หลังจากพิมพ์ลดาหรือเหมยหมดสติไปเธอก็ตกอยู่ในห้วงความฝันได้พบกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูอายุน่าจะไม่เกิน 12ปี แต่ทว่าใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นกลับดูเศร้าสร้อยน้ำตาไหลอาบพวงแก้มและที่น่าแปลกเห็นจะเป็ชุดที่เด็กสาวสวมใส่อยู่ซึ่งคล้ายกับชุดจีนโบราณที่เห็นในละครทีวีแต่กระนั้นเธอก็ยังเดินเข้าไปหาหวังปลอบเด็กสาวที่กำลังยืนร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียว
“เด็กน้อยทำไมถึงร้องไห้อยู่คนเดียว บอกพี่สาวได้ไหมคะเด็กดี”พิมพ์ลดาพูดและโอบกอดเด็กสาวตรงหน้าให้คลายความโศกเศร้า
“พี่สาวฮือๆ...ฮวาเอ๋อร์ฝากดูแลท่านพ่อท่านแม่และพี่ชิงชิงด้วยนะเ้าคะ”ฟางเหมยฮวาร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“เด็กน้อยจะฝากพี่สาวดูแลได้ยังไงทำไมถึงไม่กลับไปดูแลท่านทั้งสองและพี่ชิงชิงของหนูเองล่ะคะพี่สาวทำแทนให้หนูไม่ได้หรอกนะ” พิมพ์ลดายังคงพูดต่อแม้จะรู้สึกว่าคำพูดคำจาของเด็กสาวตรงหน้าจะแปลกไปเสียหน่อย แต่เธอก็ไม่คิดที่จะสนใจ
“ฮวาเอ๋อร์บุญน้อยนักไม่สามารถกลับไปทำหน้าที่ของบุตรได้อีกแล้วฮวาเอ๋อร์ต้องรบกวนพี่สาวแล้ว หมดเวลาของฮวาเอ๋อร์แล้ว ข้าขอฝากพี่สาวดูแลท่านพ่อท่านแม่และพี่ชิงชิงด้วยนะเ้าคะข้าหวังว่าพี่สาวจะใช้ชีวิตใหม่นี้อย่างมีความสุข ฮวาเอ๋อร์ลาก่อนเ้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาเอ่ยกับสตรีตรงหน้าก่อนจะจางหายไป
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป!!...อะไรคือชีวิตใหม่กลับมาก่อน”พิมพ์ลดาส่งเสียงร้องห้ามสองมือยังไขว่คว้าสะเปะสะปะ
“อะ...โอ๊ยยย!!...” เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นพร้อมกับภาพเื่ราวของเด็กสาวเมื่อครู่กำลังฉายชัดอยู่ในหัวั้แ่ภาพในวัยเยาว์จนถึงปัจจุบันก่อนความเ็ปจะทุเลาลงดวงตาหวานคมวาบขึ้นหลังจากความเ็ปหายใจพร้อมกับความคับแค้นใจที่พี่สาวแท้ๆทำกับเด็กสาวเมื่อครู่ได้ลงคอ เธอไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออกว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็ฝีมือผู้ใด
จวนราชครูฟาง
ภายในเรือนหลินอ้ายปรากฏภาพของสตรีรูปร่างอรชรกำลังาเ็นอนสลบไสลไม่ได้สติมือบางยังคงกำอาภรณ์ของชายหนุ่มไว้แน่นทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างจนใจที่จะพยายามแกะมือบางออกจากอาภรณ์ของท่านแม่ทัพหลี่เพราะไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ไม่มีผู้ใดสามารถแกะมือนั้นออกเป็ผลสำเร็จสักคนเดียว
หลี่หยงเป่ามองดรุณีน้อยที่าเ็สาหัสอยู่บนเตียงอย่างนึกปลงตกเห็นทีเขาคงต้องอยู่เฝ้าไข้คนเจ็บแล้วเป็แน่อยากจะรู้เหลือเกินว่ามือหรือตีนตุ๊กแกถึงได้ยึดจับอาภรณ์เขาไว้อย่างเหนียวแน่นหนึบเช่นนี้
