บรรดาแขกจากเมืองไทยรวมทั้งมนต์ตรา ตื่นเต้นไปกับของเล่นชิ้นใหม่รวมทั้งมนต์ตรา นั่นคือการเล่นสกี หัดกันหกล้มหกลุก สมาร์ทนั้นเล่นได้แน่นอนอยู่แล้วเพราะอยู่เกาหลีมาตั้งเจ็ดปี แต่เจ็ดปีสำหรับหมอมนต์นั้นไม่มีเงินมากพอที่จะออกรอบได้บ่อยๆทั้งที่ถ้ามา ก็ฟรีทุกอย่าง
แต่..นั่นไม่ใช่เธอ เขาจึงเป็พี่เลี้ยงให้เพื่อนสาวที่เขาแคร์มากที่สุด ส่วนกึนซองนั้นสูญสิ้นอิสระภาพไปโดยสิ้นเชิงจากสองสาวที่ฉุดรั้งเขาไว้เพื่อให้ช่วยสอนวิธีการเล่นพื้นฐานให้ ในฐานะเ้าของบ้านหน้าที่แทคแคร์จึงตกเป็ของเขาโดยปริยาย แต่สายตาของชายหนุ่มก็จะชำเลืองดูมนต์ตราอยู่เป็ระยะ เพราะในสายตาของนักสกีตัวยงเช่นเขาก็บอกได้ว่าเธอยังไม่ชำนาญ สองสาวเกาะเขาเป็ตุ๊กแก แต่ความมีจริตจะก้านอันมากมายของแมงเม้าท์ก็ทำให้เขาสนุก เขาพอเริ่มจับทางได้บ้างแล้วว่าแมงเม้าท์ไม่ใช่ผู้หญิง ยิ่งทำเขาแกล้งทำให้นางวี๊ดว๊ายได้โดยไม่ต้องเป็สุภาพบุรุษมากนัก แต่กับหมอมัทนาเขาให้เกียรติแตะต้องเนื้อตัวเธอให้น้อยที่สุด
ครั้งหนึ่งสมาร์ทพามนต์ตราไต่ไปยังเนินที่สูงขึ้น เพราะเห็นว่าเธอเล่นได้ดีขึ้นมาก จึงชวนเธอขึ้นเลื่อนรับจ้างให้ไปปล่อยที่สูงที่สุดของเนินลูกนี้เพื่อที่จะลื่นสไลด์ลงมาอย่างได้ระยะทางที่ยาวขึ้น แต่ไม่เคยพ้นสายตาพญาอินทรีย์อย่างกึนซองไปได้ เขาว่าจะร้องเตือนว่าอย่าขึ้นไประวังหิมะถล่ม แต่ก็ห้ามปากตัวเองเอาไว้ซึ่งอาจจะทำให้นายหล่อไม่พอใจ การที่เขาหยุดนิ่งและเขม้นมองทำให้สองสาวที่วี๊ดว๊ายอยู่ใกล้ๆตัวเขาหยุดมองบ้าง
“ ต๊าย..ตายแล้ว สองคนนั่นช่างอาจหาญอะไรเช่นนี้ ดูสิเล่นไล่กันมาอย่างกับมืออาชีพ ”
“ ไอ้มนต์มันเพิ่งหัดเมื่อกี้ ทำไมมันเล่นเป็เร็วนักวะ ”
“ นั่นสิ สไลด์ยาวซะด้วย ”
“ เอ๊ะ..! ทำไม..มนต์มันแล่นเร็วจี๋ขนาดนั้น แล้วไอ้หล่อหายไปไหน ?
