เซซิเลียกางแผนที่โฮโลแกรม3มิติขึ้นมา
“แล้วไงล่ะ..จะลุยทั้งแบบนี้งั้นรึ?..พอจะมีแผนอะไรมั้ย” เซเลน่ากล่าวพร้อมกับมองแผนที่ที่มีจุดสีเหลืองหลายจุดปรากฎขึ้นด้านนอกประตูห้องสี่เหลี่ยม ในบรรดาจุดมากมายเหล่านั้นก็คือสัตว์ปีศาจทรงพลังที่รอสังหารพวกเธออยู่ด้านนอกนั่นเอง
“พอพลังเวทฟื้นจนครบก็ลังเลขึ้นมาทันทีเลยนะ..ทีก่อนหน้านี้ยังอยากออกไปกันอยู่เลยแท้ๆ..” เรเวลกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“หนวกหูน่าาา..” เซเลน่ากำหมัดที่หุ้มด้วยถุงมือทำท่าจะชก
“ทั้งสองคนเลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ…” เซซิเลียตะโกนห้ามปรามขึ้นมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เธอมองแผนที่โฮโลแกรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ขอโทษ..” เรเวลกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงหดหู่
“ฮึ..” เซเลน่ากอดอกแล้วเบือนหน้าหนี
“เรเวล..นายพอมีแผนอะไรต่อไหม?” รูอันถามอย่างจริงจังขึ้นมา
“อา..ก็พอมีแหละ”
เรเวลเดินเข้ามามองแผนที่ใกล้ขึ้น
“แผนของฉันมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอกนะ..อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าตอนนี้สเตตัสพวกเราพอๆกับเลเวล40 และสัตว์ปีศาจด้านนอกมีเลเวลที่50ขึ้นไป ฉะนั้นเราจึงไม่มั่นใจว่าสเตตัสของเราในตอนนี้จะพอสู้สัตว์ปีศาจพวกนั้นได้แค่ไหน ฉันจึงคิดว่าไม่ควรบุกตะลุยแบบบ้าระห่ำเหมือนตอนอยู่ชั้นบนๆ”
“ถ้างั้นเราจะลุยแบบไหนกันล่ะ?” รูอันถามต่อ
เรเวลใช้นิ้วชี้ไปยังจุดหนึ่งในแผนที่
“นายลองดูนี่สิ..ความหมายที่ฉันต้องการจะสื่อคือไม่อยากสู้กับพวกมันทั้งฝูง..แต่พวกเราจะล่อมันเข้ามาตรงเส้นทางนี้ทีละตัวเพื่อที่จะสู้แบบ4ต่อ1”
“ก็คือแทนที่จะให้พวกมันรุมเรา..แต่นายจะให้พวกเรารุมมันแทนอย่างงั้นใช่ไหม?..โดยการล่อเข้ามาทีละตัว” เซเลน่าถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วล่ะ..ถ้าออกจากกำแพงบาเรียนี้ไปจะเป็นเส้นทางตรง..เมื่อเลี้ยวออกไปหลายรอบก็จะเริ่มเจอกับสัตว์ปีศาจในแต่ละจุด ฉะนั้นพวกเราจะล่อมันเข้ามาในเส้นทางตรงนี้ให้จำนวนน้อยที่สุด จากนั้นเราจะใช้ภูมิศาสตร์หน้าบาเรียนี้สู้กับมัน และถ้าหากสู้ไม่ไหว..พวกเราจะหลบเข้ามาข้างในนี้”
