บทที่ 15 ชอนอีเซกับพวกขยะ 1 (2)
ตอนที่ผมเปิดประตูและเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ผมเห็นว่ามีคนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่น
"กร๊อบ กร๊อบ แจ๊บ..."
เหมือนจะกินอะไรอยู่ใช่ไหม?
ผมเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพื่อเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
"อ้าว"
ไม่ว่าจะมองอย่างไร สภาพของคน ๆ นั้นก็ดูไม่เหมือนนักร้องไอดอลเลยสักนิด เขาสะดุ้งเมื่อเห็นผม และทำถุงขนมหลุดมือลงไปทันที
"เอ่อ ขนมพวกนี้เป็ของพี่เขานะครับ...ผม...พี่มาที่นี่ได้ยังไงกันเนี่ย...!?"
เขาพูดเสียงสั่น ดวงตาเล็กหยีจากชั้นไขมันบนใบหน้าเบิกโตขึ้นมา
ผมถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
"นายคือนาซอนอูใช่ไหม?"
"เอ่อ...?"
"นี่นายกินหมดนี่คนเดียวเลยเหรอ?"
ผมใมากเมื่อเห็นกล่องไก่ทอด กล่องพิซซ่า และถุงขนมขบเคี้ยวอีกนับไม่ถ้วนกระจายอยู่รอบโซฟา
"เอ่อ ของพวกนี้...ผมสั่งมากินคนเดียวเองล่ะครับ ก็เลยสั่งมาไม่เยอะ!"
อะไรคือสั่งมาไม่เยอะ?
มุมปากของเขายังมันแผล่บ บนพื้นห้องเต็มไปด้วยกล่องอาหารมากมาย
ดูเหมือนว่าเขาคนเดียวก็รับประทานอาหารในปริมาณที่มากพอสำหรับคนห้าคนรับประทานด้วยกันแล้ว
"ตอนนี้นายน้ำหนักเท่าไหร่แล้ว?"
ถึงผมจะไม่รู้เื่ราวในโลกของนักร้องไอดอลมากสักเท่าไหร่ แต่ผมก็พอจะคาดเดาได้ว่ามันจะดูน่าตลกขนาดไหนถ้าขึ้นไปบนเวทีด้วยสภาพอ้วนตุ๊ต๊ะแบบนี้
และก่อนหน้านี้ผมก็ค้นดูรูปของนาซอนอูมาก่อนแล้ว แต่เมื่อได้เห็นตัวจริงของเขาที่มีสภาพเป็อย่างนี้ ผมก็พูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป
ขนาดผมยังใขนาดนี้ แล้วแฟนคลับจะใขนาดไหน?
"เอ่อ...แปดสิบ....หก..."
นาซอนอูเป็คนตัวสูง ถ้าน้ำหนักขึ้นแล้วมีกล้ามเนื้อก็คงไม่เป็ไร
แต่ปัญหาก็คือหมอนี่ไม่มีกล้ามเนื้อให้ชื่นใจเลยสักมัดเดียว
อีกอย่าง ไม่ว่าผมจะมองจากมุมไหน เขาก็น่าจะมีน้ำหนักมากกว่า 86 กิโลกรัมแน่นอน
"นายชั่งน้ำหนักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?"
นาซอนอูตอบคำถามด้วยการทำตัวพองมากขึ้น
"สองอาทิตย์ก่อนครับ..."
งั้นตอนนี้ก็คงขึ้นเป็ร้อยกิโลกรัมแล้วแน่ ๆ
ผมรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที
"อาหารกลางวัน..."
"ผมไม่อยากอดอาหาร! ผมจะเริ่มออกกำลังกายั้แ่วันนี้เลยครับ!"