กึนซองยืนฟังสองสามคุยกันอย่างไม่เข้าใจเพราะเธอใช้ภาษาไทยในการสนทนา สองสาวไม่ได้เหลียวมามองว่าเขายกเป้ขนาดใหญ่สะพายขึ้นบ่า ตรวจสอบรองเท้าสกี และเหน็บม้วนเชือกขนาดยาวไว้ที่เอว เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม เพราะดูจากสถานการณ์ การแล่นลงมาด้วยอัตราความเร็วเช่นนี้บอกได้เลยว่าอันตรายมาก และพี่เลี้ยงของเธอหายไปไหน อาจเสียหลักหกคะเมนตีลังกาอยู่ที่ไหนสักแห่ง
“ คุณสองคนอยู่ที่นี่นะอย่าไปไหน ท่าทางไม่ดี หากผมกลับมาช้าผิดเวลาให้แจ้งเ้าหน้าที่ ว่ามีคนสูญหาย” เขาบอกกับมัทนาที่จะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่ากระเทยั์
“ ค่ะ ”มัทนารับคำแล้วแปลให้แมงเม้าท์เข้าใจ
กึนซองแล่นสกีตามมนต์ตราไปอย่างรวดเร็ว สวี๊ทสว๊าทน่าหวาดเสียวสำหรับสองนางที่ยืนมองดูเป็ที่สุด กึนซองและเพื่อนของเธอลับสายตาไปแล้ว ทันใดนั้นเสียงตามสายก็ผ่านลำโพงมาทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษเตือนให้นักท่องเที่ยวและนักสกีทั้งหลายรีบกลับเข้าที่พักด่วน เนื่องจากมีหิมะถล่มเกิดขึ้น สองสาวใจหายวาบ มองหน้ากันน้ำตาคลอ
“ ไอ้มนต์ ”ต่างครางชื่อเพื่อนรักออกมาพร้อมกัน เ้าหน้าประจำสกีรีสอร์ตวิ่งมาที่หล่อนทั้งสองพูดเป็ภาษาเกาหลีเร็วปรื๋อทำนองเตือนให้ถอดรองเท้าสกีแล้วช่วยเก็บข้าวของให้หลบเข้าที่พักก่อน สองสาวพะวักพะวงหันรีหันขวาง ทันใดนั้นเองสมาร์ทก็โผล่เข้ามา
“ มนต์ล่ะ มนต์มาหรือยัง ”เขาะโถาม
“ มึงทำไมปล่อยมนต์แล่นฉิวไปคนเดียวห๊าไอ้หล่อ ”ความใกลัวและห่วงเพื่อนทำให้แมงเม้าท์ลืมความเป็ผู้หญิงกระชากคอเสื้อไอ้หล่อขยุ้มไว้แน่น
“ เฮ้ย ! ใจเย็น ”หมอจิตเวชรีบเข้ามาห้าม
“ มนต์ไปทางไหน ”เขาไม่สนใจคำต่อว่าของเพื่อนสาว ตั้งท่าจะทะยานออกติดตาม เ้าหน้าที่ของสกีรีสิร์ตเข้าขวางไว้
“ ไปไม่ได้นะครับ อันตรายมาก ฝ่ายรักษาความปลอดภัยกำลังต้อนแขกเข้าที่กำบัง เพื่อนของคุณคงจะไม่เป็อะไร ”เขาอธิบาย
“ แฟนผม..แฟนผมหายไป ผมจะไปตามแฟนผม ”ไอ้หล่อะโสุดเสียงฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้ๆรีบมาช่วยกันจับแล้วลากไอ้หล่อไปยังอาคาร