“เอ๋!?..หลบเข้ามาข้างในนี้งั้นหรอคะ?..แล้วคุณจะมั่นใจได้ไงว่าข้างในนี้มันปลอดภัยน่ะ..” เซซีเลียถามด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงหรอก ห้องนี้เป็นห้องที่สฟิงซ์พาพวกเรามาและมันก็เหมือนกับห้องในชั้นบนมากๆ นอกจากจะไม่มีสัตว์ปีศาจถือกำเนิดแล้ว ยังไม่มีตัวไหนบุกเข้ามาด้วย..และสฟิงซ์เองก็บอกว่าห้องนี้สามารถใช้พูดคุยกันได้..ถ้าเขาพูดแบบนั้นก็แสดงว่ามันปลอดภัยนั่นแหละ..ฉะนั้นเราจะใช้ห้องนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับสู้กับสัตว์ปีศาจ”
เรเวลมองไปยังกำแพงบาเรียที่อยู่ด้านหน้า..ราวกับมั่นใจว่าพวกสัตว์ปีศาจที่อยู่ข้างนอกต้องบุกหรือโจมตีเข้ามาไม่ได้.แต่พวกเราสามารถผ่านเข้าออกได้ตามปกติ
‘ไฟเยอร์โบลต์’
กระสุนสายฟ้าเพลิงพุ่งออกจากฝ่ามือเรเวลไปกระแทกบาเรียแล้วถูกดูดกลืนหายเข้าไป
"ดูเหมือนว่าพวกเราเองก็จะโจมตีพวกมันผ่านกำแพงนี้ไม่ได้เหมือนกัน..แต่ฉันมั่นใจว่าพวกสัตว์ปีศาจที่ไม่ใช่ผู้พิทักษ์ฯ จะไม่สามารถผ่านกำแพงนี้มาได้แน่นอน..ฉะนั้นถ้าสู้ไม่ไหวก็เข้ามาหลบในห้องนี้ได้” เรเวลเสนอแบบนั้น
นั่นทำให้เซเลน่าขัดขึ้นมา
“ดะ..เดี๋ยวสิ..ถ้าทำแบบนั้น..งั้นพวกเราก็จะผ่านไปถึงชั้นล่างสุดไม่ได้สักทีนะ..ฉะ..อุบ”
คำพูดของเซเลน่ามีเหตุผล..แต่เรเวลใช้นิ้วชี้ปิดปากเธอเบาๆ
“เมื่อคืนตอนก่อนนอนฉันมาคิดดูแล้ว..เอ่อ..จะเรียกว่าเมื่อคืนก็คงไม่ถูกสินะ..แต่เอาเป็นว่าในบัพ<สัตว์เทพ> มันมีคูณ EXP ที่ได้รับถึง 200% ด้วย และมันมีความจริงอยู่2อย่างที่พวกเราต้องยอมรับคือ 1.พวกเราไม่สามารถสู้กับศัตรูLV50เป็นฝูงได้ และ 2.ตอนนี้พวกเราไม่รู้ว่าสเตตัสพวกเราที่เทียบเท่ากับ LV40 เนี่ยมันสู้ไหวได้แค่ไหน”
เซเลน่าปัดนิ้วเรเวลทิ้ง แล้วพูดออกไป
“ถ้างั้นนายจะบอกว่า..จะเก็บเลเวลจนถึงระดับที่พอสู้กับพวกมันทั้งฝูงไหว..จึงค่อยบุกไปทีเดียวอะนะ”
“ก็ทำนองนั้นแหละ..แต่ก็ต้องดูก่อนว่าศัตรูมันเก่งแค่ไหนอะ..ยังไงตอนนี้ก็คงต้องลองสู้กับพวกมันดูสักตัวก่อน..พอถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจอีกทีก็ยังไม่สาย”
“เห้ออ..เข้าใจละ..” เซเลน่ายอมรับแต่โดยดี
เมื่อทั้งคู่หมดจะคำพูดแล้ว รูอันจึงร่ายสกิลบัพให้ทุกคนเพื่อเตรียมพร้อม
‘เวทลม-สายลมประทานพร-[Defense Upgrade]’
“บัพนี้จะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับ 30% นะครับ…อย่างน้อยก็เอาความปลอดภัยไว้ก่อน..แล้วก็”
‘เวทลม-สตองค์แอนด์ไลฟ์บูสต์เตอร์’
