“ท่านพ่อ ลูกมาคิดดูหลังจากที่ สลบไสลไปว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะ ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้” รู้สึกกระดากปากไม่น้อย สาวใช้หลบตาแต่เบ้ปาก บางคนแอบยุิ้มมุมปากเหมือนที่พวกยนางคิดไว้ไม่ผิดในที่สุด เย่ย่าจะต้องยอมรับการแต่งงานที่ทำเพียงเพีื่อโกงราคาให้ตัวเองดูสูงค่าก็เท่านั้น
“โอ้ เย่ย่าของพ่อเ้าช่างมีน้ำใจกับพ่อเสียจริง หากครั้งนี้เ้าไม่แต่งเกรงว่าพ่อคง สูญสิ้นความไว้วางใจจากฝ่าา ฝ่าาคงสงสัยไม่น้อยว่าเหตุใดพ่อ ...ไม่สิเย่ย่าของพ่อจึงไม่ยอมแต่งกับไท่จือรูปงามผู้นั้น”หลิวอี้เหลือบตามองเพดาน ไม่รุ้สึกซาบซึ้งอะไรกับคำพูดของใต้เท้าถางแม้แต่น้อย เฮ้อ
“ลูกก็ไม่อยากให้ท่านพ่อต้องมาแบกรับการตัดสินใจของลูกเช่นนั้นท่านพ่อไม่จำเป็ต้องไปทูลฝ่าาแล้วลูกเต็มใจแต่งเข้า ตำหนักบูรพาตามบัญชาฝ่าา”
“ดี ดีมาก เย่ย่าั้แ่เป็พ่อลูกกันมามีครั้งนี้ที่เย่ย่ายอมตามใจพ่อ”
ตำหนักบูรพา
“บุตรีใต้เท้าถาง ข้าจะประเมินนางต่ำไม่ได้ ในเมื่อเสียงร่ำลือว่านางล้วนเอาแต่ใจ และถูกตามใจมาั้แ่ต้น”
“ไท่จือเฟย นางสุขภาพไม่แข็งแรงั้แ่เกิดจึงมีแต่คนตามใจอีกทั้งใต้เท้าถางยังรักดั่งไข่ในหิน แม้จะกินยังมีคนป้อนจะอาบน้ำยังมีคนคอยขัดถู”ซุนเต๋ออิงไท่จือเฟยผู้งดงามแค่เพียงใบหน้า แต่จิตใจต่ำทราม ยิ้มเย้ยหยัน
“เช่นนั้นคงอ่อนปวกเปียก เป็ดั่งคุณหนู ผู้อ่อนต่อโลก”
“แต่เดิม มีคนกล่าวขานว่า ฝ่าาตั้งใจแต่งนางเข้ามาเป็ไท่จือเฟย แต่เป็เพราะฝ่าาเสด็จพ่อขององค์หญิง ส่งองค์หญิงมา สานสัมพันธ์เสียก่อน”
“นางคง เจ็บใจไม่น้อย”ยิ้มหยันอย่างผู้ชนะ
“ว่ากันว่า นางเสียใจที่ต้องแต่งกับไท่จือจนล้มป่วย ร้องไห้จนสลบไสลเพิ่งจะฟื้นเมื่อคืนนี้ไม่รู้เื่ที่เล่ามาเกินจริงหรือไม่ แต่ก็เป็เพียงเื่เล่า หากได้ยินถึงหูฝ่าาเกรงว่าใต้เท้าถางผู้นำสี่ตระกูลใหญ่คงต้องอธิบายเื่นี้กับฝ่าา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็เื่จริงหรือเท็จ”
นางกำนัลคนสนิทนาม จือไช้ที่กรอกยาพิษ หลิวอี้ จีบปากจีบคอพูด
“คง้า สร้างเื่เล่าเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง ให้ไท่จือเห็นว่านางมีค่ากว่าข้าที่ยอมเสนอตัวแต่งเข้าตำหนักบูรพา แต่นางกับไม่ยินยอมร้องไห้ปานจะขาดใจโก่งราคาให้ดูทรงคุณค่ากว่าข้า”