“ สมาร์ทมีสติหน่อย โวยวายไปก็เท่านั้น กึนซองตามไปแล้วคงไม่เป็ไรหรอก” มัทนาดูจะเป็ผู้ที่มีสติมากที่สุดในเวลานั้นบอกเพื่อนชาย ขณะนี้ทุกคนหลบเข้ามาอยู่ในอาคารที่เป็คล้ายๆที่ทำการอะไรสักอย่างเพื่อบริการนักท่องเที่ยว อ้อ! ตำรวจท่องเที่ยว สายตาของสมาร์ทมองไปเห็นป้ายภาษาเกาหลีเขียนไว้อย่างนั้น เขาจึงปลดมือสองสาวออกจากแขนทั้งสองข้าง
“ เราไม่เป็ไรแล้ว ปล่อยเถอะ เดี๋ยวจะไปแจ้งกับตำรวจท่องเที่ยวว่ากึนซองกับเพื่อนหายเข้าไปในพายุหิมะ ชื่อของคิม
กึนซองคงทำให้พวกเขาออกติดตามเร็วขึ้น ” สองสาวตาโตรีบพยักหน้า
“ เออ ! จริงด้วย ”
กึนซองใจหายวาบ..หิมะถล่ม..เป็ไปได้ไง ในรอบสิบปีไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ มนต์ตราคุณอย่าเป็อะไรนะ รอผมก่อน ถ้าโชคชะตาลิขิตมาให้เราพบกันแค่นี้ ขอให้เป็ผมเถอะที่ต้องเป็ฝ่ายไป คนดีๆอย่างคุณอยู่ต่อเถอะ อยู่ต่อเถอะ โอ้พระเ้า! โปรดช่วยเธอด้วย
“ มนต์ตรา..มนต์ตรา..คุณอยู่ไหน? ”เขาะโร้องเรียกด้วยหัวใจที่รุ่มร้อนเผาผลาญเขาอยู่ในขณะนี้ หิมะที่เยือกเย็นทำอะไรเขาไม่ได้เลยในเวลานี้
“ มนต์ตรา..วู๊..มนต์ตรา..คุณอยู่ไหน? ”นั่น..อะไรจุดเล็กๆดำๆที่ทะยานแล่นฉิวไปข้างหน้า เขาเร่งตามอย่างไม่คิดชีวิต ขอให้เป็เธอทีเถอะพระเ้า ชั่วชีวิตของไอ้กึนซองไม่เคยร้องขออะไรต่อพระองค์เลย คราวนี้ขอผมเถอะ ไว้ชีวิตเธอด้วย เสียงหิมะถล่มดังสนั่นหวั่นไหวไล่ตามหลังชายหนุ่มมา ขอให้ทัน..ขอให้ทันเธอทีเถอะ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นผมจะไม่ต่อว่าท่านเลย..เสียงหิมะถล่มทำให้มนต์ตราใจึงหันกลับไปมอง
“ ใครน่ะ? โอ..คุณพระคุณเ้าช่วยลูกแล้ว กึนซอง..กึนซองจริงๆด้วย..ม่านน้ำตาที่ไหลกลบตาหญิงสาวั้แ่ไอ้สกีทรยศคู่นี้ มันเกิดเฮี้ยนอะไรของมันขึ้นมาพาหญิงสาววิ่งฉิวอย่างกับติดเครื่องยนต์ เธอคิดว่าต้องตายแน่แล้วเตรียมสั่งลาคุณพ่อ เพื่อนๆและกึนซอง แต่เขาก็โผล่ขึ้นมาราวปาฏิหารย์ เขาใกล้เข้ามาแล้ว..ใกล้เข้ามาทุกที จนกระทั่งได้ยินเสียงของเขาถนัดชัดเจน
“ ไปทางขวา เฉไปทางขวาให้มากที่สุด” เขาะโบอก “ แนวหิมะถล่มตามหลังเรามา ออกขวา..ออกขวาเร็ว ”
“ ฉันทำไม่เป็..กึนซอง..ฉันไม่เห็นมันเลี้ยวขวาเลย”
“ ตายห่า! ชายหนุ่มสบถ ไอ้สมาร์ทมันไม่สอนเธอเลยเหรอว่า เบรคทำยังไง ขวาทำยังไงซ้ายทำยังไง..บ้าเอ๊ย!