“บัพนี้จะเพิ่มเกจ HP +20% และเพิ่มความทนทานอีก 40% ..ผมในฐานะที่ไม่มีสกิลโจมตีเลยจะขอเป็นฝ่ายสนับสนุนเองครับ”
ทุกคนกล่าวขอบคุณรูอัน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเรเวลได้เสนอแผนเพิ่มเติมเล็กน้อย จากนั้นทุกคนก็เดินผ่านกำแพงบาเรียออกไป
***
“สรุปก็คือพวกเราไม่สามารถส่งใครไปช่วยได้เลยสินะคะ..” ไอรีนกล่าวแล้วจิบชาเบาๆ สีหน้าของเธอคล้ายจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ
“ก็ทำนองนั้นแหละ..ดันเจี้ยนแห่งนั้นถ้าหายสาปสูญไปแล้วมันก็ไม่มีใครออกมาได้หรอก..ฉะนั้นการส่งคนไปช่วยในภารกิจที่ยังไงก็ล้มเหลว100% แถมตัวเองยังต้องตายอีก มันก็ไม่มีใครอยากไปกันหรอก..ต่อให้ใช้อำนาจราชวงศ์ส่งคนไปตายเปล่าฟรีๆได้ก็จริง..แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็ต้องถูกข้อครหาจากฝ่ายขุนนางแน่ๆ” เลน่ากล่าวราวกับบอกให้ตัดใจแล้วสวดภาวนา
ตอนนี้พวกเธอทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่ในห้องรับแขกของปราสาทรีเซล ตรงกลางมีโต๊ะใหญ่1ตัวและเก้าอี้วางขนาบอยู่คนละฝั่ง
ภายในห้องไม่มีใครอยู่นอกจากเลน่ากับไอรีน เพราะพวกเธอสั่งให้เมดกับไนท์ของตัวเองออกไปข้างนอกกันหมด
ตอนนั้นเองมีเสียงเปิดประตูดังขึ้น มีเด็กหนุ่มผมสีแดงตัวเตี้ยกว่าเซเลน่าเล็กน้อยเดินเข้ามา
“ท่านแม่..มีแขกมางั้นหรอครับ?” เด็กหนุ่มคนนั้นกล่าวขึ้นมาจนทั้งไอรีนและเลน่าหันมามอง
“ไม่เอานะ..รูดี้..แม่กำลังคุยกับแขกอยู่เปิดประตูเข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาทนะลูก..”
“ช่างมันเถอะครับ..ไม่ใช่พิธีเป็นทางการสักหน่อย”
เด็กหนุ่มที่ชื่อรูดี้หันไปมองแขกคนนั้น..เมื่อเห็นปุ๊ปเขาก็จำหน้าได้ทันที..ทำให้รูดี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ฮะ..โฮ..ท่านไอรีนนี่นา..”
“สวัสดีค่ะ..องค์ชายรูเดียส..ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี..โตขึ้นเยอะเลยนะคะ” ไอรีนยิ้มให้เล็กน้อย
เด็กหนุ่มผมสีแดงเบื้องหน้านี้แม้จะมีใบหน้าหล่อเหลา..แต่มองดูก็คล้ายๆเด็กเกรียน..ที่น่าจับมาตี..ชื่อของเขาก็คือ ‘รูเดียส รีเซล เดอฟอน เบลฟาร์ส’ น้องชายเพียงคนเดียวของเซเลน่าที่อายุน้อยกว่าเธอ1ปีนั่นเอง
คนที่บ้านหรือคนที่สนิทมักเรียกชื่อเด็กหนุ่มคนนี้ย่อๆว่า ‘รูดี้’
“สะ..สวัสดีครับ..มะ..ไม่ต้องทางการขนาดนั้นก็ได้ครับ..อะ..เอ่อ..วันนี้เซซิเลียไม่มาด้วยงั้นหรอ..”