“ท่านราชครูอย่าได้กังวล อย่างไรเสียวันนี้ข้าก็คงต้องอยู่เช่นนี้ทั้งคืนข้ารบกวนท่านราชครูแจ้งข่าวไปที่จวนให้น้องสาวข้าหลี่ซูเม่ยมาที่นี่ได้หรือไม่ขอรับเพราะข้าเป็บุรุษจะอยู่กับสตรีที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นสองต่อสองเห็นทีจะไม่เหมาะ”หลี่หยงเป่าเอ่ยกับราชครู
“ย่อมได้เป็ข้าเสียอีกที่ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพหลี่ที่ต้องรบกวนท่านและน้องสาวของท่านเช่นนี้”ราชครูฟางเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เพราะจะให้บุตรีคนโตที่กำลังป่วยมาเฝ้าไข้ก็คงไม่เหมาะอีกทั้งภรรยาก็ดูเหมือนจะเป็ลมเป็แล้งเสียทุกครั้งยามที่เห็นบุตรีคนเล็กเป็เช่นนี้
หลังจากที่ราชครูฟางแจ้งข่าวไปยังจวนแม่ทัพหลี่ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) หลี่ซูเม่ยก็เดินทางมายังจวนของราชครูฟางพร้อมกับรถม้าของตระกูลฟางที่ส่งไปรับโดยมีฟางฮูหยินออกมายืนรอรับหญิงสาวอยู่หน้าประตู
“คารวะฟางฮูหยินเ้าค่ะ ข้าน้อยนามว่าหลี่ซูเม่ยเป็น้องสาวของท่านแม่ทัพหลี่เ้าค่ะ”
“อย่ามากพิธีเลยคุณหนูหลี่เป็ข้าเสียอีกที่ต้องรบกวนเ้าเช่นนี้”
“ฟางฮูหยินเรียกข้าว่าเม่ยเอ๋อร์ก็ได้เ้าค่ะ”
“ได้สิ เข้ามาเถิดพี่ชายเ้ารออยู่ด้านในแล้ว”ฟางเหมยลี่ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน พลางเชิญเด็กสาวหน้าตาน่ารักงดงามเข้าไปด้านใน
“เ้าค่ะ” หลี่ซูเม่ยรับคำก่อนจะเดินตามไปยังเรือนหลินอ้ายที่หลี่หยงเป่าและบุตรีของตนอยู่ด้านใน
หลี่ซูเม่ยเดินตามหลังฟางฮูหยินไปอย่างเงียบๆจนถึงที่หมายทันทีที่ประตูเปิดออกก็ทำให้หลี่ซูเม่ยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใกับภาพที่เห็นก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มหวานพร้อมกับดวงตาพราวระยับที่ส่งไปให้พี่ชายหลี่หยงเป่าเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอากับความคิดของน้องสาว
“ท่านแม่ทัพน้องสาวของท่านมาถึงแล้วเ้าค่ะ”ฟางเหมยลี่เอ่ยพลางเดินไปยังบุตรีคนเล็กลูบศีรษะของนางอย่างเบามือนางได้แต่โทษตัวเองที่อนุญาตให้บุตรีเดินทางไปทำบุญที่วัดไท่ซานจนเกิดเื่ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นดวงตาหวานยังเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
“ฮูหยินอย่าได้กังวลเลยขอรับข้าเชื่อว่านางจะปลอดภัย” หลี่หยงเป่าได้แต่เอ่ยปลอบเมื่อมองเห็นความห่วงใยที่มารดามีต่อบุตร
“ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะ” ฟางเหมยลี่เอ่ยขอบคุณพลางซับน้ำตาตนเอง
“ประเดี๋ยวข้าจะไปเตรียมสำรับเย็นให้นะเ้าคะ ป้าต้องรบกวนเม่ยเอ๋อร์แล้ว”ฟางเหมยลี่เอ่ยกับแม่ทัพหลี่ก่อนจะหันไปทางหลี่ซูเม่ยเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ท่านป้าอย่าได้เกรงใจเม่ยเอ๋อร์ยินดีที่ได้ช่วยเหลือท่านป้าเ้าค่ะ”
“ขอบใจเ้ามาก”ฟางเหมยลี่เอ่ยก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมสำรับให้กับแขกทั้งสอง