แต่สภาพเป็หมูตอนขนาดนี้ ออกกำลังกายอย่างเดียวคงไม่พอแน่
เมื่อผมเดินเข้าไปในห้องครัวและจ้องมองตู้เย็น ผมก็ได้คำตอบ
"ใครจะให้นายอดอาหาร? รอก่อน เดี๋ยวฉันจะทำอาหารให้กิน"
ผมเปิดตู้เย็นดูก่อนเป็อย่างแรก
สภาพของห้องนั่งเล่นอยู่ในระดับที่บอกได้เลยว่าไม่เหลือเค้าความสะอาดแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นผมจึงเตรียมตัวเตรียมใจ...
"วูบ!"
ในขณะที่ผมเปิดประตูตู้เย็น กลิ่นเหม็นเน่าน่าสะอิดสะเอียนของอาหารที่ถูกเก็บเอาไว้เนิ่นนานก็ลอยออกมาปะทะจมูก
ผมหันไปถามด้วยใบหน้าเหยเก
"พวกนายทำความสะอาดตู้เย็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?"
นาซอนอูลุกขึ้นเดินมายืนอยู่ข้างผมด้วยความลังเล และตอบว่า
"ไม่รู้ครับ...ผมไม่เคยทำความสะอาดตู้เย็นมาก่อน..."
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด มีความเป็ไปได้ที่ตู้เย็นตู้นี้จะไม่เคยถูกทำความสะอาดเลยสักครั้ง
แล้วทำไมไม่เอาอาหารที่เน่าแล้วไปโยนทิ้ง?
เ้าเด็กพวกนี้เป็อะไรกันไปหมด?
เฮ้อ
ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงและยกย่องให้นี่เป็สภาพของตู้เย็นที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยพบเจอมาในชีวิต ปริศนาใหม่ในชีวิตของผมได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
"สภาพขนาดนี้ แค่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดคงเอาไม่อยู่แล้วล่ะ..."
ของในตู้เย็นมีแต่ผักที่ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักด้านล่างเท่านั้นที่ยังพอใช้ได้อยู่ ของอื่นต้องทิ้งลงถังขยะอย่างเดียว
ส่วนอาหารที่อยู่ในกล่องเก็บก็ไม่รู้เลยว่าทำมาั้แ่เมื่อไหร่ บางกล่องถึงขั้นหมดอายุไปแล้ว
และกล่องใส่เนื้อบางกล่องถึงกับมีหนอนขึ้นด้วยซ้ำ
"พวกนายต้องหัดทำความสะอาดตู้เย็นบ้างสิ!"
ผมตั้งใจมาที่นี่เพื่อทำตัวเป็ชอนอีเซตามปกติในแบบของผม แต่ในจังหวะที่ผมเห็นสภาพเลวร้ายของตู้เย็นตู้นี้ แผนการทั้งหมดของผมก็พังทลายในทันที
ถ้าตู้เย็นในร้านอาหารแฟรนไชส์ของผมมีสภาพเป็แบบนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้น?
สภาพตู้เย็นที่สกปรกขนาดนี้เลวร้ายมากพอที่จะทำให้ผมยกเลิกสัญญาการเป็หุ้นส่วนกับเ้าของร้านนั้น ๆ ได้เลย
"ฮื่อ ไม่มีใคร...ผมไม่รู้จะทำความสะอาดยังไงครับ ผม…ผมขอโทษนะครับ หลังจากนี้ ผมจะคอยทำความสะอาดตู้เย็น..."
นั่นคือเื่ในอนาคต แต่ตอนนี้ต้องเอาของเสียพวกนี้ไปทิ้งลงถังขยะก่อน
จู่ ๆ ผมก็ได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยออกมาจากตัวของนาซอนอู
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
นอกจากจะไม่ทำความสะอาดตู้เย็นและไม่เก็บกวาดที่พักแล้ว หมอนี่ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอไง?