ในเสี้ยววินาทีที่เขาตามมาทัน เขาคว้าเอวหญิงสาวยกขึ้นลอยทั้งตัว ถ้าในยามปกติไม่มีทางที่ใครจะทำได้ แต่เขาทำแล้วด้วยพละกำลังมหาศาลที่มาจากไหนก็ไม่รู้ เฉสกีคู่ใจออกทางขวา พร้อมกับก้อนหิมะขนาดมหึมาที่กลิ้งหลุนๆเฉียดกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้นเอง สองหนุ่มสาวเสียหลักจากการสั่นะเืหกล้มกอดกันกลมกลิ้งทับกันไป สกีที่ติดเท้าคนทั้งสองอยู่ช่วยขัดขวางการลื่นไหลไว้ได้มากทีเดียวและช่วยเบรคให้หยุดกลิ้งได้ในที่สุด
“ กึนซอง..กึนซอง..ฮื่อๆ..ๆ..ๆ ”มนต์ตราร้องไห้สะอื้นฮักๆกอดเขาไว้แน่น ต่างบอบช้ำกันพอสมควรทีเดียว
“ ไม่เป็ไร..ไม่เป็ไร..ผมอยู่นี่ ”เขากอดตอบ จูบลงบนหน้าผากของเธอ ถ้าเป็ในยามปกติกึนซองต้องโดนชกไปแล้วแน่ๆ แต่..ในยามนี้มันอบอุ่นเป็ขวัญและกำลังใจอย่างดีที่สุดสำหรับเธอ
“ มนต์ตรา..คุณเป็หมอนะ ตั้งสติสิ สำรวจตัวเองซิว่ามีอะไรแตกหักบ้าง อย่าเอาแต่ร้องไห้ ”เขาเอ่ยเตือน
“ มันยังชาไปหมดเลยค่ะ คุณล่ะ..เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? เธอเอ่ยปนเสียงสะอื้น
“ เจ็บไปทั้งตัวเหมือนกัน..แต่ไม่เป็ไร เดี๋ยวมจะลองยืนดูก่อน ”
“เอาสกีออกก่อนมั๊ย ”เธอถาม
“ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราต้องไปต่อ อยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอกอันตราย คุณลองยืนซิ..ไหวมั๊ย ”เขายื่นมือให้จับ
“ โอ๊ะ..โอ๊ย..” เธอร้องลั่น
“ อะไร..เป็อะไรเหรอ ”เขาละล่ำละลักถาม
“ เดี๋ยวนะ..แป๊บนึง ”มนต์ตรายกมือพนมกลางหว่างอก
“ เ้าประคู๊ณ..จ้าวป่า จ้าวเขา จ้าวแม่สโนว์ช่วยลูกด้วยเถอะขออย่าให้ลูกแตกหักเสียหายอะไรเลย ”
“ คุณทำอะไร ”เขาร้องถามเบาๆ งุนงงกับการระทำของเธอ หญิงสาวไม่ตอบ เขาจึงพูดต่อ
“ เราจะค่อยๆสกีลงไปเรื่อยๆ อาจพบที่พักหลบหนาวได้ในคืนนี้”
“ คืนนี้เหรอ? เราหลงทางเหรอกึนซอง แล้วเ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเขาไม่ตามหาเราเหรอ? เธอใยิงคำถามเป็ชุด
“ ยังมีเสียงครืนๆอย่างนี้ เขาไม่เสี่ยงออกตามหาหรอก เราต้องช่วยตัวเองก่อน ”เขาอธิบายน้ำเสียงอบอุ่นปลุกปลอบให้กำลังใจ
“ are youready ”เขาถามติดตลก มนต์ตราหัวเราะหึๆ
“ เห็นมั๊ยต้องอย่างนี้สิยิ้มได้เมื่อภัยมา”เขาเย้า
“ สุภาษิตของไทยก็มีนะแบบนี้ ”เธอตอบ เขาส่งปลายเชือกเส้นหนึ่งให้หญิงสาว
“ มัดเอวไว้กันพลัดหลงจากกันอีก ”
“ ไปเอาเชือกมาจากไหนคะ?