รูดี้หันไปมองรอบๆ..ราวกับหวาดระแวงบางอย่าง
“เอาไง..จะบอกเรื่องนั้นดีไหมคะ?” ไอรีนหันไปถามเลน่า
“เห้อ..ยังไงรูดี้ก็เป็นน้องของเซเลน่า..ก็สมควรจะรู้นะ…”
เลน่าเล่าเรื่องที่พี่สาวของเขากับเซซิเลียติดอยู่ในดันเจี้ยนและยังกลับออกมาไม่ได้ให้รูดี้ฟัง นั่นทำให้รูดี้ตกใจมิใช่น้อย
“กะ..ก็…” รูดี้ปากพะงาบๆราวกับจะพูดบางอย่าง
ชิ..ไอพี่บ้า..กับไอเพื่อนเฮงซวยคนนั้นเกิดเรื่องจนได้นะ…ถ้าตายๆไปซะได้ก็ดีปัญหาจะได้หมดไป..แต่ก็เอาเหอะ..ถึงยังไงก็ขอให้รอดละกัน…เพราะถ้ามาตายแบบนี้..แล้วไม่ได้เห็นความรุ่งโรจน์ของฉันคงน่าเสียดายแย่
สำหรับรูดี้แม้ว่าตัวเขาจะไม่ค่อยชอบพี่สาวเท่าไหร่...แต่สำหรับเซซิเลียแล้วนั่นคือศัตรูคู่อริที่โคตรน่าหมั่นไส้เลย
“มะ..ไม่ต้องห่วงหรอกครับ…ถ้าเป็น2คนนั้นยังไงก็รอดอยู่แล้ว..ไม่ตายง่ายๆหรอก” รูดี้ฝืนยิ้มออกไป..นั่นทำให้ไอรีนรู้สึกอุ่นใจขึ้นแต่ก็แอบตกใจเล็กน้อย
“คือว่า..รูดี้..เปลี่ยนไปรึป่าวคะ?” ไอรีนหันมาถามเลน่าด้วยสีหน้างงงวย เพราะถ้าเป็นรูดี้ที่เธอเคยรู้จัก..ไม่น่าจะพูดออกมาแบบนี้แน่
“อ่า..ก็เล็กน้อยล่ะนะ…ที่จริงตั้งแต่เธอมาครั้งล่าสุดมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนี่นา..คนเรามันก็มีต้องเปลี่ยนแปลงกันบ้างแหละ..โดยเฉพาะเด็กๆ” เลน่าตอบกลับไปแบบนั้น
“ยังไงก็…ผมขอตัวก่อนละกันนะครับ..เชิญท่านแม่คุยกับท่านไอรีนได้ตามสบายเลย” รูดี้โค้งคำนับแล้วรีบเดินออกจากห้องไป
รูดี้ยืนพิงประตูเงียบๆแล้วกัดฟันแน่น..พลางนึกถึงหญิงสาวสองคน
'ชิ..ไอพวกผู้หญิงเฮงซวยพวกนั้น..ถ้ามาตายง่ายๆแบบนี้ฉันไม่ให้อภัยพวกแกนะเว้ยย..หนี้แค้นสมัยเด็กฉันยังไม่ได้ชำระเลย'
***
เซเลน่าเดินเรียบชิดผนังซึ่งเป็นหินขรุขระสีดำด้วยฝีเท้าเบาๆ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความมืดมิด..ความเงียบพร้อมกับไอเย็นราวกับจะชวนให้รู้สึกหลอน
‘โถ่เอ้ยย!!…ทำไมฉันต้องเป็นคนออกมาล่อด้วยล่ะเนี่ย…’
เธอบ่นพึมพัมในใจ..เพราะต่อให้จะแสร้งทำเป็นห้าวแค่ไหน..บางสถานการณ์มันก็มีหวั่นๆขาสั่นกันบ้างล่ะ
ตอนนั้นเองมีเสียงน่ากลัวบางอย่างดังออกมาจากตรงมุมผนัง
มีเงาที่มีปากและฟันแหลมคมลอดผ่านมา..พร้อมกับเสียงฝีเท้า
‘คงใกล้แล้วล่ะ..’
เซเลน่าแอบชะเง้อมองเล็กน้อยแล้วรีบหลบ
‘มี2ตัวงั้นหรอ’
นับว่าโชคดีที่พวกมันอยู่ห่างกันพอสมควร…
‘พลังเวทมหาศาลจังเลยนะ..งานของเราตอนนี้มีแค่ล่อมันมาเท่านั้น..’
เซเลน่าแอบร่ายสกิลสร้างกงจักรสีแดงเบาๆ
เหงื่อของเธอซึมออกมาจากหน้าผาก..ไหลจนไปถึงต้นคอ…จากนั้น