นไปบนพระตำหนัก
องค์หญิงกัณฐิมาศเจ้าฟ้าเมืองน่านประทับอยู่บนพระแท่นไม้หลังใหญ่พระวรองค์ตั้งตรงงามสง่า ทอดพระกรวางบนพระเขนยอิงสามเหลี่ยม (หมอนอิงสามเหลี่ยม)
“ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า.. เกล้ากระหม่อมแสงคำหัวหน้าสำนักบ้านเงินบ้านทองพร้อมด้วยพิธานจักมาขอพระราชทานอภัยโทษที่ศิษย์ในสำนักของเกล้ากระหม่อมกระทำการมิบังควรลบหลู่หมิ่นพระเกียรติยศทำให้พระองค์ทรงขัดเคืองพระทัย พระเจ้าค่ะ”
ปู่หลวงแสงคำผู้รอบรู้ในขนบธรรมเนียมเจ้าฟ้าเจ้านายรีบกราบบังคมทูลแจ้งความประสงค์ ขอไถ่โทษให้ศิษย์ของตนทันที
พระองค์หญิงทรงแย้มพระสรวลด้วยพระเมตตารับสั่งว่า
“ท่านปู่หลวงแสงคำ ผู้มีฝีมือช่างเป็นเอกกระทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและพระศาสนามากมายครั้งนี้ทำให้ท่านปู่ครูต้องลำบากมาหาข้าพเจ้า นับว่าเป็นอกุศลกรรมแก่ตัวข้าพเจ้าโดยแท้”
“พระองค์รับสั่งเยี่ยงนี้ ยิ่งทำให้เกล้ากระหม่อมละอายใจที่หาได้อบรมศิษย์ให้รู้จักดีชั่วรู้การอันควรและไม่ควร สิ่งใดที่กระทำผิดพลั้งไปยังหวังว่าพระองค์จะทรงพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษให้แก่ศิษย์ของเกล้ากระหม่อมสักครั้งโทษใดที่พอจะละได้ก็ทรงพระกรุณาด้วยเถิด พระเจ้าค่ะ”
กราบทูลแล้วก็ขอพานพุ่มจากครูพิธานมา
“เดี๋ยวก่อนปู่ครูอย่าเพิ่งวางพานพุ่มให้กับเราเลย ตัวท่านมิใช่ผู้กระทำการล่วงเกินเราถ้าจะให้เรายกโทษ ก็จงเจรจาให้ตัวคนก่อเหตุนำพานพุ่มนี้มากราบขอขมาต่อเราเองเถิด”
“...แต่แสงพรายคนที่ก่อเรื่องตอนนี้ถูกกุมตัวอยู่ที่คุกหลวงเกรงว่าต้องให้พระองค์ทรงพระกรุณาช่วยเหลือให้ออกมาเสียก่อน พระเจ้าค่ะ”
“มิต้องหรอกปู่ครูแสงพรายศิษย์ของท่านถูกกุมตัวล่ามอยู่กับเสาหลังพระตำหนักเราเองเรายังไม่ได้ให้ทหารจับส่งพระตำรวจของวังหลวง”
ปู่หลวงถอนหายใจโล่งอกด้วยความยินดีในพระเมตตาหากแม้นแสงพรายถูกกุมตัวไปยังวังหลวงจริงคงต้องถูกพิจารณาคดีที่กระทำการจาบจ้วงเจ้านายชั้นในเป็นโทษของแผ่นดิน แม้พระองค์หญิงจะทรงอภัยโทษก็ยังต้องผ่านกระบวนการของวังหลวงอีกมากมาย
ครั้งนี้หลังจากเกิดเรื่ององค์หญิงกัณฐิมาศทรงให้ทหารกุมตัวแสงพรายกลับมาล่ามไว้ที่หลังพระตำหนัก..รอคนของสำนักบ้านเงินบ้านทองมาเจรจา
ภายหลังจากมีรับสั่งให้นำแสงพรายมาเฝ้าสักครู่จึงเห็นชายหนุ่มก้าวขึ้นมาบนพระตำหนัก เจ้าตัวยังไม่ละท่าทีพยศก้มลงกราบปู่หลวงแล้วนั่งตัวตรงนิ่งอยู่
“พ่อพรายเอยครั้งนี้เรามาขอพระราชทานอภัยโทษให้เจ้า พระองค์หญิงกัณฐิมาศทรงพระกรุณาไม่ถือโทษหากเจ้าจะเป็นผู้กราบขอขมาต่อพระนางด้วยตนเอง”