“ ผมเห็นคุณลอยมาจากข้างบนก็คว้าเชือกก่อนเลย ตามด้วยเป้ยังชีพ ไปกันเถอะ ”เขารุนหลังให้มนต์ไปอยู่ข้างหน้า
“ คุณออกหน้าผมจะอยู่ข้างหลัง คอยดึงไว้เผื่อคุณไปเร็วเกินไป ”
“ โอเคค่ะ..พร้อม ” ในยามนี้เธอต้องฝากชีวิตไว้กับเขาจะมามัวอิดออดร่ำน้ำตาอยู่ไม่ได้ น่าแปลก..ที่ตอนนี้เธอไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย หนุ่สาวทั้งสองล่องใต้ลงมาเรื่อยๆ
“ บ้านค่ะ..บ้าน กึนซองโน่นบ้าน เรารอดตายแล้ว ไชโย้..หญิงสาวะโด้วยความดีใจ
“ เดี๋ยวจะหยุดเพื่อปลดสกีออก แล้วเดินเท้าเข้าไป ”เขาบอกเธอ
พอเข้าไปใกล้ มันเป็กระท่อมไม้เก่าสีซีดจาง สร้างจากปีกไม้ทั้งหลังท่าทางแข็งแรง ปิดประตูหน้าต่างเงียบ เ้าของคงจะโรแมนติคมิใช่น้อย เพราะมีลำธารเล็กๆไหลผ่าน เป็ธารน้ำที่เกิดจากหิมะละลาย มีไอควันลอยรุ่นขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง
“ สวยจัง ”มนต์ตราจ้องมองภาพกระท่อมน้อยด้วยความหลงไหล กึนซองหยุดมองมาทางหล่อน..เออแน่ะ..หลงไหลได้ปลื้มไปกับกระท่อมก็เป็แฮะ..เขาคิดในใจ
“ อุ๊ย..คุณ..ทำไมน้ำอุ่นได้ล่ะ ”เธอถามขณะเอามือวักน้ำในลำธาร
“ คงเป็น้ำพุร้อนจากไหนสักแห่งแล้วไหลมา”
“ โอสุดยอดเลย งั้นคืนนี้เราคงไม่หนาวเท่าไหร่ถ้าจะต้องติดอยู่ที่นี่ ”หล่อนชวนคุย
“ คุณว่าน้ำนี่กินได้มั๊ยฮึ?
“ น่าจะได้นะ ดมซิมีกลิ่นกำมะถันหรือเปล่า ”เขาตอบ
ชายหนุ่มไปยืนอยู่หน้าประตูบ้าน บ้านหลังนี้น่าจะถูกทิ้งร้างไว้นาน หรือไม่ก็ปลูกสร้างเอาไว้พักผ่อนเล่นสกี เพราะโรงแรมที่นี่แพงมาก หรือทำไว้เผื่อมีคนพลัดหลงลื่นไหลลงมายาวนานเกินการบังคับให้หยุด เฮ้อ! จะเป็อะไรก็แล้วแต่ขอให้เข้าไปข้างในได้ กันลมกันหนาวได้ในคืนนี้ก็พอแล้ว ขอแค่คืนเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจท่องเที่ยวคงออกตามหาเขาแล้วล่ะ
ชายหนุ่มเดินสำรวจรอบๆบ้าน แน่ล่ะประตูหน้าบ้านใส่กุญแจไว้ลูกเบ้อเริ่ม เขาภาวนาขอให้มีหน้าต่างสักบานที่ลืมลงกลอนข้างในไว้ เขาเดินแงะไปอย่างใจเย็นทุกบาน และแล้วคำภาวนาของเขาก็เป็จริง หน้าต่างบานหนึ่งเปิดออกได้แม้จะฝืดสักหน่อย เขาออกแรงแง้มเต็มที่ ในความสูงหนึ่งร้องแปดสิบเซ็นต์ของเขาไม่เป็ปัญหาในการปีนเข้าไป แต่ยัยเตี้ยที่ยังมัวชื่นชมกับลำธารน้ำไหลนี่สิมีปัญหาแน่