“เป็ไปได้มากเ้าค่ะ พอนางฟื้นมาก็ตอบตกลงที่จะแต่งกับไท่จือทันที โดยอ้างว่าเห้นแก่ใต้เท้าถางที่ ปาดน้ำตาข้างกายนางตอนนางไม่ได้สติ”
“นั่นอย่างไรเล่าข้าจึงสบประมาทนางไม่ได้ อีกไม่กี่วันจะถึงวันที่นางต้องแต่งเข้าตำหนักบูรพาแล้ว เราสองคนไม่สิทั้งตำหนักบูรพาต้องเตรียมรับมือเย่ย่า อย่างดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง”ยิ้มที่มุมปากขันทีข้างกายไท่จือที่ยืนแอบฟังอยู่ที่ หน้าห้องรีบสาวเท้ากลับไปบอกเล่าเื่ราวที่ได้ยินมาให้ไท่จือฟัง
“ไท่จือเฟย บอกว่าจะเตรียมรับมือ”
“ช่างนาง”
“ไท่จือท่านจะปล่อยให้ไท่จือเฟยทำเื่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่”
“เ้าคิดว่าข้าทำอะไรได้”
“ปกป้อง อีกคนเพื่อให้ ไท่จือเฟยรู้ว่าไท่จือรู้เื่ทุกอย่างที่นางทำและไม่ยอมให้นางทำเื่แบบนี้อีกต่อไป”
“เ้ารู้ไหมเสี่ยวเจิน บุตรีเท้าถางเองข้าเคยได้ยินกิติศัพท์ของนางมาไม่น้อยเช่นกัน เสด็จพ่อถึงกับพูดกับข้าว่าไท่จือเฟยร้ายกาจเพียงนี้คนที่จะต่อกรกับนางได้จะต้องร้ายกาจเช่นเดียวกัน เสด็จพ่อมองไม่เห็นใครนอกจาก เย่ย่าคนนี้เท่านั้น”
“เหตุใดฝ่าา้าที่จะให้ไท่จือเฟยกับบุตรีของใต้เท้าถาง ต้องห้ำหั่นกันเอง แบบนี้ไม่เท่ากับสร้างความหนักใจให้ไท่จือหรือไร”
“ข้าเองก็ไม่เข้าใจเสด็จพ่อ จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจ คง้าลบคำครหาที่ว่าข้าเกรงใจไท่จือเฟยมากเกินไป”
“เช่นนั้นไท่จือท่านจะต้อง ลองปล่อยให้นางห้ำหั่นกันเองฝ่าาอาจมี เหตุผลและแผนการดีดีก็เป็ได้”
เกี้ยวสีแดง ประดับด้วยริ้วแพรสีแดง เ้าสาวในชุดสีแดงใบหน้างดงามจัดจ้าน หลิวอี้ไม่ชอบตัวเองในแบบนี้หากแต่สาวใช้ข้างกาย ครึ่งโหลพวกนางกลับบรรจงแต่งหน้าโดยบอกว่าคุณหนูเคยชอบแบบนี้มิใช่หรือ ผ้าแพรคลุมหน้าสีแดงมองเห็นได้ชัดเจน
“หยุดเกี้ยว”แม่สื่อรูปร่างอ้วนตุ๊ต๊ะ โบกพัดในมือไปมา เหยียนหลัวหวางพาร่าง สูงทะลุเข้าไปในเกี้ยวเหมือนเป็อากาศธาตุ
“เตรียมรับมือ”หลิวอี้สะดุ้งเมื่อเสียงทุ้ม ดังขึ้นข้างๆหู หันมองร่างสูงข้างกายที่โบกพัดมีคำว่า...เตรียมรับมือ...ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ไหวหรือไม่หรือจะถอดใจ”ถามเพื่อดูว่าหลิวอี้มีความตั้งใจเพียงใด