“ปู่หลวง ข้าพเจ้ามิได้กระทำสิ่งใดผิดแม้จะเอาตัวข้าพเจ้าไปประหารเสียข้าพเจ้าก็มิยอมจะก้มลงกราบในสิ่งที่ตนมิได้กระทำ”
“เจ้าอย่าได้ถือทิฐิพยศสิ่งใดอีกเลยครั้งนี้พระองค์ทรงพระกรุณาต่อเจ้ามากอยู่ จงอย่าขัดขืนเลย”
ทันใดพระนางกัณฐิมาศก็รับสั่งว่า
“เดี๋ยวก่อนนะปู่ครูเราเมตตาด้วยเห็นแก่คุณงามความดีที่ปู่ครูมีต่อกรุงสุโขทัยส่วนศิษย์ของปู่ครูที่มาจากเมืองอื่นนี้ เราเห็นว่าควรจะกำราบให้หายพยศครั้งนี้เราจะเว้นโทษกุมขังไม่นำตัวส่งวังหลวงให้เป็นคดีแผ่นดินแต่เจ้าตัวยังต้องมารับโทษสำนึกผิดกับเรา”
“เรื่องนี้สุดแต่พระกรุณาเถิดพระเจ้าค่ะ การที่ศิษย์ของเกล้ากระหม่อมไม่ต้องโทษกุมขังถือว่าเป็นบุญของเขามากแล้วพระเจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นหลังจากที่เขากราบกรานขมาเราแล้ว ให้เขามาทำงานเป็นบ่าวในตำหนักเราเป็นเวลา ๑๐ วันช่วงนี้เราจะทำโทษและอบรมเขาเอง.. ส่วนเรื่องขมาลาโทษ หากเขาไม่ยินยอมปฏิบัติเราคงต้องยอมให้ปู่ครูไหว้กระทำแทนตัวเขาเสียแล้ว”
ปู่หลวงได้ฟังรับสั่งพิพากษาดังกล่าวพลอยยินดีที่เรื่องราวมิได้หนักหนากระไร แต่แสงพรายถึงกับสะดุ้งใจ รำลึกว่าหากเราไม่กราบขมาโทษแก่พระนางกรรมนี้คงตกแก่ปู่หลวงผู้อาวุโสของเรา
ขณะนั่งตรองด้วยความอึดอัดใจปู่หลวงก็หยิบฉวยพานพุ่มขึ้นมาวางไว้ตรงหน้า แสงพรายรีบยึดกุมมือของปู่หลวงไว้ทันที
“เรื่องนี้สาเหตุมาจากตัวข้าพเจ้าขออย่าให้ปู่หลวงต้องมาลำบากเพราะข้าพเจ้าเลย”
ว่าแล้วเจ้าหนุ่มก็ฉวยพานพุ่มนำไปวางต่อเบื้องพระพักตร์ ตนนั้นสูดลมหายใจยาว ก่อนจะพนมมือแล้วกราบบังคมทูลว่า
“ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า เกล้ากระหม่อมแสงพรายศิษย์แห่งสำนักบ้านเงินบ้านทองขอกราบบังคมขอพระราชทานอภัยโทษที่เกล้ากระหม่อมล่วงเกินพระเกียรติยศของพระองค์ขอพระองค์จงเมตตาให้แก่เกล้ากระหม่อมด้วยเถิด พระเจ้าค่ะ”
กราบทูลแล้วแสงพรายจึงก้มลงกราบแทบพระบาทจากนั้นจึงยกพานพุ่มถวายแด่พระนาง
พระองค์หญิงทรงยื่นพระหัตถ์รับไว้รับสั่งด้วยพระสุรเสียงเยือกเย็นว่า
“ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ใดสิ่งที่ท่านได้ล่วงเกินเราไว้ก็ย่อมสมควรที่เราจะให้ท่านมากราบกรานขอขมาโทษและชดใช้ความผิดที่ท่านได้กระทำไว้”
ทรงวางพานพุ่มไว้ข้างพระองค์บนพระแท่นรับสั่งกับปู่หลวงว่า
“พานพุ่มนี้ช่างสวยงามถูกใจเรานักสมแล้วที่เป็นสำนักบ้านเงินบ้านทอง เพียงเวลาสั้นๆก็สามารถประดิษฐ์ตกแต่งพานพุ่มได้งามขนาดนี้.. พวกท่านกลับกันไปเถิดนับตั้งแต่วันพรุ่งเป็นต้นไปให้แสงพรายมาเป็นบ่าวรับใช้ในตำหนักเรา อีก ๑๐ วันจึงค่อยพ้นข้อผูกพัน”
--------------------------------------------------