“ มนต์ตรา..มนต์ตรา มาทางนี้เร็ว ”เขาร้องเรียก
“ ค๊า.า.า ”เสียงวิ่งตุ้บตั้บเลาะมาตามระเบียงบ้านที่ปูด้วยไม้รอบบ้าน
“ เปิดได้แล้ว วู้! ดีจังเลย ”เธอตบมือดีอกดีใจไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยสักนิดว่าคืนนี้จะอยู่ยังไง จะนอนยังไง จะกินอะไร
“ผมจะปีนเข้าไปสำรวจข้างในคุณคอยอยู่ข้างนอกก่อนนะ”
“ ได้ค่ะ..ระวังตัวด้วยนะคะ ” เขาเอามือยึดขอบหน้าต่างแล้วสปริงตัวขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย ข้างในค่อนข้างมืดและอับ คงจะปิดมานาน เป็โถงโล่งๆชายหนุ่มเดินไล่เปิดหน้าต่างที่มีอยู่รอบบ้านเพื่อระบายอากาศ อ่อ..มีเตาผิง เขารีบเข้าไปใกล้ๆเพื่อสำรวจดูว่ามีเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน หรือไม้สนแห้งๆที่จะติดไฟได้ง่ายๆอยู่บ้างหรือไม่
โชคดีเป็บ้ามีฟืนแห้งๆมากพอที่จะใช้จุดผิงกันหนาวได้ทั้งคืน หน้าเตาผิงมีโซฟาตัวใหญ่เก่าแก่คร่ำคร่าอยู่หนึ่งตัว ชะรอยว่าคงเอาไว้นั่งหรือนอนผิงไฟ อีกด้านหนึ่งคงจะเป็ครัวมีเตาแก๊ส มีหม้อ มีกาน้ำ มีกะทะ เขาภาวนาอีกแล้ว..ขอให้เตาแก๊สจุดติดทีเถอะ เขาเปิดวาวถังแก็สแล้วบิดสวิทย์เสียงดัง เป๊ะ..เป๊ะ อยู่สี่ห้าครั้งเขาเกือบจะถอดใจ อ๊ะ..อีกทีละกัน ไฟก็ติดพรึบขึ้นมา..โอ..โชคดีอะไรอย่างนี้
“ กึนซอง..กึนซอง..” เสียงมนต์ตราร้องเรียกเขาอยู่ข้างนอก”
“ ทำไมหายไปนานจัง มีอะไรรึป่าว ”
“ ยุ่งจริงยัยคนนี้ ”เขาบ่นพึมพัม แต่ก็สาวเท้ากลับมาที่หน้าต่างเห็นหัวมนต์ตราผลุบๆโผล่ๆะโขึ้นๆลงๆเพื่อจะมองดูเขา
“ ผมกำลังสำรวจดูน่ะว่ามีอะไรบ้าง ”ขณะพูดเขาก้มลงมองหล่อนที่แหงนคอตั้งบ่า “ เตี้ยจริงๆด้วย ”แล้วเขาก็อมยิ้มกลั้นหัวเราะไว้ในใจ
“ ยื่นมือมาผมจะดึงขึ้น คุณต้องสำหึกตัวขึ้นมาด้วยนะ จะได้มีแรงฉุด เอ้า..หนึ่ง..สอง..สาม ฮึ๊บ ”ไม่ใช่เื่ยากเลยสำหรับการปีนป่าย มนต์ตราสปริงตัววื๊ดเดียวก็ขึ้นมานั่งบนขอบหน้าต่าง ชายหนุ่มทำตาโต
“ เก่งนี่ ” เขาชม
“ คุณยิ้มอะไร..หา ”
“ เปล่า..ก็ยิ้มว่าคุณเก่ง ”
“ อย่ามาแหม่ว..ยิ้มอย่างนี้มันต้องมีอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เื่ดีด้วย ”
“ โธ่..มนต์ตรา คุณก็..ผ่านๆไปบ้างเหอะ ”บอกได้ไงขืนบอกก็เจ็บตัวเท่านั้นแหละยัยเตี้ยนี่มือหนักชะมัด