ภายในเรือนอันฉีฟางเหมยซือคับแค้นใจเป็อย่างมาก ย้อนไปเมื่อสองชั่วยามก่อน(4 ชั่วโมง) นางกำลังนอนสบายใจกับแผนการที่วางไว้ ไม่นานอิงอิงก็เข้ามาแจ้งว่าท่านพ่อและท่านแม่ต้องออกเดินทางเป็การด่วนสั่งให้นางพักผ่อนและห้ามออกไปที่ใด
“อิงอิงเหตุใดท่านพ่อท่านแม่จึงออกเดินทางรีบร้อนเช่นนี้”ฟางเหมยซือแสร้งถาม แม้ว่าพอจะเดาได้ว่าเกิดอันใดขึ้น
“มีคนของท่านแม่ทัพหลี่มาแจ้งว่าเกิดเหตุร้ายกับคุณหนูฟางเหมยฮวาเ้าค่ะเลยเร่งออกเดินทางไปพร้อมกับทหารนายนั้น”
“เ้าว่าอะไรนะ!! เกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวข้า”ฟางเหมยซือแสร้งเอ่ยอย่างใ
“บ่าวมิทราบเ้าค่ะว่าเกิดอันใดขึ้นกับคุณหนู ทหารมาแจ้งแต่เพียงว่าเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นเท่านั้น”อิงอิงมองคุณหนูของนางอย่างประเมินท่าที
เมื่อครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง)ก่อนท่านพ่อและท่านแม่กลับมาพร้อมตามหมอมารักษาอาการของเหมยฮวาและชิงชิงเป็การด่วนทั้งมารดาเข้ามาหานางและเอ่ยอาการของเหมยฮวาให้ฟัง ในใจนางแทบจะดับดิ้นเมื่อรู้ว่าน้องสาวนางยังไม่ตายนางก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจว่าแผนการที่วางไว้ไม่สำเร็จยังดีที่คนพวกนั้นถูกคนของแม่ทัพสังหารไปจนหมดเลยมิสามารถสืบสาวเื่มาถึงตัวนางได้ฟางเหมยลี่ที่ไม่รู้อันใดก็ปลอบนางโดยเข้าใจว่านางรู้สึกสงสารน้องสาว
กลับมาปัจจุบันภายในเรือนอันฉียามนี้เ้าของเรือนอยู่คนเดียวเพราะนางไล่ให้อิงอิงไปดูแลชิงชิงที่าเ็สาหัสนอนพักรักษาตัวอยู่ในเรือนบ่าวฟางเหมยซือกำลังอารมณ์เสียที่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามที่นางหวังไว้
“ทำไมมันไม่ตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอดจะกลับมาเป็หนามยอกอกข้าอีกทำไมกัน”ฟางเหมยซือพึมพำกำหมอนหนุนแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“ครั้งนี้เ้ารอดไปได้แต่ครั้งหน้าข้ารับรองได้ว่าเ้าจะไม่โชคดีเช่นนี้อีก” ฟางเหมยซือเอ่ยอย่างอาฆาตนางไม่เคยคิดว่าเหมยฮวาเป็น้องสาวอยู่แล้วเพราะความเกลียดชังอิจฉาริษยาั้แ่วัยเยาว์
ทางด้านอิงอิงที่โดนคุณหนูถูกไล่ออกมาดูอาการชิงชิงเพื่อนสนิทก็ให้รู้สึกสงสารนักร่างบอบบางถูกพันไปด้วยแผลพันแผลหน้าตาซีดไร้สีเืก็แทบจะร้องไห้ั้แ่คราแรกที่เห็น
“ชิงชิงรีบตื่นมานะข้ามีเื่จะพูดกับเ้าตั้งเยอะแยะอย่าเอาแต่นอนเยี่ยงนี้ข้าเป็ห่วงเ้านัก”อิงอิงได้แต่คุยกับร่างที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงพลางหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วง
อิงอิงพลางคิดและคาดเดาถึงความผิดปกติก่อนหน้านี้และนายสาวที่ทำตัวมีพิรุธเมื่อวานก็ให้สงสัยว่าเื่ร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับคุณหนูฟางเหมยฮวานั้นคุณหนูของนางมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จนแล้วจนรอดนางก็ไม่อยากจะปักใจเชื่อ เพราะอย่างไรพี่น้องกันก็คงไม่กระทำเื่ร้ายแรงถึงเพียงนี้นางได้แต่ปลอบใจตัวเอง