หลิวอี้พยักหน้า
“เฮ้อ บอกว่าอยากแก้แค้น แต่ความจริงข้ามองเห็นว่าไท่จือหล่อเหลาเพียงนั้นเกรงว่าสาวน้อยหลิวอี้จะไม่อาจห้ามใจตกหลุมรักบุรุษรูปงาม ฐานันดรสูงส่งผู้นั้นเข้าแล้วก็จะลืมเื่ความแค้น”
“ท่านตั้งใจมาพูดกับข้าเพื่ออะไร”
“ก็ ..ข้าหวังดี เ้าก็คงมองเห็นหากเ้าไม่คิดแก้แค้นต่อจากนี้ใช้ชีวิต อยู่กับเฉินหงิให้เขาโปรดปรานอีกสี่สิบห้าปี ข้ากลับมารับไม่มีความผิดไม่มีการลงทัณฑ์เช่นเดิมแต่หากเ้ายังมีความแค้น ไม่นานข้ากลับมารับก็จะถูกลงทัณฑ์ข้ายิ่งมากผลงาน”หลิวอี้ย่นจมูก
"ท่านเซียนท่านปากกับใจไม่ตรงกัน”เหยียนหลัวหวางหายตัววับไปทันทีแม่สื่อชะโงกหน้าเข้ามาในเกี้ยว
“คุณหนูเ้าขา พิธีการที่ผ่านมาคงทำให้คุณหนูเมื่อยล้าไม่น้อย คุณหนูเข้าไปรอไท่จือในห้องหอได้เลยเ้าค่ะ”
หลิวอี้ ขยับตัวลงจากเกี้ยว สาวใช้พยุงให้ก้าวเดินไปบนระเบียงทอดยาวประดับประดาไปด้วยริ้วแพรสีแดงและ ห้องกว้างถูกตกแต่งให้ดูสบายตา หลิวอี้จำได้ติดตาที่นี่คือที่เคยทำความสะอาดเมื่อไม่นานมานี้บานประตูถูกกางกั้นไว้ถึงสามบาน ก่อนจะถึงห้องบรรทม ที่มีแท่นนอนกว้างใหญ่ โอ่โถ่งหลิวอี้มือไม้เย็นเฉียบเมื่อคิดว่าไท่จือจะต้องเข้ามาในไม่ช้านี้ นั่งลงบนแท่นนอนพยายามระงับความตื่นเต้นมือสองข้างบีบสลับกันไปมา
อากาศเริ่มเย็นลงเต็มทีแล้วข้างนอกนั่นฟ้าคงเริ่มมืด
“ไท่จือ”เสียงสาวใช้เอ่ยปากทักก่อนที่เสียงออดแอดของประตูจะดังขึ้นติดๆ กัน
ร่างสูงในชุดสีแดงที่หลิวอี้ไม่กล้ามองหน้าตอนที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานอยู่นั้น ก้าวเท้าช้าๆ เบากริบก่อนจะหยุดตรงหน้าของหลิวอี้
มืออุ่นเอื้อมยาวๆ มายังผ้าแพรคลุมหน้าสีแดง ออกช้าๆตาคมจ้องมองใบหน้าของเย่ย่า แต่คิ้วกับขมวดเข้าหากัน
“เ้า เป็ใคร”ในเมื่อภาพที่เฉินหงิมองเห็นหาใช่ใบหน้าของเย่ย่าแต่กลับเป็ใบหน้าของหลิวอี้ที่เขาไม่เคยลืมเลือน
“ข้า ข้า”มือใหญ่บีบที่ปากบาง
“หลอกลวงเบื้องสูง มีเจตนาใดกันแน่จึง แอบอ้างว่าเป็บุตรีของใต้เท้าถางเข้ามาในตำหนักบูรพา”หลิวอี้ใกลัวไม่คิดว่าเฉินหงิจะมองเห็นเป็หลิวอี้