“ ดีจัง..มีเตาผิงด้วย..มีเครื่องครัวด้วยกึนซอง ว๊า..แต่เราไม่มีอาหารสำรองมาเลยเสียดายจัง ”หญิงสาวตื่นเต้นกับความพร้อมของกระท่อมทำให้ลืมเื่ที่ค้างคาใจกับยิ้มของคนเ้าเล่ห์
“ มีสิ ผมมีบะหมี่สำเร็จรูป มีกาแฟติดมาหลายซองอยู่นะ อยู่ในเป้หลังของผมนี่ ”ชายหนุ่มปลดเป้หลังวางลงกับพื้น
“ ว๊าว..ดีจัง คุณน่ารักที่สุดในโลกเลย ” ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว หญิงสาวก็โถมเข้ากอดเขาทั้งตัว กอดไม่กอดเปล่ายังสปริงตัว ยกสองขาเข้ารัดลำตัวเขาไว้อีก แล้วโอบรอบคอเขาแน่น จุ๊บแก้มซ้ายที ขวาที เหมือนเด็กน้อยที่ดีใจสุดขีด เขาตกตะลึงไปชั่วครู่บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร อะไรกันนี่? เธอช็อคกับเหตุการณ์หิมะถล่มจนเสียสติไปแล้วเหรอ ไม่นะ..เธอก็ดูปกติดี ถามว่าไม่ชอบเหรอที่เธอทำอย่างนี้ ชอบสิ..ชอบมาก แต่เธอต้องทำกับเขาเพียงคนเดียว..คนเดียวเท่านั้น
“ พอๆ ลงๆได้แล้วนึกว่าตัวเบานักรึเราน่ะ ”เขาทำเป็บ่น
“ โอ๊ะ..ขอโทษ ขอโทษนะกึนซองฉันลืมตัวไปน่ะ ”
“ อย่าไปทำอย่างนี้กับใครเขาล่ะ ”เขาแสร้งดุ ..เธอน่ารักมากนะ ถ้าเป็คนอื่นที่ไม่ใช่ผม เขาคงไม่หยุดแค่นี้ ไม่อยากคิดต่อเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ..เขาแอบคิดในใจ
“ เสียดายนะที่เราเปิดประตูไม่ได้ จะเข้าออกทีก็ต้องปีนหน้าต่าง เดี๋ยวผมจะปีนออกไปตักน้ำที่ลำธารมาไว้สำหรับต้มบะหมี่กับชงกาแฟให้คุณนะ เดี๋ยวดูก่อนหม้อไหเขายังพอใช้ได้อยู่มั๊ย ” เขายกหม้อส่องไปยังทิศทางที่มีแสงสว่าง ไม่ปรากฏว่ามีรูรั่ว จึงหยิบใบที่ใหญ่ที่สุดมา พร้อมฉวยกาน้ำมาด้วยอีกหนึ่งใบ เดินไปที่หน้าต่างบานที่ใกล้ประตูที่สุด
“ มนต์ตรา ”
“ ขา ” หญิงสาวขานรับ เขางันไปนิดนึงกับคำขานรับนี้ เขาไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไรแต่มันไพเราะอ่อนหวานจังเลย หญิงสาวกำลังคุกเข่าก้มๆเงยๆ สำรวจดูว่าที่ชั้นไม้ลักษณะคล้ายตู้เก็บของ หรือตู้กับข้าวกลายๆ มีถ้วยชามหรือถ้วยกาแฟอยู่บ้างไหม
“ เดี๋ยวคุณมาคอยรับน้ำที่ผมตักมาหน่อยนะ เพราะหม้อมันใหญ่ เอามาเผื่อล้างถ้วยกาแฟ..ถ้ามีนะ ”เขาว่า
“ มีค่ะ พบแล้วชุดถ้วยกาแฟ ช้อนชามพอยังชีพได้ค่ะ ”
“ เร๊อะ! โชคดีชะมัด ”