กลับกลายเป็ว่าภารกิจแรกของผมในขณะนี้คือการทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว
ถ้าผมต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเ้าอ้วนคนนี้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้จริง ๆ ผมคงทนอยู่ได้ไม่เกิน 30 นาทีแน่นอน
"ฉันจะทำความสะอาดตู้เย็นเอง ส่วนนายก็ไปเก็บกวาดห้องนั่งเล่น ถ้ามีเครื่องดูดฝุ่นก็เอาออกมาใช้ซะ ถ้ามีหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นก็เอามาใช้งานด้วย!"
"ได้เลยครับ!"
ผมเริ่มจากโยนอาหารที่นาซอนอูวางทิ้งไว้บนโซฟาลงไปในถังขยะ ผมไม่อยากรับรู้อีกแล้วว่าเขากำลังรับประทานอะไรอยู่
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกโยนทิ้งลงถังขยะทั้งหมด เหลือแต่ผักจำนวนหนึ่งเท่านั้น
ก่อนอื่น...ผมต้องเริ่มสั่งอาหารชุดใหม่
เมื่อมีผักเป็องค์ประกอบหลักในการทำอาหาร ผมก็สามารถคิดเมนูขึ้นมาได้มากมาย
ผมสั่งวัตถุดิบสำหรับทำอาหารมาจากเว็บไซต์ที่ผมเคยสั่งบ่อย ๆ สมัยที่ยังเป็ 'อิมฮยอนซอง'
เนื่องจากผมไม่คุ้นชินกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ จึงมีข้อความแจ้งเตือนความผิดพลาดเด้งขึ้นมาหลายครั้ง ทำเอาผมปวดหัวแทบตาย แต่สุดท้ายผมก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
ผมไม่คุ้นเคยกับระบบจ่ายเงิน หลังจากที่ผมนั่งงมอยู่พักใหญ่ ก็ต้องขอบคุณระบบที่แจ้งเตือนขึ้นมาว่า
[ข้อความสำคัญ : รหัสสำหรับการทำธุรกรรมการเงินของชอนอีเซคือ : cys0212]
[ระบบสร้างสุขสมความปรารถนาแก่มวลมนุษย์จะทำการป้อนข้อมูลสำคัญเป็ระยะระหว่างปฏิบัติภารกิจ]
เสียงสุนัขเห่าดังขึ้น ดูเหมือนว่าเ้าขนปุ๋ยกำลังขอให้ผมขอบคุณมัน! มันเห่าและหมุนตัวอยู่กับที่ หางปุยของมันกวัดแกว่งไปมา แต่นั่นไม่มีประโยชน์อีกแล้ว
"หลังจากที่ฉันทำความสะอาดเสร็จแล้ว พวกเราค่อยมาคุยกัน"
ผมพบถุงมือยางสีชมพูถูกยัดอยู่ในมุมลิ้นชักจึงเอามันออกมาสวมใส่ด้วยความชำนาญ
หลังจากนั้นผมก็เริ่มเก็บอาหารที่เน่าเสียโยนใส่ถุงขยะทีละชิ้น
ในห้องนั่งเล่น นาซอนอูก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการทำความสะอาดห้องนั่งเล่นตามที่ผมสั่ง
"แบบนี้จะเชื่อใจความสามารถพิเศษได้จริง ๆ เหรอเนี่ย"
สภาพของเ้าหมอนั่นไม่สามารถเป็นักร้องไอดอลได้อีกแล้ว
ระบบแจ้งว่าเขามีระบบเผาผลาญอาหารที่ดีมาก แต่เมื่อเห็นนาซอนอูตัวจริงที่น้ำหนักขึ้นอย่างไม่คาดฝันเช่นนี้...
ผมก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาเล็กน้อย โชคดีที่นั่นไม่ใช่ร่างกายของผม
ผมเดินสำรวจดูในห้องน้ำเพื่อหาสิ่งที่พอจะเอามาทำความสะอาดหลังเก็บกวาดตู้เย็นได้บ้าง
กริ๊ก!
มีใครบางคนเปิดประตูด้านนอก และเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น