ชายหนุ่มกลับเข้ามาแล้ว พร้อมกับแสงสว่างจากภายนอกค่อยๆหายไป ความมืดเข้ามาครอบคลุมอย่างรวดเร็ว กึนซองมีเทียนฉุกเฉินติดมาพร้อมกับไฟแช็ค เป้หลังของเขาเหมือนกระเป๋าโดเรม่อนที่มนต์ตราอยากได้อะไรเขาหยิบออกมาได้ตลอด
“ กระเป๋าโดเรม่อนของคุณน่ารักจังเลยเนรมิตได้ดังใจหมาย” ว่าแล้วเธอก็หัวเราะชอบใจ
“ เวลาคุณออกหน่วยแพทย์อาสา คุณไม่เตรียมพร้อมบ้างเหรอ?เขาถาม
“ ก็..ก็..เตรียมเฉพาะของใช้ส่วนตัวของตัวเอง ส่วนเื่อื่นๆไม่ว่าจะเป็ยาหรือเวชภัณฑ์ต่างๆ หรืออาหารการกินก็มีเ้าหน้าที่แต่ละแผนกเขาเตรียม ฉันเลยไม่ค่อยถนัดเื่การเดินป่า หรือหลงป่าเลยไม่มีประสบการณ์ทางนี้ ”
สองหนุ่มสาวต่างช่วยกัน กึนซองล้างถ้วยชามที่จะใช้ มนต์ตราต้มน้ำเตรียมชงกาแฟกับต้มบะหมี่
“ พรุ่งนี้เช้าคงต้องพึ่งเ้าอีกมื้อละนะ ”กึนซองพูดพร้อมกับตบเบาๆไปที่กาต้มน้ำ มนต์ตราจึงตบเบาๆไปที่ถ้วยกาแฟบ้าง
“ ขอบใจนะจ๊ะที่อนุเคราะห์คนหลงทาง กาแฟมื้อนี้อร่อยมากเลยจ้ะ ” กึนซองหัวเราะ หึๆ เออ..เข้ากันเป็ปี่ เป็ขลุ่ย นี่ถ้าเป็ลีฮันนาคงร้องไห้ฟูมฟายไม่ยอมกินอะไรกับถ้วยชามเก่าๆปากชามบิ่นๆเหล่านี้แน่ นับวันเขายิ่งเห็นน้ำใสใจจริงของผู้หญิงคนนี้ เธอมีน้ำอดน้ำทนอย่างไม่น่าเชื่อ เขารู้ว่าเธอาเ็จากการกลิ้งหลุนๆมากับเขาแต่เธอไม่เคยปริปาก
บ่อยครั้งที่เธอเผลอตัวเดินกระเผลกๆ พอเขามองก็ทำเป็เดินตัวตรง บางครั้งครางซี๊ดขึ้นมา เมื่อเธอไม่แสดงอาการเ็ปออกมาให้เขาเห็น เขาก็ต้องเก็บอาการของเขาเช่นกัน ซึ่งบอกเลยว่าาเ็ไม่แพ้เธอ ผู้หญิงผิวบางคนนี้สวยทั้งข้างนอกงามทั้งข้างใน เขาเดินไปที่เตาผิงนำฟืนแห้งๆมากองรวมกันลักษณะไขว้กันไปมา โดยมีตาแป๋วๆของคนอยากรู้อยากเห็นตามไปมองดูอยู่ใกล้ๆ เขาจุดไฟจากไม้ฟืนเล็กๆแล้วค่อยๆแหย่ลงไปใต้กองฟืน สักครู่เดียวควันก็โขมงโฉงเฉง มนต์ตราก้มหน้าลงไปเป่าปู้ดๆ จนเขาต้องบอกว่า
“ พอเถอะไฟติดแล้ว ”
“ ดีจัง ”เธอยิ้มตาหยี
“ เราอยู่กันด้วยแสงสว่างจากไฟในเตาผิงนี่ได้มั๊ย ผมจะดับเทียนเพื่อประหยัดไว้ก่อน เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า กันเหนียวไว้ก่อนนะ ”ชายหนุ่มถามเบาๆ
“ ได้สิ อยู่ได้ไม่ต้องกังวลหรอก ”เธอตอบ
“ มานั่งที่โซฟาด้วยกันเถอะ ”เขาพูดพร้อมกับตบลงเบาๆที่โซฟาเชิญชวนหล่อน